- หน้าแรก
- กะจะฝึกชิลๆ ดันเผลอติวข้ามขั้นระดับเซียน
- บทที่ 13 ตัวตนถูกเปิดเผย ตัวแทนชั่วคราวแห่งลานประลอง!
บทที่ 13 ตัวตนถูกเปิดเผย ตัวแทนชั่วคราวแห่งลานประลอง!
บทที่ 13 ตัวตนถูกเปิดเผย ตัวแทนชั่วคราวแห่งลานประลอง!
บทที่ 13 ตัวตนถูกเปิดเผย ตัวแทนชั่วคราวแห่งลานประลอง!
เย่เฉินปรายตามองหลิวเชี่ยนที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่หลังฝูงชน และหวังเจี๋ยที่สลบเหมือดไปแล้วอย่างเย็นชา ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยให้กับครูฝึกผู้คุมสอบ
เย่เฉินไม่ใช่คนไร้เหตุผล เขาจึงหันหลังเดินออกจากโรงยิมฝึกยุทธทันที
สำหรับเย่เฉิน การทดสอบจบลงแล้ว ไม่มีเหตุผลต้องรั้งรออยู่ที่นี่อีก สู้เอาเวลาไปลงประลองในลานประลองใต้ดินหาเงินมาซื้อทรัพยากรบ่มเพาะพลังยังจะดีกว่า
เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่ 'ขอบเขตขัดเกลาโลหิต' ความยากในการบ่มเพาะพลังก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
แม้จะมีระบบคอยช่วย แต่ถ้ามีทรัพยากรมาสนับสนุน ความเร็วในการพัฒนาฝีมือก็จะยิ่งก้าวกระโดด
ไม่นานหลังจากออกจากโรงเรียน เย่เฉินก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนทางโทรศัพท์เกี่ยวกับการตอบรับเข้าชั้นเรียนยุทธะ โดยระบุให้เขาไปรายงานตัวที่ห้องเรียนยุทธะของโรงเรียนมัธยมเจียงเฉิงอันดับหนึ่งในอีกสามวันให้หลัง
เมื่อเห็นข้อความ สีหน้าของเย่เฉินยังคงเรียบเฉย เก็บโทรศัพท์ลงแล้วมุ่งหน้าสู่ 'ลานประลองร้อยหน้า'
เขามาถึงลานประลองร้อยหน้าด้วยความคุ้นชิน เย่เฉินสวมหน้ากากลิงและเข้าไปนั่งพักในห้องรับรองที่ดูหรูหราพอสมควร
ภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์ เย่เฉินคว้าฉายา 'จ้าวสังเวียนสิบชนะ' ของลานประลองร้อยหน้ามาครอบครองได้สำเร็จ
ทว่าหลังจากขึ้นเป็นจ้าวสังเวียน คู่ต่อสู้ที่เย่เฉินต้องเผชิญหน้าก็ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ โชคดีที่สถานที่อย่างลานประลองร้อยหน้าสามารถกระตุ้นการแข่งขันระหว่างวิชาลมหายใจและทักษะยุทธได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เย่เฉินยังคงรับมือกับคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ ได้
ปัจจุบัน เย่เฉินทำสถิติชนะต่อเนื่อง 45 ครั้งในลานประลองร้อยหน้า และด้วยความสำเร็จนี้เอง เขาจึงได้รับสิทธิ์ให้มีห้องรับรองส่วนตัวที่นี่
ว่ากันว่าหากได้เป็น 'ราชันสังเวียนร้อยชนะ' ของลานประลองร้อยหน้า จะได้รับห้องฝึกฝนส่วนตัวภายในลานประลองอีกด้วย!
แต่ทว่า... ตามความเข้าใจของเย่เฉิน ทั่วทั้งลานประลองร้อยหน้ามีราชันสังเวียนไม่ถึงห้าคน และทุกคนล้วนเป็นตัวตนระดับ 'ขอบเขตขัดเกลาโลหิตขั้นห้า' ขึ้นไปทั้งสิ้น
นับตั้งแต่ขอบเขตขัดเกลาโลหิตเป็นต้นไป จะแบ่งออกเป็นขั้น 1 ถึงขั้น 10 และหลังจากขั้น 10 ก็จะเป็นขอบเขตใหญ่ถัดไป
"ราชันสังเวียน... ห้องฝึกฝนส่วนตัว..."
เย่เฉินนั่งลงบนโซฟานุ่ม สายตาหลุบต่ำลงเล็กน้อย
ครู่ต่อมา เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ตามมาด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"คุณต้าเซิ่งครับ จัดเตรียมคู่ต่อสู้ให้เรียบร้อยแล้วครับ คุณจะเริ่มทันทีหรือพักสักครู่ก่อนดีครับ?"
ได้ยินดังนั้น เย่เฉินก็ลืมตาโพลง ลุกขึ้นยืนและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"เริ่มทันที!"
...
"ต้าเซิ่ง! ต้าเซิ่ง! ต้าเซิ่ง!!!"
ภายในลานประลอง เสียงเชียร์ดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง จนแก้วหูแทบระเบิด
กลางสังเวียน ร่างเพรียวบางถือกระบี่เหล็กกล้ายืนสงบนิ่ง เบื้องหน้าร่างนั้นมีชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำนอนจมกองเลือด ไม่ทราบชะตากรรม
[เคล็ดวิชาลมหายใจจ้าวภูผา สัมผัสได้ถึงการกระตุ้นของโลหิต บำเพ็ญเพียรอย่างบ้าคลั่ง ค่าความชำนาญ +5!]
[ย่างก้าวเมฆาพายุ ท่องไปในสนามรบ ได้รับความรู้แจ้ง ค่าความชำนาญ +5!]
[วิชาชักดาบ ชำนาญมากขึ้น ค่าความชำนาญ +5!]
ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้อง เย่เฉินสั่งการในใจ หน้าต่างระบบก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
[ชื่อ: เย่เฉิน]
[พลังยุทธ: นักยุทธขอบเขตขัดเกลาโลหิต (3/100)]
[เคล็ดวิชาลมหายใจจ้าวภูผา: ขั้นเริ่มต้น (26/100)]
[ย่างก้าวเมฆาพายุ: ขั้นเริ่มต้น (26/100)]
[วิชาชักดาบ: ขั้นเริ่มต้น (26/100)]
นี่เป็นคู่ต่อสู้คนที่ห้าที่เย่เฉินเอาชนะได้ในวันนี้ และเป็นชัยชนะครั้งที่ห้าสิบติดต่อกันของเขา
ด้วยเหตุนี้ ค่าความชำนาญในทักษะยุทธของเย่เฉินจึงพุ่งกระฉูด เพิ่มขึ้นถึง 25 แต้มเต็ม
แม้แต่พลังยุทธของเขาก็พลอยได้อานิสงส์ เพิ่มขึ้นอีก 1 แต้ม
"ที่นี่เหมาะกับฉันจริงๆ ด้วยอัตราความเร็วระดับนี้ แค่อีกสี่ห้าวัน ฉันคงยกระดับเคล็ดวิชาลมหายใจและทักษะยุทธทั้งหมดไปถึง 'ขั้นความสำเร็จเล็ก' ได้ และพลังยุทธก็น่าจะทะลวงสู่ 'ขัดเกลาโลหิตขั้น 2' ได้ด้วย!"
"ทั่วทั้งเจียงเฉิง เกรงว่าคงไม่มีใครบำเพ็ญเพียรได้เร็วเท่าฉันอีกแล้ว!"
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เย่เฉินอ้าแขนออกเล็กน้อย รับเสียงเชียร์จากฝูงชน
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องรับรองสุดหรูภายในลานประลองร้อยหน้า ร่างหนึ่งสวมหน้ากากแมวและชุดทักซิโดยืนสงบนิ่งอยู่หลังกระจกใส มองดูเย่เฉินบนสังเวียน
"เจ้าต้าเซิ่งนี่... ตอนมาใหม่ๆ ยังเป็นแค่เด็กน้อยที่มีปราณเลือดแค่ 60 กว่าหน่วย ผ่านไปไม่กี่วันก็กลายเป็นนักยุทธขัดเกลาโลหิตขั้น 1 ไปซะแล้ว"
"ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรระดับนี้... หึหึ!"
น้ำเสียงนุ่มนวลดังลอดออกมาจากหน้ากากแมว แฝงไว้ด้วยความขี้เล่น
"ลักษณะเด่นชัดขนาดนี้ จะไม่ให้เดาตัวตนถูกได้ยังไง!"
คนสวมหน้ากากแมวยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยโดยไม่หันกลับไปมอง
"ไปเชิญคุณต้าเซิ่งของเราขึ้นมาทีสิ!"
"ครับ!"
เสียงตอบรับอย่างนอบน้อมดังมาจากหน้าประตูห้องรับรอง...
เย่เฉินเสร็จสิ้นการประลองวันนี้ และได้รับรางวัลชนะต่อเนื่องห้าสิบครั้งเรียบร้อย
เขาได้รับเงินทั้งหมด 200,000 เหรียญต้าเซี่ย
เมื่อรางวัลชนะต่อเนื่องสะสมถึง 20,000 เหรียญ มันจะไม่ทบเพิ่มอีก แต่จะจ่ายให้ 100,000 เหรียญทุกๆ การชนะต่อเนื่องสิบครั้ง
ตอนนี้เย่เฉินชนะต่อเนื่องห้าสิบครั้ง บวกกับชนะเพิ่มอีกห้าแมตช์ จึงได้เงินรวม 200,000 เหรียญต้าเซี่ย
เงินจำนวนนี้ดูเหมือนเยอะ แต่ถ้าเอาไปซื้อทรัพยากรสำหรับนักยุทธระดับ 1 ก็ยังถือว่าไม่พอใช้อยู่ดี
เย่เฉินกลับมาที่ห้องรับรอง เตรียมจะใช้ช่องทางของลานประลองร้อยหน้าเพื่อซื้อโอสถสำหรับบ่มเพาะพลังนักยุทธระดับ 1
แต่ยังไม่ทันที่เย่เฉินจะได้นั่งลง หญิงสาวในชุดสูททำงานก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
"คุณต้าเซิ่งคะ เจ้านายของดิฉันเชิญพบค่ะ!"
ได้ยินดังนั้น ดวงตาของเย่เฉินก็หรี่ลงทันที
เจ้านาย... แค่สองคำนี้ เย่เฉินก็รู้ทันทีว่าหญิงสาวหมายถึงใคร
ผู้ดูแลลานประลองร้อยหน้า!
"เจ้าของลานประลองร้อยหน้าอยากพบฉัน? ฉันไปขัดผลประโยชน์เขาหรือเปล่า? ไม่สิ ฉันเพิ่งชนะต่อเนื่องแค่ห้าสิบครั้ง คนที่ชนะเยอะกว่านี้ก็มีถมเถไป ต้องระดับราชันสังเวียนโน่นถึงจะมีผลกระทบ..."
"งั้น... เขาต้องการอะไรจากฉันกันแน่?"
สมองของเย่เฉินแล่นเร็วจี๋ แต่ภายนอกเขาลุกขึ้นยืนอย่างสงบ แล้วพูดกับหญิงสาวในชุดสูท
"นำทางไปสิ!"
เย่เฉินเดินตามหญิงสาวไป พลางขบคิดถึงจุดประสงค์ของการเชิญตัวครั้งนี้ไม่หยุดหย่อน
"ความแข็งแกร่งที่ฉันแสดงออกมาคือระดับนักยุทธระดับ 1 แม้นักยุทธระดับนี้จะหายาก แต่ในลานประลองร้อยหน้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก... เดี๋ยวนะ..."
หัวใจของเย่เฉินบีบตัวแน่น เหงื่อเย็นผุดพรายบนหน้าผาก
"ไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่ไปสะดุดตา แต่เป็น... พัฒนาการ... มันชัดเจนเกินไป!"
"ตอนแรกฉันมีปราณเลือดแค่ 60 กว่าๆ ผ่านไปไม่กี่วันกลายเป็นนักยุทธระดับ 1 พัฒนาการก้าวกระโดดขนาดนี้... ต้องไปสะดุดตาเจ้าของลานประลองเข้าแน่ๆ!"
กล้ามเนื้อของเย่เฉินเกร็งเครียด ขนลุกชันไปทั้งตัว
"บ้าเอ๊ย ประมาทไปหน่อย โลกนี้ไม่เหมือนโลกเดิม ที่นี่คนแข็งแกร่งคือผู้อยู่รอด ถ้าเขาต้องการ 'โอกาสวาสนา' ในตัวฉัน... จะทำยังไงดี?"
เย่เฉินคิดวนไปวนมา จนกระทั่งหญิงสาวพาเขามาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ แล้วยิ้มให้เขา
"คุณต้าเซิ่งคะ เจ้านายรออยู่ข้างในแล้วค่ะ"
พูดจบ หญิงสาวก็ค่อยๆ ผลักประตูเปิดออก เย่เฉินมองเข้าไปด้านใน
เขาเห็นร่างหนึ่งสวมหน้ากากแมวและชุดทักซิโอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา มือถือแก้วไวน์แดงแกว่งเบาๆ
แม้จะมีหน้ากากปิดบัง แต่เย่เฉินสัมผัสได้ถึงสายตาของอีกฝ่ายที่กวาดมองร่างกายเขาดุจคมมีด
นั่นทำให้เย่เฉินไม่อาจผ่อนคลายได้เลย
เย่เฉินเดินตัวแข็งทื่อเข้าไปในห้อง
ปัง!
ประตูข้างหลังปิดลงกะทันหัน ทำเอาหัวใจเย่เฉินกระตุกวูบ
"หึหึหึ ใครจะไปคิดว่าดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งลานประลองร้อยหน้าของเรา... จะเป็นแค่เด็กหนุ่มอายุสิบแปดปี?"
"ว่าไหมล่ะ..."
"เย่เฉิน!"
น้ำเสียงนุ่มนวลดังลอดออกมาจากหน้ากากแมว กระทบโสตประสาทของเย่เฉิน
วินาทีที่ได้ยินเสียงนั้น ร่างกายของเย่เฉินสั่นสะท้านไปทั้งตัวโดยไม่รู้ตัว
เย่เฉินสูดหายใจเข้าลึก พยายามข่มใจให้สงบ เห็นได้ชัดว่าตัวตนของเขาถูกเปิดเผยแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
เย่เฉินมองไปที่คนสวมหน้ากากแมว แล้วเอ่ยช้าๆ "แล้ว... คุณต้องการอะไรจากผม?"
พูดจบ เย่เฉินก็จ้องเขม็งไปที่หน้ากากแมวโดยไม่หลบสายตา
"น่าสนใจ!"
คนสวมหน้ากากแมวยิ้มมุมปาก ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ทันใดนั้น กลิ่นอายอันทรงพลังก็ปกคลุมไปทั่วห้อง
ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เย่เฉินรู้สึกหายใจติดขัด แรงกดดันถาโถมมาจากทุกทิศทาง บีบอัดร่างกายเขาจนสั่นเทาไม่หยุด
"ไม่กลัว... ว่าฉันจะฆ่านายเหรอ!"
น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังเข้าหู ราวกับเสียงมัจจุราชที่พร้อมจะกระชากวิญญาณ ทำให้เย่เฉินหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับคำขู่ เย่เฉินกลับฝืนเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏที่มุมปาก
"ถ้าคุณอยากฆ่าผม จะรอจนถึงป่านนี้ทำไม?"
สิ้นเสียง แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาก็สลายไปในพริบตา เย่เฉินรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บรรยากาศในห้องกลับสู่สภาวะปกติ ราวกับความกดดันเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
"น่าสนใจจริงๆ!"
คนสวมหน้ากากแมวค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แสงสว่างจากหน้าต่างสาดส่องลงมากระทบร่าง
"ขอแนะนำตัว ฉันคือตัวแทนชั่วคราวแห่งลานประลองร้อยหน้า... เฉินมั่วอวิ๋น!"