เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 หนูเบญจธาตุค้นสมบัติ

ตอนที่ 12 หนูเบญจธาตุค้นสมบัติ

ตอนที่ 12 หนูเบญจธาตุค้นสมบัติ


“ปิงเอ๋อ! เจ้าพูดเหลวไหลอะไรกัน? หมายความว่าไงที่ว่า”พวกเขากลัวว่าเราจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขา?“เราเป็นตระกูลๆหนึ่ง ดังนั้นเราต้องร่วมมือและกลมเกลียวกันไว้” หญิงงามจ้องมองบุตรสาวนาง

อย่างไรก็ตามนางเกรงว่าเย่ว์หยางจะไม่รู้ว่าหุ่นหนูเบญจธาตุสำคัญอย่างไรจนหุนหันทำสัญญากับมัน

นางเข้ามาใกล้ วางมือที่ขาวปานหิมะบนบ่าของเย่ว์หยางเตือนว่า “ซานเอ๋อ! ปล่อยเรื่องหนูเบญจธาตุเอาไว้ก่อน แล้วค่อยค้นคว้าอย่างระมัดระวัง เมื่อเข้าใจความสามารถของพวกมันแล้วค่อยทำสัญญากับพวกมันภายหลังก็ได้ ลุงจง! ช่วยกลับไปเรียนประมุขตระกูลเย่ว์ว่า ได้ส่งรางวัลนี้ให้สะใภ้แห่งตระกูลสาขาที่สี่และซานเอ๋อแล้ว ถ้าซานเอ๋อมีชื่อเสียงในภายภาคหน้า เขาจะตอบแทนความเมตตาครั้งนี้แน่นอน เขาจะไม่ยอมให้ความทุ่มเทที่ท่านประมุขตระกูลมอบให้เขาต้องสูญเปล่าแน่นอน”

พอได้ฟังคำของหญิงงามแล้ว บ่าวชราชื่อลุงจงผงกศีรษะรับคำมั่นว่าจะทำตามที่นางกล่าว จากนั้นโค้งคำนับแสดงความเคารพพลางหยิบตั๋วแลกเงินลงชื่อเป็นลวดลายเงินออกมาฉบับหนึ่ง

เงินนี้เป็นรางวัลของตระกูลเย่ว์ จากเหล่าผู้อาวุโสมอบให้สมาชิกตระกูลทุกคนที่ทำสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้สำเร็จ

ด้วยตั๋วแลกเงินฉบับนี้ เย่ว์หยางสามารถเอาไปที่ธนาคารในเมืองใหญ่เพื่อถอนเป็นทองมูลค่า 100 เหรียญได้

ทอง 100 เหรียญ นั่นไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ

เนื่องจากเขาเห็นว่าได้รับเงินสนับสนุน ปกติแล้วเย่ว์หยางคงรับเอาไว้โดยไม่มีความรู้สึกแย่แต่อย่างใด ทว่าเย่ว์ปิงรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม นางรู้ว่ารางวัลอย่างเป็นทางการก็คือ 100 เหรียญทอง แต่ในความเป็นจริง เมื่อสมาชิกจากตระกูลสาขาแรกกับสาขารองทำสัญญากับคัมภีร์ได้สำเร็จ พวกเขาจะได้รับอย่างน้อย 150 เหรียญทอง บางครั้งอาจสูงถึง 200 เหรียญทอง แม้แต่นางเองยังได้รับ 120 เหรียญทอง ตอนนี้ถึงรอบพี่สามแล้ว ทำไมเขาถึงได้รับทองน้อยที่สุด คือ 100 เหรียญทอง?

ทำอย่างนี้ เป็นการแสดงความรังเกียจเขาไม่ใช่หรือ?

“น้องเจ็ด! อย่าไปถือสาเลย ได้รางวัลเป็นทอง 100 เหรียญก็ไม่เลวเลยนะ” เย่ว์หยางคิดว่าเนื่องจากเขาไม่ใช่เจ้าคนผู้น่าสงสารตั้งแต่แรกแล้ว เขาควรจะพอใจยอมรับเอาไว้ด้วยฐานะจอมปลอมของเขา

เกี่ยวกับเรื่องคนของคนในตระกูลปฏิบัติอย่างเย็นชาต่อสะใภ้ผู้มีจิตใจอ่อนโยนและมีคุณธรรมอย่างนาง เย่ว์หยางรู้สึกว่าเขาควรจะไปที่ปราสาทและสั่งสอนเหล่าคนโอหังนั้นสักวันแน่ ทันทีที่เขาได้รับทักษะของเขามาทั้งหมด เขาจะแก้แค้นเรื่องขุ่นข้องใจทั้งหมดที่อาสะใภ้สี่ได้รับมาตลอดหลายปีนี้ และเพื่อทดแทนความรักความเมตตาที่นางแสดงต่อเขามาตลอด

แม้ว่าเขาจะไม่ใช่เจ้าคนผู้น่าสงสารตัวจริง แต่ลึกๆ แล้วเขารู้สึกได้ถึงความรักที่นางมีต่อเจ้าคนผู้น่าสงสาร

แม้ว่าเขาไม่ได้พูดออกมา แต่เย่ว์หยางวางแผนล้างแค้นความทุกข์ใจที่หญิงงามได้รับไว้แล้ว

หลังจากลุงจงบ่าวชรากลับไปแล้ว เย่ว์ปิงเตือนเย่ว์หยางอีกครั้ง นางบอกเขาไม่ให้ทำสัญญากับหุ่นหนูเบญจธาตุภายใต้เงื่อนไขใดๆ ทั้งนั้น สัตว์อสูรเหล่านั้นเป็นแค่ขยะที่มีแต่จะเปลืองพื้นที่หน้าคัมภีร์อัญเชิญชั้นทองแดง

เปลือกนอกเย่ว์หยางแสร้งพยักหน้า แต่กลับแอบขำอยู่ในใจ

หุ่นหนูเบญจธาตุ สิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งของภูตอัจฉริยะ บางทีอาจเป็นอสูรหุ่นที่มหัศจรรย์ที่สุดที่ท่านอัจฉริยะเคยสร้าง แล้วมันจะกลายเป็นขยะไปได้อย่างไร? นอกจากนี้ หุ่นหนูเบญจธาตุ สามารถรวมกันอยู่ในหน้าเดียวกันของคัมภีร์ชั้นทองแดงก็ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดรู้จักความสามารถที่ซ่อนเร้นของหุ่นหนูเบญจธาตุ ดังนั้นพวกเขาคงทำได้แต่เพียงแยกหนูเหล่านี้ออกมาเป็น 5 ร่างที่แตกต่างกัน การจับพวกมันแยกออกเป็น 5 ร่างแตกต่างกัน เป็นเรื่องโง่ที่สุดที่ทำต่อหุ่นอสูรชนิดนี้

อันที่จริงหุ่นหนูเบญจธาตุนี้ มีชื่อที่แท้จริงต่างจากนี้

ชื่อจริงดั้งเดิมของมันก็คือ “หนูเบญจธาตุค้นสมบัติ” มันมีความสามารถในการแสวงหาและค้นเจอแร่ทุกชนิด สินค้า สิ่งประดิษฐ์ และกับดัก แม้กระทั่งสนามพลังชนิดต่างๆ

ตัวอย่างเช่น ถ้ามีเหมืองทองแห่งหนึ่ง พวกมันจะสามารถตรวจสอบได้ภายในพื้นที่ 100 ฟุต

อีกตัวอย่างหนึ่ง ถ้ามีสมบัติหรือเทพศาสตราวุธฝังไว้ใต้ดิน พวกมันจะตรวจสอบจนเจอได้

ที่สำคัญที่สุด หนูเบญจธาตุสามารถใช้ความสามารถของมันในสภาพพื้นที่และสถานการณ์ใดๆ ก็ได้ ตราบใดที่ยังมีองค์ประกอบของไม้ น้ำ ไฟ ดินและโลหะ ไม่สำคัญว่าจะเป็นลาวาหลอมละลายหรือน้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง หนูเบญจธาตุค้นสมบัติจะมีเครื่องจักรพิเศษอยู่ในตัวเพื่อรับสถานการณ์อย่างนั้น ขณะเดียวกัน ในฐานะที่มันทั้งหมดเป็นสัตว์อสูรสายหุ่นเชิดระดับ 1 พวกมันจะมีพลังโจมตีและพลังชีวิตเป็น 0 ดังนั้น แม้เจอสัตว์อสูรนักสู้ พวกมันจะไม่ถูกทำร้าย

อาจกล่าวได้ว่า หนู 5 ตัวนี้เป็นสมบัติล้ำค่ามีไว้เพื่อล่าสมบัติโดยเฉพาะ

ในทางกลับกัน แม้ในระหว่างสัตว์อสูรสู้กัน พวกมันยังคงค้นหากับดักลับและสนามพลังป้องกันได้

ถ้าพวกมันไม่สุดยอดจริงๆ ทำไมภูตอัจฉริยะเย่ว์เจียถึงรักพวกมันนักเล่า?

เย่ว์หยางถอนหายใจ อนุชนรุ่นหลังของตระกูลไม่รู้จักคุณค่าสมบัติดังกล่าวและปฏิบัติต่อพวกมันเหมือนขยะมาหลายร้อยปี เป็นเรื่องตลกที่น่าเศร้าเสียจริง

แน่นอนว่า แม้เย่ว์หยางจะได้รู้ความลับของหนูเบญจธาตุค้นสมบัติก็จริง แต่เขาไม่เคยพูดออกมา เขาได้แต่ยิ้มและผงกศีรษะสัญญากับเย่ว์ปิงว่าจะไม่ทำสัญญากับหนูเบญจธาตุค้นสมบัติ

เย่ว์หยางรอจนหญิงงามและเย่ว์ปิงออกไปแล้ว จากนั้นจึงรีบทำสัญญากับหนูเบญจธาตุค้นสมบัติทันที พอแสงสีทองแว่บออกมา หนูตัวเล็ก 5 ตัวมีสีต่างกัน 5 สีปรากฏอยู่ในหน้าที่ 4 ของคัมภีร์สีทองแดง ในกลางหน้าธาตุทั้ง 5 คือโลหะ, ไม้, น้ำ, ไฟ และดินก่อกันเป็นรูปวงกลมพอดิบพอดี ในขอบเขตวงกลมนี้ มีภาพประกอบเป็นรูปหนูตัวเล็ก 5 ตัวสวยงามทั้งหมด หางของมันเกี่ยวเชื่อมกันเป็นรูปวงกลมด้านนอก

“เอาล่ะ, ลองดูซิว่า จะมีสมบัติอะไรฝังอยู่แถวๆ นี้บ้าง…” เมื่อเย่ว์หยางลองเรียกหนูทั้ง 5 ออกมา เขาพบว่าพวกมันต้องถูกเรียกออกมาทั้งหมดด้วยกัน ในวันหนึ่งๆ พวกมันถูกเรียกได้โดยไม่จำกัดครั้ง

แสงสีทองวาบออกและหุ่นหนูตัวเล็ก 5 ตัวปรากฏออกมา ทั้งหมดมีสีไม่เหมือนกัน

จากนั้นทุกตัวก็มารวมกันในที่เฉพาะในห้อง ส่งเสียงร้องจี๊ดๆ

พื้นที่ว่างในคัมภีร์หน้า 4 มีตัวอักษรปรากฏออกมาแถวหนึ่ง “ตรวจพบทอง, จำนวน : เล็กน้อย, ตรวจพบหินประเภทหยก ยอดรวมพลังที่มีอยู่ในวัตถุ – มหาศาล

เย่ว์หยางดีใจเหลือจะกล่าว

เขามักสงสัยเสมอว่าเจ้าคนผู้น่าสงสารที่ฆ่าตัวตายไปซ่อนสมบัติมีค่าไว้ เพราะเขาหาทองในห้องนี้ไม่เจอแม้แต่ชิ้นเดียว คนที่สงสารคงไม่ได้จมไปกับสิ่งที่เขาเก็บไว้ทั้งหมดใช่ไหม? ของที่เขาเก็บไว้ทั้งหมดควรจะอยู่ในที่แห่งใดแห่งหนึ่งในบ้านนี้ แต่เย่ว์หยางไม่รู้ว่าเขาเก็บซ่อนเอาไว้ที่ไหน เขาคงหามันไม่พบอีกแล้วหลังจากหามาได้ครึ่งเดือน ตอนนี้ทุกอย่างคงเป็นไปได้ดี ทันทีที่หนูเบญจธาตุค้นสมบัติถูกส่งออกไป เขาจึงได้เจอของมีค่าของคนน่าสงสารผู้นี้ แต่สิ่งที่ทำให้เย่ว์หยางสบายใจขึ้นก็คือ หนูเหล่านี้มีความสามารถในการระบุปริมาณและอธิบายสภาพทั่วไปของสิ่งที่พวกมันพบ ความสามารถของพวกมันไม่ง่ายที่จะหาสมบัติลึกลับ

ด้วยความสามารถของสัตว์อสูรตัวน้อย 5 ตัวนี้ วันล่าสมบัติของเขาก็จะจบลงอย่างรวดเร็ว

เย่ว์หยางขุดหีบไม้ที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ที่ๆ หนูปรากฏอยู่ พอเปิดดูหีบ แน่นอนว่าเขาเจอมรดกตกทอดทั้งหมดของเจ้าคนผู้น่าสงสารนี้

ของทั้งหมดก็คือ เหรียญทอง 15, เหรียญเงิน 62 รวมทั้งมีเหรียญทองแดงไม่กี่ร้อยอยู่ในกระเป๋าเล็ก นอกจากนั้น ยังมีของเล่น เสื้อผ้าสมัยเด็กของเจ้าคนที่น่าสงสาร และสมุดบันทึกที่พ่อแม่เขาทิ้งไว้ให้ นอกจากนี้ยังมีสร้อยคอธรรมดาพร้อมจี้หยกดำเส้นหนึ่ง

ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะความสามารถในการประเมินของหนูเบญจธาตุค้นสมบัติ เย่ว์หยางไม่มีทางเชื่อว่าสร้อยคอหยกที่ดูธรรมดานี้จะเป็นของประดิษฐ์ที่มีพลังมหาศาล

แม้แต่ด้วยทักษะตาทิพย์ของเย่ว์หยาง เขาก็ยังไม่พบข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับสร้อยคอนี้

“นี่คงจะเป็นมรดกที่พ่อแม่เจ้าคนที่น่าสงสารหลงเหลือให้เขา เป็นเรื่องน่าเสียดายที่พวกเขาตายตอนอายุไม่มากทั้งยังไม่ได้อธิบายถึงพลังของมันแก่เจ้าเด็กที่น่าสงสาร, เด็กที่สงสารต้องไม่รู้ว่าจี้หยกดำนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์อย่างหนึ่ง, กลับทำเหมือนกับมันเป็นขยะโดยเก็บรวมไว้กับของเล่นและเสื้อผ้าเก่า ดีล่ะ ตอนนี้มันเป็นของเราแล้ว!” เย่ว์หยางกังวลมาตลอดว่าเขาไม่มีอะไรเป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันว่าเขาเป็นเจ้าเด็กผู้น่าสงสารนั้น ตอนนี้เขามีจี้หยกดำเป็นเครื่องยืนยันแล้ว จึงสวมมันไว้ที่คอทันที

พอเก็บทองและบันทึกไว้แล้ว เขาเหลือของเล่นและชุดเก่าๆ ไว้ในกล่องจากนั้นฝังไว้ใต้พื้นอีกครั้ง

จากนั้นมาพลิกดูบันทึกของพ่อแม่เจ้าเด็กที่น่าสงสาร มีแต่คำพูดโลกๆ ว่าพวกเขาคิดถึงบุตรชายมากแค่ไหน และชีวิตของพวกเขาที่เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง อย่างไรก็ตาม ด้วยทักษะตาทิพย์ของเย่ว์หยาง เขาพอสรุปได้ว่าบันทึกทั้ง 2 นี้ไม่ง่ายอย่างที่เห็นนั้น

บางทีพวกเขาคงใช้ยาบางอย่าง หรือกรรมวิธีบางอย่างบันทึกข้อมูลที่สำคัญไว้

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ทักษะตาทิพย์ของเย่ว์หยางยังมีระดับต่ำเกินไปที่จะมองทะลุข้อมูลที่ปกปิดนั้น

“ขอบคุณผู้อาวุโสทั้งสอง ข้าจะหวงแหนผลงานของท่านไว้อย่างดี” เจ้าคนหน้าหนากอดบันทึกทั้ง 2 เล่มแนบอกไว้ ตอนนี้เขาถือตัวเองว่าเป็นเหมือนบุตรชายของทั้งสองไปแล้ว

พอครอบครองสมบัติของเจ้าเด็กที่น่าสงสารแล้ว เย่ว์หยางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

เขานอนหลับสนิทแล้วก็ฝันหวาน

ในฝันหวาน เทพธิดากระบี่ที่เขาคิดถึงทั้งวันทั้งคืนปรากฏตัวอย่างลึกลับ หลังจากที่หายไป 2 - 3 วัน

********************************

จบบทที่ ตอนที่ 12 หนูเบญจธาตุค้นสมบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว