เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 127 ขายเกลี้ยงแผงและผู้ดูแลหลิว

บทที่ 127 ขายเกลี้ยงแผงและผู้ดูแลหลิว

บทที่ 127 ขายเกลี้ยงแผงและผู้ดูแลหลิว


บทที่ 127 ขายเกลี้ยงแผงและผู้ดูแลหลิว

เมื่อคิดได้ดังนั้น ทุกคนก็ใจชื้นขึ้นมา แล้วเริ่มพูดจาเยาะเย้ยถากถาง

"อืม ไม่เลว ไม่เลว อุปกรณ์พวกนี้ไม่เลวจริงๆ แต่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิด สติปัญญาอันล้ำเลิศของพวกเจ้านี่แหละ!"

เฮ่อผิงแสร้งทำเป็นชื่นชม

"ใช่แล้ว ใช่แล้ว ถ้าไม่มีสติปัญญาที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดินเช่นนี้ ก็คงไม่เกิดความคิดที่จะมาขายอุปกรณ์ให้พวกเราเหล่ามือกระบี่หรอก ฮ่าๆๆๆ... พวกเจ้าแต่ละคนนี่มันอัจฉริยะจริงๆ"

อู๋เต๋อหัวเราะร่าเห็นด้วย

"งั้นก็ต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่!"

"ก็ต้องขายดีสิ ฮ่าๆๆๆ..."

ทั้งสองคนพูดจาประชดประชันรับส่งกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เหมือนกำลังเล่นตลกอยู่ ทำให้เหล่าศิษย์ที่มุงดูอยู่รอบๆ พากันหัวเราะครืน

มีเพียงอู๋เหลียงที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยความอึดอัด ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ

เนื่องจากเขาได้รับการไว้ชีวิตจากฉางฮั่ว ไม่ได้ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เขาจึงรู้สึกขอบคุณอยู่ในใจ และไม่กล้าที่จะเข้าร่วมวงเยาะเย้ยด้วย

"เฮ้! พวกเจ้าจะซื้ออุปกรณ์หรือไม่ ถ้าไม่ซื้อก็อย่ามาป่วน!"

หลูโสวงทนดูต่อไปไม่ไหว ตะโกนออกมา

"โอ้ โว้ๆๆ ทำไมต้องดุขนาดนี้ด้วยล่ะ? หอหลอมศาสตราของพวกเจ้าพูดจากับลูกค้าแบบนี้หรือ?"

อู๋เต๋อแสร้งทำท่าทางหวาดกลัว

ทำเอาคนของหอหลอมศาสตราหลายคนโกรธจนแทบกระอักเลือด ถ้าไม่ใช่เพราะฉางฮั่วห้ามไว้ พวกเขาคงได้ลงมือซัดกับศิษย์สายนอกพวกนี้ไปแล้ว

ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งพรั่งพรูออกมาจากทางเข้าเขตทดสอบ ตรงมายังแผงของหอหลอมศาสตรา

และในขณะที่ทุกคนกำลังมองหน้ากันอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

มือกระบี่ผู้นำที่สวมชุดเกราะ ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกสลัก ก็ได้เอ่ยปากขึ้น

"ศิษย์พี่ รองเท้าคู่นี้กับหมวกใบนั่นราคาเท่าไหร่? ข้าเอา"

ฟ่านเหว่ยตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบตอบ "หมวกสองร้อยห้าสิบหินวิญญาณ รองเท้าสามร้อย รวมเป็นห้าร้อยห้าสิบหินวิญญาณ แต่เนื่องจากศิษย์น้องมู่ได้รับส่วนลดสองส่วน จึงจ่ายเพียงสี่ร้อยสี่สิบหินวิญญาณก็พอ"

มู่ชิงเฟิงจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว ไม่พูดอะไรมาก ด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น เขาก็หันหลังกลับเข้าไปในเขตทดสอบอีกครั้ง

การทดสอบมีระยะเวลาหนึ่งวัน ศิษย์ใหม่สามารถออกมาเติมเสบียงหรือรักษาอาการบาดเจ็บ แล้วกลับเข้าไปใหม่ได้

เมื่อมีมู่ชิงเฟิงเป็นผู้นำ ศิษย์ใหม่ที่ตามมาข้างหลังก็เปิดฉากแย่งซื้ออย่างบ้าคลั่งทันที

เพราะอุปกรณ์บนแผงมีอยู่ไม่มาก คนเหล่านี้จึงกลัวว่าจะถูกคนอื่นแย่งไปหมด

คนของหอหลอมศาสตราหลายคนยุ่งจนหัวหมุนในทันที

กลุ่มของเฮ่อผิงแต่ละคนต่างอ้าปากค้าง ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

เกิดอะไรขึ้น?

ข้าอยู่ที่ไหน?

ข้าเป็นใคร?

ศิษย์ใหม่พวกนี้บ้าไปแล้วหรือ?

มองดูแผงของหอหลอมศาสตราที่ถูกกวาดเกลี้ยงในพริบตา

อู๋เต๋อดึงศิษย์ใหม่คนหนึ่งที่แย่งชิงผ้าคลุมมาได้ผืนหนึ่งมาสอบถาม

"พวกเจ้าเป็นอะไรกันไปหมด? พวกเราเหล่ามือกระบี่ มุ่งมั่นในวิถีกระบี่ ไม่พึ่งพาสิ่งของภายนอก พวกเจ้าทำเช่นนี้ยังจะนับว่าเป็นมือกระบี่ได้อีกหรือ?"

ชายผู้นั้นเห็นว่าอู๋เต๋อเป็นศิษย์พี่ฝ่ายนอกของตน จึงรีบซ่อนผ้าคลุมไว้ข้างหลัง พยักหน้าโค้งคำนับยิ้มแหยๆ ไม่กล้าโต้เถียง

อู๋เต๋อมองท่าทีที่ยอมให้ดุด่าแต่ไม่ยอมปริปากของเขา จึงรู้สึกจนปัญญา

จึงเปลี่ยนแนวทาง "บอกมาสิ? ทำไมพวกเจ้าเข้าไปกันเป็นกลุ่ม แล้วก็วิ่งออกมาแย่งซื้อของกัน?"

ชายผู้นั้นจึงอ้ำๆ อึ้งๆ เล่าสาเหตุออกมา

ที่แท้ ก็เป็นอย่างที่ฉางฮั่วคาดการณ์ไว้ หลังจากที่มู่ชิงเฟิงเข้าไปในเขตทดสอบ ด้วยพลังป้องกันและสะท้อนกลับของชุดเกราะ เขาก็ฟาดฟันไปทั่วราวกับหั่นผักหั่นหญ้า ไม่มีใครต้านทานได้ เขาสังหารตั้งแต่เขตสัตว์ป่าระดับสามัญขั้นต่ำไปจนถึงเขตสัตว์ร้ายระดับสามัญขั้นสูง

มีสิ่งหนึ่งที่แม้แต่ฉางฮั่วและพวกเขาก็คาดไม่ถึง นั่นคือเมื่อมือกระบี่ไม่ต้องเสียสมาธิไปกับการหลบหลีกป้องกัน เอาแต่จดจ่ออยู่กับการโจมตีเพียงอย่างเดียว พลังต่อสู้ที่พวกเขาแสดงออกมานั้นข่างน่าสะพรึงกลัว!

ดังนั้น หลังจากที่มู่ชิงเฟิงได้ลิ้มรสความหอมหวานด้วยตัวเอง เขาก็วิ่งออกมาซื้อหมวกเพิ่มพลังป้องกันและรองเท้าเพิ่มความเร็ว เตรียมที่จะบุกเข้าไปในเขตสัตว์ร้ายระดับปุถุชน เพื่อสร้างชื่อเสียงให้โด่งดังในคราวเดียว

ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ และได้เห็นมู่ชิงเฟิงสวมเกราะแสดงอิทธิฤทธิ์ ต่างพากันตาสว่างขึ้นมา

โดยเฉพาะเหล่าศิษย์จากตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรที่ร่ำรวย ล้วนพากันตามมู่ชิงเฟิงออกมาด้วย

จึงเกิดเป็นกระแสการแย่งซื้ออย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่นี้

หลังจากฟังคำบอกเล่าของศิษย์ใหม่ผู้นี้ เฮ่อผิงและคนอื่นๆ ต่างมีสีหน้างุนงง อุปกรณ์ของหอหลอมศาสตรานี่มันมหัศจรรย์ขนาดนั้นเลยหรือ?

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นว่าอุปกรณ์ในมือถูกขายจนหมดเกลี้ยง ทุกคนในหอหลอมศาสตราก็ยิ้มจนแก้มปริ

ฉางฮั่วฉวยโอกาสนี้ตะโกนบอกเหล่าศิษย์ใหม่ว่า "ศิษย์พี่น้องฝ่ายนอกทุกท่าน เนื่องจากเวลาจำกัด อุปกรณ์ที่เรานำมามีจำนวนจำกัด และได้ขายหมดแล้ว"

"อุปกรณ์ที่หอหลอมศาสตราของเราหลอมขึ้นมา ทุกท่านก็ได้เห็นกับตาแล้ว รับประกันคุณภาพ!"

"หลังจากนี้หากท่านใดยังมีความต้องการ สามารถมาซื้อได้ที่หอหลอมศาสตรา หอของเรามีตั้งแต่อุปกรณ์วิเศษระดับต่ำไปจนถึงระดับสูง หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์วิญญาณก็สามารถสร้างได้ และยังสามารถสั่งทำตามความต้องการของแต่ละท่านได้อีกด้วย"

พูดจบ เขาก็หยิบแผ่นโลหะบางๆ ที่สลักลวดลายแปลกตาซึ่งเตรียมไว้แล้วออกมาจากอกเสื้อ แจกจ่ายให้กับทุกคนในที่นั้น แม้แต่คนที่เฮ่อผิงพามาก็ได้ไปคนละใบ

"นอกจากนี้ การได้พบกันถือเป็นวาสนา วันนี้ศิษย์พี่น้องทุกท่านที่อยู่ที่นี่ เพียงถือบัตรแขกพิเศษใบนี้มาที่หอหลอมศาสตรา จะได้รับส่วนลดหนึ่งส่วนทันที!"

พูดจบ เขาก็ไม่สนใจฝูงชนที่กำลังแตกตื่นเหมือนรังมดแตกรวมถึงกลุ่มของเฮ่อผิงที่กำลังทำอะไรไม่ถูก

จากนั้นก็เหินฟ้าจากไปพร้อมกับฟ่านเหว่ยและศิษย์พี่อีกสองสามคนอย่างมีความสุข

ทิ้งให้เฮ่อผิงและคนอื่นๆ ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น มองหน้ากันไปมา

"ฮ่าๆๆๆ... สะใจ สะใจจริงๆ! ศิษย์น้องเล็ก เจ้าแน่มาก มีการประชาสัมพันธ์จากการทดสอบศิษย์ใหม่ครั้งนี้ ต่อไปอุปกรณ์ของหอหลอมศาสตราเราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการขายแล้ว"

"ข้าว่าที่สะใจที่สุดคือการตบหน้าพวกเฮ่อผิงดังฉาดใหญ่! ทุกคนเห็นหน้าตาเหวอๆ ของพวกเขาเมื่อกี้ไหมล่ะ ข้าจะขำตายอยู่แล้ว"

หลายคนคุยกันอย่างมีความสุขขณะบินไปบนท้องฟ้า มีเสียงหัวเราะดังลั่นเป็นระยะๆ

เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่า ผลกระทบจากเรื่องนี้ใหญ่หลวงกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้มาก

ภายในโถงใหญ่ของสำนักงานใหญ่ฝ่ายนอก ขณะนี้ผู้ดูแลหลิวหรงเซิงกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน สองข้างเป็นมือกระบี่ระดับขอบเขตสร้างฐานขั้นที่ห้าขึ้นไป รวมแล้วกว่ายี่สิบคน ทุกคนกำลังนั่งดื่มชาและพูดคุยกันอย่างสบายๆ อยู่ในโถง

ทันใดนั้น ศิษย์ขอบเขตสร้างฐานคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้น "วันนี้เป็นการทดสอบครั้งแรกของพวกศิษย์ใหม่ใช่หรือไม่? ไม่รู้ว่าผลเป็นอย่างไรบ้าง?"

"จะเป็นอย่างไรได้ ศิษย์ใหม่พวกนี้เพิ่งฝึกฝนได้ไม่กี่วัน หลายคนยังจับกระบี่ไม่มั่นคงเลยด้วยซ้ำ แค่ทำภารกิจสำเร็จก็ถือว่าดีมากแล้ว อย่างมากก็มีศิษย์จากตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรบางคนที่ล่าสัตว์ป่าระดับสามัญชั้นกลางได้สักตัว แต่ก็แค่นั้นแหละ เหมือนเด็กเล่นขายของ ไม่น่าพูดถึง"

อีกคนหนึ่งตอบ

"จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูก" มือกระบี่คนที่สามกล่าว "ปีก่อนๆ ยังมีพวกขี้ขลาดที่กลัวสัตว์ป่าจนฉี่ราดกางเกง ให้พวกเราเอามาเป็นเรื่องตลกได้เหมือนกันนะ ข้าจำได้ว่าปีนั้นศิษย์น้องอวิ๋นก็เคยฉี่ราดด้วยนี่"

ศิษย์น้องอวิ๋นก็คือคนที่สองที่พูด ทุกคนได้ยินคนที่สามพูดถึงเรื่องน่าอายในอดีตของศิษย์น้องอวิ๋น ต่างพากันหัวเราะลั่น

จบบทที่ บทที่ 127 ขายเกลี้ยงแผงและผู้ดูแลหลิว

คัดลอกลิงก์แล้ว