เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - น้องสาว เธอนี่มันคนการใหญ่จริงๆ

บทที่ 30 - น้องสาว เธอนี่มันคนการใหญ่จริงๆ

บทที่ 30 - น้องสาว เธอนี่มันคนการใหญ่จริงๆ


บทที่ 30 - น้องสาว เธอนี่มันคนการใหญ่จริงๆ

เบื้องหน้า เหล่าเจ้าเมืองต่างเดินทางมาพร้อมกัน

พวกเขามองดูตงฟางรั่วอวี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า

แม้เธอจะเป็นผู้หญิง แต่พวกเขาก็ไม่กล้าดูแคลนแม้แต่น้อย!

ตลกน่า!

ผู้มีพลังพิเศษระดับทองขั้นต้น!

ล้อกันเล่นหรือไง?

พวกเขาทุกคนล้วนเป็นระดับเงินขั้นปลาย เจอผู้แข็งแกร่งระดับนี้ จะเอาความกล้าที่ไหนไปดูถูก?

“ทุกท่าน มากันครบแล้วหรือ?”

ตงฟางรั่วอวี่มองทุกคน เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

ทุกคนพยักหน้า “ท่านเจ้าเมืองตงฟาง เรียกพวกเรามา มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ?”

ตงฟางรั่วอวี่ไม่ได้ตอบ เธอกวาดสายตามอง

ดูเหมือนเจ้าเมืองป้อมปราการเนบิวลา ไป๋จื่อซี จะยังไม่มา?

เธอกับไป๋จื่อซีเคยเจอกันไม่กี่ครั้ง เพราะต่างก็อายุน้อย เป็นผู้หญิง และเป็นเจ้าเมืองเหมือนกัน

เลยค่อนข้างคุยกันถูกคอ เรียกได้ว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดในบรรดาป้อมปราการรอบๆ นี้

“เจ้าเมืองป้อมปราการเนบิวลายังมาไม่ถึง เชิญทุกท่านเข้าไปในป้อมปราการก่อน รอคนครบแล้วค่อยคุยพร้อมกันทีเดียว”

ตงฟางรั่วอวี่พูดจบ ก็พาทุกคนเดินเข้าสู่ป้อมปราการ

ก่อนไป ยังกำชับทหารยามหน้าประตู

ถ้าเจ้าเมืองป้อมปราการเนบิวลามาถึง ให้พาไปที่ห้องรับรอง

เมื่อถึงห้องรับรอง

ตงฟางรั่วอวี่ก็ชงชาต้อนรับทุกคน

ด้วยท่วงท่าที่งดงามไหลลื่น

กลิ่นหอมของชาอบอวลไปทั่วห้องรับรอง

ทุกคนดื่มชา หมดไปหลายกา

นอกป้อมปราการ

กลุ่มของเย่ยวินอี้ก็เดินทางมาถึง

ทหารยามมองเห็นพยัคฆ์เพลิงชาด ดวงตาเบิกโพลง แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง!

วินาทีนั้น กำลังจะตีกลองแจ้งเหตุ!

เขาเงื้อไม้กลองขึ้น ในเสี้ยววินาทีก่อนจะฟาดลง มีมือหนึ่งมาคว้าเขาไว้

“แกจะทำอะไร!”

“แกจะทำอะไร?! ตีกลองทำไม?!”

“แกไม่เห็นนั่นเหรอ? นั่นมันพยัคฆ์เพลิงชาด สัตว์อสูรระดับทองขั้นต้นนะโว้ย!”

“บ้า! แกแหกตาดูดีๆ นั่นมันพาหนะของเขา!”

“อะไรนะ?!”

ชั่วพริบตา คนนั้นก็หันขวับกลับไปมอง!

แล้วก็ต้องอึ้ง!

จริงด้วย!

จริงด้วยแฮะ!

บนหลังพยัคฆ์เพลิงชาด มีคนนั่งอยู่หลายคน!

พวกเขารีบวิ่งลงไปที่หน้าประตูเมือง

มองพยัคฆ์เพลิงชาดที่เดินเข้ามา

ยิ่งมันเข้ามาใกล้ พวกเขาก็ยิ่งได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังขึ้นเรื่อยๆ

แทบจะหลุดออกมาจากอก!

ก็นะ นี่มันสัตว์อสูรระดับทองขั้นต้นเชียวนะ!

“ฉันคือเจ้าเมืองป้อมปราการเนบิวลา ได้รับเชิญมาที่นี่”

ป้อมปราการเนบิวลา!

วินาทีนั้น ทหารยามก็นึกถึงคำกำชับของเจ้าเมืองตัวเองได้

ต่างพากันถอนหายใจโล่งอก

พระเจ้าช่วย

เจ้าเมืองป้อมปราการเนบิวลา เทพขนาดนี้เลยเหรอ?

จับสัตว์อสูรระดับทองขั้นต้นมาเป็นพาหนะได้เนี่ยนะ?

หา?!

“เชิญทุกท่านตามข้าพเจ้ามา!”

ทหารยามนำทางอยู่ด้านหน้า พยัคฆ์เพลิงชาดของเย่ยวินอี้ก็เดินตามไปอย่างไม่รีบร้อน

บนหลังเสือ

สองพี่น้องตระกูลหานมองสภาพภายในป้อมปราการชายทะเล ด้วยความตื่นเต้นดีใจ

ในที่สุดก็ได้กลับมา

พวกเธอคิดถึงพ่อ!

คิดถึงญาติพี่น้องในตระกูล!

เย่ยวินอี้เห็นท่าทางของพวกเธอ ก็สั่งให้พยัคฆ์เพลิงชาดหมอบลง ส่งพวกเธอลงพื้น

“พวกคุณกลับบ้านไปก่อนนะ เดี๋ยวผมเสร็จธุระแล้วจะไปหา”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะสามี!” สองพี่น้องตระกูลหานเดินมุ่งหน้ากลับบ้านไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย

สักพักใหญ่

ในห้องรับรอง ดื่มชากันไปจนจืด

เหล่าเจ้าเมืองเริ่มหมดความอดทน

“เจ้าเมืองป้อมปราการเนบิวลานี่ไม่ได้รับข่าวหรือเปล่า?”

“นั่นสิ ทำไมยังไม่มาอีก?”

“หรือว่าจะวางมาด?” เจ้าเมืองชายวัยกลางคนคนหนึ่งแค่นเสียง พลังฝีมือก็พอๆ กัน จะมาวางมาดอะไร

เชิญแล้วไม่มางั้นเหรอ?

ตงฟางรั่วอวี่รู้นิสัยของไป๋จื่อซีดี น่าจะได้รับข่าวช้า “ทุกท่านใจเย็นๆ ป้อมปราการเนบิวลาอยู่ไกลที่สุด รออีกหน่อยเถอะค่ะ”

ได้ยินตงฟางรั่วอวี่พูดแบบนั้น ทุกคนก็เงียบลง

แต่ทว่า วินาทีถัดมา!

ข้างนอก ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น

“ท่านเจ้าเมือง ท่านเจ้าเมือง เจ้าเมืองป้อมปราการเนบิวลามาถึงแล้วครับ!”

ประโยคนั้น ทำให้ตงฟางรั่วอวี่ยิ้มออก

มาแล้ว!

สีหน้าของคนอื่นๆ ก็ดีขึ้นเล็กน้อย ในที่สุดก็มาสักที

“หึ มาได้สักที นึกว่าจะต้องให้รอไปถึงไหน”

ชายคนนั้นพูดจบ ก็ได้ยินคนรายงานพูดต่อ “แต่ว่า!”

“แต่ว่าอะไร!”

ชายคนนั้นตวาดลั่น!

จะมีปัญหาอะไรอีก?!

ป้อมปราการเนบิวลานี่เรื่องเยอะจริงนะ!

แม่มเอ๊ย!

คนรายงานโดนตวาดก็เงียบกริบ ตงฟางรั่วอวี่ตวัดสายตามองชายคนนั้น

ในดวงตาคู่สวย เต็มไปด้วยความโกรธ!

ชายคนนั้นรู้ตัว ก็รีบหุบปากฉับ

“แต่ว่าอะไร?”

ตงฟางรั่วอวี่ถามต่อ

“แต่ว่า... เจ้าเมืองป้อมปราการเนบิวลา เหมือนจะเปลี่ยนคนแล้วครับ!

เจ้าเมืองคนใหม่ท่านนี้ ขี่สัตว์อสูรมา

สัตว์อสูรตัวนั้น... คือพยัคฆ์เพลิงชาด!”

วูบ!

ชั่วพริบตา!

ประโยคนั้น ราวกับระเบิดลงกลางวง!

ตูม!

ทุกคนรู้สึกสมองหมุนติ้ว ประมวลผลไม่ทัน!

อะไรนะ?!

คนเมื่อกี้ พูดว่าอะไรนะ?!

ขี่ตัวอะไรมานะ?

พวกเขาไม่ได้หูฝาดใช่ไหม พยัคฆ์เพลิงชาด?!

สัตว์อสูรระดับทองขั้นต้น พยัคฆ์เพลิงชาด?!

สมองเพี้ยนไปแล้วมั้ง!

เป็นไปได้ยังไง!

ตงฟางรั่วอวี่มองคนรายงาน “เรื่องจริงเหรอ?”

“จริงแท้แน่นอนครับ!”

ได้รับคำยืนยัน ตงฟางรั่วอวี่ก็รีบเดินออกไปข้างนอกทันที!

เหล่าเจ้าเมืองก็มองหน้ากัน

แล้วเดินตามออกไป!

เพียงแต่ เจ้าเมืองคนที่พูดจาโผงผางเมื่อครู่ ตอนเดินออกไปขากลับสั่นพั่บๆ!

เดินเซไปเซมา เหมือนจะทรงตัวไม่อยู่

พอออกมาข้างนอก ตงฟางรั่วอวี่มองไป

ก็ต้องตะลึง

ตาเบิกกว้าง มองไปข้างหน้า

เห็นพยัคฆ์ยักษ์ยาวห้าวา!

พยัคฆ์เพลิงชาด!

ไม่ผิดแน่!

เหล่าเจ้าเมืองที่ตามออกมา ก็ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่!

ความตกตะลึงในใจพุ่งถึงขีดสุด!

พาหนะ... ถึงกับเป็นระดับทองขั้นต้น!

งั้น... ความแข็งแกร่งของเจ้าเมืองคนใหม่แห่งป้อมปราการเนบิวลา จะขนาดไหน?

ไม่อยากจะจินตนาการ!

น่ากลัวเกินไปแล้ว!

ทางด้านนี้ ตงฟางรั่วอวี่มองเย่ยวินอี้กับไป๋จื่อซีที่ยืนอยู่ข้างพยัคฆ์เพลิงชาด

“เอ๊ะ? จื่อซี? เธอไม่ได้เป็นเจ้าเมืองแล้วเหรอ? งั้น...” ตงฟางรั่วอวี่ถาม

ไป๋จื่อซีแนะนำอย่างเปิดเผย “เจ้าเมืองคนใหม่คือเขา สามีของฉัน เย่ยวินอี้”

พูดจบ ไป๋จื่อซีก็ควงแขนเย่ยวินอี้

สามี?!

โอ้โห!

นี่เธอแต่งงานแล้วเหรอเนี่ย!

งั้นวันนี้เธอมาทำอะไร?

มาโชว์หวาน?

เย่ยวินอี้ก็มองตงฟางรั่วอวี่

โห!

สวยระดับล่มเมืองจริงๆ!

เย่ยวินอี้เดินเข้าไปจับมือทักทาย

มือนุ่มนิ่ม สัมผัสดีเยี่ยม

เย่ยวินอี้มองจากมุมสูง

ประกอบกับตงฟางรั่วอวี่ก้มตัวลงเล็กน้อย ความขาวเนียนก็ปรากฏแก่สายตาเย่ยวินอี้ทันที

กี่เพ้าก็ปิดกั้นความอวบอัดนี้ไม่อยู่จริงๆ

เย่ยวินอี้มองร่องลึกที่ทอดยาวลงไปนั้น

น้องสาว พี่ดูออกนะ ว่าเธอน่ะเป็นคน... การใหญ่จริงๆ!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 30 - น้องสาว เธอนี่มันคนการใหญ่จริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว