เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 สุดยอดพลังกระบี่

ตอนที่ 35 สุดยอดพลังกระบี่

ตอนที่ 35 สุดยอดพลังกระบี่


เย่ว์หยางได้กลิ่นไม่ดีขณะเอานิ้วลูกขอบมีดของเขา

“มีคำสั่งเสียสุดท้ายเจ้าพูดออกมาเดี๋ยวนี้ได้เลย” เย่ว์หยางทำเป็นมองออกไปไกล จงใจละเลยเสียหั่ว เขารู้ว่าเสียหั่วไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เขามุ่งมั่นอัญเชิญอสูรที่แข็งแกร่งกว่าออกมา เพื่อพลิกสถานการณ์การต่อสู้

เย่ว์หยางต้องการใช้การต่อสู้ในคืนนี้ในฐานะเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของเขา และขอบเขตที่เขาบรรลุถึง

เย่ว์หยางไม่คิดว่าการเอาชนะอูอี้และเสียหั่วเป็นเรื่องที่ยาก เขาแค่ต้องการควบคุมสถานการณ์ในกรณีที่มีเหตุการณ์ท้าท้ายการพิสูจน์ ซึ่งจะช่วยให้เขาได้ประสบการณ์การต่อสู้มากมายเท่าที่เป็นไปได้ การฝึกอย่างต่อเนื่องจะเพิ่มพูนประสบการณ์ให้เขา การต่อสู้นองเลือดเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แม้ว่าเขาจะมีความสามารถมาก เขาคงไม่สามารถได้ผลต่อสู้ที่น่าพอใจ ยามเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีพลังมาก หากว่าเขาขี้เกียจฝึก บางทีอาจไม่รับประกันได้ว่าจะมีชีวิตรอดมาได้

เย่ว์หยางไม่รู้ว่าพวกเก่งๆ ในโลกนี้ทรงพลังขนาดไหนกันแน่ แต่ตั้งแต่เขาออกมาจากผนึกหลุมดำได้ก่อน เขาก็ตระหนักได้ถึงข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้, ในอดีต แผ่นดินมังกรทะยานมีคนเก่งที่สามารถเอาชนะนางพญาเฟ่ยเหวินหลีอย่างง่ายดายและผนึกนางเอาไว้นานหมื่นปี

คนเก่งพวกนั้นตายหมดหรือยัง?

เย่ว์หยางรู้สึกว่าคำตอบคำถามนี้ ส่วนใหญ่อาจตอบว่าไม่

แม้ว่าปัจจุบันไม่มีสุดยอดนักสู้ในแผ่นดินมังกรทะยาน แต่อาจจะมีอยู่บ้างในหอทงเทียน ตำนานบอกไว้ว่า มีแต่นักสู้ชั้นปราชญ์สามารถย่างเท้าเข้าสวรรค์ได้ ถ้าคนอย่างนั้นยังมีอยู่ แล้วจะขาดแคลนนักสู้ระดับสุดยอดได้อย่างไร?

คนเก่งสุดยอดผู้ผนึกนางพญาเฟ่ยเหวินหลีไว้นานหมื่นปี เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนที่เย่ว์หยางจะขึ้นไปทัดเทียมได้ นั่นคือสาเหตุที่เขาจำเป็นต้องสร้างความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

เพิ่มความแข็งแกร่ง แล้วก็แกร่งให้ยิ่งขึ้นไปเรื่อย เขาต้องกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก

นี่คือปณิธานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเย่ว์หยาง

ด้วยวิธีฝึกกระบี่ไร้ลักษณ์ปราณชั้นก่อกำเนิด เย่ว์หยางไม่กังวลถึงอนาคตเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เขายังต้องการพิสูจน์ตัวเองและบรรลุขอบเขตที่สูงขึ้นไปโดยการคร่ำเคร่งฝึกสร้างประสบการณ์การต่อสู้ คนอย่างหยานฉือ, เถี่ยขวง, อูอี้, และเสียหั่วก็แค่ก้อนหินให้ข้ามผ่านโดยใช้ตัวพวกเขาเอง เขาต้องการเดินไปสู่เป้าหมายที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไป นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เขาจำเป็นต้องทำตอนนี้

“ไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด” ขณะที่คำพูดของอูอี้ยังติดอยู่ในลำคอ มีดสั้นก็ทะลวงเข้าปากทะลุออกทางหลังศีรษะเขา

“ว้าว, คำพูดสุดท้าย พูดได้กระชับดี” เย่ว์หยางจงใจยักไหล่ตนเอง

นักรบที่ดูอยู่รอบๆ เงียบเสียงสิ้นเชิง

ทุกคนรู้ว่าอูอี้คงจะไม่รอด อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ ไม่มีใครคิดถึงเลยว่า นักสู้ชั้นวีรบุรุษระดับ 3 อย่างอูอี้จะพบจุดจบเช่นนี้

แววตาอูอี้เริ่มสลัวและไฟชีวิตของเขาดับไปก่อนที่เขาจะได้ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ อินทรีสงครามที่หวาดกลัว มันบินวนอยู่บนท้องฟ้าตลอดเวลาได้ทอดทิ้งคนทำสัญญากับมันทันทีที่เขาตาย มันกระพือปีกและพุ่งหายไปในความมืด เพื่อไปดำเนินชีวิตของมันเอง

“เหลือแต่เจ้าคนเดียวแล้วนะ เสียหั่ว” เย่ว์หยางหันมามองเสียหั่วที่เอาแต่เงียบมาตลอด เจ้าบัดซบนั่นยังมีไม้ตายหลงเหลืออยู่ เขาจะเคลื่อนไหวต่อไปเพื่อแสดงฝีมือที่คาดไม่ถึงอย่างใดกันแน่? เย่ว์หยางไตร่ตรองอยู่เงียบๆ

“ข้ารู้ว่าข้าคงไม่รอดผ่านคืนนี้ไปได้ อย่างไรก็ตาม ข้าจะฉุดเจ้าลงนรกด้วยกัน บอกเจ้าเลยก็ได้ ตราบใดที่เจ้ายังเป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อ ข้าสามารถอัญเชิญจ้าวปีศาจที่น่ากลัวสามารถทำลายล้างเมืองไป๋ฉือทั้งเมืองได้…ฮ่าๆๆๆๆๆ…………ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ…” เสียหั่วหัวเราะอย่างบ้าคลั่งชั่วร้าย ทำให้ผมบนศีรษะทุกคนลุกชูชัน

เสียหั่วมีแผนอะไรกันแน่?

นักรบที่เฝ้าสังเกตการณ์โดยรอบสั่นสะท้านโดยไม่ได้ตั้งใจ จ้าวปีศาจที่น่ากลัวอาจทำลายเมืองไป๋ฉือได้ทั้งเมืองหรือ?

อย่างน้อยที่สุด นี่หมายความว่าต้องเป็นระดับสัตว์อสูรชั้นทองฝ่ายปีศาจใช่ไหม?

หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยรีบตอบสนองทันที เขาชักกระบี่ยาวข้างตัวเขาสั่งการให้ทุกคนโจมตี เพื่อยับยั้งเสียหั่วที่เสียสติไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะที่ทหารโดดออกมาจากระเบียงอาคารนั้น มวลไฟสีดำนับไม่ถ้วนปะทุออกมาจากร่างของเสียหั่ว

เปลวไฟเหล่านี้เหมือนกับผุดขึ้นมาจากนรก

เสียหั่วหัวเราะลั่น พอเขาโบกมือเท่านั้น เปลวไฟนับไม่ถ้วนถูกยิงออกมาเหมือนดาวตก พุ่งเข้าหานักรบที่อยู่รอบๆ เช่นเดียวกับนักร้องหญิงผู้ร้องเพลงอยู่บนเวทีโรงเตี๊ยมอย่างมีชีวิตชีวา

“อ๊า….”

คนที่ถูกเปลวไฟสีดำแปลกๆ กระทบถูกก็ติดไฟทันที

เหล่านักร้องสตรีร่างอ้อนแอ้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ขณะที่พวกเขาถูกไฟโหมกระหน่ำ ก่อนที่พวกเขาจะได้ดิ้นรนหรือขอความช่วยเหลือ ทุกคนก็ถูกย่างตายกันหมด เลือดเนื้อสดๆ แขนขาระเบิดกระจายอยู่บนพื้น

ที่น่าสยดสยองที่สุดก็คือแม้ว่าเลือดเนื้อแขนขาพวกเขาจะระเบิดไปแล้วก็ยังมีเปลวไฟที่ดับไม่ได้ ไหม้ต่อไป

บนพื้นและผนังก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน มีเปลวไฟปะทุขึ้นเผาไหม้ไม่หยุดยั้ง

นักรบบางส่วนหลบพ้นการโจมตีได้ แต่เปลวไฟดำกลับไล่ตามพวกเขาโดยอัตโนมัติหากว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ มันไล่ตามเป้าหมายก่อนที่จะกระหน่ำใส่พวกเขา จนไม่มีใครหลบได้ ยกเว้นนักรบไม่กี่คนที่มีปฏิกิริยาว่องไวที่สุด

หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยกวัดแกว่งกระบี่ไปรอบๆ ตัดเปลวไฟสีดำได้

กระบี่ของเขาก็ถูกไฟไหม้ไปด้วยขณะฟันผ่านลูกไฟสีดำ มันเผามือเขาโดยตรง ทำให้เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะควบคุมได้อย่างถูกต้อง พอเห็นฉากนี้แล้ว นักรบที่รอดตายและหน่วยรักษาความปลอดภัยมีสีหน้าเหมือนคนตาย “พระเจ้าช่วยด้วย, นี่มันคือไฟนรก ไฟนรกที่ไม่เคยมอดดับ เสียหั่วต้องอัญเชิญปีศาจจากนรกมาแน่ เราเสร็จแน่ เสร็จกันทุกคนแน่”

ยังมีลูกไฟหลายลูกอยู่ต่อหน้าเย่ว์หยาง

เขายกมือและใช้ลมทำลายเปลวไฟได้อย่างง่ายดาย ทำให้มันแฉลบลงพื้นไปหมด อิฐโดยรอบทั้งหมดติดเปลวไฟสีดำ

ในที่ห่างออกไป เขาเห็นได้ว่าไม่มีเปลวไฟใดๆ เล็ดลอดเข้าไปภายในโล่ห์แสงสีแดงได้ ลูกไฟหลายสิบลูกกระทบใส่มัน แต่ก็หายไปในทันทีโดยไม่เหลือร่องรอยตอนที่มันกระทบโล่ห์แสง เย่ว์หยางโล่งใจเมื่อพบว่าโล่ห์แสงปลอดภัย ไม่เสียหาย

เสียหั่วมองดูเย่ว์หยางและหัวเราะอย่างชั่วร้าย

เขาชักดาบโค้งออกมาจากเอวแล้วเดินมาอยู่ต่อหน้าเย่ว์หยาง จากนั้นก็ฟันท้องของตัวเอง ทำให้ลำไส้ของเขาทะลักออกมากองที่พื้น

“ข้าขอพลีชีวิตและเลือดเนื้อทั้งหมดให้จอมมารฮาซินที่ข้านับถือ สาวกผู้ต่ำต้อยของท่านขอพลีทั้งเลือดเนื้อและวิญญาณเรียกร้องให้ท่านจอมมารฮาซินปรากฏตัวด้วยเถิด โปรดฆ่าคนในพื้นที่นี้ทั้งหมดด้วยพลังสูงสุดของท่านเถิด” เสียหั่วขยับมีดตัดอวัยวะภายในตนเองจนขาดแล้วโปรยไปในอากาศ สีหน้าของเขาบ้าไปแล้ว และดวงปรากฏแววคลุ้มคลั่ง

“…” เย่ว์หยางขมวดคิ้ว เขาไม่ประมาทอยู่แล้ว เตรียมตัวเผชิญกับจอมมารที่อัญเชิญมาด้วยพลังของเขาทั้งหมด

“ฆ่าเสียหั่วเร็วเข้า!” หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยกังวลอย่างมากว่าเขาจะละเมิดสัญญา

“ฮ่าาาาาาห์” นักรบที่เหลือรอดอยู่ระงับความกลัว แล้วเข้าจู่โจมพร้อมกันทั้งหมด

“สายไปแล้ว, ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้าทุกคนจะตายพร้อมกับข้า และเราจะพบกันอีกในนรกเมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะรอต้อนรับพวกเจ้าอย่างมีมารยาท” เสียหั่วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ร่างของเขาสั่นเทิ้ม จากนั้นก็ระเบิดเป็นเศษเลือดเศษเนื้อนับไม่ถ้วนและมีไฟติดด้วย

หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บหนัก เขาล้มกับพื้นและกระอักเลือดออกมาไม่หยุด

นอกจากคนหลายร้อยในสนามรบทั้งหมดแล้วแล้ว นอกจากเย่ว์หยางและนางโจรที่หมดสติอยู่ หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยเป็นเพียงผู้รอดที่เหลืออยู่

ขาขวาของเขาติดเปลวไฟสีดำซึ่งมันเริ่มลามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

“อ๊า” หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยกัดฟันล้มกับพื้น จากนั้นฝืนใจตัดขาขวาของเขาทั้งหมด เขาใช้ 2 แขนพยุงตัวเองไว้ และดึงตัวเองหนีจากพื้นที่ไฟไหม้ เขาตะโกนใส่เย่ว์หยางว่า “รีบออกไปจากเมืองไป๋ฉือเดี๋ยวนี้ ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่เจ้าจะทำได้ เสียหั่วเอาชีวิตตนเองบูชายัญอัญเชิญปีศาจจากนรก อีกไม่นานที่นี่จะถูกเปลี่ยนเป็นนรก

อากาศรอบบริเวณที่ซากเสียหั่วระเบิดแยกเป็นส่วน จนทำให้หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยร้องอย่างตกใจ

รอยแยกค่อยๆ เปิดออกกลางอากาศ เผยให้เห็นประตูมิติ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้หัวใจของเย่ว์หยางเต้นแรงก็คือ ประตูมิติยักษ์นี้สูง 10 เมตรยังใหญ่ไม่พอให้จอมมารจากนรกผ่านออกมาได้

เขาเพียงแต่เห็น 2 มือยื่นออกมาจากประตูมิติ มันมีไฟนรกแผดเผาอยู่ แขนยักษ์ของมันมีเกล็ดเลือดคมคลุมไว้กำลังฝืนเปิดประตูมิติโดยพลการ ดูเหมือนว่ามันต้องการเปิดประตูมิติให้กว้างขึ้นอีกหน่อย ต้องการออกจากสระเวทที่ลึกล้ำและเข้าไปในแผ่นดินมังกรทะยาน ถ้าเย่ว์หยางยอมให้ปีศาจที่น่ากลัวออกมาโดยไม่ขัดขวาง เขาคงเป็นจอมโง่เง่าขนานใหญ่แน่

เขารอโอกาสนี้มาตลอดเวลา นี่เหมือนกับโอกาสที่สวรรค์มอบให้เขาลอบโจมตี

“โซ่ล่องหน” เย่ว์หยางสาธายในใจ ใช้โซ่ล่องหนของเสี่ยวเหวินหลีสู้กับปีศาจที่น่ากลัว

สิ่งที่ทำให้เขาตกใจก็คือโซ่ล่องหนสามารถยับยั้งกระทิงเถื่อนทองแดงและยักษ์ศิลาได้ 10 วินาที ไม่มีเพิ่มแม้แต่วินาทีเดียว

นั่นหมายความว่าเขาต้องโจมตีมันภายในวินาทีเดียว มิฉะนั้น โซ่ล่องหนจะล้มเหลว

ไม่มีโซ่ล่องหน ปีศาจที่น่ากลัวนั้นจะออกมาได้ทันที และเมืองไป๋ฉือก็จะพินาศ

เย่ว์หยางมั่นใจว่าเขาสามารถหลบหนีปีศาจที่น่ากลัวได้ ถ้ามันไล่ตามเขา แต่ไม่มีทางที่แม่พระของเขาและน้องสาวตัวน้อยที่อยู่ในเมืองไป๋ฉือจะสามารถรอดได้

ข้าจะฆ่าเจ้า” ตาของเย่ว์หยางเปล่งประกายเหมือนดวงดาว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเขานับแต่ถูกส่งข้ามมิติมา ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นก่อกำเนิดระเบิดพลังออกมาเต็มที่ รังสีประกายสดใสเปล่งออกมาจากแขนเขาเหมือนสีรุ้งและเริ่มพันรอบๆ ตัวเขา ปราณก่อกำเนิดของเขาทั้งหมดรวมเข้าด้วยกันและก่อตัวเป็นรูปกระบี่ทำลายล้าง ร่างของปีศาจที่น่ากลัวที่มีจิตใจโหดอำมหิตยังคงติดอยู่ภายในประตูมิติ

ถ้าโจมตีครั้งนี้ได้ถูก เย่ว์หยางเชื่อว่าจะสามารถฆ่าสัตว์อสูรประเภทสัตว์รบที่มีประสบการณ์ได้ทันที สัตว์ที่มีพลังและความยืดหยุ่นสูงหรือแม้แต่สัตว์อสูรยักษ์ สัตว์จำนวนมากอย่างที่เจอตรงนี้

นี่..คือ สุดยอดพลังกระบี่ของเย่ว์หยาง

การโจมตีปีศาจที่น่ากลัวนี้จะมีผลอะไรบ้างไหม? จะทำให้มันได้รับบาดแผลหรือไม่มีผลอะไรเลย?

เย่ว์หยางไม่มีทางรู้คำตอบ แต่นี่คืออาวุธที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในคลังแสงของเขา ใช้โซ่ล่องหนมีเงายักษ์คอยสนับสนุน ซึ่งสร้างความแข็งแกร่งได้เป็นร้อยเท่า บวกกับทักษะกระบี่ไร้ลักษณ์ชั้นปราณก่อกำเนิดเพิ่มไปอีก กระบี่สุดยอด

หลังจากการโจมตีครั้งนี้ เขาจะชนะ หรือว่าแพ้?

************************************

จบบทที่ ตอนที่ 35 สุดยอดพลังกระบี่

คัดลอกลิงก์แล้ว