เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 64 คัมภีร์เล่มที่สอง

ตอนที่ 64 คัมภีร์เล่มที่สอง

ตอนที่ 64 คัมภีร์เล่มที่สอง


เสียงระฆังสัญญาณเตือนภัยถูกสมาคมนักรบเปิดขึ้นเป็นเวลานาน เสียงดังกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ

ประตูลัดขนาดเล็กจำนวนมากเกือบร้อยบานปรากฏขึ้นอยู่หน้าสมาคมนักรบ ทหารระดับสูงในชุดเกราะทองหรือเกราะเงินเร่งรีบไปรวมตัวกันในที่นั้น

เย่ว์หยางเห็นบุรุษคนหนึ่งปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงกำลังขี่ราชสีห์เพลิงมาอยู่ มันโดดข้ามฝูงชน แล้วกลายเป็นลูกไฟขนาดยักษ์และระเบิดลงในท่ามกลางกลุ่มปีศาจนรกเล็กกลุ่มใหญ่จนทำให้บริเวณใกล้เคียงมอดไหม้ไปด้วย จากนั้นมีบุรุษคนหนึ่งโดดลงมาจากราชสีห์เพลิงอย่างสง่า คุกเข่าต่อหน้าเจ้าสำนักเมืองโล่วฮัวรายงานตัวแข็งขันว่า “ตระกูลหยานแห่งอาณาจักรต้าเซี่ย หยานโพ่จุน มาขอรับบัญชาจากท่าน”

เมื่อปีศาจนรกรายล้อมเขาไว้ พร้อมกับที่เขาปาดมือออกไป หยานโพ่จุนทำให้พวกมันติดไฟทั้งหมดด้วยวิธีที่สดุดตา จนกระทั่งวิญญาณที่กำลังบุกเข้ามามอดไหม้เป็นจุล

“เห็นการกำจัดปีศาจของหยางโพ่จุนที่นี่แล้ว ข้าเฟิงชิชาจะไม่มาร่วมด้วยก็กระไรอยู่?” บุรุษประหลาดสวมชุดเกราะที่สลักเวทไว้ ถือใบมีดประหลาดที่มีพลังปราณอัดแน่นเป็นจำนวนมากปรากฏตัวในสนามรบ

“ฮืม..ตระกูลเฟิงและตระกูลหยานช่างน่าประทับใจ”

เสียงที่เยือกเย็นดังก้องอยู่ในท้องฟ้า

จากนั้นก็ตามมาด้วยพายุหมุนพุ่งเข้ามาในสนามรบ จนทำให้วิญญาณปีศาจร้ายถูกเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศแล้วถูกแช่แข็งจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง พอตกลงมาก็แตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ในพายุหมุนนั้น ปรากฏบุรุษหน้าตาคมคายมีลักษณะเข้ากับสีหิมะใช้สายตาที่เย็นชาจ้องมองมาที่เย่ว์หยาง เขาไม่ได้ดูผลงานของหยานโพ่จุน ไม่ได้มองเฟิงชิชาที่มีพลังปราณอัดแน่น แต่กลับจ้องมองเย่ว์หยางผู้ที่ยังรักษาภาพพจน์ที่ไม่โดดเด่นอยู่เบื้องหลังเจ้าสำนักเมืองโล่วฮัว เรื่องนี้ทำให้เย่ว์หยังแอบปาดเหงื่อผิดหวังอยู่ในใจ พวกเจ้าทุกคนเปิดตัวได้น่าประทับใจมาก ส่วนข้าก็แค่ชมวิวเฉยๆ ไม่ได้ขัดขวางกันและกันสักหน่อย ทำไมยังจะมาจ้องข้าเหมือนกับว่าข้าเป็นศัตรูฆ่าพ่อเจ้าด้วย?

ตามปกติ เจ้าเด็กที่น่าสงสารมักจะเป็นคนเก็บตัวเป็นส่วนใหญ่ เขาแทบจะไม่เคยออกไปนอกบ้าน และยังเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ตื่นแต่เช้านอนแต่หัวค่ำ ต่างกันกับเขาสุดกู่ที่ไปเที่ยวชักชวนสาวๆ ปีนกำแพงท่องราตรี แล้วจะมาบอกว่า เจ้าเด็กที่น่าสงสารไม่เป็นมิตรกับเจ้าหนุ่มน้ำแข็งคนนี้ได้อย่างไร?

เป็นไปได้ว่าเจ้าหนุ่มน้ำแข็งต้องเป็นเกย์แน่ แต่ถูกเจ้าเด็กที่น่าสงสารปฏิเสธไป เลยเปลี่ยนจากรักเป็นเกลียดสินะ?

ขณะพิจารณาเรื่องนี้ หัวใจเย่ว์หยางก็สั่นสะท้าน

“สะ..สะ…สามดาวเพชรฆาต…” เย่คงตื่นเต้นมากจนปากสั่น เหมือนกับว่าแฟนน้อยๆ ได้เห็นไอดอลคนโปรดปรากฏตัว และ ตาของเขามีแววกระตือรืนร้นอย่างมาก ยืนกรานต้องการขอลายเซ็นจากไอดอลของพวกเขาให้ได้

“ว้าว!” ความจริงไม่ใช่มีแค่เย่คงเท่านั้น แม้แต่ทหารรับจ้างที่สู้รบติดพัน และทหารฝีมือระดับสูงที่เพิ่งวิ่งเข้ามาถึงที่นี่ต่างก็ตื่นเต้นกันใหญ่ที่กำลังรบของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล

“สามดาวเพชรฆาตคืออะไรเหรอ?” มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่รู้จัก 3 เทพดาวเพชรฆาต ก็คือนักเดินทางต่างมิติ เย่ว์หยาง

“ท่านไม่รู้จักพวกเขาเหรอ?” เย่คงก้มหน้าลงจนคางแทบติดกับพื้น

เขาไม่รู้กระทั่งสามดาวเพชรฆาตผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ คุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์เติบโตมาในหุบเขาป่าลึกหรือนี่? เขาไม่เคยพบผู้คนมาก่อนหรือ? สามดาวเพชรฆาตผู้ยิ่งใหญ่ คือชื่อที่มอบให้สามสุดยอดอัจฉริยะที่โดดเด่นโดยสมาคมนักรบ ประกอบด้วย ชิชา, โพ่จุน, ทันหลาง” ทั้งสามนี้มาจากตระกูลเฟิง, ตระกูลหยาน,และตระกูลเสวี่ยใน 4 ตระกูลใหญ่ เป็นผู้เยาว์รุ่นหลังที่มีพรสวรรค์มากที่สุด ดังนั้นชื่อของพวกเขาจึงเรียกเต็มๆว่า เฟิงชิชา, หยานโพ่จุน, และเสวี่ยทันหลาง ขณะที่ตระกูลเย่ว์แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ที่มีพรสวรรค์ได้รับการยอมรับก็จริง แต่รุ่นผู้เยาว์ที่โดดเด่นที่สุด เย่ว์เทียนและเย่ว์เยี่ยน เมื่อเทียบกับเฟิงชิชา, หยานโพ่จุนและเสวี่ยทันหลางฝีมือยังห่างอีกช่วงหนึ่ง

ถ้าบอกว่าเฟิงชิชา, หยานโพ่จุนและเสวี่ยทันหลางเป็นผู้เยาว์ที่แข็งแกร่งได้รับการยอมรับ อย่างนั้นเย่ว์เทียนและเย่ว์เยี่ยนก็เป็นระดับหัวกะทิที่ไล่ตามพวกเขามาติดๆ

แม้ว่าเย่ว์เทียนและเย่ว์เยี่ยนจะได้รับสัตว์อสูรที่ยอดเยี่ยม แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถจะเทียบชั้นกับยอดฝีมือรุ่นเยาว์ทั้ง 3 ที่มีพลังแกร่งกว่าปกติได้

จากนั้น พอมองพวกหัวกะทิอย่างเฉินถู่หาว พวกมันไม่ควรได้รับพิจารณาให้เป็นหัวกะทิรุ่นเยาว์ชั้นหนึ่งเลย อย่างมากก็เป็นได้แค่ชั้นสอง

เฟิงชิชาเป็นลูกศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจของหนึ่งในสี่นิกายใหญ่ คือนิกายภูเขาหมอกแดนใต้ สัตว์อสูรของเขาเป็นอสูรสายเสริมพลัง “เกราะรบมารฟ้า” ที่มีความแข็งแกร่งอย่างไม่มีใครเปรียบเมื่อเทียบกันในรุ่นผู้เยาว์

หยางโพ่จุนเป็นลูกศิษย์ที่น่าภูมิใจของนิกายเจดีย์ราชสีห์สายฟ้าซึ่งเป็นนิกายใหญ่ สัตว์อสูรของเขาเป็นประเภทอสูรรบ ราชสีห์เพลิง เขามีสติปัญญาสูงส่ง พัฒนากลยุทธ์อย่างต่อเนื่องและมีความสามารถต่อสู้กับข้าศึกระยะใดก็ได้ แม้แต่เสวี่ยทันหลางผู้ที่ได้รับการยอมรับทั่วไปว่าแข็งแกร่งที่สุดและเยือกเย็นที่สุดก็ยังรู้สึกว่าเขาเป็นศัตรูที่น่าสะพรึงกลัว เขาประเมินว่าหยานโพ่จุนฝีมือเหนือกว่าเฟิงชิชาเพียงเล็กน้อย

เสวี่ยทันหลางเป็นลูกศิษย์ที่น่าภูมิใจของนิกายปราสาทแก้วทะเลตะวันออก สัตว์อสูรของเขาเป็นอสูรสายเฉพาะธาตุ “วายุสลาตัน” เขาเป็นตัวประหลาดที่โดดเด่นได้รับการยอมรับจากทั่วๆไป เขาได้ทำร้ายผู้อาวุโสของตระกูลเมื่ออายุได้ 9 ปีสร้างความตกตะลึงไปทั้งทวีปมังกรทะยาน ประมุขนิกายปราสาทแก้วทะเลตะวันออกใช้ทักษะธรรมชาติและศักดิ์ฐานะของตนรับตัวเขาไว้ในฐานะศิษย์คนสุดท้าย

แม้ว่าเฟิงชิชาและหยานโพ่จุนจะได้รับการขนานนามมานานแล้ว เสวี่ยทันหลางก็ยังดูอายุน้อยที่สุด และได้รับการชื่นชมไม่ขาดปาก

หยานโพ่จุนและเฟิงชิชาไม่รู้จักเย่ว์หยางและคิดว่าเขาเป็นแค่โจรน้อยธรรมดา พวกเขาไม่ได้สนใจจริงจังนัก ผู้ใดจะคิดว่าเสวี่ยทันหลางเจ้าหนุ่มน้ำแข็งผู้นี้ที่มีปกติไม่สนใจใครอื่น จะเดินมาอยู่หน้าเย่ว์หยางแค่นเสียงกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าจำเจ้าได้ คุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ แม้ว่าข้าไม่รู้สาเหตุที่เจ้าคอยหลบหน้าพี่สาวข้า แต่ความโกรธข้ามีจำกัด สักวันข้าจะพิสูจน์เป็นตายกับเจ้า”

“หา?” เย่ว์หยางสับสน

เขาไปทอดทิ้งพี่สาวเจ้าหนุ่มน้ำแข็งนี่ตั้งแต่เมื่อไหร?

เดี๋ยวก่อน, เจ้าหนุ่มน้ำแข็งนี่เป็นน้องชายของคุณหนูตระกูลเสวี่ยงั้นหรือ? อย่างนั้นก็ค่อยสมเหตุผล แต่บางอย่างไม่ถูกต้องนี่นา..

เขาไม่ได้…ระมัดระวังเลย ก่อนที่จะข้ามมิติมาสลับตัวกับเขา เจ้าคนที่น่าสงสารไม่เคยทอดทิ้งพี่สาวเจ้าหนุ่มน้ำแข็งแล้วไปโดดน้ำฆ่าตัวตาย… การแต่งงานนี้ถูกคุณหนูตระกูลเสวี่ยปฏิเสธมาไม่ใช่หรือ? นางเป็นคนปฏิเสธการแต่งงาน อย่างนั้นทำไมเขาถึงมาถูกกล่าวหาว่าผิดเช่นนี้อีก? หรือจะเป็นสถานการณ์ในตำนานของขโมยร้องไห้ให้ขโมยหรือเปล่า?

เจ้าสำนักโล่วฮัวถึงกับสับสนไปด้วย นางชี้ไปที่เย่ว์ปิงบนหลังของเย่ว์หยางแล้วหรี่ตากลมโตถามว่า “เป็นเพราะสาวน้อยที่เจ้าแบกอยู่ใช่ไหม?”

“ไม่ใช่, เย่ว์ปิงคือน้องสาวของคุณชายสาม นี่คือน้องสาวของเขา” พอเห็นเย่ว์หยางยังคงสับสนอยู่ เย่คงรีบอธิบายแทน

“งั้นเจ้ามีน้องสาวที่มีสัมพันธ์ซับซ้อนหรือ?” คำพูดเจ้าสำนักโล่วฮัวแทบทำให้เย่ว์หยางกระอักเลือดตาย

“……” สายตาที่น่าชังของทุกคนจ้องมาที่เย่ว์หยางเหมือนกับมองคนลามก เพราะอย่างนี้ถึงทำให้เย่ว์หยางรู้สึกเหมือนไม่ได้รับความยุติธรรม

“มันเรื่องไร้สาระอะไรกันนี่! ข้าแค่มารับเย่ว์ปิง เมื่อข้าได้ยินว่านางตกอยู่ในอันตราย แล้วเจ้าหมายความว่ายังไงที่ว่าปฏิเสธการแต่งงาน ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าพูดเลย!” เย่ว์หยางรู้สึกว่าเปรียบเขากับพี่น้องตู้เอ๋อ (อาจยกมาจากซี่รี่ย์เรื่องอื่น) ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้ว อย่างน้อยนางก็ยังได้รู้สาเหตุที่นางตาย แต่เขาไม่ได้รู้สาเหตุที่เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจนกระทั่งตาย ในที่สุด ตอนนี้เย่ว์หยางก็เข้าใจว่านี่คือการสมรู้ร่วมคิด การถอนหมั้นครั้งนี้ไม่ใช่เป็นแค่เพียงโศกนาฏกรรม แต่มันเป็นการสมรู้ร่วมคิดที่น่ากลัว

“เขารู้กันทั่วทั้งแผ่นดินมังกรทะยานว่าเจ้าเป็นคนเขียนมันเอง เจ้าเปิดเผยมันทั่วทั้งอาณาจักรทำให้พี่สาวข้ามีมลทินมัวหมอง แล้วเจ้ายังจะเถียงข้าอีกหรือ?” ความเย็นยะเยือกระเบิดออกรอบตัวเสวี่ยทันหลางแทบจะเปลี่ยนรอบๆ เป็นนรกน้ำแข็ง ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะต้องปราบปรามวิญญาณปีศาจร้าย เขาเกือบจะเข้าไปฉีกเย่ว์หยางให้เป็นชิ้นแล้ว

“เอ๋?” เย่ว์หยางสับสนอีกครั้ง

การสมรู้ร่วมคิดครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจ้าเด็กที่น่าสงสารคงจะรับมือไม่ได้จนถึงกับไปโดดน้ำตาย

ดูเหมือนว่าเขารู้กันทั้งโลกว่าคุณชายแห่งตระกูลเย่ว์เป็นเหมือนสวะ ถูกคุณหนูตระกูลเสวี่ยขอถอนหมั้น นอกจากครอบครัวของหญิงงามเท่านั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้าคนที่น่าสงสารรู้ความจริง และไม่สามารถทนต่อการสมรู้ร่วมคิดที่น่าอับอายนี้ได้ เขารู้สึกว่าโลกไม่มีความยุติธรรม ในที่สุดจึงไปโดดน้ำฆ่าตัวตายอย่างสิ้นหวัง

ขณะที่เย่คงจ้องมองสีหน้าตกใจของเย่ว์หยาง เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ค่อยถูกต้องจึงรีบช่วยเย่ว์หยางพูดว่า “คงมีความเข้าใจผิดบางอย่างระหว่างพวกท่านทั้งคู่หรือเปล่า?

เจ้าสำนักโล่วฮัวยิ้มกล่าวว่า “บางทีคงเป็นเรื่องทะเลาะกันเล็กน้อยระหว่างคนรัก ก็แค่หาเวลาพบปะอีกฝ่ายและปรับปรุงแก้ไขสถานการณ์ของเจ้าทั้งสองก็ได้นี่” นางยังรักษาหน้าของนางและถือโอกาสดุพวกเขา “ตอนนี้ เป็นเวลาสังหารหมู่และตีโต้ปีศาจ จงใช้พลังของเจ้าบุกนรกกัน”

“เดี๋ยวก่อน…”

หลังจากเรียกมีศาจควันออกมา คนมีฝีมือที่ซ่อนความเก่งไว้ไม่ได้เคลื่อนไหวจนบัดนี้ อยู่ๆ ก็เริ่มพูดขึ้น

ตอนนี้ทั้งตัวเขามีเลือดท่วมซึ่งพุ่งออกมาจากทวารทั้งหมด ภายใต้กฎต่อต้านปีศาจของหอทงเทียน ทันทีที่คนนอกรีตอัญเชิญประตูปีศาจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ทำสัญญากับคัมภีร์หรือไม่ก็ตาม หรือจะอยู่ในขั้นสูงขนาดไหน ก็จะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย และตายในลักษณะที่เจ็บปวดมีเลือดออกกระทั่งร่างกายระเบิดตาย

ร่างของคนผู้นี้จะระเบิดเมื่อใดก็ได้ เขารีบเข้ามาหาเย่ว์หยางและยิ้มให้ “ข้าเคยพบบิดาเจ้า เขาเป็นยอดฝีมือชั้นสูงเพียงคนเดียวที่ไม่แยกเขาแยกเรากับข้าในทั่วทั้งแผ่นดินมังกรทะยาน เขาเป็นนักรบเพียงคนเดียวที่ยอมรับข้า หลังจากข้าตาย ข้ายินดีจะมอบทุกอย่างที่ข้ามีแก่เจ้า ถือว่าเป็นหนี้ที่ข้าใช้คืนท่านเย่ว์ชิวที่ช่วยชีวิตข้าไว้ เมื่อตอนที่ข้าถูกไล่ล่าตามฆ่าในตอนนั้น”

“อย่าเข้าไป เขากำลังจะระเบิดในไม่ช้านี้ เขาต้องการจะระเบิดให้ท่านตายไปด้วยพร้อมกับฆ่าท่านทั้งสอง…” เย่คงรีบห้ามเย่ว์หยาง

“ไม่ต้องห่วง ข้ามันก็แค่สวะ ต่อให้ข้าตายก็ช่างมันเถอะ” เย่ว์หยางยิ้มแย้มไม่อนาทรร้อนใจเหมือนกับว่าเห็นเรื่องความเป็นความตายเพื่อเอาไว้บอกเล่าขานกัน แต่แท้ที่จริงเขาแอบสบถอยู่ในใจ หลังจากอ้างเอาบิดาของเจ้าเด็กผู้น่าสงสารขึ้นมา แล้วเขาจะไม่เข้าไปหาก็คงกระไรอยู่? ฝูงคนต่างก็จ้องมองเขา เขาต้องยอมรับว่าเย่ว์ชิวคือบิดาของเขาเองและจะถอยกลับก็ไม่ได้ จากนั้นเหากขาค่อยใช้วิชาลับ 3 แบบ เป็นไปได้ไหมที่จะหลบแรงระเบิดตนในครั้งนี้ได้?

“นี่คือสิ่งที่ข้าพบตอนที่ข้าเข้าไปในดินแดนล่มสลาย แม้ข้าจะรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่มีใครกำหนดได้ว่ามันคืออะไร ข้าขอมอบสิ่งนี้ให้เจ้า เจ้ากับบิดาคล้ายกันมาก แต่บุคลิกของเจ้าแตกต่างออกไป เขาเป็นคนหัวแข็ง เมื่อเทียบกันแล้ว ข้าชอบความแสบและความหน้าด้านของเจ้ามากกว่า ในอนาคตเมื่อเจ้าตอบแทนความนับถือของบิดาเจ้า ช่วยเรียนเขาว่าซือหมิงไม่คู่ควรให้เขาช่วยชีวิตและความพยายามแนะนำของเขา… ลาก่อน แผ่นดินมังกรทะยานที่เลี้ยงข้ามาแต่ไม่ยอมให้ข้าได้อาศัยอยู่ ลาก่อน หอทงเทียน เจ้าพวกอ่อนแอ… นรก..” บุรุษที่เรียกตนเองว่าซือหมิงใช้มือเปื้อนเลือดของตนควักหัวใจตนเองที่ยังเต้นอยู่ออกมา แล้วขยี้มัน ทันใดนั้นพื้นดินสั่นสะเทือน เลือดถูกฉีดขึ้นมาเป็นลำสูงประมาณ 10 เมตรจากอกของเขา ร่างของเขาระเบิดขึ้นไปในอากาศ และพื้นเกลื่อนกลาดไปด้วยเศษเลือดเนื้อและกระดูก

“เอ่?” ในมือซ้ายของเย่ว์หยางถือชิ้นโลหะดำลึกลับชิ้นหนึ่งและมือขวาถือคัมภีร์อัญเชิญสีเงินที่ค่อยๆ หมองลง เขาแอบตกใจอย่างมาก ขณะที่เขาได้รับข้อความในใจที่เขาไม่เคยฝันว่าจะมีมาได้ ในการใช้งานร่วมคัมภีร์อัญเชิญ ท่านจะตั้งค่าให้เป็นคัมภีร์เล่มที่ 2 ไหม? ท่านจะทำสัญญากับมันไหม?

คัมภีร์เล่มที่ 2 หรือ? เขายังสามารถทำสัญญากับคัมภีร์เล่มอื่นได้อีกหรือ?

เย่ว์หยางแทบเป็นลม ในแผ่นดินมังกรทะยาน ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ทำสัญญากับคัมภีร์ได้เพียงเล่มเดียว เกิดปัญหาอะไรในระบบกันแน่? เขาจะสามารถทำสัญญากับคัมภีร์ 2 เล่มได้อย่างไร? เป็นไปได้ว่าคุณลักษณะของเขาคงมากกว่าคนอื่น 2 เท่ากระมัง?

***********************

จบบทที่ ตอนที่ 64 คัมภีร์เล่มที่สอง

คัดลอกลิงก์แล้ว