เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 259 – ตอนที่ 240 รังแกกันชัดๆ

ตอนที่ 259 – ตอนที่ 240 รังแกกันชัดๆ

ตอนที่ 259 – ตอนที่ 240 รังแกกันชัดๆ


“พละ…แพลตตินัม…อสูรรูปมนุษย์ชั้นแพลตตินัมหรือ?” ประมุขน้อยนิกายภูเขาหมอกรู้สึกเหมือนถูกอาวุธร้ายแรงตีเข้าที่ศีรษะ

อสูรระดับแพลตตินัมและระดับทองคือสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

นักรบทั่วไปอาจไม่รู้เรื่องนั้น แต่จะเป็นไปได้อย่างไรที่ประมุขน้อยนิกายภูเขาหมอกอย่างเขาจะไม่รู้เรื่องนั้น? สัตว์อสูรตัวหนึ่งมีโอกาสเกิดใหม่และกลายเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์เมื่อมันถึงระดับแพลตตินัม แม้แต่อสูรระดับสามัญ, ทองแดง, เงินและทองก็สามารถวิวัฒนาการเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้ กระบวนการจะใช้เวลาอย่างน้อยพันปีหรืออาจถึงหมื่นปี ยิ่งไปกว่านั้นไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรทั้งหมดมีศักยภาพที่จะกลายเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้ อสูรตัวหนึ่งสามารถวิวัฒนาการเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้ ถ้าเวลาและเงื่อนไขลงตัว จากนั้นอสูรที่โชคดีบางทีจำเป็นต้องได้รับการอบรมบ่มเพาะมานานหลายปีก่อนจะวิวัฒนาการเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์

การบ่มเพาะเลี้ยงที่ต้องใช้เวลายาวนานขนาดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ชีวิตนักรบชาวมนุษย์จะรอคอยกันได้

ในการเปรียบเทียบ วิวัฒนาการของอสูรระดับแพลตตินัมจะช้ากว่าอสูรสามัญเป็นร้อยเท่า และอาจเป็นสิบเท่าหรือหลายเท่าเมื่อเทียบกับอสูรชั้นทองแดง, เงินและชั้นทอง

อสูรแพลตตินัมโดยปกติแล้วจำเป็นต้องใช้เวลาหลายทศวรรตหรือเกือบร้อยปีเพื่อวิวัฒนาการให้มีลักษณะของมนุษย์

หลังจากนั้น มันจำเป็นต้องเรียนรู้และยกระดับสติปัญญาก่อนที่พวกมันจะพัฒนาไปเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์

อสูรระดับทองต้องการเวลาอย่างน้อยร้อยปี อย่างน้อยก็ 200-300 ปีเพื่อวิวัฒนาการเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นเจ้านายของมันอาจจะกลายเป็นคนแก่หง่อมรอคอยให้อสูรของเขาวิวัฒนาการจากชั้นทองไปเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ ร่างกายของพวกมันต้องการศักยภาพของเจ้าของ ดังนั้นพวกมันจึงไม่อาจวิวัฒนาการได้มากนัก

“นี่..นี่คืออสูรแพลตตินัม ร่างมนุษย์ที่มีปัญญาด้วยนี่!” หัวหน้ากรรมการตกใจลืมตัว

ในการประลองสุดยอดร้อยโรงเรียนก่อนหน้านั้นทั้งหมด นักเรียนที่มีอสูรชั้นทองหาพบได้ยาก แต่ก็มีนักเรียนที่ไม่ธรรมดามีอสูรชั้นทองอยู่ในความครอบครองของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ในฐานะเป็นผู้ตัดสินระดับคุณภาพและมีประสบการณ์ เขาไม่เคยเห็นนักเรียนผู้ครอบครองอสูรชั้นแพลตตินัมมาก่อน อย่าว่าแต่ยังเป็นอสูรร่างมนุษย์และมีสติปัญญาอันจะเป็นพื้นฐานให้กลายเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้ อสูรที่มีระดับสติปัญญาสูงอย่างนางพญากระหายเลือด แม้ว่านางจะไม่ใช่อสูรศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็คงอีกไม่นานนักที่นางจะกลายเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้

ตอนแรก หัวหน้าผู้ตัดสินคิดว่า ไป๋หวินเฟยได้ครอบครองจ้าวมังกรทอง อสูรทองระดับ 7 ก็ถือว่าเข้มแข็งเกินกว่าใครจะเปรียบได้

แต่เขาก็ไม่มีทางเทียบได้กับนักเรียนไตตันผู้ครอบครองนางพญากระหายเลือด อสูรแพลตตินัมได้เลย

อสูรอย่างจ้าวมังกรทองน่ะหรือ?

นางพญากระหายเลือดเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ อสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับแพลตตินัม

หัวหน้ากรรมการประหลาดใจอย่างมากขณะมองดูอสูรลึกลับอีกตนหนึ่งที่ยังซ่อนตัวอยู่ภายในผ้าคลุม อสูรนี่ก็ยังเป็นอสูรร่างมนุษย์อีกเช่นกัน หมายความว่านักเรียนไตตันมีอสูรศักดิ์สิทธิ์ถึงสองตนเชียวหรือ?

ผู้ชมทั้งแสนคนในสนามชิงแชมป์เงียบอยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่พวกเขาจะมีอาการตอบสนองได้ในที่สุด

ผู้ชมบางส่วนส่งเสียงเชียร์อย่างตื่นเต้นทันที และผู้ชมอีกมากก็เชียร์ตาม เสียงเชียร์เป็นเหมือนกับคลื่นสึนามิลูกใหญ่ที่สามารถกลืนสนามชิงแชมป์ได้ทั้งสนาม ผู้ชมทั้งหมดลุกขึ้นยืนเพื่อจะได้เห็นเวทีต่อสู้ได้ถนัด ทุกคนจับตาดูที่นางพญากระหายเลือด คนนับจำนวนไม่ถ้วนต้องการมองหาสัญลักษณ์ที่พิสูจน์ว่านางไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็นมนุษย์ แต่แล้วแม้แต่คนที่ช่างสงสัยเป็นที่สุดก็ยังต้องผิดหวังจนได้ ทั้งนี้เป็นเพราะพวกเขาสามารถเห็นได้ว่าที่หน้าผากของนางพญากระหายเลือด อสูรแพลตตินัมผู้มีดวงหน้างดงามทรงเสน่ห์ มีลวดลายเล็กๆ เป็นสัญลักษณ์ว่านางเป็นอสูรที่ทำสัญญาแล้ว นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่อสูรจะพึงมี มนุษย์ไม่มีลวดลายอย่างนั้นบนหน้าผากตนเอง เพราะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่สามารถทำสัญญาแบบนี้กับมนุษย์อีกคนหนึ่งได้

“กรรรร!” ไป๋หวินเฟยรู้สึกเหมือนคลื่นริษยากำลังระเบิดออกมาจากหัวใจของเขา

ความรู้สึกชนิดนี้เป็นเหมือนกับว่า เขาเป็นขอทานที่อดอยากมานานถึงสามวัน หิวจัดจนท้องร้องด้วยความหิวโหยและดวงตาของเขากลับกลายเป็นมืดมัวในยามที่ตนเองมองเห็นชายผู้มั่งมีกำลังบริโภคอาหารเลิศรสอยู่ตรงหน้าเขา

ความรู้สึกที่ระเบิดออกมาจากหัวใจไม่ใช่แค่เพียงความริษยาเท่านั้น แต่ยังเป็นความเกลียดชังล้วนๆ ความริษยาที่ต้องการจะทำลายครอบงำจิตใจเขาทั้งหมด เขาไม่อาจทนต่อความรู้สึกเหมือนคนตกจากสวรรค์ลงสู่นรก ไป๋หวินเฟยรู้สึกว่าผู้ชมทั้งหมดเริ่มจะเยาะเย้ยเขา ทั้งนี้เป็นเพราะทัศนคติของเขาที่ผ่านมาเป็นเหมือนกบที่อยู่ก้นบ่อแหงนมองท้องฟ้าและรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจกับตัวเอง

มีทางเดียวที่จะกำจัดความรู้สึกแบบนั้นได้ก็คือทำลายเย่ว์หยาง!

กำจัดศัตรูผู้นี้ไปตลอดกาล!

หลังจากนั้นเขาก็จะกลายเป็นนักสู้ผู้แข็งแกร่งที่สุดในทวีปมังกรทะยานอย่างแท้จริง

พอไป๋หวินเฟยออกคำสั่ง จ้าวมังกรทองกางปีกแล้วทะยานขึ้นไปในก้อนเมฆ

มันใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดจากพลังความเร็วในการบินของมันและพลังทำลายล้างของไฟมังกรพ่นทำลายเย่ว์หยางและนางพญากระหายเลือดผู้เป็นดุจมีดแทงใจของไป๋หวินเฟย ไป๋หวินเฟยคิดว่า ทำไมอสูรที่งดงามและฉลาดอย่างนี้ถึงได้เป็นของคนอื่น? เนื่องจากเจ้าไม่ใช่ของข้า เจ้าก็ไม่มีทางเป็นของคนอื่นด้วย ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้

ผึ้งเพชฌฆาตทองบินด้วยความเร็วดุจประกายไฟพุ่งเข้าหานางพญากระหายเลือด “หง” เผยให้เห็นเหล็กในของมันในเศษเสี้ยววินาที

ตราบใดที่มันสามารถแทงเข้าร่างนางพญากระหายเลือดได้สักครั้ง อสูรสาวแสนสวยจะกลายเป็นศพทันที

ตายเสียเถอะ หวังว่าเจ้าคงยังจะสวยอยู่ได้นะ ถ้าเจ้าตาย

ไป๋หวินเฟยมองดูหน้านางพญาหงพลางกำหมัดแน่น หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังลึกจนถึงกระดูก ถ้าอสูรแสนสวยนี้เป็นของเขาแต่เพียงคนเดียว อย่างนั้นเขาจะหวงแหนนางตลอดไป แต่ในเมื่อนางไม่ได้เป็นของๆ เขา ดังนั้นนางต้องตาย… ความรู้สึกที่เขามีในตอนนี้ทำให้ไป๋หวินเฟยคิดถึงเมื่อตอนที่เขายังเป็นเด็ก บิดาเขาพาเขาไปยังปราสาทแก้วทะเลตะวันออก แล้วเขาได้เห็นแจกันแก้วผลึกที่มีค่ามากที่นั่น เมื่อเขาคิดเรื่องที่ปราสาทแก้วทะเลตะวันออกปฏิเสธที่จะให้แจกันที่มีค่ากับเขา ทั้งหมดที่เขาทำก็คือลอบผลักแจกันที่มีค่านั้นจนตกลงกับพื้นแตกเป็นเสี่ยงๆ

นี่คือสิ่งที่เขาต้องการทำเช่นกัน

ไป๋หวินเฟยขบกราม ขณะที่รอยเส้นเลือดปรากฏอยู่ในตาเขาทำให้ตาเขาเหมือนเปล่งประกายสีแดง แสดงถึงความเกลียดชังออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ

“วี้ดดดดดดด!”

เสียงกรีดร้องแหลมชัดสั่นสะท้านวิญญาณของผู้ที่นั่งชมในสนามชิงแชมป์ คลื่นเสียงที่ถูกปล่อยออกมาโดยนางพญาหง กระจายออกมารอบๆ ตัวนางราวกับมีรูปลักษณ์ ทุกคนรู้สึกเหมือนกับจะหน้ามืด ผู้ชมที่มองดูจากที่ไกลรู้สึกเหมือนหูอื้อขณะที่คนที่อยู่ใกล้ๆ ถัดออกไปรู้สึกเหมือนถูกค้อนทุบที่ศีรษะ

คลื่นเสียงหวีดร้องที่น่ากลัวเช่นนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะหลบเลี่ยง มันสามารถสั่นสะท้านวิญญาณคนได้โดยเฉพาะ

ในชั่วเศษเสี้ยวของวินาทีเมื่อผึ้งทองเพชฌฆาตกำลังจะใช้เหล็กในพิษต่อยใส่นางพญากระหายเลือด นางหายตัววับไปทันที ไปปรากฏตัวอีกครั้งที่ศีรษะของจ้าวมังกรทอง

แรงกดดันของจ้าวมังกรทองในฐานะที่เป็นเผ่าพันธุ์มังกรและเป็นจ้าวอสูรไม่มีผลต่อนางแม้แต่น้อย นางพญาหงก็เป็นจ้าวอสูรด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้นางเป็นอสูรชั้นแพลตตินัม ดังนั้นแค่ระดับชั้นนางก็ชนะได้ทั้งหมด ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าจ้าวมังกรทองเป็นอสูรทองระดับ 7 ไปแล้ว นางพญาหงก็คงใช้แรงกดดันของนางกดดันมันได้บ้าง เผ่าพันธุ์มังกรถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวมากสำหรับอสูรทั่วไป แต่สำหรับนางพญากระหายเลือดผู้มีปัญญา ความคงอยู่ของมันก็แค่เหมือนกับจิ้งเหลนตัวใหญ่ที่พ่นไฟได้เท่านั้น มันไม่ใช่ศัตรูที่น่ากลัว มันเป็นศัตรูที่ต้องถูกฆ่า

มีดทองฆ่ามังกรในมือนางพญาหงเป็นอาวุธพิฆาตที่เตรียมเอาไว้แค่จัดการอสูรอย่างจ้าวมังกรทอง

คลื่นเสียงที่นางพญาหงปล่อยต่อหน้าผึ้งทองเพชฌฆาตยังส่งมาถึงหัวของจ้าวมังกรทองในชั่วเสี้ยววินาทีอีกด้วย

เมื่อจ้าวมังกรทองหันหัวมาพ่นไฟใส่นางพญาหง มันกลายเป็นอัมพาตจากคลื่นเสียงของนางพญาหงไปแล้ว ในช่วงเวลานี้มีดทองฆ่ามังกรได้ฟันขวางใส่ดวงตาจ้าวมังกรทอง.. แม้ว่าจ้าวมังกรทองจะทนต่อคมหอกคมดาบ แต่ก็ไม่สามารถทนต่อความคมของมีดทองฆ่ามังกรได้ รอยแผลสดปรากฏอยู่บนนัยน์ตาของมัน

จ้าวมังกรทองมีปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณของมัน มันบิดตัวอย่างบ้าคลั่งเพื่อหลบหลีกการโจมตีดุเดือดของศัตรูของมัน ขณะเดียวกัน ปีกมังกรยักษ์ก็กวาดใส่ร่างบอบบางของนางพญาหงอย่างดุดัน

ปีกมังกรทรงพลังอย่างมาก ไม่มีใครช่วยใครได้ถ้าหากโดนมันฟาดใส่

แม้ว่ามันจะฟาดใส่ไม่ถูก แต่ปีกมังกรก็ยังสามารถสร้างแรงลมจนพัดศัตรูกระเด็นออกไปก็ได้

ปีกแพลตตินัมของนางพญาหงบนหลังนางพญาหงกางออกขณะที่นางบินขึ้นไปบนท้องฟ้าและหลบปีกของจ้าวมังกรทองที่โจมตีเข้าใส่นาง จากนั้นนางบิดร่างกลางอากาศและบินไล่ตามมังกรทองที่กำลังบินเข้าหาเจ้านายของนาง นางใช้มีดในมือนางฟันไขว้เป็นรูปกากบาท เกล็ดมังกรที่มีความแข็งเหมือนโล่แตกกระจายเป็นชิ้น รอยแผลรูปกากบาทปรากฏอยู่บนคอของมังกร รอยหนึ่งจะลึกกว่าอีกรอย

เลือดมังกรหยอดกระเซ็นจากอากาศลงสู่พื้น

บนเวที ส่วนที่คอดกิ่วของผึ้งทองเพชฌฆาตตรงที่เชื่อมต่อหน้าอกกับท้องได้แยกออกจากกันทันที โดยอกของมันแยกออกมาจากส่วนท้อง

ท้องของมันยังคงพุ่งตรงเข้ามาจากแรงเหวี่ยงของความเร็ว แต่อกและหัวของมันยังลอยอยู่ในอากาศ

จ้าวมังกรทองที่อยู่ในอากาศปล่อยพลังลมรุนแรง ขณะที่มันกลับไปอยู่ข้างๆ ตัวของเจ้านายมัน

นางพญากระหายเลือดก็กลับมาข้างหลังเย่ว์หยาง โดยไม่ได้รับอันตรายแม้แต่เพียงขนปีก มีความรู้สึกเทิดทูนเจ้านายอยู่เต็มดวงหน้าที่งดงามและทรงเสน่ห์ของนาง ทำให้คนอื่นๆ รู้สึกอิจฉาแทบคลั่ง นางทั้งฉลาดและแข็งแกร่ง ได้รับการปฏิบัติและความรักจากเจ้านายของนางเหมือนกับเป็นราชินี ใครจะคิดกันว่าความจริงนางกลับนอบน้อมยำเกรงอยู่ต่อหน้าเย่ว์หยาง คุกเข่าข้างหนึ่งแสดงความเคารพ

นี่…นี่ทำให้ทุกคนอยากจะกระอักเลือดเสียจริงๆ

ส่วนท้องของผึ้งทองเพชฌฆาตไม่อาจต่อยถูกเป้าหมายได้ มันตกลงอยู่ต่อหน้าคนคลุมหน้าลึกลับคนที่สอง

อสูรร่างมนุษย์ลึกลับตนที่สองที่ยังปกปิดตัวเองอยู่ภายใต้ผ้าคลุมก็เปิดเผยตัวทันทีเผยให้เห็นขาที่แทบจะเหมือนมนุษย์ แต่ใต้เข่าลงมาเป็นขาวัว ด้วยแรงย่ำเพียงครั้งเดียว ส่วนท้องของผึ้งทองเพชรฆาตก็กลายเป็นเลือดเนื้อเลอะเลือน…

บึ้ม!

แรงย่ำนั้นทำให้เกิดแรงสะเทือนไปทั้งเวที

คลื่นกระแทกที่มองไม่เห็นกระจายออกไปทั่วทั้งสนาม ผู้ชมที่นั่งอยู่ห่างออกไปร้อยเมตรรู้สึกเวียนหัวและคลื่นไส้

ผึ้งเพชฌฆาตนั้นพอสูญเสียท้องของมันไปก็ควบคุมตนเองไม่ได้โดยสิ้นเชิง มันร้องขู่อย่างบ้าคลั่งและบินเข้าโจมตีใส่อสูรร่างมนุษย์ลึกลับผู้นั้น แต่ก่อนที่มันจะได้อ้าปากกัด ทันใดนั้นผู้ชมทุกคนสามารถเห็นได้ชัดว่าอสูรร่างมนุษย์ลึกลับนั้นที่อยู่ปิดบังตัวอยู่ภายในผ้าคลุมนั้น ได้พ่นเปลวไฟสีทองออกมาจากปากและจมูก

นัยน์ตาของอสูรร่างมนุษย์ลึกลับที่ซ่อนอยู่ในผ้าคลุมเปล่งประกายสว่างขึ้นทันที

แม้แต่พวกที่นั่งอยู่เบื้องหลังอสูรร่างมนุษย์ลึกลับยังรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนจ้องมองเขาอยู่ มีความรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขาถูกทิ่มแทงหัวใจอย่างโหดอำมหิต

ผู้ชมที่มองเห็นแสงสว่างวาบขึ้นทุกคนเริ่มสั่นอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้ มันเหมือนกับว่าเงาแห่งความตายปรากฏอยู่ต่อหน้าพวกเขา

โชคดีที่เป้าหมายของการจ้องดูครั้งนี้คือผึ้งทองเพชรฆาตที่บ้าคลั่งควบคุมตนไม่ได้

ทั้งสนามถูกความเงียบปกคลุม

ตอนนี้ทุกคนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว

ความจริงผึ้งทองเพชฌฆาตตายในวินาทีต่อมา มันพยายามดิ้นรนกระพือปีกแล้วจากนั้นก็หยุดทันที และผึ้งทองเพชฌฆาตที่มีแต่หัวและอกก็ร่วงลงพื้นทันที ไป๋หวินเฟยไม่อาจยกเลิกการอัญเชิญได้ทันเวลา และในที่สุดผึ้งทองเพชฌฆาตก็ตาย

“สวรรค์ช่วย, นั่นมันเนตรประหาร! เป็นเนตรประหารของกระทิงป่า!” นักรบผู้คุ้นเคยกับความสามารถของสัตว์อสูรยังทำอะไรไม่ถูกได้แต่ตะโกนออกมา

เนตรประหาร ทันทีที่มันถูกปล่อยออกมา มันก็กลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

จะต้องมีการตายทันทีด้วยการจ้องดูเพียงครั้งเดียว

แน่นอนว่าโดยทั่วไปแล้ว มีเพียงอสูรที่อ่อนแอกว่าจะตายจากเนตรประหารของกระทิงป่า สำหรับอสูรระดับทอง แม้ว่าเนตรประหารจะถูกปล่อยออกไป บางทีมันอาจจะไม่ตาย บางทีวิญญาณของมันอาจแค่ได้รับบาดเจ็บ แต่มันจะไม่ถูกทำลาย แต่ตอนนี้กระทิงป่ามีร่างเกือบเหมือนมนุษย์ยังฆ่าผึ้งทองเพชรฆาต อสูรทองระดับ 5 ได้ด้วยหรือ?

“นี่มันเป็นไปไม่ได้..” หน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของไป๋หวินเฟยก่อนหน้านี้ กลับกลายเป็นเหมือนไร้ชีวิต

เขาไม่อาจจะเชื่อความจริงที่เห็นอยู่ต่อหน้าต่อตาเขาได้เลย จ้าวมังกรทองของเขาก็ไม่สามารถตอบโต้ได้ขณะที่ผึ้งทองเพชฌฆาตของเขาถูกฆ่าทันที เรื่องอย่างนี้เป็นไปได้อย่างไร?

ไป๋หวินเฟยตะโกนเสียงดังลั่น “ไม่” ก่อนที่เย่ว์หยางและนางพญากระหายเลือดจะก้าวมาอีกก้าว ทันใดนั้นไป๋หวินเฟยเรียกคัมภีร์ทองและเรียกอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาออกมาโดยไม่คำนึงอะไรอีกต่อไป ความต้องการของเขาก็คือเอาชนะศัตรูด้วยจำนวนอสูรที่มากกว่า… อสรพิษโลหะอสูรเงินระดับ 7, อินทรีสายฟ้าอสูรเงินระดับ 7 เสือดาวสายฟ้าตาม่วงอสูรเงินระดับ 6 และตะกวดศิลาอสูรทองแดงระดับ 8 ออกมาทีละตัวๆ

สุดท้ายไป๋หวินเฟยยังเรียกอสูรพิทักษ์สายเสริมพลัง อสูรทองระดับ 6 ก็คือมังกร(จีน)หางดำ และได้ผสานเข้ากับร่างของตนกลายเป็นเกราะมังกรเพื่อเพิ่มพลังต่อสู้

“เจ้าพยายามจะท้าแข่งในเรื่องของจำนวนหรือ?” เสียงของเย่ว์หยางยังคงราบเรียบไม่มีใครเดาออกว่าน้ำเสียงเขาเยาะเย้ยหรือไม่ใส่ใจกันแน่

อย่างไรก็ตาม หลังจากเย่ว์หยางโบกมือ อสูรร่างมนุษย์ที่คลุมตัวลึกลับก็เผยให้เห็นศีรษะของเมดูซ่าที่เต็มไปด้วยงูซึ่งทั้งหมดนั้นมีเปลวไฟลุกไหม้

เมดูซาถือธนูทองอยู่ในมือตรงเข้ามาหาเย่ว์หยาง ในทำนองเดียวกัน นางโค้งคารวะเย่ว์หยางเหมือนกับที่นางพญากระหายเลือดทำ ผู้ชมปากอ้าตาค้างด้วยความประหลาดใจ ยังมีอสูรร่างมนุษย์ปกปิดตัวอยู่ในผ้าคลุมอีกตนหนึ่งหรือนี่?

และแล้วผู้ชมก็ล้มระเนระนาดกับพื้นอีกครั้ง

ทั้งนี้เป็นเพราะพวกเขาเห็นนางเงือกผมทองงดงามปานจะล่มเมือง อยู่ในชุดคลุมกำลังเข้ามามือถือของประหลาดที่ดูคล้ายหอยสังข์

ยังมีอสูรซ่อนตัวอยู่ในผ้าคลุมอีกมากเท่าไหร่กันนี่? เมื่ออสูรตนที่สามนาคาสายฟ้าออกมาจากผ้าคลุม คราวนี้ผู้ชมทั้งหมดแทบจะกระอักเลือดทันที

นี่… มันจะเป็นการแข่งขันได้อย่างไร? นี่มันข่มเหงกันชัดๆ!

***************

จบบทที่ ตอนที่ 259 – ตอนที่ 240 รังแกกันชัดๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว