- หน้าแรก
- ฝันกลางวันดันเป็นเซียน
- บทที่ 26: รวยเละแล้ว!
บทที่ 26: รวยเละแล้ว!
บทที่ 26: รวยเละแล้ว!
บทที่ 26: รวยเละแล้ว!
"ไปกันเถอะ เพื่อนนักเรียนเหยาอวี่"
ลู่ฟานตบหัวแครอทของหลินเหยาอวี่เบา ๆ
"เอ๊ะ... ค่ะ!"
แก้มของหลินเหยาอวี่แดงระเรื่อเล็กน้อย เธอกระโดดขึ้นนั่งบนอุปกรณ์เวทหัวแครอท เรียวขายาวที่สวมถุงน่องสีขาวหนีบหัวแครอทไว้อย่างมั่นคง
เธอไม่ได้ถามว่าทำไมหัวหน้าห้องที่เก่งกาจขนาดนี้ถึงไม่เหาะกลับวิลล่าเอง
ตรงกันข้าม การที่ลู่ฟานยังคงขอนั่งหัวแครอทของเธอในเวลานี้ ทำให้เธอรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
หัวแครอทพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายเป็นสายรุ้งสีส้มแดงพาดผ่านฟากฟ้า
ไม่นานนัก มันก็บินกลับมายังเกาะลอยฟ้าเฉพาะของห้อง 100
เวลานี้ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปจนหมดสิ้นแล้ว
ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน หมู่ดาวระยิบระยับส่องสว่าง
ดวงจันทร์กลมโตสาดแสงนวลเย็น ทำให้ผิวของเด็กสาวดูโปร่งใสราวกับหยก
ผิวพรรณของหลินเหยาอวี่ขาวซีดในโทนเย็นอยู่แล้ว ภายใต้แสงจันทร์ เธอยิ่งดูงดงามบริสุทธิ์และเยือกเย็นยิ่งขึ้น ทว่าความเยือกเย็นภายนอกนี้ไม่อาจปกปิดหัวใจที่เต้นระรัวของเธอได้
วันนี้เธอได้เห็นการแสดงอันน่าตื่นตะลึงของลู่ฟานตั้งแต่ต้นจนจบ
โดยเฉพาะประโยคที่ว่า "ยังมีใครอีกไหม?" ซึ่งดังก้องกังวานและยังคงสะท้อนอยู่ในใจเธอ
"หัวหน้าห้อง วันนี้พวกเราติดหนี้คุณไว้มากจริง ๆ"
"คุณคือความภาคภูมิใจของห้อง 100 ของเรา"
หัวแครอทร่อนลงจอดที่หน้าประตูบ้านลู่ฟาน หลินเหยาอวี่มองดูชายหนุ่มที่กำลังจะเดินเข้าบ้านแล้วเอ่ยขึ้นกะทันหัน
ลู่ฟานชะงัก หันกลับมามองเด็กสาวด้านหลัง
เด็กสาวนั่งหันข้างอยู่บนหัวแครอท ผมสีดำขลับทิ้งตัวลงคลอเคลียไหล่ขาวเนียนดุจหิมะ ดวงตาสีชมพูอ่อนเป็นประกายแวววาว สะท้อนเพียงภาพร่างสูงของชายหนุ่มเท่านั้น
ลู่ฟานยิ้ม "วันนี้ผมก็ติดหนี้เธอเหมือนกัน ถ้าเธอไม่มาบอกผมทันเวลา ผมคงไปไม่ทันเหตุการณ์แน่"
ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของหลินเหยาอวี่
ชายหนุ่มหันหลังกลับ โบกมือลา "ผมไปนะ จำไว้ล่ะ ถ้ามีเรื่องอะไรให้ช่วย ก็มาหาหัวหน้าห้องคนนี้ได้เสมอ!"
"หัวหน้าห้อง"
เสียงใส ๆ ดังขึ้นจากด้านหลังอีกครั้ง
ลู่ฟานหันกลับมาด้วยความสงสัยเล็กน้อย
เขาเห็นหลินเหยาอวี่ยิ้มกว้างภายใต้แสงจันทร์ สายลมยามค่ำคืนพัดผมของเธอปลิวไสว เธองดงามราวกับดอกโบตั๋นที่บานสะพรั่งในยามราตรี ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อขยับเอ่ยอย่างจริงใจว่า "ราตรีสวัสดิ์ค่ะ"
พูดจบ โดยไม่รอลู่ฟานตอบ เธอก็ขี่หัวแครอท "ฟิ้ว" หายวับไปทันที
เธอไม่อยากให้ลู่ฟานเห็นแก้มที่แดงก่ำของเธอ
ลู่ฟานมองดูแผ่นหลังของเด็กสาวที่ดูเหมือนกำลังหนี เกาหัวแกรก ๆ แล้วหันหลังเดินกลับเข้าวิลล่า
ฮี่ฮี่ฮี่... รวยเละแล้ว... รวยเละเทะแล้ว!
ลู่ฟานระเบิดเสียงหัวเราะทันทีที่ก้าวเท้าเข้าวิลล่า
เขาพยายามรักษามาดจอมยุทธ์ตอนอยู่ข้างนอก แต่พอเข้าบ้านมาก็กลั้นไว้ไม่อยู่แล้ว
"ฮ่าฮ่าฮ่า... สะใจจริง ๆ!"
"มันช่างสะใจอะไรอย่างนี้!"
ลู่ฟานนึกถึงวีรกรรมสุดห้าวของตน ไม่คาดคิดเลยว่าจะกอบโกยผลตอบแทนได้มหาศาลขนาดนี้
แค่แต้มจินตนาการกว่าสามหมื่นแต้มก็คุ้มทุนแล้ว!
เมื่อรวมกับแต้มจินตนาการที่เขาหามาได้ก่อนหน้านี้...
แต้มจินตนาการของเขาทะลุ 54,610 แต้มไปแล้ว!
ห้าหมื่นกว่าแต้ม... ถ้าขยันอีกหน่อย...
เขาอาจจะแลกกายาท้าทายสวรรค์ได้อีกสักอย่างเลยก็ได้!
นอกจากนี้ ยันต์เทพจุติสองใบที่ได้จากการติดคริติคอลของถังเฟยอวี่ และรัศมีสะท้อนจินตนาการที่ได้จากการติดคริติคอลของมู่หรงนี่เทียน ก็นับเป็นโบนัสก้อนโตสุด ๆ
ลู่ฟานเพ่งความสนใจไปที่รัศมีสะท้อนจินตนาการ
รัศมีนี้มันน่าสนใจมาก จริง ๆ แล้วมันสามารถทำให้จินตนาการที่เป้าหมายมีต่อตัวเองกลายเป็นจริงได้
เมื่อลู่ฟานใช้พลังของรัศมีสะท้อนจินตนาการกระตุ้นเป้าหมาย และเป้าหมายเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าจะทำได้ พวกเขาก็มีแนวโน้มสูงที่จะทำสำเร็จจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม ขอบเขตความสำเร็จยังคงขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของลู่ฟานเป็นพื้นฐาน
ตัวอย่างเช่น ถ้าวันนี้ลู่ฟานมีรัศมีสะท้อนจินตนาการตอนอยู่ที่ลานประลอง และเขาเห็นมู่หรงนี่เทียนกำลังสู้กับฉู่อ้าวเหยียน หากลู่ฟานใช้พลังของรัศมีและไซโคใส่ไฟมู่หรงนี่เทียนอย่างหนัก จนมู่หรงนี่เทียนเชื่อสุดใจว่าตนสามารถเอาชนะฉู่อ้าวเหยียนได้จริง ๆ...
ภายใต้เงื่อนไขที่สภาพร่างกายของลู่ฟานเอื้ออำนวย เขาก็สามารถทำให้มู่หรงนี่เทียนระเบิดพลังและเอาชนะฉู่อ้าวเหยียนได้จริง ๆ แน่นอนว่าการสะท้อนจินตนาการให้เป็นจริงนี้มีเงื่อนไขสองประการ: ประการแรก ลู่ฟานต้องมีความแข็งแกร่งระดับหนึ่ง และประการที่สอง มู่หรงนี่เทียนต้องเชื่อมั่นในตัวเองอย่างแท้จริง ต้องเชื่อคำพูดของลู่ฟานจริง ๆ
"ความสามารถมหัศจรรย์ชะมัด ต้องหาโอกาสทดสอบดูหน่อยแล้วว่ามันเจ๋งแค่ไหน..."
ลู่ฟานสังหรณ์ใจลาง ๆ ว่ารัศมีนี้คือของรางวัลชิ้นใหญ่ที่สุดจากปฏิบัติการครั้งนี้
จากนั้นเขาก็มองดูรัศมีอีกสองอย่าง
รัศมีท่วงทำนองแห่งเต๋าเป็นธรรมชาติ สามารถทำให้ทุกอิริยาบถของเขาแฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์บางอย่าง ซึ่งช่วยเสริมสร้างความน่าเกรงขามได้เป็นอย่างดี
ส่วนรัศมีคืนสู่สามัญ ดูเหมือนจะมีผลน้อยที่สุดในตอนนี้ แถมยังไปปิดบังความพิเศษทางกายภาพของเขาจนหมด
อุตส่าห์ปรากฏตัวต่อหน้าชาวโลกพร้อมฟิลเตอร์ความงามและสเปเชียลเอฟเฟกต์อัตโนมัติได้แท้ ๆ
แต่ดันมาบังคับให้หน้าสดซะงั้น!
เน้นความสมจริงสุด ๆ
ลู่ฟานพูดไม่ออกกับรัศมีนี้จริง ๆ
แน่นอนว่าพอเปิดใช้รัศมีคืนสู่สามัญ มันกลับช่วยส่งเสริมผลของรัศมีท่วงทำนองแห่งเต๋าเป็นธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น ในเมื่อคนทั่วไปมองไม่เห็นสเปเชียลเอฟเฟกต์ของลู่ฟาน พวกเขาก็ทำได้แค่ชื่นชมท่วงทำนองแห่งเต๋าของลู่ฟานเท่านั้น
ในขณะนี้ ทุกการเคลื่อนไหวของลู่ฟานดูเหมือนจะมีความหมายลึกซึ้งแฝงอยู่
"อืม... ไม่เลว ไม่เลว... เอาแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน..."
ลู่ฟานพยักหน้ากับตัวเอง
เขาข่มใจไม่ให้ใช้แต้มจินตนาการ
เขากำลังสะสมแต้มก้อนโต กะว่าจะแลกของชิ้นใหญ่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
หลังจากจัดการกับสิ่งที่ได้มาในวันนี้เรียบร้อยแล้ว ลู่ฟานก็มุ่งความสนใจไปที่การบำเพ็ญเพียร
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
สิ่งที่เหล่านักเรียนไม่รู้ก็คือ...
อัจฉริยะท้าทายสวรรค์ในใจของพวกเขา จริง ๆ แล้วเป็นแค่มือใหม่ขอบเขตกายาศึกขั้นเก้า
สิ่งที่ลู่ฟานกลัวที่สุดคือ...
หลังจากหมดเวลาสามนาทีแห่ง 'ความเป็นลูกผู้ชายตัวจริง'...
คลื่นพลังตกค้างในสนามรบแทบจะทำเอาร่างของเขาปลิว
ถ้าตอนสู้ไม่เผยจุดอ่อน แต่ดันมาโป๊ะแตกเพราะความอ่อนแอของตัวเองหลังจากโชว์เทพไปแล้ว มันคงน่าอายพิลึก
คงเหมือนยอดฝีมือปราบจอมมารได้ แต่ดันมาสะดุดก้อนหินข้างทางหน้าทิ่มพื้น มันจะไปสมศักดิ์ศรีได้ไง?
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
ฉันควรรีบทะลวงสู่ขอบเขตแปลงจิตให้เร็วที่สุด... จะว่าไป ฉันก็ติดแหง็กอยู่ที่ขอบเขตกายาศึกขั้นเก้ามาตั้งวันหนึ่งกับอีกคืนหนึ่งแล้ว
พัฒนาการช้าขนาดนี้
มันใช้ได้ที่ไหนกัน?
ลู่ฟานตั้งใจศึกษาวิธีการทะลวงด่าน
เงื่อนไขสำคัญในการทะลวงสู่ขอบเขตแปลงจิตคือต้องขัดเกลาเลือดลมให้ถึงขีดสุด
ลู่ฟานกินอาหารเลิศรสจากโรงอาหารไปมื้อหนึ่ง เลือดลมของเขาได้รับการขัดเกลาจนถึงขีดสุดที่ร่างกายจะรับไหวแล้ว เขาผ่านเงื่อนไขสำคัญนี้อย่างสมบูรณ์
ขั้นตอนที่สองคือการรวบรวมเลือดลมทั้งหมดให้เป็นจุดเดียวที่จุดตันเถียน ยกระดับให้ถึงขีดสุด และเปิดทะเลปราณ
นี่เปรียบเสมือนการใช้พลังมหาศาลของตนเองทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ เพื่อเปิดความลับของจุดตันเถียนที่ซ่อนอยู่ในร่างกายมนุษย์
ลู่ฟานเปิดดูเคล็ดวิชาที่อาจารย์ประจำชั้นให้มา และปฏิบัติตามวิธีเดินลมปราณที่ระบุไว้ เขาชักนำพลังภายในร่างกายให้หมุนวนและบีบอัดอย่างต่อเนื่อง ก่อตัวเป็นจุดศูนย์รวมพลังงานอันทรงพลังในจุดตันเถียน
"มาแล้ว..."
"กำลังจะมาแล้ว..."
"ดัน...!"
ลู่ฟานกลั้นหายใจ แต่เลือดลมที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุดกลับไม่สามารถทลายความลับของจุดตันเถียนออกมาได้
ตู้ม!!!
ร่างกายของเขารับไม่ไหว
พลังงานสลายไป
"พรวด..."
ลู่ฟานกระอักเลือดสด ๆ ออกมาหนึ่งคำ
"เฮ้อ... พลาดเหรอเนี่ย?"
ลู่ฟานเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บใจเล็กน้อยเมื่อความล้มเหลวมาเยือน
แน่นอนว่าการล้มเหลวในการทะลวงขอบเขตใหญ่เป็นเรื่องปกติมาก
โชคดีที่เลือดลมของลู่ฟานพลุ่งพล่านอย่างยิ่ง ทำให้เขาสามารถพยายามทะลวงด่านได้อย่างต่อเนื่อง
"เอาใหม่"
หลังจากพักครึ่งชั่วโมง ลู่ฟานก็พยายามทะลวงด่านต่อไป
พลังงานทั้งหมดของเขารวบรวมไปที่จุดตันเถียนอย่างรวดเร็ว จนถึงขีดจำกัด
"มาแล้ว..."
"คราวนี้ต้องระเบิดแน่!"
"ดัน..."
"ดัน!"
"อ๊ากกกกก..."
"พรวด...!!"
ลู่ฟานกระอักเลือดออกมาอีกคำ การทะลวงด่านล้มเหลวอีกครั้ง
พลังงานกระจายตัวเป็นกระแสปั่นป่วน ความรู้สึกฉีกขาดและอ่อนแรงจู่โจมร่างกายพร้อมกัน
พลาดอีกแล้ว... ลู่ฟานไม่คิดเลยว่าการทะลวงขอบเขตใหญ่มันจะยากขนาดนี้
ทะลวงขอบเขตย่อยแค่นอนเฉย ๆ ก็ได้แล้วแท้ ๆ
"ไม่ยอมหรอกน่า..."
"ต่อ!"
"ความรู้สึกมันใช่ แบบนี้แหละ..."
"มาแล้ว..."
"คราวนี้ต้องออกมาแน่!"
หน้าของลู่ฟานแดงก่ำราวกับตับหมู
ถ้าให้บรรยายความรู้สึก มันเหมือนอาการท้องผูกเป๊ะ
เขารู้สึกชัดเจนว่าจะทะลวงได้แล้ว แต่ไม่รู้ทำไม ออกแรงเบ่งเท่าไหร่ มันก็ยังขาดไปอีกนิดเดียวทุกที!
"พรวด...!!"
กองเลือดอีกกองปรากฏขึ้นบนพื้น
ลู่ฟานรู้สึกหมดเรี่ยวแรง สองมือยันพื้นไว้ข้างหลัง สีหน้าตั้งคำถามกับชีวิต
ทะลวงสู่ขอบเขตแปลงจิต... ยากชะมัด!
เขาล้มเหลวมาสามครั้งแล้ว
พรสวรรค์ของฉันมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?
ลู่ฟานรู้ดีว่าในแง่ของการฝึกปราณและขัดเกลากายาเพียงอย่างเดียว เขามาถึงจุดสูงสุดแล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว แม้แต่สำหรับอัจฉริยะคนอื่นในสถาบันอันดับหนึ่งแห่งหมื่นโลกธาตุ การใช้อาหารจากโรงอาหารเพื่อขัดเกลากายาในขอบเขตกายาศึก ถือเป็นความหรูหราฟุ่มเฟือยอย่างแน่นอน
ไม่เพียงแต่ลู่ฟานจะใช้อาหารจากโรงอาหารขัดเกลากายาได้ แต่ตัวเขาเองยังครอบครองกายาคงกระพันนิรันดร์และกายาเต๋ามนุษย์สวรรค์ รากฐานการทะลวงด่านของเขาควรจะมั่นคงแข็งแกร่งปานนั้น แล้วทำไมถึงล้มเหลวตั้งหลายครั้ง?
ปัญหาอยู่ตรงไหนกันแน่?
ลู่ฟานตกอยู่ในห้วงความคิดอันลึกซึ้ง