เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 265 – ตอนที่ 246 อสูรคะนองตาทอง

ตอนที่ 265 – ตอนที่ 246 อสูรคะนองตาทอง

ตอนที่ 265 – ตอนที่ 246 อสูรคะนองตาทอง


รองหัวหน้ากรรมการสองคนรีบลุกขึ้นมาจากพื้นและรีบสงบสติอารมณ์ แต่มือของพวกเขาเริ่มสั่นเอง

ความกลัวผุดขึ้นในใจลึกๆ ของพวกเขา

แม้ว่านักรบโดยทั่วไปจะมองไม่เห็นเรื่องนี้ แต่นักสู้อย่างเหยียนพั่วจวินไม่ลำบากที่จะสังเกตเห็น

บุรุษชุดแดงสองคนเหล่านี้ดูเหมือนจะเอาชนะพลังโจมตีสุดกำลังของกรรมการทั้งสามคนด้วยร่างกายล้วนๆ พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้วิทยายุทธเหมือนเย่ว์หยาง นี่…น่ากลัวเกินไปไม่ใช่หรือ? พวกเขาเป็นใครกันแน่?

ทำไมพวกเขาถึงมาปรากฏตัวที่นี่?

บุรุษลึกลับในจุดที่นั่งชมกดไป๋หวินเฟยซึ่งอยู่ในอาการตระหนกให้นั่งลงแล้วกล่าวว่า “ใจเย็นๆ ข้าจะส่งท่านออกไปจากที่นี่โดยปลอดภัย ข้าคิดไม่ถึงเลยว่านิกายเจดีย์ราชสีห์ตะวันตกจะระดมกำลังเผ่าปีศาจแดนบูรพาดินแดนนอกทงเทียนเข้ามาด้วย พวกเขาทำได้ในเวลานี้จริงๆ เชิญเทพเจ้าเป็นเรื่องง่าย แต่ไม่ง่ายที่จะกำจัดเทพเจ้า เผ่าปีศาจแดนบูรพาไม่ใช่พวกที่พวกเขาจะไปตอแยได้ พวกเขาจะต้องเสียใจกับเรื่องนี้แน่นอน หวินเฟยใจเย็นๆ คอยฟังสิ่งที่คนของเผ่าปีศาจแดนบูรพาพูดก่อน”

คลื่นกระแทกจากพลังโจมตีสุดยอดแต่ล้มเหลวของกรรมการทั้งสามคนสะท้อนกึกก้องไปทั่วสนามแข่งขัน

สนามกีฬาตกอยู่ในความวุ่นวาย

ผู้ชมทุกคนตกใจลุกขึ้นยืน

ตอนนี้ แม้แต่คนตาบอดก็เห็นได้ว่าบุรุษประหลาดสวมชุดแดงทั้งสองคนเป็นศัตรู และเป็นศัตรูผู้แข็งแกร่งอย่างมาก

อาจารย์จิ้งจอกเฒ่ารีบเข้ามารวมกลุ่มกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน, เจ้าเมืองโล่วฮัว, เย่ว์หวี่, เย่ว์ปิง, อี้หนานและนักเรียนสถาบันฉางชุนเฉิง เหมือนกับแม่ไก่เตรียมป้องกันลูกน้อย เขายืนอยู่ข้างหน้าพวกนักเรียน สีหน้าของเขาเคร่งเครียดจริงจัง เหยียนพั่วจวินและเฟิงชิซารีบออกคำสั่งให้นักเรียนสถาบันฉางจิงออกมาข้างหน้า องค์ชายเทียนหลัวพากลุ่มองครักษ์และนักเรียนจากสถาบันจ้งเซียงมารวมตัวกันข้างหน้าด้วยกัน ด้านตรงกันข้าม สถาบันหมาป่าเทาและศิษย์นิกายเจดีย์ราชสีห์ตะวันตกรวมตัวกันเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ศิษย์นิกายภูเขาหมอกลอยฟ้าและเพื่อนร่วมชั้นเรียนของไป๋หวินเฟยยังคงรวมตัวอยู่ด้วยกัน

ส่วนนักเรียนที่เหลือจะล้อมรอบกรรมการทั้งสี่คน

แม้ว่าสนามกีฬาจะตกอยู่ในความวุ่นวายก็ตาม แต่ก็มีบางคนลุกขึ้นยืนและออกคำสั่งในที่สุด นักเรียนที่หาครูของตนไม่เจอสามารถไปหากรรมการทั้งสี่ก่อนและรออยู่ชั่วคราว

องครักษ์เกราะเงินนับร้อยวิ่งออกมายืนเป็นแนวป้องกันนักเรียน

พลังต่อสู้ของพวกเขาไม่ได้ดีกว่านักเรียนแน่นอน แต่หน้าที่ความรับผิดชอบของพวกเขาทำให้พวกเขาจำต้องไปยืนอยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องนักเรียนทันที พอปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้าทีมแต่ละทีม องครักษ์เกราะเงินก็เรียกอสูรออกมาทีละตัวๆ เพื่อเตรียมต่อสู้

สำหรับพวกทหารรับจ้างที่นั่งอยู่ที่ภูเขาโดยรอบหรือนักรบแต่ละคนที่มาดูการแข่งขันรอบพบกันหมด ทุกคนต่างตกตะลึงโดยสิ้นเชิง

พวกเขายืนตะลึงค้างอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

จะสู้หรือ? พลังรบของพวกเขาไม่มีค่าควรแก่การมองด้วยซ้ำ

หลบหรือ? ไม่มีเส้นทางหลบหนีในภูเขาเสียด้วย

เย่ว์ปิงต้องการขอให้พี่ชายนางที่ยังอยู่บนเวทีต่อสู้กลับลงมา เพราะมีเพียงเขาและองค์ชายสือจินอยู่บนเวที พวกเขาเป็นเป้าหมายที่แจ้งชัดเกินไป

ถ้าศัตรูโจมตี อย่างนั้น บางทีพวกเขาคงมุ่งหมายที่ตัวพี่ชายนางก่อน

นางแค่กังวลกับเรื่องนี้ หญิงงามลึกลับปรากฏตัวอยู่ข้างหลังเย่ว์ปิงและกอดนางเบาๆ ปลอบนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ปิงเอ๋อ! อย่ากลัวไปเลย พี่ชายเจ้าจะปลอดภัย ตอนนี้เจ้าต้องให้ความสำคัญความปลอดภัยของตัวเองก่อน อย่าห่วงเขา! เจ้ากับอี้หนานควรจะอยู่ตรงนี้ และอย่าออกมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้า, อู๋เหิน, เชี่ยนเชี่ยนและโล่วฮัวจะคอยสนับสนุนพี่ชายเจ้าได้ทุกเมื่อ เจ้ากับอี้หนานต้องอยู่อย่างสงบ อย่าให้คนอื่นรู้สถานะของพวกเจ้า เมื่อเราใช้ม้วนเทเลพอร์ตได้อีกครั้ง พวกเจ้าควรกลับไปที่บ้านสวนบุปผาน้อยในทันทีก่อน รอพวกเราอยู่ที่นั่น”

เวลานี้ อาจารย์จิ้งจอกเฒ่ากำลังตบตีเย่คง, เจ้าอ้วนไห่, เหยียนพั่วจวินและเฟิงชิซาห้ามพวกเขาไม่ให้พยายามออกไปสู้ด้วยเสียงดังปานฟ้าฝ่า “พวกเจ้าทุกคนเบื่อหน่ายชีวิตแล้วหรือ? ไม่เข้าใจหรือไงว่าช่วงเวลาวิกฤติหมายความว่าไง? ในเวลานี้ พวกเจ้าต้องอดทนเก็บชีวิตเอาไว้และพวกเจ้าต้องปกป้องสหายและเพื่อนในสถาบันของพวกเจ้าเช่นกัน! เย่ว์หยางเปิดเผยตัวตั้งแต่ขึ้นไปอยู่บนเวทีแล้ว ไม่มีวิธีอื่นที่จะทำอะไรได้ แต่พวกเจ้าต้องการวิ่งออกไปหาที่ตายพร้อมกับเขา นั่นไม่ได้เป็นการช่วยเขา ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราก็คือต้องไม่สับสนวุ่นวาย เราต้องรวมตัวกันไว้

วีรสตรีทวนมังกรผู้สวมหน้ากากเงิน บุรุษน้ำแข็งเสวี่ยทันหลางและทูตมังกรชังหลันวี่วิ่งเข้ามารวมตัวกันโดยเร็ว

สนามกีฬาทั้งหมดมีการรวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับโรงเรียนและนิกาย

แต่ละกลุ่มจะถูกนำโดยอาจารย์ประจำสถาบันหรือสมาชิกเชื้อพระวงศ์

มิฉะนั้น ก็มีกรรมการคอยนำพวกเขา

“ทุกคน อย่ากลัว ความจริง เรามาที่นี่ ไม่ได้มีเจตนาร้าย” บุรุษประหลาดชุดแดงที่อยู่ข้างขวาประกาศเสียงดังลั่นทันที “ตอนนี้ ข้าขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบชั่วครู่ ความจริงเรามาหาคนเพียงไม่กี่คน ข้ารับรองได้ว่า ตราบใดที่พวกท่านไม่ต่อต้าน และดูอยู่อย่างสงบ พวกท่านก็จะไม่มีอันตรายถึงชีวิต”

เมื่อบุรุษคนนั้นพูดคำนี้จบ ทหารรับจ้างแต่ละคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขารู้ว่า คนที่พวกเขาพยายามหาไม่ใช่พวกเขาแน่นอน

คนจำนวนหนึ่งที่มีสภาพจิตใจแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ เริ่มทยอยนั่งลงและจับตาดูเหตุการณ์ต่อไป

ถ้าเกิดกรณีฟ้าถล่มทลายพวกเขาก็คงตายด้วยกัน แม้แต่คนชั้นสูงเหล่านั้น ทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงก็ยังไม่กลัวบุรุษแปลกหน้าสองคน แล้วทำไมพวกเขาจะต้องกลัวด้วยเล่า? ไม่ใช่ว่าทหารรับจ้างทุกคนจะสงบจิตใจได้โดยง่าย ยังมีคนไม่น้อยคิดว่า “ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ยังจะมีคนตัวสูงๆ คอยค้ำฟ้าเอาไว้อยู่ดี”

เมื่อพวกเขาได้ยินว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญไม่ได้มาเพื่อฆ่าแต่มาเพื่อหาคนไม่กี่คน พวกเขาก็สงบลงได้มาก

เมื่ออาจารย์จิ้งจอกเฒ่าได้ยินเช่นนี้ หัวใจของเขาตกวูบทันที

แน่นอนว่า พวกเขามาหาเย่ว์หยางและคนอื่นๆ ก็คือเด็กรุ่นหลังที่มีพรสวรรค์เหล่านี้

ดูเหมือนการบุกพระราชวังต้าเซี่ยเป็นแค่กับดัก พวกเขาตั้งใจมากวาดต้อนเด็กรุ่นหลังที่มีพรสวรรค์ไปทั้งหมด

“พวกเขามาจากเผ่าปีศาจบูรพา พวกเขาไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเหมือนสาวมังกร เพียงแต่แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ปิงเอ๋อ! ตอนนี้เจ้าซ่อนตัวอยู่ในหมู่คนไปก่อน อย่าออกมาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม” เย่ว์หยางส่งกระแสจิตปลอบโยนเย่ว์ปิงด้วยทักษะที่ได้มาจากวิหารคนคู่ ขณะเดียวกัน เขายังขอให้นางอยู่กับอี้หนาน, เย่ว์หวี่และคนอื่นๆ ป้องกันอย่าให้พวกนางเคลื่อนไหวโดยพลการ

“บอกเขาให้ระวังตัวและไม่ต้องสนใจเรา เราดูแลกันเองได้!” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรีบเตือนเย่ว์หยาง

ในท้องฟ้า

ขณะที่ลำแสงสีดำเชื่อมกับใจกลางวงเวทอักษรรูนสีดำ ก็มีร่างของคนสามร่างปรากฏขึ้น

สองคนสวมชุดดำ พวกเขามีรูปร่างสูงใหญ่ ดูเหมือนสูงอย่างน้อยสามเมตร

อย่างไรก็ตาม ร่างที่สูงใหญ่ของพวกเขาดูเบาเหมือนขนนกขณะที่พวกเขาลอยตัวอยู่กลางอากาศ คนที่อยู่ตรงกลางบุรุษร่างยักษ์แต่งชุดสีทอง เขาสวมมงกุฎสีม่วงอยู่บนศีรษะและถือม้วนหยกขาวที่เขียนอักษรรูนโบราณไว้

บุรุษในชุดคลุมทองเป็นชายวัยกลางคนดูหล่อเหลาสง่างาม

ขณะที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ เขาค้อมหัวให้ชาวทวีปมังกรทะยาน และประสานมือคาราวะพูดอย่างสุภาพว่า “สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษโปรดอภัยให้พวกเราที่มาเยี่ยมโดยไม่ได้รับเชิญ หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ นักรบคนหนึ่งจากทวีปมังกรทะยานได้แนะนำอัจฉริยะรุ่นเยาว์คนหนึ่งแก่จักรพรรดิของเรา จักรพรรดิของเราโปรดคนที่มีพรสวรรค์ พระองค์จึงมีราชบัญชาเราโดยเฉพาะให้มาเชิญแขกผู้มีเกียรติชาวทวีปมังกรทะยานเหล่านี้ด้วยความจริงใจของพวกเรา ขอเชิญพวกเขามาร่วมชุมนุมยังพระราชวังสายรุ้งแห่งอาณาจักรของเรา ต่อจากนี้ไปขอเชิญนักรบระดับหัวกะทิผู้มีพรสวรรค์ที่ข้าขานชื่อ โปรดขึ้นมารวมตัวกันบนเวที ข้ารับรองว่าข้าจะไม่ทำอันตรายใดๆ กับพวกท่าน หลังจากจักรพรรดิของพวกเราได้ชื่นชมยินดีพวกท่านแขกผู้มีเกียรติเสร็จแล้ว เราจะส่งพวกท่านกลับมาที่นี่แน่นอน ข้าจะรักษาคำพูดแน่นอน โปรดอย่าสงสัยหรือไม่สบายใจในคำพูดของเราเลย”

“จากนั้น เขาค่อยๆ เปิดม้วนหยกในมือและอ่านรายชื่อแต่ละคนออกมาดังๆ”จักรพรรดิของเรามีราชโองการ เราขอเชิญแขกผู้มีเกียรติเหล่านี้มารวมกัน เย่ว์หยางคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์, เย่ว์ปิงคุณหนูเจ็ดแห่งตระกูลเย่ว์, เฟิงชิซาแห่งตระกูลเฟิง, เสวี่ยทันหลางแห่งตระกูลเสวี่ย, เหยียนพั่วจวินแห่งตระกูลเหยียน, ไป๋หวินเฟยประมุขน้อยนิกายภูเขาหมอกลอยฟ้า, องค์ชายสือจินฉู่ฟงเหลย, องค์ชายเทียนหลัว หัวจื่ออวี้, ทูตมังกรนิกายปราสาทแก้วชังหลันวี่..และคนสุดท้ายแต่ไม่ใช่ท้ายสุด องค์หญิงต้าเซี่ย เชี่ยนเชี่ยน รวมแล้วผู้เยาว์ผู้มีพรสวรรค์สิบคน โปรดก้าวขึ้นมาบนเวที จักรพรรดิของพวกเรารักผู้เยาว์ที่มีพรสวรรค์อย่างพวกเจ้า ดังนั้นพระองค์จะปฏิบัติต่อพวกเจ้าในฐานะแขกผู้มีเกียรติ”

“ข้าไม่ไป, ข้าจะไม่ไป!” เมื่อองค์ชายสือจินได้ยิน เขาตะโกนอย่างหวาดหวั่น “เราจะไม่ยอมให้พวกเจ้าพาพวกเขาไป และไม่พาใครไปจากนิกายเจดีย์ราชสีห์ไม่ใช่หรือ? ไม่ ข้าจะไม่ยอมไป!”

“องค์ชายสือจิน, ท่านก็เป็นคนหนึ่งที่จักรพรรดิของเราหวังจะได้พบ มีผู้ชมอย่างจักรพรรดิของเรานับเป็นเกียรติของท่านแล้ว โปรดอย่าปฏิเสธราชประสงค์ของจักรพรรดิเราเลย” บุรุษชุดทองผู้หล่อเหล่าค้อมตัวอย่างสุภาพขณะพูดอย่างใจเย็นและไม่รีบร้อน แม้อยู่ภายในการจับตามองของคนนับแสน เขาก็ยังแสดงออกอย่างสงบได้ต่อไป “แขกผู้มีเกียรติอีกเก้าคน โปรดขึ้นมาบนเวที ข้าไม่ต้องการเสียเวลากับทุกคนมากเกินไป ตราบใดที่เราได้คนครบสิบคน เราจะจากไปทันที เราจะไม่รบกวนการแข่งขันของพวกท่าน”

“มันเรื่องอะไรของพวกเจ้า?” เย่ว์หยางตระหนักว่าเขาสามารถเห็นความคิดของบุรุษชุดแดงและบุรุษชุดดำได้ แต่มีเพียงคนเดียวที่เขาไม่สามารถเห็นได้ก็คือบุรุษวัยกลางคนที่สวมชุดทอง เขาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้แต่ถามอย่างสงสัย

“เราไม่มีอะไรหรอก เราคือเผ่าปีศาจแดนบูรพา โปรดอภัยให้กับการกระทำของเรา เราก็แค่อยากคุยกับแขกผู้มีเกียรติของเรา ข้าขอถามว่าท่านเป็นหนึ่งในแขกผู้มีเกียรติของเราใช่ไหม?” บุรุษวัยกลางคนประสานมือคารวะ

“แม้ว่าข้าไม่ตั้งใจจะไป แต่ชื่อของข้าถูกระบุไว้แน่นอนแล้วนี่” เย่ว์หยางใช้ทักษะญาณทิพย์ของเขาตรวจสอบบุรุษวัยกลางคน ขณะที่ตอบอย่างช้าๆ

“ขอถามหน่อย ท่านคือคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ที่จักรพรรดิของเราให้ความสนใจที่สุดใช่ไหม? ท่านมีฝีมือเหนือล้ำคนอื่นแม้ว่ายังมีอายุเยาว์วัยมาก นับว่ายากจริงๆ ที่จะได้พบเจออัจฉริยะเยาว์วัยอย่างท่าน จักรพรรดิของเขามีราชโองการโดยเฉพาะให้เราพาตัวท่านกลับไปให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พอเห็นคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์แสดงตัวเองออกมาทำให้เรามีความสุขจริงๆ ราชทูตผู้นี้นามว่าอสูรคะนองตาทอง เจ้าเรียกข้าว่าจินจิงก็ได้ ทูตผู้นี้ขอคารวะคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์” บุรุษชุดทองสำรวจเย่ว์หยางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า สีหน้าของเขาเปลี่ยนเล็กน้อยขณะที่เขาแสดงความเคารพ

“อสูรคะนองตาทองหรือ?” เย่ว์หยางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยิน

“ท่านจินจิง ทำไมท่านต้องสุภาพกับเจ้าเด็กนี่ด้วย? ลากเจ้าเด็กนี่ไปเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับท่านไม่ใช่หรือ? แค่ข้าเล่าเฮยก็ลากเขาไปได้แล้ว” เจ้ายักษ์ชุดดำผู้ยืนอยู่ข้างๆ บุรุษชุดทองทะลุกลางปล้อง เสียงของเขากระโชกโฮกฮากเหมือนฟ้าผ่า

“ต้าเฮย, เจ้าต้องไม่เสียมารยาท” บุรุษชุดทองวัยกลางคนดุเบาๆ และคำนับเย่ว์หยางอีกครั้ง “คุณชายสามตระกูลเย่ว์ สหายผู้ใจร้อนและเจ้าอารมณ์ผู้นี้คือหัวหน้านักรบภูผาดำ คนตัวโตอีกคนหนึ่งคือน้อยชายของเขา พวกเขาทั้งสองอารมณ์ไม่ค่อยดี แต่จิตใจพวกเขาอ่อนโยน พวกเขาไม่ใช่คนที่หยาบคายก้าวร้าวแน่นอน ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะไม่หาเรื่องสู้กับใครก่อน…”

บึ้ม!

ก่อนที่บุรุษวัยกลางคนจะพูดจบ องค์ชายสือจินที่พยายามหลบหนี ถูกยักษ์คนน้องผู้ยืนอยู่ด้านซ้ายจับได้ เขาคว้าตัวไว้แน่น

ตลอดทั้งร่างขององค์ชายสือจินจมลงไปในพื้นทันที

ไม่ต้องรอให้องค์ชายสือจินดิ้นรน ยักษ์ชุดดำผู้น้องยกขาขวาขึ้นแล้วย่ำลงไปบนตัวองค์ชายสือจินที่อยู่บนพื้นอย่างแรง ขณะที่องค์ชายสือจินร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด “แมลงมนุษย์น้อยน่ารำคาญ เจ้าส่งเสียงน่ารำคาญนัก”

ผู้ชมทั้งแสนคนในสนามแข่งขันตกตะลึงกันทั้งหมด ทุกคนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าพวกเขา

แม้ว่าองค์ชายสือจินจะใช้ไม่ได้ แต่เขาก็ยังเป็นหนึ่งในสามนักรบที่แข็งแกร่งที่สุด แล้วเขาจะตายทันทีได้อย่างไร?

เรื่องที่แปลกก็คืออาคันตุกะไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ดูเหมือนจะมีสัมพันธ์กับองค์ชายสือจิน

อย่างนั้นทำไมพวกเขาจึงฆ่าองค์ชายสือจินเล่า?

*************

จบบทที่ ตอนที่ 265 – ตอนที่ 246 อสูรคะนองตาทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว