- หน้าแรก
- ฝ่าสมรภูมิสายลับ
- บทที่ 25 หนทางแก้ปัญหา
บทที่ 25 หนทางแก้ปัญหา
บทที่ 25 หนทางแก้ปัญหา
จวินถ่งปิดล้อมกวาดล้างหมายความว่าอย่างไร?
ตราบใดที่กองทัพญี่ปุ่นยังไม่ได้ยาตราทัพเข้าสู่เจียงเฉิง จวินถ่งย่อมมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในเมืองนี้ เพียงแค่เอ่ยปากคำเดียวก็สามารถกวาดล้างได้ทุกเมื่อ
ถึงเวลานั้น อิโนอุเอะ โคอิจิจะถูกจับ คลินิกจะถูกปิด สายลับที่แฝงตัวอยู่ในก๊กมินตั๋งจะถูกรวบตัว และสายลับญี่ปุ่นที่มาติดต่อรับข่าวสารที่คลินิกก็จะถูกจับกุม
ท้ายที่สุด ฉู่ซินผูผู้ซึ่งไม่อาจชี้แจงสถานะของตนเองได้ว่าขาวสะอาดหรือไม่ ก็คงไม่อาจรอดพ้นจากหายนะที่ไม่ได้ก่อ
นี่คือผลลัพธ์ของการที่จวินถ่งปิดล้อมกวาดล้าง แล้วฉู่ซินผูจะรอได้หรือ?
เขาไม่อาจรอ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้เช่นกัน
“ยากจริงๆ” ฉู่ซินผูเอนกายพิงโซฟาพลางถอนหายใจ
ตอนแรกที่คิดจะใช้คลินิกเป็นใบเบิกทาง เขาเตรียมใจรับมือกับอุปสรรคไว้แล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนอุปสรรคจะมีมากกว่าที่คาดไว้เสียอีก
ก่อนหน้านี้เขารีบร้อนยืนยันตัวตนของอิโนอุเอะ โคอิจิ และสาเหตุที่จวินถ่งจับตามองเขา แต่ตอนนี้ต่อให้รู้ทุกอย่างกระจ่างแจ้ง ก็ยังจนปัญญาจะทำอะไรได้
ฉู่ซินผูตัดสินใจนัดพบหมิงเจวี๋ยเฉี่ยน สถานการณ์ตอนนี้เหมือนตกอยู่ในภาวะชะงักงัน
เขาหาทางส่งข่าวถึงหมิงเจวี๋ยเฉี่ยนอย่างปลอดภัย เพื่อขอนัดพบในวันถัดไป
วันนี้เขาไม่ได้ไปที่คลินิก สิ่งที่ควรยืนยันก็ได้ยืนยันไปเกือบหมดแล้ว สิ่งที่ยังหาหลักฐานไม่ได้ ต่อให้ไปวันนี้ก็คงหาไม่เจออยู่ดี
เขาพักผ่อนอยู่ที่บ้านหนึ่งวัน แล้วไปตามนัดในวันรุ่งขึ้น
คราวนี้ฉู่ซินผูมาถึงก่อน รอสักพักหมิงเจวี๋ยเฉี่ยนก็มาถึงตามเวลา
“นั่งลงก่อนสิ” หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนเอ่ย
“ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าอิโนอุเอะ โคอิจิเป็นสายลับญี่ปุ่น ส่วนซากุราบะ ยูมิน่าจะไม่มีปัญหา จวินถ่งน่าจะซุ่มดูอยู่บนตึกแถวฝั่งตรงข้ามคลินิก แต่ไม่รู้ห้องไหนแน่ชัด”
หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนจดจำข้อมูลทุกอย่างที่ฉู่ซินผูบอกอย่างละเอียด แล้วกล่าวว่า “คืบหน้าไปได้ดีนี่”
“คืบหน้าดีครับ แต่ก้าวต่อไปนี่สิ ลำบากยากเข็ญ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก...” ฉู่ซินผูเล่าถึงผลกระทบหากจวินถ่งลงมือปิดล้อมกวาดล้าง
หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนเข้าใจดี หากมัวแต่รอเฉยๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับรอความตาย
“ร้อนใจหรือ” หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนถาม
“ร้อนใจสิครับ จวินถ่งอาจลงมือเมื่อไหร่ก็ได้” ฉู่ซินผูยอมรับตามตรง
ความไม่แน่นอนของเวลาทำให้เตรียมตัวรับมือไม่ได้ เพราะมันอาจเกิดขึ้นในวินาทีถัดไป หรืออาจอีกนานแสนนาน
“ไม่ต้องร้อนใจหรอก มีคนร้อนใจกว่าคุณเยอะ”
“จวินถ่ง?”
“ถูกต้อง ตามข่าวที่เราได้รับมา จวินถ่งมีคำสั่งตายตัวว่า ต้องสืบให้รู้แน่ชัดเกี่ยวกับสายลับญี่ปุ่นทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคลินิก”
“หมายความว่า ตอนนี้พวกเขาจะยังไม่ลงมือ เพราะยังมีบางคนที่ยังสืบไม่แน่ชัด เช่นสายลับญี่ปุ่นที่มารับข่าวสารที่คลินิก?” ฉู่ซินผูคาดเดา
“น่าจะเป็นอย่างนั้น”
ถ้าเป็นเช่นนี้จริง ก็พอจะเบาใจไปได้เปลาะหนึ่ง เพราะจวินถ่งคงไม่วู่วามลงมือก่อนจะรู้ตื้นลึกหนาบางทั้งหมด
“แต่สถานการณ์ก็ยังไม่น่าไว้วางใจอยู่ดี ไม่ว่าจวินถ่งจะสืบจนรู้ความจริง หรือกองทัพญี่ปุ่นจะรุกคืบในสนามรบ การกวาดล้างก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี” ฉู่ซินผูมองว่าเป็นแค่เรื่องของเวลา ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนลดเสียงลง “ตอนนี้จวินถ่งระวังตัวทุกฝีก้าว ไม่กล้าแหวกหญ้าให้งูตื่น กลัวว่าคนในคลินิกและสายลับในก๊กมินตั๋งจะรู้ตัว แล้วคนมารับข่าวจะหนีไป”
“แถมหัวหน้าไต้ลี่ (ไต้ลี่ - หัวหน้าหน่วยจวินถ่ง) ยังประกาศคาดโทษไว้ว่า ถ้าปล่อยให้หนีไปได้แม้แต่คนเดียว ผู้รับผิดชอบงานนี้ต้องเอาหัวไปเซ่น”
“มิน่าล่ะ” ฉู่ซินผูถึงบางอ้อ การที่จวินถ่งสืบเรื่องเขาอย่างลับๆ โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย จนกระทั่งหมิงเจวี๋ยเฉี่ยนมาบอก เพราะมีคำสั่งเด็ดขาดค้ำคออยู่นี่เอง ใครจะอยากหัวหลุดจากบ่าบ้างล่ะ?
“แบบนี้แสดงว่าเราพอมีเวลาหายใจหายคอขึ้นมาหน่อย แต่ก้าวต่อไปเราจะทำยังไงดี” ฉู่ซินผูมองว่าถึงจะมีเวลามากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีหนทางแก้ปัญหาอยู่ดี
หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนทำท่าลึกลับ “เดี๋ยวจะมีคนเอาทางแก้มาประเคนให้คุณถึงที่”
“ใคร?”
“คุณคิดว่าใครล่ะ”
“คุณรู้อะไรมาเหรอ”
“ได้ยินข่าวมาบ้าง”
“เป็นไปได้เหรอครับ” ฉู่ซินผูเริ่มเดาได้รางๆ แต่ยังไม่อยากจะเชื่อ
“มีอะไรไม่น่าเชื่อ” หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนยิ้ม
“พวกเขาใจกล้าขนาดนั้นเชียวเหรอ”
“ยอมเสี่ยงเดินหมากตาอันตราย ดีกว่านั่งรอความตาย พวกเขาย่อมเข้าใจจุดนี้ดี”
“แล้วผมล่ะ”
“คุณคิดยังไงล่ะ”
“ผม...” ฉู่ซินผูพูดไม่ออกชั่วขณะ
เขาคาดไม่ถึงว่าหมิงเจวี๋ยเฉี่ยนจะนำข่าวนี้มาบอก
ใครคือคนที่จะนำทางแก้ปัญหามาให้ฉู่ซินผู?
ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นจวินถ่งนั่นเอง
พูดง่ายๆ ก็คือ จวินถ่งจะมาหาฉู่ซินผู เพื่อให้เขาช่วยสืบเรื่องราวในคลินิก
เหตุผลก็คือ เขามีความสนิทสนมกับอิโนอุเอะ โคอิจิและซากุราบะ ยูมิเป็นอย่างดี
พูดกันตามตรง จวินถ่งอาจจะรู้แค่ว่ามีสายลับจากก๊กมินตั๋งมาที่คลินิก
แต่ติดต่อกับอิโนอุเอะ โคอิจิ หรือซากุราบะ ยูมิ พวกเขาอาจยังไม่รู้
การจะสืบให้กระจ่าง จำเป็นต้องหาคนที่เข้าออกคลินิกได้สะดวก และฉู่ซินผูก็คือหนึ่งในตัวเลือกนั้น
“ทำไมเขาถึงเลือกผม เรื่องสำคัญขนาดนี้ พวกเขาคงไม่ตัดสินใจส่งเดชใช่ไหมครับ” ฉู่ซินผูถาม
“พวกเขาไม่ได้ตัดสินใจส่งเดช จวินถ่งสืบประวัติคุณอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าประวัติขาวสะอาด”
“แค่ประวัติขาวสะอาด ก็กล้าใช้ผมแล้วเหรอ ทั้งที่ตอนนี้ผมสนิทกับคนญี่ปุ่นมากขนาดนี้เนี่ยนะ”
“แน่นอนว่าไม่ใช่แค่นั้น เราเองก็ช่วยจวินถ่งนิดหน่อย โดยให้พวกเขา ‘สืบพบ’ ว่าสมัยคุณเรียนอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ คุณเคยร่วมปฏิบัติการกับสมาชิกวงนอกของก๊กมินตั๋ง”
“องค์กรจัดฉากขึ้นมาเหรอครับ” ฉู่ซินผูรู้ดีว่าตัวเองไม่เคยไปร่วมปฏิบัติการอะไรกับก๊กมินตั๋ง
“ใช่” ทันทีที่รู้ว่าจวินถ่งกำลังตรวจสอบฉู่ซินผูอย่างละเอียด หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนก็คาดการณ์ว่าจวินถ่งอาจต้องการใช้ฉู่ซินผูจัดการกับคลินิก
เขาจึงตัดสินใจขออนุญาตองค์กรสร้างประวัติปลอมที่เซี่ยงไฮ้ขึ้นมาทันที
ไม่นึกว่าประวัติปลอมนี้จะมีบทบาทสำคัญจริงๆ
“ไม่มีพิรุธเหรอครับ”
“สหายของเราที่เซี่ยงไฮ้จัดเตรียมอย่างแนบเนียน ไม่มีพิรุธแน่นอน คุณจำไว้นะ...”
หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ให้ฉู่ซินผูฟัง เพื่อให้เขาเตรียมรับมือกับการสอบสวนของจวินถ่ง
ความจริงปฏิบัติการนั้นไม่ได้สำคัญอะไรมาก เป็นแค่แผนลอบสังหารคนขายชาติที่ล้มเหลวและไม่ได้ลงมือจริง
การสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้จวินถ่งเห็นว่าฉู่ซินผูมีจิตใจรักชาติ ไม่อย่างนั้นจวินถ่งจะกล้าเลือกเขามาจัดการคลินิกได้อย่างไร?
เรื่องนี้เดิมพันสูง หากพลาดพลั้งอาจมีคนหัวขาด จวินถ่งคงไม่เอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่น
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พวกเขาใจกล้าจริงๆ” ฉู่ซินผูอดทึ่งไม่ได้ ภายใต้ความระมัดระวัง จวินถ่งก็ยังกล้าเดินหมากเสี่ยง
“ถ้าเป็นผม ผมก็จะเลือกใช้คุณ ในยุคสมัยที่บ้านเมืองวุ่นวาย การยึดติดกับกฎเกณฑ์เดิมๆ อาจไม่ถึงกับล้มเหลว แต่ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ”
“คุณถึงได้เลือกใช้ผมใช่ไหมครับ” ฉู่ซินผูยิ้ม คำว่า ‘เลือกใช้’ ในที่นี้ หมายถึงตอนที่หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนดึงตัวเขาเข้ากลุ่มข่าวกรอง
หมิงเจวี๋ยเฉี่ยนไม่ปฏิเสธ พยักหน้ารับ “เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะถูกหรือผิด”
“เดี๋ยวก็รู้ครับ” ฉู่ซินผูเลิกคิ้วตอบ