- หน้าแรก
- ราชันย์อารยธรรมเหนือสรรพสิ่ง
- บทที่ 118 : เริ่มงาน | บทที่ 119 : ทะลุขีดจำกัด
บทที่ 118 : เริ่มงาน | บทที่ 119 : ทะลุขีดจำกัด
บทที่ 118 : เริ่มงาน | บทที่ 119 : ทะลุขีดจำกัด
บทที่ 118 : เริ่มงาน
สำหรับเรื่องระหัดวิดน้ำ โจวซวี่ลองครุ่นคิดในใจดูแล้ว รู้สึกว่าน่าจะจัดการได้ไม่ยาก
ภายใต้เงื่อนไขที่พวกเขาเชี่ยวชาญเทคนิคการขัดรถเข็นแผ่นไม้แล้ว การจะสร้างระหัดวิดน้ำสักอันก็ไม่น่าจะเกินความสามารถของพวกเขา
เผลอๆ เพลารถเข็นแผ่นไม้ที่ขัดเงาแล้วก็สามารถนำมาใช้ได้โดยตรงเลยด้วยซ้ำ
หรืออย่างน้อยที่สุด แค่ใช้กระบอกไม้ไผ่ที่มีอยู่แล้ว ก็น่าจะพอทำได้เช่นกัน
เหมือนอย่างที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ในสภาพที่ไม่ได้ผ่านการขัดเกลาใดๆ เลย เป็นเรื่องยากมากที่จะได้เห็นพืชที่เติบโตเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนกับต้นไผ่
ทว่าเรื่องนี้ โจวซวี่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร
เมื่อเทียบกับระหัดวิดน้ำ เมื่อมองดูอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน เขากลับอยากจะรีบสร้างบ้านมากกว่า
เพื่อให้สมาชิกในเผ่ามีสภาพแวดล้อมในการพักผ่อนที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นหลังจากทำงานเหนื่อยล้ามา
ด้วยเหตุนี้ ในตอนนี้โจวซวี่จึงไม่ได้คิดที่จะหยิบยกเรื่องระหัดวิดน้ำขึ้นมาพูด แต่หยิบแบบแปลนที่เขาวาดเสร็จแล้วขึ้นมา แล้วเริ่มพูดคุยเรื่องการสร้างบ้านกับอีกฝ่ายโดยตรง
สำหรับเรื่องที่เพิ่งจะเสร็จงานหนึ่งแล้วก็มีงานใหม่เข้ามาทันที หวังต้าสือกลับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ผู้คนในยุคนี้ล้วนมีความอดทนต่อความยากลำบากเป็นทุนเดิม โดยพื้นฐานแล้วจะไม่มีสถานการณ์ที่ต้องมานั่งบ่นว่าอะไร
ในความคิดของพวกเขา ขอแค่มีงานทำ มีข้าวกิน นั่นก็คือใต้หล้าสงบสุขแล้ว!
โจวซวี่อธิบายแนวคิดของเขาคร่าวๆ ให้พวกเขาฟังก่อน หวังต้าสือและคนอื่นๆ ก็ยืนฟังอยู่ข้างๆ
เดิมทีมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนอะไรเป็นพิเศษ อีกทั้งโจวซวี่ยังตั้งใจอธิบายให้เรียบง่ายและชัดเจน หวังต้าสือและคนอื่นๆ จึงไม่มีทางที่จะฟังไม่เข้าใจ
“เข้าใจกันหมดแล้วใช่ไหม?”
หลังจากอธิบายจบ โจวซวี่ก็หันไปมองทีมก่อสร้างทั้งเจ็ดคนซึ่งรวมถึงหวังต้าสือด้วย
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถาม หวังต้าสือก้มลงมองแบบแปลนที่หัวหน้าของพวกเขาคลี่ออก หลังจากครุ่นคิดอีกสองสามวินาที เขาก็พยักหน้า
“เข้าใจแล้ว!”
“ดีมาก พวกเจ้าไปพักกันก่อนสักครู่ พักเสร็จเราก็เริ่มงานกันเลย!”
เวลานี้เพิ่งจะเลยเที่ยงวันไป ยังอีกนานกว่าจะถึงเวลาค่ำเพื่อกินข้าว วันทำงานของทีมก่อสร้างย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
หลังจากให้หวังต้าสือและคนอื่นๆ ไปพักผ่อน โจวซวี่ก็หันไปหาทีมตัดไม้ ซึ่งสังกัดอยู่ในแผนกวิศวกรรมการก่อสร้างเช่นกัน แต่ทีมตัดไม้มีขนาดใหญ่กว่ามาก
เพราะท้ายที่สุดแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างในค่ายจำเป็นต้องใช้ไม้ ประกอบกับค่ายทุ่งหญ้าฝั่งนั้นมีทรัพยากรไม้ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นทีมตัดไม้ของพวกเขาโดยพื้นฐานแล้วจึงแบกรับภารกิจในการจัดหาไม้ให้กับค่ายหลายแห่งเป็นประจำ
ด้วยเงื่อนไขนี้ หากไม่ทำให้ทีมมีขนาดใหญ่ขึ้น การจัดหาไม้ในแต่ละวันก็คงจะไม่เพียงพอจริงๆ
สำหรับการสร้างกระท่อมมุงจากนี้ โจวซวี่คำนึงถึงความสะดวกสบาย แม้จะวางแผนที่จะใช้ไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก แต่โครงสร้างของบ้านก็ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
นอกจากจะต้องแข็งแรงทนทานแล้ว น้ำหนักก็ต้องมากพอด้วย มิฉะนั้นวันดีคืนดีเกิดมีลมพายุพัดแรงๆ บ้านของคุณอาจจะถูกพัดปลิวไปเลยก็ได้
ด้วยเหตุนี้ โครงบ้านทั้งหลัง โจวซวี่จึงตั้งใจจะใช้ลำต้นของต้นไม้ใหญ่มาทำโดยตรง
หลังจากพูดคุยเรื่องนี้กับทีมตัดไม้เสร็จ โจวซวี่ก็กลับมาที่ค่าย และเหลือบไปเห็นทีมก่อสร้างที่นำโดยหวังต้าสือยืนรอเขาอยู่แล้ว
“พักกันเต็มที่แล้วหรือยัง?”
“พักเต็มที่แล้ว!”
หวังต้าสือตอบอย่างหนักแน่น โจวซวี่ก็ไม่พูดจาอ้อมค้อมกับพวกเขา นำทีมก่อสร้างมุ่งหน้าไปยังเขตที่อยู่อาศัยโดยตรง
ในเมื่อจะสร้างที่พักอาศัย ก็ย่อมต้องจัดให้อยู่ในเขตที่อยู่อาศัย
พื้นที่แต่ละส่วนของค่ายนี้ ตอนที่เขาทำการแบ่งโซนในตอนแรก ได้ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างรอบคอบแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแม้จะมองในตอนนี้ ก็ยังไม่มีปัญหาใดๆ
เมื่อคำนึงถึงการเพิ่มขึ้นของประชากรในเผ่าหลังจากที่พัฒนาขึ้นแล้ว เขตที่อยู่อาศัยนี้จึงมีการเผื่อพื้นที่ว่างไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว
สำหรับบ้านหลังแรกของเผ่าที่กำลังจะเริ่มก่อสร้าง โจวซวี่คิดไว้นานแล้วว่าจะสร้างไว้ที่ไหน
หลังจากนำทีมก่อสร้างมาถึงสถานที่แล้ว โจวซวี่ก็หยิบกิ่งไม้ในมือขึ้นมา ประเมินพื้นที่ของบ้าน แล้ววาดพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าลงบนพื้นโดยตรง
“ตอนนี้ให้ขุดดินในบริเวณนี้ออกให้หมดก่อน ขุดให้ลึกประมาณเท่าความสูงของคนคนหนึ่งก็น่าจะพอแล้ว”
ในตอนนี้พวกเขายังไม่มีเครื่องมือวัดที่แม่นยำเป็นพิเศษ ดังนั้นความยาวและความกว้างนี้ โจวซวี่จึงทำได้เพียงใช้ความสูงของตัวเองในการวัด จากนั้นค่อยๆ ปรับแก้ไปทีหลัง
ในยุคสมัยนี้ หน้าที่ของบ้านพูดกันตามตรงก็คือให้พวกเขาได้นอนหลับพักผ่อนอยู่ข้างใน
ตามทฤษฎีแล้ว พื้นที่ของบ้านเพียงแค่สามารถรองรับเตียงนอนได้หนึ่งหลังก็เพียงพอแล้ว
แน่นอนว่าเมื่อเผ่าพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคตพวกเขาจะต้องต้องการพื้นที่ภายในที่ใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน
และถึงเวลานั้นการจะให้สร้างบ้านใหม่ทั้งหมดก็ย่อมเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองแรงงาน ดังนั้นใช้วิธีเดียวกัน พื้นที่ที่ควรจะเผื่อไว้ ก็เผื่อไว้ล่วงหน้าก่อนเลย
บ้านหลังแรกนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโจวซวี่สร้างให้ตัวเอง จากการวัดด้วยความสูง พื้นที่ของบ้านน่าจะอยู่ที่ประมาณห้าสิบตารางเมตร
นี่ถือว่าไม่เล็กเลย บ้านขนาดนี้หากสร้างเสร็จแล้ววางแค่เตียงนอนเพียงหลังเดียว ภายในบ้านคงจะดูกว้างโล่งเกินไป
จุดนี้ โจวซวี่ย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
ดังนั้นนอกจากเตียงนอนแล้ว ตามแผนของเขา เขายังตั้งใจที่จะวางโต๊ะทำงานไว้ข้างในด้วย ด้วยวิธีนี้ งานบางอย่างในวันธรรมดาเขาก็สามารถจัดการได้ที่นี่เลย โดยไม่จำเป็นต้องไปขอยืมสถานที่ในเพิงของแผนกอื่นอยู่บ่อยๆ
พื้นที่ห้าสิบตารางเมตร ขุดลึกเท่าความสูงของคนหนึ่งคน เมื่อพิจารณาถึงประสิทธิภาพในการขุดในยุคนี้แล้ว เรื่องการขุดฐานรากนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องที่จะทำเสร็จได้ภายในเวลาบ่ายเดียว
กลับกันทางฝั่งทีมตัดไม้ ใช้เวลาเพียงช่วงบ่ายเดียว โดยพื้นฐานแล้วก็ได้จัดการกับไม้ที่โจวซวี่ต้องการสำหรับสร้างโครงบ้านอย่างง่ายๆ และส่งมาให้เรียบร้อยแล้ว
ทีมตัดไม้จัดการไม้เหล่านี้ได้เรียบเนียนมาก ช่วยประหยัดแรงของโจวซวี่และคนอื่นๆ ไปได้เยอะ
ในระหว่างที่กินอาหารเย็น โจวซวี่ก็ได้เรียกหวังต้าสือซึ่งเป็นหัวหน้าทีมก่อสร้าง และจวงเมิ่งเตี๋ยหัวหน้าแผนกยุทโธปกรณ์มา เพื่อพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับวิธีการจัดการไม้เหล่านี้
เหตุผลที่เรียกหวังต้าสือมานั้นไม่จำเป็นต้องพูดถึง ส่วนที่เรียกจวงเมิ่งเตี๋ยมานั้น...
สิ่งที่ข้าจะสอนพวกเจ้าต่อไปนี้ เมิ่งเตี๋ย เจ้าก็ตั้งใจฟังให้ดี ต่อไปภายหน้าจะได้นำไปใช้ทำของได้
ในการจะสร้างบ้าน ก่อนที่จะลงมือทำอย่างเป็นทางการ โจวซวี่จะต้องทบทวนปัญหาที่อาจจะพบเจอทั้งหมดในหัวเสียก่อน
ในยุคสมัยนี้ ปัญหาใหญ่ที่สุดของการสร้างบ้าน พูดกันตามตรงก็คือจะยึดโครงสร้างของบ้านให้มั่นคงได้อย่างไร
เพราะตอนนี้เขาก็ไม่มีตะปู จะให้ใช้แค่เชือกเปลือกไม้มามัดให้แน่นอย่างเดียวก็คงไม่ได้กระมัง?
การทำเช่นนี้กับโครงสร้างของบ้าน มันทำให้รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยอยู่บ้าง
ด้วยความคิดเช่นนี้ ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดไม่หยุด โจวซวี่ก็นึกถึงของสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้กะทันหัน...ตัวต่อไม้!
ตัวต่อไม้สามารถยึดติดกันได้อย่างแน่นหนาโดยใช้วิธีเชื่อมต่อส่วนที่นูนและส่วนที่เว้าเข้าด้วยกัน แล้วแบบนี้จะนำมาใช้กับโครงสร้างของบ้านได้หรือไม่นะ?
หลังจากความคิดนี้ผุดขึ้นมา ในตอนนั้นเขากำลังวาดแบบแปลนอยู่พอดี จึงรีบหาท่อนไม้มาสองท่อน ผ่านการแปรรูปง่ายๆ แล้วทำชุดข้อต่อที่ดูหยาบๆ ขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อทดลองดู
เมื่อได้ลองดู เขาก็พบว่ามันใช้ได้ผลจริงๆ! ทำให้เขาดีใจจนเนื้อเต้น
แต่โจวซวี่ในตอนนี้หารู้ไม่ว่า วิธีที่เขาคิดขึ้นมาได้นี้ คือรูปแบบโครงสร้างที่บรรพบุรุษของพวกเขาเคยใช้มาก่อน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘โครงสร้างเดือยและร่อง’
ด้วยความบังเอิญอย่างน่าประหลาด โจวซวี่ที่ไม่เคยศึกษาเรื่องพวกนี้มาก่อน กลับคิดไปในทางเดียวกับเหล่าบรรพชนเสียอย่างนั้น
-------------------------------------------------------
บทที่ 119 : ทะลุขีดจำกัด
โครงสร้างเดือยและร่องไม้นั้น สามารถทำให้เรียบง่ายก็ได้ หรือจะทำให้ซับซ้อนและประณีตอย่างหาที่เปรียบมิได้ก็ได้ ซึ่งในระหว่างนั้นจำเป็นต้องใช้จินตนาการด้านมิติพื้นที่อันน่าทึ่ง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ออกแบบ
แม้ว่าตัวโจวซวี่จะไม่รู้จักโครงสร้างเดือยและร่องไม้ และไม่เคยศึกษามาก่อน แต่ในฐานะคนที่มีฝีมือในงานช่างพอสมควร ในระหว่างกระบวนการทำงานฝีมือ การออกแบบที่คล้ายคลึงกันก็เคยปรากฏขึ้นเช่นกัน
สิ่งนี้ทำให้เขาหลังจากที่เปิดความคิดได้แล้ว ก็ราวกับได้ผลักบานประตูสู่โลกใบใหม่ ความคิดต่างๆ พรั่งพรูออกมาไม่หยุดหย่อน ทำให้เขาตื่นเต้นอย่างยิ่ง
ในการออกแบบส่วนนี้ โจวซวี่ไม่ได้เปิดโอกาสให้จวงเมิ่งเตี๋ยและหวังต้าสือได้แสดงฝีมือ
เขาอาศัยความรู้สมัยใหม่และแรงบันดาลใจที่ปะทุขึ้นมา วาดโครงสร้างเดือยและร่องไม้ทั้งหมดที่ใช้ในการเชื่อมต่อและประกอบโครงบ้านทั้งหลังออกมาจนเสร็จสิ้น
แต่หลังจากนั้น เขาก็ไม่ได้หยุด แต่หยิบกระดาษหนังสัตว์แผ่นใหม่ขึ้นมาทันที แล้วใช้พู่กันกิ่งไม้จุ่มน้ำหมึกจากสีย้อม วาดแบบเดือยและร่องไม้ที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขาต่อไป
ความรู้สึกนี้ช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกิน ทำให้โจวซวี่ไม่กล้าที่จะหยุดพัก เพราะกลัวว่าหากหยุดลงตอนนี้ จะไม่สามารถกลับเข้าสู่สภาวะเช่นนี้ได้อีก
เมื่อเห็นท่านผู้นำที่กำลังก้มหน้าก้มตาวาดภาพอย่างบ้าคลั่ง หวังต้าสือที่ถูกเรียกตัวมาในเวลานี้ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี แม้แต่ตอนที่เขาเตรียมจะเอ่ยปากถาม ก็กลับถูกมือข้างหนึ่งที่ยื่นออกมาขวางไว้
เขามองไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ เห็นเพียงจวงเมิ่งเตี๋ยที่อยู่ด้านข้างกำลังส่ายหน้าให้เขาด้วยสีหน้าจริงจัง
ภายในเผ่า สถานะของจวงเมิ่งเตี๋ยนั้นไม่ต้องพูดถึง เมื่อเห็นนางขวางไว้ หวังต้าสือจึงเก็บคำพูดกลับเข้าไป แล้วยืนรออย่างเชื่อฟัง
ในเวลานี้ เหตุผลที่จวงเมิ่งเตี๋ยยื่นมือออกมาขวาง เป็นเพราะสถานการณ์คล้ายๆ กันนี้เคยเกิดขึ้นกับนางมาก่อน
เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ขณะที่นางกำลังศึกษางานที่ท่านผู้นำมอบหมายให้ ก็เคยเข้าสู่สภาวะคล้ายๆ กัน ในตอนนั้นความคิดของนางโลดแล่นเป็นอย่างมาก ความคิดต่างๆ ถูกปลดปล่อยออกมา ทำให้นางตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าตนเองได้เข้าสู่สภาวะที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง
ทว่า ยังไม่ทันจะผ่านไปสองวินาที ลูกศิษย์คนหนึ่งของนางก็มาหานางเพื่อยืนยันงาน เป็นเหตุให้นางหลุดออกจากสภาวะนั้นทันที และหลังจากนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย
นิสัยของจวงเมิ่งเตี๋ยถือได้ว่าดีอย่างแน่นอน นางเป็นประเภทที่ทำงานเงียบๆ โดยไม่ปริปากบ่น
แต่สถานการณ์ในตอนนั้นกลับทำให้นางหัวเสียเป็นอย่างมาก นางตระหนักได้เลือนรางว่าตนเองได้สูญเสียบางสิ่งไป ชั่วขณะนั้นจึงไม่อาจอดทนได้ และดุด่าว่ากล่าวลูกศิษย์คนนั้นอย่างรุนแรง ณ ตรงนั้น
ลูกศิษย์คนนั้นไม่เคยเห็นอาจารย์ของตนมีอารมณ์เกรี้ยวกราดเช่นนี้มาก่อน ถึงกับยืนตะลึงงันอยู่กับที่
และก็เป็นเพราะประสบการณ์ครั้งนี้เอง จวงเมิ่งเตี๋ยจึงรู้ว่าสภาวะในปัจจุบันของท่านผู้นำนั้นล้ำค่าเพียงใด
ทว่าสภาวะนี้ไม่ได้คงอยู่นานนัก คาดว่ากินเวลาทั้งหมดเพียงสิบกว่านาทีเท่านั้น
หลังจากวาดเส้นสุดท้ายเสร็จ โจวซวี่ก็ถอนหายใจยาวอย่างแรง จากนั้นทั้งร่างก็ทรุดลงไปกองกับพื้นราวกับหมดเรี่ยวแรง หอบหายใจอย่างหนัก
สภาวะเช่นนั้น แม้จะทำให้ความคิดของเขาพรั่งพรูและรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ผลาญพลังงานอันจำกัดของเขาไปอย่างมหาศาล ทำให้ในตอนนี้จิตใจของเขาถึงกับเลื่อนลอย
แต่ภาระที่เกิดจากสภาวะนี้แตกต่างจากการใช้พลังแห่งสัจวาจามากเกินไป หลังจากพักไปชั่วครู่ เขาก็ฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อลุกขึ้นนั่ง มองดูภาพวาดที่อยู่ตรงหน้า โครงสร้างเดือยและร่องไม้ของโครงบ้านทั้งหลังนั้นวาดออกมาได้ค่อนข้างชัดเจนและเข้าใจง่าย
แต่เมื่อวาดไปถึงช่วงหลังๆ ลายเส้นก็เริ่มจะหวัดขึ้นเรื่อยๆ
ภาพวาดที่ดูหวัดเหล่านี้ คนอื่นคงไม่เข้าใจว่าเขาวาดอะไรลงไป
โชคดีที่โจวซี่เองสามารถดูเข้าใจได้ แค่หาเวลามาปรับแก้เล็กน้อยเพื่อให้คนอื่นสามารถเข้าใจได้ก็พอแล้ว
สิ่งที่วาดอยู่บนภาพวาดเหล่านี้ล้วนเป็นโครงสร้างการประกอบของเดือยและร่องไม้ ยิ่งลายเส้นหวัดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งประณีตและซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อมีสิ่งเหล่านี้แล้ว ขอเพียงหวังต้าสือและคนอื่นๆ สามารถเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว ก็เพียงพอที่จะวางรากฐานอันมั่นคงให้กับแผนกวิศวกรรมการก่อสร้างของพวกเขาได้แล้ว
ในขณะเดียวกัน ในสภาวะเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนว่าเขาจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบแว่วๆ...
ในวินาทีนี้ ราวกับตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างได้ โจวซวี่เปิดหน้าต่างสถานะของตนเองขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยใจที่เต้นระทึก
จากนั้นเมื่อเลื่อนสายตาลงไป ก็ปรากฏสีหน้าประหลาดใจและยินดีขึ้นมาทันที
เพราะในวินาทีนี้ ค่าสติปัญญาของเขาที่เดิมทีมีเพียงสองดาว ได้แสดงผลเป็นสามดาวอย่างชัดเจน!
โจวซวี่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า การเพิ่มขึ้นของระดับดาวของเขาจะมาถึงอย่างกะทันหันเช่นนี้
ทำให้เขาแทบจะอดหัวเราะออกมาดังๆ ไม่ได้หลายครั้ง แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่ารอบข้างมีแต่ลูกน้องของเขา เมื่อคำนึงถึงภาพลักษณ์ของตนในฐานะผู้นำ ในที่สุดเขาก็เก๊กหน้าขรึมไว้ได้
หลายวันต่อมา งานขุดหลุมของทีมก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไป และสำหรับลำต้นของต้นไม้ใหญ่ที่จะใช้เป็นโครงสร้างของบ้าน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโครงสร้างเดือยและร่องไม้บนนั้นก็ต้องเริ่มทำแล้วเช่นกัน
เพราะพวกเขาคงไม่รอจนกระทั่งเริ่มสร้างบ้าน ตั้งเสาขึ้นมาแล้ว ค่อยปีนขึ้นไปขัดแต่งโครงสร้างนี้
ตามความคิดของโจวซวี่คือการขัดแต่งชิ้นส่วนทั้งหมดให้เสร็จเรียบร้อยจากภายนอกก่อน และต้องแน่ใจว่าทุกชิ้นส่วนสามารถประกอบเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากนั้นจึงค่อยเริ่มประกอบโครงบ้านบนฐานราก
การขัดแต่งเดือยและร่องไม้ เพื่อให้เดือยและร่องไม้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่ายังคงต้องการงานฝีมือที่ละเอียดอ่อน
ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ในการขัดแต่งหรือเทคนิคฝีมือ จวงเมิ่งเตี๋ยย่อมเหนือกว่าหวังต้าสือและทีมก่อสร้างอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม โจวซวี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้จวงเมิ่งเตี๋ยมาช่วยทีมก่อสร้างทำงานนี้
เหตุผลหนึ่งคือในช่วงเวลานี้ จวงเมิ่งเตี๋ยต้องยุ่งอยู่กับการวิจัยและพัฒนาคันธนูไม้ไผ่ ตัวนางเองก็มีภารกิจที่ต้องทำอยู่แล้ว ไม่มีเวลาว่างพอที่จะมาทำเรื่องนี้
และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ นี่เป็นขอบเขตงานของแผนกวิศวกรรมการก่อสร้างในท้ายที่สุด พวกเขาไม่สามารถพึ่งพาแผนกยุทธภัณฑ์ได้ตลอดไป ทักษะที่ควรจะเชี่ยวชาญเอง ก็ต้องเชี่ยวชาญด้วยตนเอง
ยิ่งเชี่ยวชาญเร็วเท่าไหร่ ในอนาคตก็จะยิ่งสบายเร็วขึ้นเท่านั้น
การจะคิดค้นเดือยและร่องไม้ที่ซับซ้อนและประณีตได้นั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้พรสวรรค์ แต่การขัดแต่งไม่จำเป็นต้องใช้
การขัดแต่งเดือยและร่องไม้ที่ถูกออกแบบมาแล้วนั้น สิ่งที่ต้องการคือเวลาและความละเอียดรอบคอบ
หลังจากยืมเครื่องมือจำนวนหนึ่งมาจากแผนกยุทธภัณฑ์ หวังต้าสือและคนอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายภารกิจก็เริ่มลงมือขัดแต่งอย่างจริงจัง
ในระหว่างนั้น แน่นอนว่าโจวซวี่ไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดเวลา ในฐานะผู้นำที่ไม่ได้กลับมาเป็นเวลานาน เขายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกไม่น้อย
นี่ไงล่ะ เขาหันหลังและเดินมายังพื้นที่เพาะปลูกนอกค่าย
ตอนที่จากไปครั้งก่อน ในพื้นที่ที่บุกเบิกนี้ยังคงมีเพียงสมุนไพรและพุ่มเบอร์รี่ปลูกอยู่ไม่กี่ชนิด แต่เมื่อมองไปตอนนี้ แปลงเกษตรกรรมทั้งหมดก็ดูมีขนาดใหญ่โตขึ้นมากแล้ว
พืชผลทางการเกษตรเหล่านี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าล้วนขนส่งมาจากค่ายเขาร้าง และตอนนี้ได้ปลูกลงในผืนดินของค่ายจันทราทมิฬทั้งหมดแล้ว
โจวซวี่ที่เดินเข้ามาใกล้ ก็มองเห็นจ้าวเกิงที่กำลังง่วนอยู่กับงานในแปลงนาแต่ไกล จากนั้นก็เดินตรงเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที
ในระหว่างกระบวนการนี้ แน่นอนว่าจ้าวเกิงย่อมสังเกตเห็นถึงการมีอยู่ของโจวซวี่ด้วยเช่นกัน