- หน้าแรก
- ฝันกลางวันดันเป็นเซียน
- บทที่ 8 ปัญหาใหญ่ของการบำเพ็ญเพียร
บทที่ 8 ปัญหาใหญ่ของการบำเพ็ญเพียร
บทที่ 8 ปัญหาใหญ่ของการบำเพ็ญเพียร
บทที่ 8 ปัญหาใหญ่ของการบำเพ็ญเพียร
ภายในห้องพักวิลล่า
ลู่ฟานอุ้มกองของขวัญขนาดใหญ่ไว้ในอ้อมแขน สีหน้าเจือแววงุนงงเล็กน้อย
ในห้องเรียนมีทั้งหมดหนึ่งร้อยคน
เขาได้รับของขวัญรวม 35 ชิ้น
หมายความว่า เพื่อนร่วมชั้นกว่าหนึ่งในสามมอบของขวัญให้เขา
พวกเขาบอกว่านี่เป็นธรรมเนียมของโลกผู้บำเพ็ญเพียร
ถ้าอย่างนั้น ก็ยังมีเพื่อนร่วมชั้นอีก 63 คนที่ไม่ได้มอบของขวัญให้เขา
หรือว่าโลกผู้บำเพ็ญเพียรที่พวกเขาจากมาไม่มีธรรมเนียมเช่นนี้?
ลู่ฟานเกาหัวแกรกๆ ในฐานะมือใหม่หัดบำเพ็ญเพียร เขาจะไปเข้าใจธรรมเนียมโลกผู้บำเพ็ญเพียรได้อย่างไร
เขาแค่รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กลับได้รับของขวัญกองโตจากเพื่อนร่วมชั้น มันรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรยังไงชอบกล
ลู่ฟานเริ่มแกะห่อของขวัญอันประณีตทีละชิ้น
ไม่นาน คลื่นพลังวิญญาณก็แผ่ซ่านไปทั่วห้องอย่างต่อเนื่อง
"โอ้โห..."
"ของดีทั้งนั้นเลย!"
ดวงตาของลู่ฟานเป็นประกาย จ้องมองสมบัติล้ำค่าที่เขาไม่รู้จักชื่อด้วยความตื่นเต้น
มีไม้แกะสลักรูปมังกรที่แผ่เปลวเพลิงร้อนระอุเมื่อสัมผัส อัญมณีที่มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ยาเม็ดวิญญาณที่สรรพคุณไม่แน่ชัดแต่คลื่นพลังน่าสะพรึงกลัว และกระบี่โบราณที่หาวิธีใช้ไม่เจอ... เขาไม่เข้าใจเรื่องสมบัติ แต่แค่ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก ก็รู้ว่าของพวกนี้ไม่ธรรมดา
"แต่ของพวกนี้มันใช้ยังไงเนี่ย?"
"ของพวกนี้ข้าใช้ได้จริงๆ หรือ?"
สีหน้าของลู่ฟานเริ่มเคร่งขรึม
ตอนนี้เขาอยู่แค่ขอบเขตกายาศึก ขั้นที่สามเท่านั้น
และของที่เพื่อนร่วมชั้นมอบให้ เห็นได้ชัดว่าเกินขีดจำกัดที่เขาจะใช้ได้ในตอนนี้ไปไกลโข
ไม่ต้องให้ใครมาบอก แค่ใช้พลังของตัวเองสัมผัส เขาก็รู้ว่าตัวเองไม่คู่ควร
ตัวอย่างเช่น สมบัติฟ้าดิน ยาเม็ดวิญญาณและยาวิเศษเหล่านั้น แค่สัมผัสถึงความผันผวนของพลัง เขาก็รู้ชัดเลยว่าถ้าเผลอกินเข้าไปสักคำ เขาต้องตัวระเบิดตายเพราะพลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายในแน่นอน
"เฮ้อ... ของขวัญจากเพื่อนร่วมชั้นนี่มันระดับไฮเอนด์เกินไป..."
"ไก่อ่อนขอบเขตกายาศึก ขั้นสามอย่างข้า ไม่คู่ควรจะใช้มันเลยสักนิด..."
ลู่ฟานมองสมบัติกองตรงหน้าที่ทำได้แค่มองตาปริบๆ แต่ใช้ไม่ได้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหดหู่และจนปัญญา
เขาเลือกดูสมบัติทั้ง 35 ชิ้นอย่างไม่ยอมแพ้ จนในที่สุดก็เจอสิ่งที่น่าจะพอใช้ได้
มันคือกำไลสีดำรูปทรงวงแหวนที่ประดิษฐ์อย่างประณีต ทันทีที่ลู่ฟานส่งพลังในกายเข้าไปในกำไล เขาก็พบความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างตัวเองกับกำไล
"นี่คือ... การหลอมรวมและยอมรับเป็นเจ้าของสำเร็จแล้วรึ?"
ลู่ฟานประหลาดใจ เขาสำรวจกำไลอย่างระมัดระวังและพบว่าจิตสำนึกของเขาสามารถเข้าไปในพื้นที่ภายในกำไลได้ พื้นที่ภายในนั้นกว้างใหญ่ไพศาลมาก ราวกับเกาะขนาดใหญ่เกาะหนึ่ง
"คุณพระช่วย! ของวิเศษประเภทมิติเก็บของ?!"
จิตใจของลู่ฟานสั่นสะท้าน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอของแบบนี้ รู้สึกตื่นตาตื่นใจสุดๆ
เขาลองยื่นมือไปแตะกระบี่โบราณที่อยู่ข้างนอก แล้วเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังลึกลับที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากกำไล ค่อยๆ ห่อหุ้มกระบี่โบราณไว้
เพียงแค่คิด กระบี่โบราณตรงหน้าก็หายวับไปโผล่ในพื้นที่ภายในกำไล
"ว้าว! น่าสนใจแฮะ!"
ลู่ฟานรู้สึกตื่นเต้นกับของเล่นใหม่ชิ้นนี้มาก
จากนั้นเขาก็ส่งจิตเข้าไปในพื้นที่ภายใน พลังลึกลับก็ห่อหุ้มกระบี่โบราณที่อยู่ข้างในเช่นกัน
คิดอีกครั้ง
กระบี่โบราณข้างในก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า อยู่ในฝ่ามือของเขา
"ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมาก!"
ลู่ฟานเล่นสนุกอย่างตื่นเต้น
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับวิธีการเรียกเก็บสิ่งของจากระยะไกลแบบนี้ ประสบการณ์นี้ช่างแปลกใหม่และน่าสนใจเหลือเกิน
ลู่ฟานเอาแต่เสกกระบี่โบราณเข้าๆ ออกๆ รู้สึกเพลิดเพลินอย่างบอกไม่ถูก
เขาเล่นอยู่นานจนหนำใจ
พอเริ่มเบื่อ เขาก็เก็บสมบัติทั้งหมดที่เพื่อนร่วมชั้นให้มาเข้าในมิติเก็บของ
แม้ตอนนี้เขาจะยังใช้ของพวกนี้ไม่ได้ แต่มันก็เป็นทรัพย์สมบัติมหาศาลสำหรับเขา
ในอนาคต เมื่อการบำเพ็ญเพียรของเขาก้าวหน้าขึ้น ของขวัญเหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญให้เขา!
ของขวัญแสดงความยินดีจากผู้ถูกเลือกจากหมื่นโลกจะมีของห่วยๆ ได้ยังไง?
ไม่มีทาง!
ลู่ฟานเก็บของขวัญเรียบร้อย แล้วพินิจดูวงแหวนสีดำบนข้อมืออย่างมีความสุข
นี่เป็นของวิเศษชิ้นแรกที่เขาใช้ได้ในตอนนี้
เขาให้ความสำคัญกับมันมาก
อืม... อันนี้หลินเหยาอวี้จากข้างห้องให้มานี่นา... ในหัวของลู่ฟานปรากฏภาพเพื่อนสาวแสนสวยสง่าในชุดเดรสสั้นสีขาว เรียวขายาวขาวผ่องและหูระต่ายยาวคู่นั้น เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
แม้ในสถาบันอันดับหนึ่งแห่งหมื่นโลกที่เต็มไปด้วยสาวงาม รูปลักษณ์ของหลินเหยาอวี้ก็ยังโดดเด่นสะดุดตา
แม้จะเทียบไม่ได้กับความงามล่มเมืองของเจียงอวิ๋นเซิง
แต่นางก็คู่ควรกับตำแหน่งดาวห้องอย่างแน่นอน
แถมยังช่างเลือกของขวัญได้ถูกใจ... นางช่างเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่ใส่ใจจริงๆ
คะแนนความชอบของหลินเหยาอวี้ในใจลู่ฟานพุ่งกระฉูด
แน่นอน ลู่ฟานไม่ได้คิดเรื่องนี้ต่อ เขาหันมาสนใจการศึกษาร่างกายของตัวเองแทน
ในสถาบันอันดับหนึ่งแห่งหมื่นโลกที่เต็มไปด้วยอัจฉริยะ เดิมทีลู่ฟานก็ตัวเล็กจ้อยเหมือนแมลง
แต่ตอนนี้
การตื่นขึ้นของกายานิรันดร์เขียวขจีทำให้ลู่ฟานมีความมั่นใจขึ้นมาบ้าง
อย่างน้อยในแง่ของร่างกาย เขาก็ไม่ด้อยไปกว่าอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เขาใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย เป็นคนขี้เกียจไม่เอาถ่าน เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ถึงแสนปี
ความสุขและความอิ่มเอมใจนี้ยากจะบรรยาย
แน่นอนว่าการแสวงหาความมีอายุยืนยาวของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด ใครบ้างจะไม่ชอบการมีชีวิตยืนยาว! ลู่ฟานยังคงฝันที่จะมีชีวิตยืนยาวเท่าจักรวาล ดังนั้นการเพิ่มพูนการบำเพ็ญเพียรจึงยังเป็นสิ่งที่เขาต้องการเร่งด่วนที่สุด
ปัจจุบัน เขาอยู่ที่ขอบเขตกายาศึก ขั้นที่สาม
ในขั้นตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการกลั่นลมปราณและการฝึกฝนกายา
แต่จุดที่น่าอึดอัดก็คือ
ตอนนี้ลู่ฟานเป็นมือใหม่หัดบำเพ็ญเพียรแบบเต็มขั้น
ไม่ใช่แค่มือใหม่ที่รู้แบบงูๆ ปลาๆ
แต่เป็นมือใหม่ที่เหมือนกระดาษขาว จิตใจว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง
ลู่ฟานหันไปมองระบบในหัวอย่างจำใจ
เขายังมีแต้มจินตนาการเหลืออีกกว่าหมื่นแต้ม อย่างน้อยก็น่าจะพอแลกเคล็ดวิชาดีๆ มาสักสองสามเล่มไม่ใช่หรือ?
แต่เมื่อเขามองดูรายการที่แลกได้ในหัวอย่างละเอียด เขาก็ต้องอึ้งไปเลย
เคล็ดวิชาที่ห่วยที่สุด ดันเป็นวิชาที่เริ่มฝึกตั้งแต่ระดับราชันสวรรค์
ส่วนเคล็ดวิชาที่เริ่มจากขอบเขตกายาศึกหรือขอบเขตแปลงวิญญาณ... มันไม่นับเป็นขยะด้วยซ้ำ
ต้องบอกว่าระดับอันต่ำต้อยของลู่ฟานได้จำกัดจินตนาการของผู้ถูกเลือกจากหมื่นโลกไปมากโข
ไม่มีใครกล้าคิดเลยว่าลู่ฟานจะอยู่ที่ขอบเขตกายาศึก
ทางตัน!
ลู่ฟานรู้ตัวว่าเขาเจอทางตันในการบำเพ็ญเพียรเข้าแล้ว!
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง
เวลานี้ค่ำมืดแล้ว
ลู่ฟานเดินออกจากประตูหน้าวิลล่า เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นดวงดาวนับล้านระยิบระยับ
ท้องฟ้าแจ่มใสเป็นพิเศษ และดวงดาวดูเหมือนจะอยู่แค่เอื้อม
เขาสูดหายใจลึก เดินไปที่วิลล่าข้างๆ แล้วเคาะประตู
ประตูเปิดออก
ร่างหนึ่งปรากฏต่อหน้าลู่ฟาน
เขามีริมฝีปากอวบอิ่มและดวงตาเป็นประกาย
"หัวหน้าห้อง มาหาข้าหรือ?!"
มู่หรงนรีกาลจ้องมองลู่ฟานด้วยสายตาจริงใจและเร่าร้อน
ลู่ฟานหลบสายตาด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย "เอ่อ... มีเรื่องนิดหน่อย..."
"หัวหน้าห้อง เชิญพูดมาได้เลย! ข้า มู่หรงนรีกาล ยินดีรับใช้ท่านเยี่ยงสุนัขรับใช้ จะให้บุกน้ำลุยไฟ ข้าก็ไม่หวั่น!!" มู่หรงนรีกาลกำหมัดแน่น ริมฝีปากหนาเหมือนโดนัทหวานๆ ขยายกว้าง เต็มไปด้วยพลัง น้ำเสียงตื่นเต้นและเร่าร้อน
ลู่ฟานรู้สึกเหมือนจะโดนความกระตือรือร้นนั้นเผาจนเกรียม
ในยามดึกสงัดเช่นนี้
เขาร้อนแรงเหลือเกิน... "อะแฮ่ม... ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก..."
"ข้าแค่อยากจะถามว่า เจ้าพอจะมีเคล็ดวิชาอะไรให้ข้าอ้างอิงบ้างไหม..."
ลู่ฟานพูดอย่างตะกุกตะกัก
เขาตั้งรับความกระตือรือร้นของมู่หรงนรีกาลไม่ค่อยทัน
แต่เขาก็เข้าใจว่าเหตุผลที่เขาเลือกมาหามู่หรงนรีกาล ก็เพราะอีกฝ่ายกระตือรือร้นและดูคุยง่ายนี่แหละ
"ฮ่าฮ่า เยี่ยมไปเลย! เป็นเกียรติของข้าจริงๆ ที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องเคล็ดวิชากับหัวหน้าห้อง!!"
มู่หรงนรีกาลพูดด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ดึงคัมภีร์ลับออกมาเป็นสิบเล่มอย่างไม่ลังเล มองลู่ฟานตาเป็นมัน แล้วกล่าวว่า "ข้ามีเคล็ดวิชาเยอะแยะเลย... ตั้งแต่ฝึกกายาไปจนถึงฝึกวิญญาณ รวมทั้งวิถีกระบี่ วิถีอัคคี วิถีโอสถ... หัวหน้าห้อง ท่านมีเคล็ดวิชาอะไรบ้าง? มาแลกเปลี่ยนและอ้างอิงกันเถอะ"
"เอ่อ... ข้าคิดว่าเจ้าเข้าใจความหมายข้าผิดไปหน่อย..."
ลู่ฟานตอบอย่างเก้อเขิน "ความหมายของข้าคือ นี่ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชา เพราะข้าไม่เคยบำเพ็ญเพียรมาก่อน ข้าเลยต้องการเคล็ดวิชาสำหรับผู้เริ่มต้น..."
บรรยากาศร้อนระอุพลันเงียบสงัดลงทันที
มู่หรงนรีกาลเบิกตากว้าง มองลู่ฟานด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ลู่ฟานอายจนอยากจะมุดดินหนี
ในฐานะหัวหน้าห้องผู้สง่างาม กลับต้องมาขอกินแรงเพื่อนร่วมชั้นเรื่องเคล็ดวิชา นี่มันน่าขายหน้าเกินไปแล้ว!
"อ้อ จริงสิ มู่หรง ข้าเอาสมบัติบำเพ็ญเพียรแลกเปลี่ยนเป็นเคล็ดวิชากับเจ้าได้นะ"
กำไลมิติเก็บของของลู่ฟานส่องแสงวูบวาบ สมบัติกว่าสามสิบชิ้นปรากฏขึ้นตรงหน้า
"เอ่อ... เจ้าชอบชิ้นไหนก็เลือกแลกไปได้เลย" ลู่ฟานเสริม
มู่หรงนรีกาลเห็นสมบัติที่ตัวเองเคยให้รวมอยู่ในนั้นด้วย ก็ยิ่งเงียบกริบหนักเข้าไปอีก
มู่หรงนรีกาล: ...
ลู่ฟาน: ...