- หน้าแรก
- ราชันปืน กลืนยุทธภพเซียน
- บทที่ 149 ตอนนี้เป็นข้าที่ท้าเจ้า
บทที่ 149 ตอนนี้เป็นข้าที่ท้าเจ้า
บทที่ 149 ตอนนี้เป็นข้าที่ท้าเจ้า
บทที่ 149 ตอนนี้เป็นข้าที่ท้าเจ้า
ฉางฮั่วกวาดสายตาดูแผงภารกิจอย่างรวดเร็ว จดภารกิจล่าสัตว์อสูรและรวบรวมวัสดุจากสัตว์อสูรไว้กว่ายี่สิบภารกิจ แล้วเดินมาที่โต๊ะด้านหน้า หยิบป้ายประจำตัวของตนเองมอบให้แก่ศิษย์ที่รับผิดชอบการลงทะเบียน แล้วก็แจ้งภารกิจที่จดไว้ทั้งหมดออกไป
"เจ้าเป็นคนของหอหลอมศาสตรารึ?"
ผู้รับผิดชอบการลงทะเบียนเป็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปี หลังจากรับป้ายประจำตัวมาดูแล้ว ก็เงยหน้าขึ้นมองฉางฮั่วด้วยความสงสัย
"ถูกต้อง" ฉางฮั่วตอบ
"เจ้ากำลังล้อข้าเล่นอยู่หรอ? เจ้าเป็นศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักมา กลับรับภารกิจระดับ 'ปิ่ง(C)' ไปกว่ายี่สิบภารกิจ ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง?"
เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนตวาดด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"ท่านอย่าเข้าใจผิด นี่ไม่ใช่ข้ารับคนเดียว แต่เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องในหอหลอมศาสตราของพวกเรารับด้วยกัน ตอนนี้พวกเขากำลังยุ่งอยู่ เลยให้ข้ามาช่วยรับภารกิจ"
นี่คือข้ออ้างที่ฉางฮั่วคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว ภารกิจที่หอภารกิจประกาศออกมา สามารถรับได้หลายคนพร้อมกัน
เพียงแต่รางวัลของภารกิจจะไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นโดยทั่วไปหากรับภารกิจหลายคน ก็จะรับภารกิจระดับสูงที่มีรางวัลมาก
หรือไม่ก็รับภารกิจจำนวนมาก แล้วทำพร้อมกัน
ตามที่ฉางฮั่วพูด ทั้งหอหลอมศาสตรารับภารกิจไปยี่สิบกว่าภารกิจย่อมถือว่าสมเหตุสมผล
แต่เมื่อก่อนหอหลอมศาสตรารับแต่ภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการหลอมศาสตรา การรับภารกิจหลอมศาสตราทั้งหมดพร้อมกัน แล้วส่งมอบพร้อมกันก็เคยมี
แต่การรับภารกิจล่าสัตว์จำนวนมากพร้อมกันเช่นนี้ นับเป็นครั้งแรก
ดังนั้นเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนจึงกล่าวอย่างสงสัย "พวกเจ้าหอหลอมศาสตราไม่รับภารกิจหลอมศาสตรา แต่กลับมารับภารกิจล่าสัตว์มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร? คิดจะเปลี่ยนอาชีพรึ?"
คนของหอหลอมศาสตรามักจะให้ความรู้สึกว่า เป็นพวกอ่อนแอที่ทำได้เพียงหลอมศาสตราและงานสนับสนุนเท่านั้น ดังนั้นการที่คนผู้นั้นเกิดความสงสัยจึงเป็นเรื่องปกติ
"เหะๆ ไม่ใช่หรอกขอรับ ศิษย์พี่ทั้งหลายหลอมศาสตราจนเบื่อหน่าย จึงอยากจะรับภารกิจมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง แล้วก็ถือโอกาสออกไปหาวัสดุมาด้วย รบกวนศิษย์พี่แล้ว"
ฉางฮั่วเกาหัวพลางหัวเราะเหะๆ
"ก็ได้"
ในเมื่อฉางฮั่วพูดเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มากนัก จึงช่วยฉางฮั่วลงทะเบียนข้อมูลภารกิจลงในป้ายประจำตัว
อย่างไรเสีย คนที่ทำภารกิจก็คือคนอื่น หากพวกเขาไม่ประมาณตนเอง รับภารกิจที่เกินความสามารถ หากตายไปก็สมควรแล้ว ไม่นับว่าเกี่ยวข้องกับใคร
หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น คนผู้นี้ก็ยื่นป้ายประจำตัวคืนให้ฉางฮั่ว ต่อไปขอเพียงฉางฮั่วนำวัสดุจากสัตว์อสูรที่ภารกิจต้องการและป้ายประจำตัวมาส่งมอบ ก็จะถือว่าทำภารกิจสำเร็จ
ฉางฮั่วรับป้ายประจำตัวมา เขากำลังจะหันหลังเดินออกไป แต่กลับเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาจากข้างนอก
ฉางฮั่วจ้องมองดู ปรากฏว่าในกลุ่มคนที่มานั้น กลับเป็นเหยียนโหยวและผู้ติดตามของนางโหวจี๋ นอกจากนี้ยังมีบุรุษอีกสี่ห้าคนล้อมรอบอยู่ข้างๆ
ฉางฮั่วไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเหยียนโหยวมากนัก จึงแสร้งทำเป็นไม่เห็น ก้มหน้าหลบไปด้านข้าง คิดจะเดินจากไป
ทว่าเขาไม่อยากจะก่อเรื่อง แต่กลับมีคนไม่อยากให้เขาได้สมหวัง
"โอ้ นี่มันวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่หลี่ฉางกงมิใช่รึ? ทำไมเจอหน้ากันแล้วไม่ทักทายก็คิดจะไปเลยล่ะ?"
โหวจี๋ที่ตาไวรีบขวางทางของฉางฮั่วไว้ก่อน กล่าวอย่างหยิ่งยโส
ฉางฮั่วจ้องเขาด้วยสายตาเย็นชา
"เจ้าคิดจะขวางข้ารึ?"
โหวจี๋ถูกเขาจ้องมอง นึกถึงฉากที่ถูกแรงกดดันของฉางฮั่วกดจนคุกเข่าครั้งที่แล้ว ก็ตกใจจนถอยหลังไปครึ่งก้าว
แต่แล้วก็โกรธจนหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง วันนี้ไม่เหมือนวันวาน ตอนนี้เขาก็ได้กลายเป็นผู้ฝึกตนแล้ว และยังบำเพ็ญเพียรจนถึงขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่หกได้ในเวลาอันสั้น
อีกทั้งข้างๆ ยังมีศิษย์พี่ระดับขอบเขตสร้างฐานอีกหลายคนยืนอยู่ ดังนั้นโหวจี๋จึงมีความมั่นใจมากขึ้น
เขาแอ่นอกไปข้างหน้า "ว่าอย่างไร? คิดจะตีคนรึ? มาสิ วันนี้ข้าจะดูสิว่า เจ้าหลี่ฉางกงกล้าทำอะไรข้าโหวจี๋ต่อหน้าศิษย์พี่หลายคนหรือไม่!"
"โหวจี๋ คนผู้นี้คือใคร?"
ทันใดนั้น กลุ่มศิษย์สายในที่ล้อมรอบเหยียนโหยวเพื่อเอาใจ เมื่อเห็นโหวจี๋มีเรื่องกับคนอื่น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ต่างพากันเข้ามาล้อม
เหล่าผู้ติดตามของเหยียนโหยวเหล่านี้ กำลังกลุ้มใจที่ไม่มีโอกาสแสดงฝีมือต่อหน้าสาวงาม เมื่อเห็นผู้ติดตามของเหยียนโหยวทะเลาะกับคนอื่น ก็เหมือนกับคนง่วงนอนได้หมอน
แต่ละคนต่างล้อมฉางฮั่วไว้แล้วถามอย่างดุร้าย
"เจ้าอยู่ยอดเขาไหน? ทำไมถึงได้ไปล่วงเกินน้องชายโหวจี๋ของพวกเรา"
"เขาไม่ได้อยู่ยอดเขาไหนหรอก เขาคือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่เพิ่งเข้าร่วมหอหลอมศาสตราต่างหาก!"
โหวจี๋กล่าวอย่างประชดประชัน เมื่อมีศิษย์ระดับขอบเขตสร้างฐานหลายคนคอยหนุนหลัง ความกล้าของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
"อะไรนะ? คนของหอหลอมศาสตรารึ? หอหลอมศาสตราไม่ใช่มีแต่พวกตีเหล็กหรือไง? จะมีวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่มาจากไหนกัน?"
คำพูดนี้ออกมา ทุกคนต่างพากันหัวเราะลั่น ที่แท้ก็เป็นเพียงศิษย์ใหม่ของหอหลอมศาสตรา เช่นนั้นแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะถูกพวกเขานวดเฟ้นได้ตามใจชอบหรอกรึ
"ศิษย์พี่หลายท่านไม่รู้หรอก คนผู้นี้ชื่อหลี่ฉางกง"
"ก่อนหน้านี้เพื่อที่จะโลภในตำแหน่งผู้ติดตามของคุณหนูของข้า ถึงกับไปสมคบกับโจรป่า สังหารยอดฝีมือองครักษ์ของตระกูลเหยียนของข้าไปกว่าสิบคน"
"จากนั้นก็แสร้งทำเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงาม หลังจากช่วยคุณหนูของข้าออกมาแล้ว ก็ข่มขู่ให้คุณหนูของข้าตกลงให้ตำแหน่งผู้ติดตามแก่เขาเป็นค่าตอบแทน"
"หลังจากถูกท่านเจ้าบ้านของเรามองออก เขาก็หลบหนีความผิด ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้แฝงตัวเข้ามาในหอหลอมศาสตราได้"
ฉางฮั่วไม่นึกว่าโหวจี๋จะกลับดำเป็นขาว ใส่ร้ายตนเองต่อหน้าเช่นนี้ สีหน้าก็พลันเย็นชาลงทันที
"อะไรนะ?"
ศิษย์ระดับขอบเขตสร้างฐานหลายคนได้ยินว่ามีเรื่องเช่นนี้ด้วย ก็ไม่สนใจว่าคำพูดของโหวจี๋จะมีช่องโหว่หรือไม่ แต่ละคนต่างก็ถูมือถูแขน พากันประณามฉางฮั่ว
"คนชั่วเช่นนี้ กลับแฝงตัวเข้ามาในสำนักกระบี่เสวียนเทียนของเราได้รึ? ช่างเป็นความอัปยศของพวกเราเหล่ามือกระบี่จริงๆ!"
"คนชั่วที่ต่ำช้าไร้ยางอาย! กลับทำเรื่องที่น่ารังเกียจเช่นนี้กับศิษย์น้องเหยียน!"
"คนชั่วเช่นนี้ ไม่สามารถปล่อยให้เขาอยู่ในสำนักกระบี่เสวียนเทียนต่อไปได้ ข้าจะขอท้าประลองกับเจ้า!"
"หลี่ฉางกงใช่ไหม? เจ้าคนไร้ยางอาย ข้าก็จะขอท้าประลองกับเจ้า คนที่แพ้ต้องรีบไสหัวออกจากสำนักกระบี่เสวียนเทียนไปทันที! เจ้ากล้ารับคำท้าหรือไม่?"
ฉางฮั่วกวาดสายตามองตัวตลกเหล่านี้อย่างเย็นชา จากนั้นก็จับจ้องไปที่เหยียนโหยวที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"นี่คือการแก้แค้นของเจ้าที่ข้าปฏิเสธเจ้ารึ?"
ฉางฮั่วกล่าวอย่างสงบ "เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้จะทำให้ข้าเสียใจได้เนี้ยนะ?"
"เจ้าหนู เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร? กล้าดูถูกศิษย์น้องเหยียนต่อหน้าพวกเรารึ!"
เหยียนโหยวก็ไม่แก้ตัว เพียงแต่ใช้มือปิดหน้า ร้องไห้สะอึกสะอื้น
คราวนี้ ยิ่งทำให้ศิษย์สายในหลายคนโกรธแค้นจนเดือดดาล แต่ละคนต่างก็ตะโกนโห่ร้องจะฆ่าจะแกงฉางฮั่ว
ฉางฮั่วหัวเราะอย่างเย็นชา กวาดสายตามองพวกเขา "พวกเจ้าอยากจะท้าประลองกับข้ารึ? ข้าจำได้ว่าตามกฎของสำนัก ศิษย์เก่าที่มีระดับบ่มเพาะสูง ไม่สามารถท้าประลองกับศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักและมีระดับบ่มเพาะต่ำกว่าได้ไม่ใช่หรือไง?"
"นี่..." ทุกคนอึ้งไป กฎของสำนักเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพียงแต่เมื่อครู่พวกเขาคิดจะใช้พลังกดดันฉางฮั่ว หวังว่าเขาจะลืมกฎข้อนี้ไปชั่วขณะในความสับสน
แต่กลับไม่นึกว่าฉางฮั่วจะยังคงสงบนิ่งอยู่ได้ภายใต้แรงกดดันของพวกเขา ตอนนี้ฉางฮั่วเอ่ยปากขึ้นก่อน พวกเขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนไม่คาดคิดก็คือ ฉางฮั่วกลับหันไปมองเหยียนโหยวที่กำลังปิดหน้าร้องไห้อยู่อีกครั้ง
หัวเราะเบาๆ "แต่ว่า ในเมื่อนี่คือการแก้แค้นที่เจ้าต้องการ ข้าจะรับคำท้าแล้วจะเป็นไรไป"
พูดจบ เขาก็ชี้นิ้วไปยังศิษย์สายในระดับขอบเขตสร้างฐานขั้นที่สามที่โหวกเหวกที่สุด
"เจ้าไม่ได้อยากจะท้าประลองกับข้ารึ? ตอนนี้เป็นข้าที่ท้าเจ้า เจ้ากล้ารับคำท้าหรือไม่?"