เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 195 – ตอนที่ 185 ข้าจะมอบความตายให้เจ้า P1

ตอนที่ 195 – ตอนที่ 185 ข้าจะมอบความตายให้เจ้า P1

ตอนที่ 195 – ตอนที่ 185 ข้าจะมอบความตายให้เจ้า P1


“รอเดี๋ยว! พวกเจ้าก็อยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!” อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าปรากฏตัวกะทันหันในที่ไม่ห่างกัน พลางตะโกนลั่น “พวกเจ้าทำให้ข้าวิ่งวุ่นตามหาไปทั่ว…”

“เร็วเข้า รีบมาช่วยเรา เราจะไปช่วยแม่สี่!” เย่ว์หยางตะโกนลั่น และวิ่งเข้าไปหาอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าคว้าแขนของเขา ก่อนที่จะลากเขาตรงไปที่ประตูเทเลพอร์ต

“จะ..เจ้าโง่! ปล่อยข้านะ! เราพบแม่สี่ของเจ้าแล้ว! เจ้าจะไปช่วยแม่สี่ของเจ้าโดยแบกน้องสาวขึ้นหลังไปเหรอ? เจ้าทำเรื่องเหลวไหลอะไรอยู่นี่?” อาจารย์จิ้งจอกเฒ่ารีบมาฉุดรั้งเย่ว์หยางไว้ เย่วหยางและเย่ว์ปิงทั้งคู่ตะลึงเมื่อได้ยินเขาพูด แม่สี่ได้รับการช่วยเหลือแล้วหรือ? เป็นไปได้หรือว่าอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าไปช่วยแม่สี่และพานางกลับมา? เขารู้ได้อย่างไรว่าแม่สี่และเด็กหญิงถูกลักพาตัว?

“เหลวไหล!, ถ้าข้าปล่อยเย่ว์ปิงไว้ตามลำพัง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าศัตรูยังคงวนเวียนอยู่และตัดสินใจทำร้ายนาง? ท่านเองก็ยังไม่อยู่ที่นี่ ปล่อยนางไว้ที่นี่ตามลำพังแล้วข้าจะวางใจได้อย่างไร?!” เย่ว์หยางไม่คิดว่าการปล่อยเย่ว์ปิงไว้ในที่นี้ตามลำพังจะเป็นความคิดที่ดี แม้ว่าเขาอาจจะไม่สะดวกบ้างที่จะแบกนางไปช่วยแม่สี่ในขณะเดียวกัน แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยนางไว้ตามลำพัง

ถ้าเขาปล่อยเย่ว์ปิงไว้ตามลำพัง นางจะเจอเรื่องน่ากลัวและไม่ปลอดภัยขนาดไหน? บางทีนางอาจคิดมากจนเป็นบ้าก็ได้

นางจะตกเป็นเป้าหมายให้ศัตรูโจมตีได้ง่าย.. ไม่ว่าเย่ว์หยางต้องเหนื่อยขนาดไหน, เขาก็จะไม่ทอดทิ้งน้องสาวของเขา สำหรับข่าวของอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าเรื่องแม่สี่ ถ้านางได้รับการช่วยเหลือจริง นั่นเป็นข่าวที่ดีที่สุดที่เคยได้ยินมา

เย่ว์หยางและเย่ว์ปิงไม่ได้ถามรายละเอียดการช่วยเหลือมากนัก ขณะที่พวกเขายินดีขึ้นมาทันทีต่างก็ร่าเริงกอดกันและกัน

หลังจากยืนยันข่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับอาจารย์จิ้งจอกเฒ่า ในที่สุดเย่ว์หยางก็เชื่อว่าอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าไม่ได้โกหกเขา ทันใดนั้นทั้งร่างของเขาก็ถูกความอ่อนเพลียเข้ามาแทนที่

เขาไม่ได้ทำอะไรเลย กลายเป็นว่าเขาวิ่งวุ่นวนไปมาตลอดทั้งวัน

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แม่สี่ก็ได้รับการช่วยเหลือจนได้

อย่างไรก็ตาม อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าไม่ได้อ้างเอาเครดิตเป็นของตนเอง เขาโบกมือพัลวันพูดว่า “ข้าไม่ใช่คนช่วยนางออกมา แต่เป็นฝ่าบาทและท่านแม่ทัพไห่นำกลุ่มทหารไปช่วยนางเป็นการส่วนตัว เมื่อข้าได้ยินข่าว แม่สี่ของเขาก็ได้รับการช่วยเหลือมาแล้ว ข้าเพียงรับหน้าที่ตามหาเจ้าทั้งสองคน ตัวการที่พยายามจะปล้นแม่สี่ของเจ้าคือบริวารของราชันย์พันปีศาจ พลังของพวกมันแข็งแกร่งมาก แม้แต่แม่ทัพไห่และขุนพลเฟิงขวงยังได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โชคดีที่ทั้งสองคนยังปลอดภัย ไปกันเถอะ แม่สี่ของพวกเจ้ากำลังรอพวกเจ้าทั้งคู่อยู่ ตอนนี้ สถานการณ์อันตรายจริงๆ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะความช่วยเหลือด้วยทักษะธรรมชาติเปิดเผยของท่านมหาอำมาตย์ช่วยแม่สี่ของเจ้าไว้ล่ะก็ แผนการของราชันย์พันปีศาจอาจเป็นไปโดยราบรื่น ใครกันจะคิดว่าพลังของราชันย์พันปีศาจจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้”

พอพูดถึงราชันย์พันปีศาจแล้ว สีหน้าของอาจารย์จิ้งจอกเฒ่ากลายเป็นเคร่งเครียด

“ท่านปู่กับขุนพลเฟิงขวงได้รับบาดเจ็บหรือ? ราชันย์พันปีศาจเป็นคนแบบไหนกันแน่?” เย่ว์ปิงตกใจ

ในทวีปมังกรทะยาน แม้ว่าผู้เฒ่าเย่ว์ไห่จะเป็นนักสู้ระดับ 6 ชั้นสูง แต่ก็ไม่ใช่นักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ชื่อเสียงของเขาในการศึกนั้นยอดเยี่ยมมาก เขานำกลุ่มทหาร 500 นายเข้าต่อสู้กับทหาร 200,000 คนและป้องกันกำแพงเมืองซึ่งตั้งอยู่ใกล้หน้าผาไว้ได้ตลอดเวลานานหนึ่งเดือน แม้ว่าแม่ทัพไห่จะได้ปราการป้องกันโดยธรรมชาติช่วยปกป้องเมืองไว้ แต่ความสำเร็จในการป้องกันเมืองแบบยอมตาย ก็คือสิ่งที่แม่ทัพหรือขุนพลคนอื่นๆ ไม่อาจหวังว่าจะทำได้ แต่เป็นเพราะการศึกครั้งนี้เอง ผู้เฒ่าไห่จึงได้รับสมญานามว่า “บุรุษเหล็กเย่ว์” “กำแพงเหล็กเย่ว์”

การศึกครั้งนั้นทำให้ชื่อเสียงของผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ขจรขจายไป

และจากการศึกครั้งนั้น ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ต้องสูญเสียแขนไปข้างหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ ไม่ได้ถอนตัวจากการสู้รบหลังจากต้องพิการจากสงคราม แต่เขากลับแสดงให้เห็นถึงความสามารถและทักษะพิเศษ แข็งแกร่งขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นตามเวลา สงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งเดียวของเขาจะไม่สิ้นสุดจนกระทั่งทหารของเขาเอาชนะศึกได้ถึงพันครั้ง พวกเขาเข้าไปต่อสู้ในแดนปีศาจ แต่ก็เป็นที่ๆพวกเขาจำต้องถอนกำลังกลับ เพราะความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงในด้านกำลัง ทหารของเขาไม่ค่อยพ่ายแพ้ เขาเป็นผู้น่าเชื่อถือที่สุดในอาณาจักรต้าเซี่ย เป็นแม่ทัพใหญ่ที่เหมือนกับเทพสงคราม

สำหรับเฟิงขวง ไม่จำเป็นต้องยืนยันความแข็งแกร่งของเขา แม้ว่าทหารของเขายังไม่มีพลังทัดเทียมพอๆ กับผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ แต่พลังของเขาอยู่ในระดับไม่มากไม่น้อยกว่าผู้เฒ่าเย่ว์ไห่

แค่ได้ยินฉายาว่า “พันกระดูกผุ” ผู้คนก็จะรู้ได้ว่าเฟิงขวงเป็นคนแบบไหน

จำนวนของศัตรูที่เสียชีวิตภายใต้พลังสังหารของเขาไม่ว่าจะเป็นทหารจากทวีปมังกรทะยานหรือปีศาจและสัตว์ประหลาดจากแดนปีศาจมีจำนวนเกินพัน

นั่นคือสาเหตุที่เขาได้รับขนานนามว่า พันกระดูกผุ จากคนทั่วไป

แม้กับผู้เฒ่าเย่ว์ไห่, ขุนพลเฟิงขวงและจุนอู๋โหย่วฮ่องเต้ร่วมมือกันต่อสู้ศัตรู พวกเขาก็ยังได้รับบาดเจ็บถึงสองคน เป็นที่ชัดเจนว่าพลังของศัตรูน่ากลัวอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางและเย่ว์ปิงไม่เคยได้ยินชื่อราชันย์พันปีศาจมาก่อน เขาเป็นใครกันแน่? เป็นเจ้าปีศาจในแดนปีศาจหรือ? หรือว่าเป็นราชาพ่อมดปีศาจ หรือเป็นฉายาของนักสู้ชาวมนุษย์? หรือว่าเป็นราชาของอาณาจักรเล็กๆ?

เมื่อเย่ว์หยางคิดเรื่องนี้ หน้าผากของเขาก็ย่นขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขาสังเกตเห็นสีหน้าของอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าได้ว่าเคร่งเครียดขนาดไหน มันทำให้เย่ว์หยางสั่นเล็กน้อย แม้ว่าอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าคิดว่าเขาเป็นคนน่ากลัวมาก แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จัดการได้ง่าย

“ราชันย์พันปีศาจ คือปีศาจที่น่ากลัวมากตนหนึ่ง มันโหดร้ายมาก การฆ่าเหมือนกับจะเป็นนิสัยที่สองของมัน ยิ่งไปกว่านั้น มันยังได้รับการฝึกทักษะมาหลากหลาย เมื่อสามพันปีที่แล้ว เนื่องจากความโหดร้ายที่เขามีต่อมนุษย์ เขาถูกนักสู้ชาวมนุษย์ในอดีตผนึกเอาไว้ อย่างไรก็ตาม สาวกผู้ภักดีต่อเขายังคงแน่วแน่ติดตามเขามาตลอด ขณะนี้ก็เริ่มสะสมความแข็งแกร่งทีละนิดทีละนิด ผ่านมารุ่นแล้วรุ่นแล่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อพวกเขารู้สึกว่าพวกเขามั่นใจมากพอกับความสามารถของพวกเขาที่จะทำลายผนึกราชันย์พันอสูร พวกเขาจึงต่อต้านและเข้าโจมตีพวกเรา อย่างน้อยมีสงครามนองเลือดระหว่างมนุษย์กับสาวกบริวารเหล่านี้ผู้ต้องการช่วยเหลือราชันย์พันปีศาจในหลายร้อยปี หรือมากกว่านั้น คนในครอบครัวของสาวกของราชันย์พันปีศาจที่ตายในการต่อสู้เหล่านี้ได้ร่วมมือกับแดนปีศาจและสร้างสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับวังปีศาจ พวกเขามีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งมาก เป็นเรื่องยากมากที่จะกำจัดพวกเขาแบบขุดรากถอนโคน ยิ่งไปกว่านั้น อาจกล่าวได้ว่าพวกเขาได้สร้างนักสู้ปราณก่อกำเนิดคนหนึ่งไว้แล้ว และพวกเขาก็ปกปิดซ่อนความแข็งแกร่งของพวกเขาไว้อย่างดี ในร้อยปีล่าสุด พวกเขาเริ่มสร้างปัญหากวนใจเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของพวกเขา แต่ล้มเหลว ตอนนี้ ดูเหมือนว่าพวกเขาเริ่มจะก่อความวุ่นวายอีกครั้ง ถ้าสาวกผู้แข็งแกร่งนี้สามารถเปิด”บันไดสวรรค์“และหา”ผลึกฟื้นสวรรค์“ได้พวกเขาจะทำลายผนึกขังราชันย์พันปีศาจได้สำเร็จ ถ้าพวกเขาคืนชีพให้ราชันย์พันอสูรได้สำเร็จ โลกนี้อาจจะเปลี่ยนไปเป็นนรกที่เต็มไปด้วยเปลวไฟและแม่น้ำโลหิต”

เมื่ออาจารย์จิ้งจอกเฒ่าอธิบายเรื่องนี้ เขามองดูเย่ว์ปิงโดยไม่ได้ตั้งใจ

เย่ว์หยางสับสนเล็กน้อย อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าไม่ได้อธิบายว่าทำไมสาวกของราชันย์พันปีศาจถึงต้องการลักพาตัวแม่สี่ เขากลับมองเย่ว์ปิงด้วยสายตาแบบนั้นแทน เกิดอะไรขึ้น?

เป็นไปได้หรือว่าแม่สี่จะเกี่ยวข้องกับผนึกและการคืนชีพของราชันย์พันปีศาจ

การเทเลพอร์ตทำโดยผ่านเข้าไปทางประตูเทเลพอร์ตของอาจารย์จิ้งจอกเฒ่า เย่ว์หยางและเย่ว์ปิงมาถึงที่ท้องพระโรงวังหลวงและเห็นแม่สี่เพิ่งได้รับการช่วยเหลือกลับมา

แม่สี่ดูเหมือนว่ายังมีความกลัวหลงเหลืออยู่ สีหน้าของนางซีดขาวเหมือนคนตาย นางอยู่ในชุดบัณฑิตของจุนอู๋โหย่วฮ่องเต้ มือและเท้าเปลือย เผยให้เห็นร่างอวบเล็กน้อย เห็นชัดว่านางเปลือยกายอยู่ภายในชุดนั้น อาจเป็นได้ว่านางถูกพวกนอกรีตพวกนั้นเอาเปรียบมาหรือ? ใจของเย่ว์หยางรับรู้ได้ทันที และรู้สึกเสียใจอย่างมาก แม่สี่วิ่งตรงมาหาเย่ว์ปิงและกอดลูกสาวนางไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะร้องออกไห้มาดังๆ

“แม่!” เย่ว์ปิงรีบกอดมารดานางทันที พลางร้องไห้เหมือนกับว่าเป็นวาระสุดท้ายของโลก “แม่!” เย่ว์ปิงกอดมารดาแน่น ร้องไห้จนแทบไม่ได้หายใจ

“โอว!” ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ไม่สามารถทำอะไร ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เขาเบือนหน้าไปอีกทาง ไม่สามารถทนดูภาพนั้นได้

“โชคดีที่เราช่วยนางทันเวลา มิฉะนั้น ผลที่ตามมาคงจะคาดไม่ถึง หลานเย่ว์หยาง นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า มันเป็นความผิดของพวกเราที่ละเลยหน้าที่เรา บริวารของราชันย์พันปีศาจเจ้าเล่ห์กันมากทุกคน พวกเขาวางสายลับไว้ในตระกูลเย่ว์ เมื่อเราตระหนักว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ พวกมันก็เคลื่อนไหวกันแล้ว” เนื่องจากผลงานของเย่ว์หยางที่จับผู้อาวุโสเทียนเจิ้นตัวปลอมได้ในสถานพยาบาล ขุนพลเฟิงขวงมีความประทับใจที่ดีต่อเย่ว์หยาง ขุนพลเฟิงขวงที่ปกติไม่ค่อยพูดเอง เริ่มจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้เย่ว์หยางฟัง “สตรีในร้านขายเหล้าอยู่ฝ่ายเจ้าใช่ไหม? พวกนางเฉียบแหลมมาก พวกนางขยับเคลื่อนไหวทันทีที่ได้รับทราบข่าว พวกนางเป็นผู้ช่วยให้แม่สี่หลบหนี ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนาง แม่สี่ของเจ้าบางทีคงเสียชีวิตไปแล้วตอนนี้…”

“พวกเจ้าควรจะพักอยู่วังหลวงสักระยะก่อน ข้ายังไม่รู้เรื่องอื่น แต่อยู่ในวังยังปลอดภัยกว่าแน่นอน” เย่ว์หยางรู้ว่าจุนอู๋โหย่วฮ่องเต้เป็นกษัตริย์ที่ไม่ธรรมดา แต่เขาไม่เคยคิดว่า พระองค์จะออกนอกวังไปเพื่อไล่ล่าคนร้ายและช่วยแม่สี่กลับมา ความประทับใจในฮ่องเต้พระองค์นี้กลับกลายเป็นดีขึ้น

ชายชราผมขาวอุ้มเด็กหญิงเข้ามาทันที เด็กหญิงยังร้องไห้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เธอเห็นเย่ว์หยาง เธอรีบโดดลงพื้นและโผเข้าหาอ้อมอกเย่ว์หยางทันที

ไม่ใช่เรื่องดีเมื่อเด็กหญิงร้องไห้ เธอร้องไห้สุดเสียงเท่าที่เธอจะทำได้โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เธอต่างจากแม่สี่และเย่ว์ปิงที่กอดกันและกันเช็ดน้ำตาอยู่เงียบๆ เธอกลับร้องไห้เสียงดังเท่าที่จะดังได้ โดยเฉพาะเมื่อเธอเห็นเย่ว์หยาง เสียงร้องของเธอแทบจะทำให้ท้องพระโรงพังราบ เธอร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัวโดยไม่คำนึงสิ่งใดทั้งสิ้น

“อย่าร้องเลยนะ, อย่าร้อง, เป็นเด็กดีนะ อย่าร้อง…” เย่ว์หยางรีบปลอบเธอ

“ซวงเอ๋อลูกแม่, รีบมานี่เร็ว ให้แม่กอดลูกด้วย!” แม่สี่รีบคลายกอดเย่ว์ปิงและเดินมาหาเด็กหญิงต้องการจะกอดเด็กหญิง

“พี่เสี่ยวซาน, พี่เสี่ยวซาน!” ใครจะคาดกันว่าเด็กหญิงหันหัวหนีไม่ยอมปล่อยมือจากเย่ว์หยางไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เธอกอดเย่ว์หยางแน่นไม่ยอมปล่อย ทุกคนคิดว่าเด็กหญิงติดพี่ชายมากเกินไปแม้แต่มารดาก็ยังเทียบกับเขาไม่ได้ในเวลาแบบนี้

“ซวงเอ๋อ, แม่คิดว่า แม่จะไม่ได้เห็นเจ้าอีกต่อไปแล้ว!” แม่สี่กอดเยว์หยางและเย่ว์ปิงรวมกันร้องไห้เสียงดังลั่น

“ฮือออ!” เย่ว์ปิงยังคงวิ่งมากอด กอดทั้งพี่ชายของนางและมารดานางร้องไห้ลั่น

“แม่สี่… ชุดของท่านไปไหน? เย่ว์หยางรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เมื่อเขากอดอีกฝ่ายพร้อมกับเด็กหญิง ภายในชุดยาวที่นางสวม นางไม่ได้สวมอะไรเลย เป็นไปได้ไหมว่านางถูกคนพวกนั้นทำอะไรที่ไม่ดี?

“อะแฮ่ม.. แม่สี่ของเจ้าไม่เป็นไร เรามาทันเวลา เพียงแต่ชุดของนางฉีกขาด” ขุนพลเฟิงขวงยื่นมือออกมาแตะไหล่ของเย่ว์หยาง สำหรับเจ้าคนร้ายพวกนั้น ข้าสังหารพวกมันหมดแล้ว เจ้าต้องขอบคุณบริวารผู้ภักดีของเจ้า พวกเขาปกป้องแม่ของเจ้าอยู่หน้ารถม้าจนถึงที่สุด เพียงเมื่อพวกเขาเห็นข้าช่วยแม่เจ้า ก็ทำให้พวกเขาผ่อนคลายลมหายใจสุดท้ายจากไปอย่างสงบ แม้ว่าพวกเขาจะเกิดอยู่ในครอบครัวคนชั้นต่ำ แต่ข้าก็นับถือพวกเขาจากใจจริง พวกเขาสมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษและวีรสตรี”

“บริวารของข้าหรือ?” เย่ว์หยางตกใจ เขามีบริวารตั้งแต่เมื่อไหร่?

เมฆหมอกแห่งความสงสัยในใจเขา เหมือนกับเมฆทะมึนที่ปกคลุมดวงอาทิตย์

เขารู้สึกว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติอยู่ตรงไหนสักที่

เขารู้ว่ามีบางอย่างที่ผิดปรกติตรงไหนสักแห่ง อาจเป็นที่ช่วงเวลาปรากฏตัวของราชันย์พันปีศาจกระมัง? หรือว่าเป็นวัตถุประสงค์ของการโจมตีพวกเขา? พวกเขาบอกว่าเขามีบริวาร มีความรู้สึกแปลกที่เขาไม่สามารถสลัดออกไปได้…

เย่ว์หยางรู้สึกกังวลในใจเล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนกับว่าโลกกำลังหมุนไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง

เขาไม่สามารถเข้าใจเหตุผลได้ แต่ทันใดนั้น เขาเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง

เขาไม่สามารถจะทำอะไรได้ ทำได้แต่เพียงหลับตาลงและพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อใช้ปราณก่อกำเนิดขจัดอาการปวดหัวและขับไล่ความมึนงงในหัว คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อปราณก่อกำเนิดโคจรเข้าไปในสมอง เขากลับปวดศีรษะมากกว่าเดิม มันเหมือนกับว่าสมองของเขาถูกเข็มนับไม่ถ้วนทิ่มแทงจนอึดอัดเหลือประมาณ… โดยเฉพาะนัยน์ตาของเขาซึ่งเป็นอวัยวะที่มีสัมผัสไวที่สุดในร่างกาย ยังรู้สึกทรมานด้วยความเจ็บปวดจากการถูกปราณก่อกำเนิดของเขากระตุ้น ท่ามกลางความเจ็บปวดหนักของเขา ทันใดนั้นเย่ว์หยางก็รู้แจ้งชัด

……………………..

จบบทที่ ตอนที่ 195 – ตอนที่ 185 ข้าจะมอบความตายให้เจ้า P1

คัดลอกลิงก์แล้ว