เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.5 : ราบรื่นกว่าที่คิด

EP.5 : ราบรื่นกว่าที่คิด

EP.5 : ราบรื่นกว่าที่คิด


ในที่สุด รัตติกาลก็มาเยือน

เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า บรรยากาศภายในป่าก็ยิ่งทวีความหนักอึ้งและน่าอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ

ดูเหมือนสัตว์อสูรในป่าแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกหากินเวลากลางคืน ทันทีที่ความมืดเข้าปกคลุม เหล่าสัตว์อสูรตามมุมมืดต่างๆ ก็เริ่มปรากฏตัวและออกล่าเหยื่อ

ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าช่วงเวลากลางคืนนั้นอันตรายกว่ากลางวันหลายเท่าตัว

แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี หลังจากพระอาทิตย์ตกดินได้ไม่นาน ชีเอินก็หาที่ซ่อนตัวที่ตรงกับความต้องการของเขาจนได้

มันคือถ้ำแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณตีนหน้าผา

"ถ้าเป็นตรงนั้น ก็น่าจะพอใช้ซุกหัวนอนคืนนี้ได้ละนะ"

ชีเอินแอบซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ปากถ้ำพลางมองสำรวจเป้าหมาย แต่ทว่าสีหน้าของเขากลับไม่มีแววแห่งความยินดีเลยสักนิด

นั่นก็เพราะ...

"มองยังไง... เจ้านั่นก็คงไม่ปล่อยให้ฉันเดินเข้าไปนอนดีๆ แน่"

เมื่อเพ่งมองดูดีๆ จะเห็นว่ามีสัตว์อสูรตัวหนึ่งนอนขวางอยู่หน้าปากถ้ำ

มันคือสุนัขปีศาจที่มีรูปร่างปราดเปรียวคล้ายเสือชีตาห์ ผิวหนังสีดำทมิฬแต้มด้วยจุดลายพราง และมีเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่บนแผ่นหลัง

ดูเหมือนเจ้าหมาปีศาจตัวนั้นจะหลับไปแล้ว มันนอนหมอบหลับตาพริ้มอยู่หน้าถ้ำ แผ่นหลังกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอ แต่ทุกครั้งที่มันหายใจออก ไอร้อนระอุก็จะพวยพุ่งออกมาพร้อมกัน เปลวไฟแลบเลียออกมาจากปาก จมูก หรือแม้แต่เปลือกตาที่ปิดสนิท

รูปลักษณ์ของมันดูราวกับ 'เฮลฮาวด์' (Hellhound) หรือสุนัขปีศาจเฝ้าประตูนรกไม่มีผิด ช่างเป็นภาพที่น่าเกรงขามจริงๆ

ชีเอินเริ่มรู้สึกถอดใจนิดๆ

"ถึงจะเตรียมใจมาบ้างแล้วก็เถอะ..."

ในเมื่อเขาจงใจเดินตามสัญญาณจากสกิล <ตรวจจับศัตรู> เข้ามา การจะเจอกับสัตว์อสูรย่อมเป็นเรื่องปกติ แต่พอได้มาเห็นสัตว์ร้ายตัวเป็นๆ อยู่ตรงหน้า ชีเอินก็อดกังวลไม่ได้

อ้างอิงจากปฏิกิริยาของสกิล <ตรวจจับศัตรู> สัญญาณของเจ้าหมาตัวนี้อ่อนกว่าวิหคปีศาจเมื่อตอนกลางวันเล็กน้อย แสดงว่ามันน่าจะอ่อนแอกว่า... แต่สถานการณ์ตอนนี้มันต่างจากตอนกลางวัน

คราวนี้ ชีเอินไม่ใช่ฝ่ายถูกโจมตี แต่เขาต้องเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน

มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น เขาถึงจะยึดถ้ำนี้มาเป็นที่ซ่อนตัวได้

"ฟู่ว..."

ชีเอินค่อยๆ ปรับลมหายใจให้เป็นปกติ

"ไม่มีปัญหา ตราบใดที่มีดาบศักดิ์สิทธิ์ ยังไงฉันก็ไม่แพ้หรอก"

เขากระชับด้ามดาบแน่นเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

"มันอ่อนแอกว่าเจ้านกเมื่อตอนกลางวันซะอีก ขนาดนกยักษ์ฉันยังฟันทีเดียวร่วง เจ้าหมานี่ก็ต้องเสร็จในดาบเดียวเหมือนกันแหละน่า"

ชีเอินบอกตัวเองเช่นนั้น

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ชีเอินไม่ได้คิดจะเดินดุ่มๆ เข้าไปบวกกับศัตรูตรงๆ

ตามหลักการแล้ว ด้วยการคุ้มครองจากดาบศักดิ์สิทธิ์ บวกกับสกิล <ต้านทานกายภาพ> และ <ต้านทานเวทมนตร์> ที่อัพจนเต็มแม็กซ์เพื่อลดความเสียหาย การเผชิญหน้ากับสุนัขปีศาจที่อ่อนแอกว่าวิหคปีศาจ... ชีเอินน่าจะชนะได้สบายๆ ต่อให้สู้กันซึ่งๆ หน้า

แต่ได้โปรดให้อภัยชีเอินเถอะ ยังไงเขาก็เป็นแค่คนจากต่างโลกที่ไม่เคยมีประสบการณ์การต่อสู้มาก่อน การจะให้วิ่งเข้าไปบวกกับสัตว์ร้ายหน้าตาแบบนั้นตรงๆ มันก็ออกจะเกินกำลังใจเขาไปหน่อย

อีกอย่าง... ในเมื่อสามารถชนะได้โดยไม่ต้องเสี่ยง แล้วจะโง่วิ่งเข้าไปแลกหมัดทำไมล่ะ?

ดังนั้น ชีเอินจึงพยายามผ่อนลมหายใจและย่างเท้าให้เบาที่สุด อาศัยต้นไม้และพุ่มไม้เป็นกำบัง ค่อยๆ ย่องเข้าไปหาเป้าหมายอย่างช้าๆ

[ได้รับสกิล — <ลอบเร้น> — ต้องการเรียนรู้หรือไม่?]

ทันใดนั้น ข้อความก็เด้งขึ้นมาในหัว

ชีเอินหูผึ่งและรีบตรวจสอบรายละเอียดทันที

<ลอบเร้น> (Hide)

ประเภท : สกิลติดตัว (Passive Skill)

ผลลัพธ์ :

เมื่อเข้าสู่สถานะซ่อนตัว , แฝงกาย , หรือซุ่มโจมตี

จะช่วยลบกลิ่น , เสียง , และตัวตนของผู้ใช้ได้ในระดับหนึ่ง (ขึ้นอยู่กับเลเวลสกิล)

หากเลเวลสกิลสูงพอ ผลของสกิลสามารถครอบคลุมไปถึงสภาพแวดล้อมรอบข้าง และ/หรือ บุคคลอื่นในระยะใกล้เคียงได้

สำหรับชีเอิน การปรากฏตัวของสกิลนี้เรียกได้ว่ามาถูกจังหวะพอดีเป๊ะ

เดิมทีเขาก็กังวลอยู่ว่าจะถูกศัตรูจับได้เสียก่อน

ถึงยังไงอีกฝ่ายก็เป็นหมา ประสาทรับกลิ่นย่อมดีเยี่ยม ชีเอินเตรียมใจไว้แล้วด้วยซ้ำว่าอาจจะโดนจับได้เพราะกลิ่นตัว

แต่การมาถึงของสกิล <ลอบเร้น> ช่วยปัดเป่าความกังวลนั้นทิ้งไปจนหมดสิ้น

ชีเอินจัดการอัพเกรดสกิลนี้จนเต็มแม็กซ์โดยไม่ลังเล เมื่อบวกกับเอฟเฟกต์ส่งเสริมจากดาบศักดิ์สิทธิ์ ประสิทธิภาพของสกิลก็พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด

กว่าจะรู้ตัวอีกที ชีเอินก็มายืนอยู่ข้างหลังสุนัขปีศาจโดยไม่เหลือร่องรอยใดๆ ให้จับสัมผัสได้เลย

เจ้าสุนัขปีศาจที่กำลังนอนหลับใหลอย่างไร้การป้องกัน บัดนี้ตกเป็นเป้านิ่งอยู่ตรงหน้าชีเอินแล้ว

และชีเอินก็ลงมือทันทีโดยไม่รีรอ

"ฉึก!"

เมื่อดาบศักดิ์สิทธิ์ฟาดฟันลงมา ใบดาบที่คมกริบและส่องประกายเจิดจรัสก็แทงทะลุร่างของสุนัขปีศาจในพริบตา

"เอ๋งงง...!"

สุนัขปีศาจส่งเสียงร้องโหยหวนและตื่นจากภวังค์ในวินาทีสุดท้าย ดวงตาที่ลุกโชนดั่งเปลวเพลิงเบิกโพลง พร้อมกับระเบิดเปลวไฟที่มีความร้อนสูงลิบลิ่วออกมาจากทั่วร่าง

แน่นอนว่า ชีเอินที่ยืนอยู่ประชิดตัวย่อมโดนระเบิดเพลิงเข้าไปเต็มๆ สภาพของเขาในตอนนี้ดูราวกับไม้ขีดไฟที่ถูกจุดจนลุกท่วม

ทว่า สกิล <ต้านทานเวทมนตร์> ของชีเอินทำงานทันที ผนวกกับการคุ้มกันจากดาบศักดิ์สิทธิ์ ทำให้แม้ร่างจะอาบไปด้วยเปลวเพลิง แต่เขากลับไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แม้แต่ความร้อนเขาก็แทบไม่รู้สึก

ไม่นานนัก เปลวเพลิงก็มอดดับลง

ร่างของสุนัขปีศาจที่ถูกดาบศักดิ์สิทธิ์เสียบคาอก ทรุดฮวบลงกับพื้นดินที่ไหม้เกรียม ไฟบนตัวของมันดับลงแล้ว เลือดสีสดค่อยๆ ไหลนองย้อมพื้นดิน เหลือเพียงเศษใบไม้แห้งรอบๆ ที่ยังคงติดไฟลุกไหม้อยู่จางๆ

[ได้รับสกิล — <ลอบสังหาร> — ต้องการเรียนรู้หรือไม่?]

ชีเอินที่สังหารสุนัขปีศาจได้สำเร็จ ได้รับสกิลใหม่อีกครั้ง

<ลอบสังหาร> (Assassinate)

ประเภท : สกิลติดตัว (Passive Skill)

ผลลัพธ์ :

เมื่อทำการโจมตีขณะอยู่ในสถานะซ่อนตัว , แฝงกาย , หรือซุ่มโจมตี

เพิ่มโอกาสในการสังหารเฉียบพลัน (Instant Kill)

เพิ่มโอกาสในการโจมตีจุดตายของศัตรู

==========

ไม่ต้องถามเลย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสกิลที่ใช้งานได้จริงสุดๆ ชีเอินจัดการอัพจนเต็มแม็กซ์ด้วยหัวใจที่เต้นรัว

"เพราะสกิลพวกนี้แท้ๆ ทุกอย่างเลยราบรื่นกว่าที่คิดไว้เยอะเลย"

ชีเอินดึงดาบศักดิ์สิทธิ์ออกจากร่างไร้วิญญาณของสุนัขปีศาจแล้วถอยฉากออกมา

หลังจากการฆ่าสัตว์อสูรเป็นครั้งที่สอง ชีเอินเริ่มจะชินกับมันขึ้นมาบ้างแล้ว เพียงแต่กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งยังคงกระตุ้นความทรงจำแย่ๆ ทำให้เขาต้องถอยออกมาตั้งหลักห่างๆ

"แต่จะทิ้งศัตรูไว้แบบนี้ไม่ได้ ขืนปล่อยไว้ พวกสัตว์อสูรตัวอื่นต้องแห่กันมาตามกลิ่นเลือดแน่ๆ"

เมื่อตระหนักได้ถึงจุดนี้ ชีเอินจำต้องกลั้นใจทนความสะอิดสะเอียน เขาใช้ดินและโคลนแถวนั้นกลบกองเลือดสดๆ ก่อนจะลากซากสุนัขปีศาจเข้าไปซ่อนไว้ในถ้ำ

ภายในถ้ำอบอวลไปด้วยกลิ่นสาบสางของสัตว์ป่า แถมยังเต็มไปด้วยกองกระดูกและเศษเนื้อเน่าเปื่อย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นซากเหยื่อเก่าๆ ของเจ้าหมาตัวนี้

"มิน่าล่ะ... เอ็งถึงอุตส่าห์ออกไปนอนข้างนอก ข้างในนี้มันเหม็นบรรลัยขนาดนี้นี่เอง"

ชีเอินอยากจะร้องไห้

จบบทที่ EP.5 : ราบรื่นกว่าที่คิด

คัดลอกลิงก์แล้ว