เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 74 แดนล่มสลายแห่งทวยเทพ

ตอนที่ 74 แดนล่มสลายแห่งทวยเทพ

ตอนที่ 74 แดนล่มสลายแห่งทวยเทพ


เย่ว์หยางจับอสูรทองลึกลับและใช้ญาณทิพย์วิเคราะห์มัน  ในที่สุด ด้วยความประหลาดใจ เขาพบว่าเจ้าตัวเล็กนี้เขาไม่สามารถมองได้ด้วยทักษะญาณทิพย์ระดับ 2  แล้วที่แปลกที่สุดก็คือเจ้าอสูรทองลึกลับนี้ทำสัญญากับเขาโดยอัตโนมัติเรียบร้อยแล้ว

เย่ว์หยางเคยพบเรื่องแบบนี้มาก่อนครั้งหนึ่ง นั่นคือปีศาจอสรพิษน้อยเสี่ยวเหวินหลี  เป็นไปได้ว่าอสูรทองลึกลับตัวนี้จะมีลักษณะของอสูรชั้นเพชรงั้นหรือ? แล้วเงาสะท้อนนั่นคืออะไร? มันเหมือนกับมังกรจีนในตำนาน ทั้งยังมีปีกอีกด้วย

หลังจากนั้น มันหลอมรวมกับโลกหะทอง กลายเป็นลักษณะผิดรูปร่าง สถานการณ์ยังคลุมเครือและสับสนอยู่

“เฮ้, เฮ้, มันกำลังละลาย!” เจ้าอ้วนไห่ร้องลั่น

ขณะที่เย่ว์หยางกำลังถืออสูรทองลึกลับนี้และตรวจสอบมันอยู่  ทันใดนั้นเขาตระหนักได้ว่าผิวของร่างเจ้าอสูรทองตัวนี้กำลังละลาย

มันได้คืนสภาพเป็นของเหลวทรงกลม แล้วหุ้มแก้วผลึกงูเขียวเข้มที่เย่ว์หยางไม่ยอมให้มันกิน  จากนั้น มันแนบตัวเองกับข้อมือเย่ว์หยางและเปลี่ยนสภาพเป็นกำไลมือที่แปลกประหลาด ตรงกลางกำไลมือ มีปลายแหลมเล็กที่โผล่ออกมาจากผลึกงูสีเขียวเข้ม ในขณะเดียวกัน มันก็คายปราณปีศาจที่สับสนที่มันไม่ต้องการออกทางปลายกำไลข้อมือ

เมื่อเขาใช้จิตเชื่อมกับมัน  เขาพบว่าเจ้าตัวเล็กหลับสนิทอย่างสบายไปแล้ว..

มันไม่เหมือนกับอสูรทองขนาดเล็ก  มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่า อีกทั้งตลอดทั้งตัวของมันทำด้วยทอง แปลกมากจริงๆ

พอเจอกับสัตว์อสูรแปลกๆ เย่ว์หยางคิดว่าไม่ค่อยเข้าใจมันเท่าไหร่  เขาเอาแต่จมอยู่ในความเงียบ

ในที่สุดเขาเก็บความอยากรู้อยากเห็นแล้วมองอี้หนานแทน

“ข้าไม่รู้เรื่องนี้แต่อย่างใด” นางโบกมือให้ทั้งที่ยังพิศวงเช่นกัน นางหยุดอีกครั้งและอธิบายแผ่วเบา  “ข้าเคยได้ฟังตำนานมาเรื่องหนึ่ง นานมาแล้ว  บรรพบุรุษของข้าเป็นนักรบระดับที่แข็งแกร่งสุดยอด  เมื่อเขาฝึกตัวในหอทงเทียนจนถึงชั้นที่ 8 เขาถูกปีศาจระดับสูงทำร้าย  ยามที่ชีวิตของท่านตกอยู่ในอันตราย  ท่านได้รับการช่วยเหลือจากอสูรลี้ลับที่บังเอิญผ่านมา อย่างไรก็ตาม  พอเห็นเช่นนั้นพวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอสูรในตำนาน  พวกปีศาจชั้นสูงขอความช่วยเหลือ โดยร่วมมือกันอัญเชิญมังกรกระดูกที่น่ากลัว  จ้าวปีศาจฤดูหนาว  เหล่าปีศาจจากนรก  จ้าวมังกรดำนรกและปีศาจอื่นๆรุมเข้าโจมตีอสูรลึกลับพร้อมกันทุกทิศทาง  การศึกระหว่าง 2 ฝ่ายเกือบทำลายทั้งสวรรค์และโลก จนไม่มีแสงอาทิตย์ ไม่มีแสงจันทร์ และมีฝุ่นกระจายฟุ้งไปทั่ว  บรรพบุรุษข้าไม่สามารถเข้าใกล้สมรภูมิได้เลยและสามารถหนีไปได้ก็ช่วงเวลานี้ ท่านบรรพบุรุษไม่รู้ว่าการต่อสู้ดำเนินไปอย่างไร ทั้งเขาไม่สามารถหาเบาะแสที่เป็นประโยชน์ใดๆได้  ในที่สุด เขาแค่พบเจอชิ้นอัญมณีที่แตกชิ้นหนึ่ง  ในความเป็นจริง สร้อยคอนั้นหายไปเมื่อไม่กี่ร้อยปีมาแล้ว เพียงร้อยปีที่ผ่านมา มันก็ออกมาได้ในที่สุด  ครั้งหนึ่ง ท่านป้าของข้าเอามันออกมาประเมินพบว่ามันมีพลังกักอยู่ในนั้นน้อยมาก ไม่มีสัญญาณของชีวิตแสดงออกมา  นางสงสัยว่ามันอาจเป็นของที่ปลอมมาอย่างดีก็ได้ และมันก็ถูกสร้างโดยใครบางคน  ดูเหมือนว่าตอนนี้  ตำนานจากเมื่อนานมาแล้ว จะกลายเป็นจริง นี่เหมือนจะเป็นผลึกแกนพลังของสัตว์อสูร  แต่ข้าไม่รู้ว่าเป็นสัตว์อสูรชนิดไหน”

“ไม่ว่ามันคืออะไร  มันก็ยังดีตราบใดที่มันเป็นเรื่องจริง”  จากส่วนลึกในใจ เย่ว์ปิงยินดีกับพี่ชายนาง สำหรับพี่ชายนาง การได้ครอบครองอสูรทองลึกลับตัวนี้ จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้เขาอย่างไม่ต้องสงสัย

“เราต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ  ต้องไม่มีใครรู้เรื่องนี้ มิฉะนั้น เรามีปัญหาใหญ่ในมือแน่” ขณะที่เย่คงพูดเรื่องนี้  ทุกคนมองหน้าเจ้าอ้วนไห่”

พวกเจ้ามองข้าทำไม? คิดหรือว่าจะเป็นพวกแม่ๆ จอมนินทาพรรค์นั้น?  พวกเจ้าไม่ยอมเข้าใจข้าเลย  รักษาความลับเป็นสิ่งที่ข้าทำได้ดีที่สุดโดยวิธีทำตัวไม่ให้เด่น คิดดูสิ ข้ามีคัมภีร์อัญเชิญอยู่เล่มหนึ่งมีแรดผิวเหล็กชั้นทองแดงระดับ 2  แล้วข้าเคยอวดเรื่องนี้กับใครมาก่อนหรือเปล่า?  ข้าไม่ใช่คนพรรค์นั้น” เจ้าอ้วนไห่ไม่อธิบายอะไรเลยยังจะดีกว่า ทันทีที่เขาอธิบายทุกคนรู้สึกว่าเจ้าอ้วนไห่ไม่สามารถรักษาความลับไว้ได้จริงๆ  วิธีรับมือเขาที่ดีที่สุดคือฆ่าปิดปากเขา  ทุกคนจ้องจนเจ้าอ้วนไห่ชักกลัวขึ้นมาจริงๆ  เขารีบสาบานว่าเขาจะปกป้องความลับก่อนที่ทุกคนจะปล่อย

เขาขณะที่เจ้าอสูรทองลึกลับ ก็ไม่มีใครสามารถกำหนดได้ว่าตรงไหนหัว ตรงไหนหางของมัน

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดทุกคนก็เห็นสัตว์อสูรก่อตัวจากไข่อสูรมาตรฐาน 5 ดาวที่เย่ว์หยางมอบให้อี้หนาน หลังจากเริ่มกระบวนการทำสัญญาหลอมรวมกับไข่อลเวงที่มีพลังลึกลับ ไข่อสูรมาตรฐาน 5 ดาวได้กลายรูปเป็นเพกาซัสสีเงินขนาดเล็ก

อี้หนานยินดีเหลือจะกล่าว  นางยิ้มเต็มใบหน้า จับมือเย่ว์ปิงโลดเต้นไปรอบๆ  อย่างไม่อาจระงับความตื่นเต้นได้

เมื่อเย่คงและคนอื่นได้ยินจากอี้หนานถึงคุณลักษณะของเพกาซัสเงิน ถึงกับอ้าปากกรามค้างจนถึงพื้น

เพกาซัสเงินที่เพิ่งทำสัญญายังเป็นแค่ลูกม้าตัวหนึ่ง แต่มีลักษณะของอสูรชั้นเงินระดับ 2 แล้ว  อี้หนานคาดว่าเจ้าม้าเงินตัวน้อยนี้อย่างน้อยต้องประเมินได้ 6 ดาว และเป็นไปได้มากว่าจะเปลี่ยนเป็นชั้นทองในระหว่างที่มันเติบโต  อี้หนานร่าเริงอย่างไม่น่าเชื่อ  นางชอบมัน  บางทีนางคงไม่แสดงออกอะไรต่อให้เป็นราชสีห์ชั้นทองก็ตาม เพราะธรรมชาติสตรีมักชอบของสวยงาม

ร่างของเพกาซัสเงินสีขาวราวหิมะ และปีกน้อยๆที่แปลกตาของมันยังอ่อนนุ่มเหลือเชื่อ  ตอนนี้มันแค่ยืนได้แต่ยังบินไม่ได้

ต่อเมื่อมันโตขึ้น มันจะกลายเป็นพาหนะบินได้ที่เหมาะกับสตรีที่สุดและเป็นสิ่งที่สตรีรักชอบมากที่สุด

“ข้าเป็นลูกพี่เจ้า แต่ข้าก็มีแค่แรดหนังเหล็กชั้นทองแดงระดับ 2 เจ้าจะไม่สนใจข้าไม่ได้นะ  เจ้าต้องให้สัตว์อสูรดีๆ กับข้าสักตัวสิ  ข้าไม่ได้ขอมากเกินไปนะ เอาแค่อสูรทองตัวไหนก็ได้”  ก่อนที่เจ้าอ้วนไห่จะพูดจบ เย่คงก็เตะเขากระเด็นล้มลงและเหยียบท้องซ้ำเต็มแรงจนไขมันของเขากระเพื่อมเป็นวง

สมองของเจ้าหมูตอนนี่เปลี่ยนเป็นข้าวต้มไปแล้วหรือ?

อสูรทองเชียวหรือ?

เพราะ จะเป็นไปได้เมื่อไหร่ที่จะเอาอสูรทองมาได้?

แต่เย่ว์หยางก็ยังใจดีพอที่จะช่วยพี่น้องตระกูลหลี่และช่วยให้เจ้าอ้วนไห่ได้รับอสูรทองแดง ที่สำคัญคือพวกเขามีความแข็งแกร่งต่ำที่สุดและเป็นภาระของทีม  ในอนาคตมันจะกลายเป็นข้อเสียในการบ่มเพาะความก้าวหน้าของทีม  เย่ว์หยางบอกไปแล้วว่ามีอีกหลายอย่างที่เขายังไม่ได้ทำ  เขาแค่ผงกศีรษะให้กับพี่น้องตระกูลหลี่  หลี่เชียและหลี่เกอรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาก  พวกเขารู้แล้วว่าเย่ว์หยางไม่ได้ละเลยพวกเขา  แต่เมื่อพวกเขาเห็นเย่ว์หยางพยักหน้าให้พวกเขา ก็เท่ากับยืนยันอย่างเงียบๆ พวกเขาไม่สามารถช่วยได้  แต่ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมอยู่ภายในใจพวกเขา มันเกินกว่าจะพูดออกมาได้

กลายเป็นนักรบชั้นยอดคือความฝันของนักรบทุกคนในแผ่นดินมังกรทะยาน

พี่น้องตระกูลหลี่รู้ว่าพวกเขาจะได้คอยรับใช้ให้เย่ว์หยางอีกครั้ง  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ต้องการแข็งแกร่งขึ้น

“เย่ว์ปิง, เราจะต้องออกไปซื้อของบางอย่างก่อน  แล้วค่อยเจอกัน  ถ้าไม่มีปัญหาอะไรจริงๆ หลังจากเจ้าไปติดตามผลตรวจร่างกายเสร็จแล้ว เราจะไปที่วงกตศิลาดำกัน”  อี้หนานเก็บลูกเพกาซัสเงินของนางแล้วจากไป พร้อมกับพาเย่ว์ปิงไปด้วย  ขณะที่ตรงไปที่ทางเข้า นางหันกลับมาพูดว่า “คุณชายสามจอมโกหก! ท่านกับเจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ ก็ควรเตรียมตัวด้วยเช่นกัน”

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง เราจะพบกับท่านที่ทางสถานเข้าพยาบาลทีหลัง”  เย่คงไม่ต้องการให้เย่ว์หยางมาช่วยพวกเขาซื้อของที่จำเป็น เขาพาพี่น้องตระกูลหลี่ไปกับเขา

พวกเขายังคงเตรียมส่งข้อความไปให้เหวินอยู่โม่ว, เฮ่อสื่อหยุนและไท่หยางบอกพวกเขาว่าหาตัวเย่ว์ปิงพบแล้ว  ขณะเดียวกันเขาส่งเงินจำนวนหนึ่งไปให้พวกเขาด้วยเพื่อป้องกันสหายทั้ง 3 คนเหล่านี้ต้องอดตายระหว่างที่รอคอย เย่คงและคนอื่นรีบออกไปทำงานของพวกเขาให้สำเร็จ  ตรงกันข้ามกับเย่ว์หยาง เขาว่างโดยสิ้นเชิง  ดังนั้นเขาจึงเอาดาบไข่ออกมาศึกษาดู  เดิมทีเขาตั้งตั้งจะศึกษาเจ้าอสูรทองตัวเล็กเพิ่มเติมอีก  แต่เจ้าอ้วนไห่ยังตื๊อขออยู่ด้วย โดยปฏิเสธที่กลับไปที่ห้องของตน  เย่ว์หยางจำต้องเลื่อนความปรารถนาจะศึกษาเจ้าอสูรทองตัวน้อยออกไปเป็นวันอื่น

เจ้าอ้วนไห่พยายามผลักดันให้เย่ว์หยางไปเรียนที่โรงเรียนเขาในปีหน้าและพูดว่า เขาเป็นลูกพี่ สามารถคุ้มครองเย่ว์หยางได้

เย่ว์หยางไม่สนใจจะเข้าเรียนในโรงเรียนเท่าใดนัก

เขาไม่รู้ว่าเขาต้องเรียนรู้อะไรเมื่อต้องไปโรงเรียน  เขาคิดว่าเขาน่าจะบ่มเพาะฝึกตัวในหอทงเทียนดีกว่า

พอเห็นทัศนคติของเย่ว์หยางแล้ว เจ้าอ้วนไห่รีบใช้วิชาลิ้นเงินเชิญชวนเขาทันที “เจ้ารู้หรือเปล่า โรงเรียนของเรามีผู้หญิงสวยที่สุด!”

“โรงเรียนที่มีผู้หญิงสวยที่สุด ก็คือสถานบันฉางจิงไม่ใช่เหรอ?” เย่ว์หยางชักงง

แม้ว่าเขาไม่เคยไปอยู่ที่นั่น เย่ว์หยางก็เคยได้ยินคำร่ำลือว่าสถาบันฉางจิงแห่งอาณาจักรต้าเซี่ยและสถาบันจ้งเซียงแห่งแคว้นเทียนหลัวเป็นสถาบันที่มีสาวงามมากที่สุดและรู้จักกันไปทั้งโลก  ขณะที่ประเทศใหญ่ อย่างสถาบันสุนัขป่าเทาของประเทศสื่อจินเรียกกันว่าดินแดนขาดแคลนสาวงาม ในฐานะบ้านป่าเมืองเถื่อน  โชคดีที่โรงเรียนที่เจ้าอ้วนไห่ชวนให้เรียนไม่ใช่สถาบันชางหลาง  มิฉะนั้นเย่ว์หยางคงไล่เตะเขาออกจากห้องทันที

เจ้าอ้วนไห่คาดไม่ถึงเลยว่าคนที่เอาแต่เก็บตัวเองอย่างเย่ว์หยางนี้ไม่สามารถแม้แต่จะระบุถึงสาวงามได้ รู้แค่เฉพาะคำร่ำลือเหล่านี้เท่านั้น

หนังสือแห่งความเงียบ บทที่ 18 โศลกที่ 44 กล่าวไว้ว่า ด้วยผิวหน้าที่หนาเพียงพอ แม้เวลาหน้าแดง มันก็จะไม่เป็นสีแดง เจ้าอ้วนไห่หัวเราะและกล่าวว่า “แม้ว่าในสถาบันฉางจิงจะมีคนสวยอยู่เยอะ  แต่สถาบันฉางชุนเถิงของพวกเราก็ไม่เลวหรอกนะ  เจ้าไม่รู้หรือว่าสถาบันฉางชุนเถิงของพวกเราอยู่ตรงข้ามกับสถาบันฉางจิง? แม้ว่ามันจะเป็นที่ไม่ค่อยรู้จัก  แต่เงื่อนไขอำนวยความสะดวกก็ไม่ถึงกับแย่, มันเป็นสถาบันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเช่นกัน  ได้รับการก่อตั้งขึ้นในเวลาเดียวกันกับสถาบันฉางจิง มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 3 พันปี  ความจริงที่สำคัญที่สุดก็คือว่า มีนักเรียนชายไม่มากนัก ดังนั้นจึงไม่มีเหตุการณ์ที่น่าเกลียดกระทบกระทั่งกันเกินไป  ลองคิดดีๆ อีกครั้งนะ  พวกเราจากสถาบันฉางชุนเถิงสามารถไปจีบสาวๆ โรงเรียนตรงกันข้างอย่างฉางจิงได้และพิชิตใจสาวงามโรงเรียนนั้นได้  ความรู้สึกได้ถึงความสำเร็จเช่นนี้ จะไม่ดีกว่าหรอกหรือ?”

“เจ้าพิชิตใจสาวงามมากี่คนแล้ว?” ด้วยคำถามเพียงข้อเดียวที่เย่ว์หยางถาม  ทำเอาเจ้าอ้วนไห่อยากจะเอาหัวกระแทกกำแพงยิ่งนัก

“นี่…แน่นอน ข้าพิชิตใจพวกนางมาเยอะแล้ว หลังจากพวกนางเรียนจบไป พวกนางร่ำไห้ทนไม่ได้ที่จะต้องจากข้าไป ที่ฉางชุนเถิง  ใครเล่า?จะจำข้าไม่ได้ เจ้าชายฮาเร็มน้อยๆ ข้าจะบอกเจ้าให้นะ  ข้าเกิดมาในโลกนี้เพื่อจีบสาวๆ โดยเฉพาะ!” เจ้าอ้วนไห่ฝืนใจตัวเองและตบหน้าอกตัวเองเต็มที่

“เพราะเจ้าคว้าผู้หญิงที่นั่นไปหมดแล้ว ทำไมข้าถึงต้องไปที่นั่นอีก?”  เย่ว์หยางปฏิเสธเขาอย่างเฉยเมย

“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ยังมีสุภาพสตรีที่จิตใจหนักแน่นเยือกเย็นที่ ดีที่สุดของสุดที่ลูกพี่ของเจ้ายังไม่อาจพิชิตใจนางได้เลย  ถึงตอนนั้น เราสามารถร่วมมือกันวางกลยุทธ์พิชิตใจนางรวดเดียว ข้า, ลูกพี่ของเจ้า จะยอมเสียเปรียบสักเล็กน้อย  รอให้เจ้าเลือกสิ่งที่เจ้าต้องการเรียบร้อยแล้ว  ที่เหลือข้าค่อยตามเก็บ” เจ้าอ้วนไห่รู้สึกไม่มั่นใจเพียงพอ จึงเพิ่มน้ำหนักคำพูดอีกว่า “สถาบันฉางชุนเถิงของเราไม่ได้มีแต่เพียงหญิงงามเท่านั้น  แต่ยังมีอาจารย์สวยๆ มีพี่สาวผู้เลอเลิศ  แค่นั้นยังไม่พอ อาจารย์สาวสวยยังสอนวิชาอัญเชิญอักขระโบราณ ทำให้เหมือนกับเข้าไปเอาสมบัติในแดนล่มสลายของทวยเทพทั้งหมดได้

เมื่อเย่ว์หยางได้ยินคำว่าพี่สาวผู้เลอเลิศ อักขระโบราณและสมบัติ เขาเปลี่ยนใจและถามทันทีว่า “แดนล่มสลายแห่งทวยเทพคืออะไร?”

เจ้าอ้วนไห่ลดเสียงลงแล้วทำเป็นพูดเสียงลึกลับว่า “แดนล่มสลายแห่งทวยเทพน่ะหรือ?  นั่นคือดินแดนที่ลึกลับที่สุดในทวีปมังกรทะยานนอกจากหอทงเทียน  เป็นดินแดนแห่งความฝันของนักรบ ทุกคนต้องการเข้าไปในนั้นและขโมยสมบัติของที่นั่น  ตำนานกล่าวไว้ว่ามีสมบัติจำนวนนับไม่ถ้วนซ่อนอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นผลึกเวท  อาวุธเทพและอสูรดึกดำบรรพ์แม้แต่จิตวิญญานักรบ!”

“จิตวิญญาณนักรบหรือ?”  เย่ว์หยางไม่เคยได้ยินอะไรอย่างนี้”

ตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อหลายล้านปีมาแล้ว แผ่นดินมังกรทะยานเต็มไปด้วยนักรบระดับสูงสุดผู้ทรงอำราจ  พวกเขาต่อสู้กันเองและนักรบระดับสูงสุดผู้ตายในการต่อสู้และเลือดเนื้อของพวกเขาถูกทำลาย แต่ทิ้งส่วนแห่งความคิดพวกเขาไว้เบื้องหลังซึ่งก็คือจิตวิญญาณนักรบ  ตราบใดที่นักรบเอาจิตวิญญาณนักรบมาได้  พวกเขาจะได้รับประสบการณ์และพลังของนักรบโบราณได้  หลังจากปลูกฝังจิตวิญญาณนักรบได้แล้ว ก็จะมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นนักรบระดับสูงสุดรุ่นใหม่ได้  แม่นางเต๋อ..อาจารย์คนสวยของสถาบันของเราเป็นหนึ่งในสามปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้รู้วิชาอัญเชิญอักขระโบราณ นั่นสามารถบอกได้เลยว่านางถือกุญแจประตูเข้าดินแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ  คิดดูสิ ถ้าเราจับนางได้ เราทั้งสองจะไม่ร่ำรวยกันใหญ่หรอกหรือ”  เจ้าอ้วนไห่ยิ้มเจ้าเล่ห์จนน้ำลายยืดยาวออกจากปาก

“แดนล่มสลายแห่งทวยเทพ…”  เย่ว์หยางได้รับแผนที่ขุมสมบัติจากหม้อพลังในวิหารราศีเมษ  ดูเหมือนว่ามันสามารถยืนยันกับสิ่งที่เจ้าอ้วนไห่พูดขณะที่เจ้าอ้วนไห่กำลัวปั้นเรื่องให้น่าสนใจยิ่งขึ้นเพื่อชักชวนเย่ว์หยาง  ทันใดนั้นเย่คงและพี่น้องสกุลหลี่ก็วิ่งขึ้นบันไดมาและผลักประตูเข้ามารายงานอย่างเร่งด่วนว่า “บ้านประมูลของนักรบมีการเตรียมขายผลแห่งภูมิปัญญาและกิ่งของพฤกษาแห่งชีวิต  ทั้งสองอย่างจะช่วยให้มนุษย์พฤกษาของเย่ว์ปิงเติบโตได้อย่างมาก”

เมื่อเย่ว์หยางได้ยินเช่นนี้ เขาโดดผางทันที “ไปหาเย่ว์ปิงกัน”เราจะไปอาคารประมูลกันเดี๋ยวนี้”

**************************************

จบบทที่ ตอนที่ 74 แดนล่มสลายแห่งทวยเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว