- หน้าแรก
- คุณพ่อคนนี้ทะลุมิติเพื่อปั้นลูกสาวให้เป็นศิลปินก้องโลก
- บทที่ 7 - ช้อปกระจาย!
บทที่ 7 - ช้อปกระจาย!
บทที่ 7 - ช้อปกระจาย!
บทที่ 7 - ช้อปกระจาย!
หลังจากเร่อปาออกไป ต้ามี่มี่ผู้มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ในที่สุดก็ปลดเปลื้องหน้ากากที่สวมใส่อยู่ เผยให้เห็นด้านที่อ่อนไหวของลูกผู้หญิง ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร
ในวินาทีนี้ ความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมานานหลายปีได้ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น
เมื่อร้องไห้จนพอใจ เธอก็จัดการอารมณ์ แต่งหน้าบางๆ กลบเกลื่อนร่องรอย เรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องทำงาน ส่วนตัวเองก็ขับรถออกไปกินลมชมวิวแก้เครียด
อีกด้านหนึ่ง สองพ่อลูกตระกูลหลินกำลังเดินช้อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ต
นี่เป็นครั้งแรกที่เยว่เยว่มาเยือนซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ สินค้าละลานตาทำให้เธอตื่นตาตื่นใจจนดูไม่ทัน
เธอวิ่งต๊อกแต๊กนำหน้าไป โดยมีหลินเฟิงก้าวเท้าตามไปติดๆ
จู่ๆ เธอก็ชะงักฝีเท้า ทำจมูกฟุดฟิด "กลิ่นอะไรน่ะ? หอมจังเลย"
"เค้กนี่นา! กลิ่นมะพร้าวด้วย! คุณป๋าได้กลิ่นไหมคะ?"
เยว่เยว่หันขวับมามองหลินเฟิง
จมูกไวยิ่งกว่าสุนัขเสียอีก
หลินเฟิงสูดหายใจเข้าลึกๆ "หอมจริงๆ ด้วย หอมใช่ไหม? งั้นหนูก็สูดดมให้เต็มปอดเลยนะลูก"
เยว่เยว่ค้อนขวับ ผิดหวังอย่างรุนแรง
หลินเฟิงแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น หันหน้าไปทางอื่น เจ้าตัวเล็กมีอาการร้อนใน การให้งดขนมก็เพื่อตัวเธอเองทั้งนั้น
พอหันกลับมา ปรากฏว่าเยว่เยว่หายตัวไปแล้ว
มองหาอีกที...
เจ้าตัวเล็กดันไปเกาะตู้กระจกขายขนมเบเกอรี่ น้ำลายแทบจะย้อยลงมาอยู่แล้ว
หลินเฟิงส่ายหน้าอย่างระอาใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหา
"คุณป๋า หนูขอซื้อเค้กชิ้นเล็กๆ นั่นได้ไหมคะ? ชิ้นเดียวเอง!"
เยว่เยว่ชี้ไปที่ตู้กระจก ทำตาละห้อยน่าสงสาร
"ไม่ได้ครับ เมื่อกี้เยว่เยว่สัญญากับป๋าแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ซื้อขนม" หลินเฟิงผายมือสองข้าง เป็นคำตอบปฏิเสธ
"แต่ว่า... หนูอยากชิมดูสักคำจริงๆ นะคะ"
เห็นท่าทางน้ำตาคลอเบ้าของเยว่เยว่ พนักงานขายขนมข้างๆ ก็ทนดูไม่ไหว
"หนูจ๊ะ ร้านเรามีให้ชิมฟรีนะ หนูอยากลองชิมไหม?"
เยว่เยว่เงยหน้าขวับด้วยความประหลาดใจ "จริงเหรอคะคุณน้า ไม่ซื้อก็ชิมได้เหรอคะ?"
"จริงสิจ๊ะ" พนักงานสาวตายิ้มหยี "หนูอยากกินรสไหน? เดี๋ยวน้าคีบชิ้นเล็กๆ ให้"
"หนูอยากกินรสชาเขียวมัทฉะอันนั้นค่ะ!"
ไม่นานนัก พนักงานก็คีบเค้กชิ้นเล็กๆ ส่งให้ เยว่เยว่รับมาพร้อมกล่าวขอบคุณ แล้วยัดเค้กเข้าปากอย่างอดใจไม่ไหว เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข
เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน รสชาติหอมหวาน
เยว่เยว่หลับตาพริ้ม แก้มป่องๆ เต็มไปด้วยความฟิน
"คุณน้าคะ เค้กอร่อยมากเลยค่ะ" "โตขึ้นหนูจะเป็นคนทำขนมปัง!"
หลินเฟิงถึงกับเหงื่อตก
โธ่แม่คุณ ความฝันมีแค่นี้เองเหรอ?
พนักงานขายหัวเราะคิกคัก "เจ้าตัวเล็ก หนูน่ารักเกินไปแล้ว เป็นคนทำขนมปังมันเหนื่อยแถมเงินน้อยนะจ๊ะ หนูตั้งใจเรียน โตขึ้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ดีกว่านะ"
เยว่เยว่กลืนเค้กลงคอ "มหาวิทยาลัยคืออะไรคะ? อร่อยกว่าเค้กอบไหม?"
ในห้องถ่ายทอดสด...
"เยว่เยว่ตลกชะมัด มหาวิทยาลัยอร่อยสิ แต่อย่าให้ไหม้ก็แล้วกัน ไม่งั้นขมปี๋"
"เป็นเด็กตะกละตัวจริงเสียงจริง!"
"โอ๊ย น่ารักจนใจเจ็บ!"
"ดูสิลูกอยากกินขนาดนั้น เค้กแค่ชิ้นเดียว หลินเฟิงตามใจลูกหน่อยไม่ได้หรือไง?"
...
พนักงานขายกุมท้องหัวเราะจนปวดเกร็ง "เจ้าหนูน้อย หนูอยากกินอะไรอีกไหม?"
ดวงตาของเยว่เยว่ลุกวาวอีกครั้ง คุณน้าคนนี้ใจดีจัง ในเมื่อสปอร์ตขนาดนี้ งั้นหนูไม่เกรงใจละนะ
เธอชี้ไปที่ตู้กระจก "คุณน้าคะ หนูอยากกินคุกกี้ช็อกโกแลตอันนั้นค่ะ"
พนักงานคีบคุกกี้ให้เยว่เยว่อย่างไม่หวงของ มองดูเธอกินจนหมด แล้วถามต่อ "อยากกินอีกไหม? เดี๋ยวน้าคีบให้อีก"
เยว่เยว่ดูดนิ้ว ส่ายหน้าอย่างเกรงใจ "คุณน้าคะ คุณป๋าของหนูก็อยากชิมเหมือนกัน ได้ไหมคะ?"
หลินเฟิง: "???"
"ได้สิคะ" พนักงานยิ้มหวานมองไปทางหลินเฟิง "คุณผู้ชาย อยากทานรสไหนคะ?"
"คุณป๋า เค้กชิ้นเล็กนี่อร่อยมากเลย ป๋าลองชิมดูสิ" เยว่เยว่แนะนำ
"ป๋า..." หลินเฟิงลิ้นจุกปาก พูดไม่ออก
คอมเมนต์ในห้องถ่ายทอดสด
"เยว่เยว่กตัญญูจัง กินเสร็จยังนึกถึงพ่อด้วย"
"เสื้อนวมตัวน้อยตัวนี้ขายไหม อยากได้สักตัวจัง"
"ความเห็นบน ฝันกลางวันอยู่เหรอ?"
"ฮ่าๆ ทำไมหลินเฟิงไม่พูดล่ะ ซึ้งใจจนพูดไม่ออกเหรอ?"
...
หลินเฟิงไม่ได้ซึ้ง แต่กำลังหน้าแตกต่างหาก
ลูกสาวตัวดี ชอบหาเรื่องมาให้ปวดหัวอยู่เรื่อย
ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างฉันต้องมายืนชิมเค้กฟรี ไม่ต้องรักษาภาพพจน์กันแล้วหรือไง?
"คุณผู้ชาย? เค้กของร้านเราไม่ใส่วัตถุกันเสีย วางใจทานได้เลยค่ะ ไม่มีปัญหา ถ้าคุณไม่ชอบรสหวาน ลองชิมรสพริกเกลือตัวนี้ดูไหมคะ?"
ไม่รอให้หลินเฟิงตอบโต้ พนักงานก็คีบเค้กชิ้นหนึ่งยื่นมาตรงหน้าเขา
หลินเฟิงมุมปากกระตุก กำลังลังเลว่าจะปฏิเสธดีไหม
"คุณป๋า รับไปสิคะ อย่ามัวแต่เขินอยู่เลย" เยว่เยว่เร่งเร้าอยู่ข้างๆ
ได้ยินดังนั้น หลินเฟิงจึงจำใจรับเค้กใส่ปาก
"อร่อยไหมคะคุณป๋า?"
หลินเฟิงเคี้ยวไปพิจารณารสชาติไป "อื้ม ก็อร่อยดีนะ"
"งั้นเราควรซื้อสักหน่อยไหมคะ เรากินของเขาไปตั้งเยอะ เดี๋ยวคุณน้าขาดทุนแย่เลย"
หลินเฟิงถึงได้บางอ้อ ที่แท้เยว่เยว่ขุดหลุมรอให้เขากระโดดลงไปนี่เอง แต่กินของเขาไปแล้ว จะเช็ดปากเดินหนีก็ดูน่าเกลียด
"งั้นซื้อสักชิ้นแล้วกัน เยว่เยว่เลือกเองเลย"
"แค่ชิ้นเดียวเหรอคะ?"
"แล้วจะเอากี่ชิ้นฮะ?"
"ก็ได้ค่ะ" เยว่เยว่ทำปากยื่น แม้จะไม่ค่อยพอใจ แต่ความพยายามก็ไม่สูญเปล่า
เธอมองเค้กหลากสีสันในตู้ เกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง เลือกไม่ถูก
หลินเฟิงยิ้มเจื่อนๆ อธิบายกับพนักงาน "ไม่ใช่ผมงกนะ แต่ช่วงนี้แกมีอาการร้อนใน ผมเลยต้องคุมเรื่องขนม"
"ค่ะ เข้าใจค่ะ เข้าใจ" พนักงานตอบรับด้วยรอยยิ้ม
ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างสูงใหญ่กับร่างป้อมๆ ก็เดินออกมาจากร้านเค้ก
เยว่เยว่หิ้วกล่องขนมใบเล็ก หน้าตาเบิกบานใจสุดขีด
อาหารการกินในแต่ละวัน โดยปกติหลินเฟิงจะเป็นคนลงมือทำเอง
หนึ่งคือสะอาด สองคืออาหารทำเองมีสารอาหารครบถ้วน เยว่เยว่กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต เขาให้ความสำคัญเรื่องโภชนาการเป็นพิเศษ
หลินเฟิงเข็นรถเข็น จับเยว่เยว่นั่งลงไป แล้วตรงดิ่งไปโซนข้าวสารอาหารแห้งเพื่อซื้อข้าวและแป้ง
จากนั้น ก็เป็นการเดินเล่นอย่างไร้จุดหมาย
"คุณป๋า ไปทางนู้น!"
เยว่เยว่นั่งบัญชาการอยู่บนรถเข็น ชี้โบ๊ชี้เบ๊ นำทางหลินเฟิงไปสู่โซนขนมขบเคี้ยว
"เยว่เยว่ ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ซื้อขนม?"
"หนูแค่จะดูเฉยๆ ค่ะ เผื่อคราวหน้ามาจะได้จำที่ได้" เยว่เยว่มองซ้ายมองขวา "คุณป๋า ปล่อยหนูลงไปดูหน่อย"
หลินเฟิงอดทนวางเยว่เยว่ลงกับพื้น เจ้าตัวเล็กก็วิ่งปรู๊ดไปที่ชั้นวางขนมทันที
"ว้าว ของโปรดหนูทั้งนั้นเลย"
"อมยิ้มอันนี้หนูยังไม่เคยกินเลย!"
"สาหร่ายแผ่นน้อย ไม่เจอกันนานเลยนะ"
"เอ๊ะ คุกกี้อันนี้เจ้าหมีสงเอ๋อร์เป็นพรีเซนเตอร์ด้วยนี่นา!"
"เยลลี่ดูด บ๊ายบายนะจ๊ะ ไว้คราวหน้าพี่สาวจะมาหาใหม่"
เยว่เยว่พึมพำกับตัวเอง โบกไม้โบกมือลาขนมเหล่านั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ทีละอย่าง
หลินเฟิงที่ยืนมองอยู่ถึงกับกลั้นขำไม่อยู่ "ไม่ต้องมาทำเป็นดราม่าเลย ไปกันเถอะ ไปซื้อผลไม้ทางนู้นกัน"
"เชอะ!"
เยว่เยว่เบะปากใส่เขา แล้วสะบัดก้นเดินดุ๊กดิ๊กไปที่โซนผลไม้
มองดูผลไม้หลากหลายชนิดบนชั้นวาง เยว่เยว่กลืนน้ำลายเอือก
(จบแล้ว)