- หน้าแรก
- หลังเครื่องบินตก ผมช่วยชีวิตบอสสาวเอาไว้
- บทที่ 3 - นอนด้วยกัน
บทที่ 3 - นอนด้วยกัน
บทที่ 3 - นอนด้วยกัน
บทที่ 3 - นอนด้วยกัน
☆☆☆☆☆
ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจของหลินซั่ว
เขาทิ้งกระเป๋าเดินทางแล้วรีบจ้ำอ้าวเดินไปหาเย่เหมย
คว้ามือเธอขึ้นมา
"ว้าย!"
"ทำบ้าอะไรของนาย"
เย่เหมยสะดุ้งโหยงร้องเสียงหลง
หลินซั่วมองขวดน้ำเปล่าที่วางอยู่ข้างหลังเธอ กับลูกมะพร้าวที่เหลือแต่กะลาเปล่า ความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นหน้า
เมื่อกี้ตอนทุบมะพร้าวเธอไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด
พอเขาเดินไปหน่อยเดียว
ไม่บอกไม่กล่าวสักคำ แอบกินน้ำที่เหลือในขวดจนเกลี้ยง
เนื้อมะพร้าวก็ถูกเธอแคะกิน หินที่อุดรูไว้ก็หายไป
คาดว่าน้ำมะพร้าวข้างในก็คงเสร็จเธอไปแล้วเหมือนกัน
หลินซั่วข่มความโกรธถามออกไปว่า "ทำแบบนี้หมายความว่าไง"
เย่เหมยก้มหน้า ไม่กล้าสบตาหลินซั่ว ตอบเสียงอ่อยด้วยความรู้สึกผิด
"ก็ฉันหิวน้ำ"
หลินซั่วตะคอกกลับด้วยความโมโห
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม"
"อยากกินก็ไปเก็บเองสิ"
"เป็นถึงเจ้าของบริษัททัวร์ใหญ่โต ดันมาขโมยน้ำพนักงานกินเนี่ยนะ"
ประโยคนี้เหมือนจะไปสะกิดต่อมศักดิ์ศรีของเย่เหมยเข้า
เธอเงยหน้าถลึงตาใส่หลินซั่ว
"ก็แค่น้ำขวดเดียวกับมะพร้าวเน่าๆ ลูกเดียวเองไม่ใช่เหรอ"
"นายอยากได้ เดี๋ยวฉันซื้อคืนให้ร้อยลูกเลยก็ได้!"
หลินซั่วแค่นหัวเราะ
"เหอะ"
"เออ ไปซื้อมาสิ"
"นี่ยังคิดว่าเป็นเจ้านายผมอยู่หรือไง"
"เก่งนักนี่ รวยนักนี่ ตอนนี้ต่อให้มีเงินเป็นร้อยล้านแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร"
"เอามาเช็ดก้นยังแข็งบาดตูดเลยคุณ!"
ขอบตาเย่เหมยแดงก่ำ
เธอไม่เถียงหลินซั่วต่อ
ได้แต่นั่งกอดเข่าร้องไห้กระซิกๆ อยู่กับพื้น
เธอเป็นหญิงแกร่ง
เรื่องหาเงินน่ะเก่งจริง
แต่ในที่แบบนี้ เขาไม่ได้วัดกันที่ใครหาเงินเก่งกว่า
เขาวัดกันที่ว่าใครมีสติมากกว่า
ใครจะยืนหยัดอยู่ได้นานกว่ากัน
เห็นได้ชัดว่าหลินซั่วที่ปกติทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนควาย มีความสามารถด้านนี้สูงกว่าเยอะ
เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว หลินซั่วเลยไม่ดุด่าเธอต่อ
ต้องหาทางเอามะพร้าวลงมาให้ได้อีกสักลูก
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก แสงตะวันเริ่มลับขอบฟ้า
เขาก็ยังเอามะพร้าวลูกที่สองลงมาไม่ได้ สุดท้ายต้องยอมแพ้
ริมทะเลเริ่มมีลมพัดแรงแล้ว
อากาศเริ่มเย็นลง
เย่เหมยใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น เธอนั่งกอดอกดูน่าสงสารพิลึก
ร้องไห้มาทั้งบ่ายจนริมฝีปากซีดเซียว
ร่างกายที่ดูบอบบางท่ามกลางสายลม ทำให้คนมองอดรู้สึกอยากจะรังแกขึ้นมาตงิดๆ
หลินซั่วด่าในใจว่ายัยตัวล้างผลาญ
น้ำที่กินเข้าไปกลายเป็นน้ำตาไหลออกมาหมดแล้ว
หลินซั่วเริ่มรวบรวมท่อนไม้ที่ถูกน้ำซัดมาเกยตื้นแถวนั้น เตรียมสร้างเพิงพักหลบเลม
การจะเป็นไกด์นำเที่ยวได้ ต้องผ่านการอบรมทักษะการเอาตัวรอดมาก่อน
หลินซั่วเริ่มนึกเสียใจว่าทำไมตอนนั้นไม่ตั้งใจเรียนให้ดีกว่านี้
ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงไม่ต้องมาตกระกำลำบากขนาดนี้
หลินซั่วสร้างที่พักตามความทรงจำที่มี
ไม่นานโครงสร้างของเพิงพักก็เป็นรูปเป็นร่าง
ข้างในพอให้คนสองคนนอนเบียดกันได้ แค่นั้นแหละ
ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะฉวยโอกาสกับเย่เหมยตอนกลางคืนหรอกนะ
แต่วัสดุที่มีมันจำกัดจริงๆ
เวลาก็เหลือไม่มาก
ปัญหาเรื่องอาหารกับน้ำก็ยังไม่คลี่คลาย
ที่ซุกหัวนอนขอแค่มีที่กันลมกันฝนได้ก็พอแล้ว
ต้องรู้จักลำดับความสำคัญก่อนหลัง
ตอนนั้นเองเย่เหมยก็เดินเข้ามาหาเขา
"เอ่อ มีอะไรให้ฉันช่วยไหม"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำพูดของหลินซั่วก่อนหน้านี้ได้ผลหรือเปล่า
เย่เหมยทบทวนตัวเองมาทั้งบ่าย ตอนนี้อารมณ์เกรี้ยวกราดแบบนางพญาหายไปหมดแล้ว
หลินซั่วชี้ไปที่โครงเพิงพักแล้วถาม "ทำเป็นไหม"
เย่เหมยพยักหน้า แล้วก็ส่ายหน้า
"ฉันเคยกางแต่เต็นท์สำเร็จรูปตอนไปแคมป์ปิ้งน่ะ"
สรุปคือทำไม่เป็น
หลินซั่วชี้ไปที่ป่าโปร่งไม่ไกลนัก "ไปหาใบไม้มา ทางที่ดีเอาใบใหญ่ๆ หน่อยนะ"
เย่เหมยพยักหน้า แล้วเดินไปทำตามอย่างว่าง่าย
มองดูแผ่นหลังของเธอ หลินซั่วคิดในใจว่าถ้าเธอทำตัวว่านอนสอนง่ายแบบนี้ตลอดก็คงดี
หน้าตาก็สะสวย เสียอย่างเดียวอารมณ์ร้ายไปหน่อย
มิน่าล่ะอายุสามสิบแล้วยังไม่แต่งงาน
ผู้ชายที่ไหนจะไปทนความเผด็จการของเธอไหว
เขาส่ายหน้า สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป
ต่อจากนี้ หลินซั่วต้องหาวิธีจุดไฟ
พูดถึงการจุดไฟ สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือการปั่นไม้จุดไฟ
หลินซั่วหาไม้ท่อนหนึ่งกับแผ่นไม้หนาๆ อีกแผ่น
ใช้หินเจาะรูตรงกลางแผ่นไม้ให้เป็นหลุม
เอาเศษไม้แห้งใส่ลงไป
วิธีปั่นไม้จุดไฟนี่หลินซั่วเคยเห็นแต่ในทีวี
พอมาทำเองจริงๆ ถึงได้รู้ว่ามันยากบรรลัย
ฝ่ามือหนีบท่อนไม้ไว้แล้วออกแรงปั่นหมุน
ประคองให้ท่อนไม้อยู่ในหลุมตลอดเวลา
ไม่นานหลินซั่วก็รู้สึกร้อนผ่าวที่ฝ่ามือ เจ็บจี๊ดขึ้นมา
หยุดดูถึงเห็นว่ามือพองเป็นตุ่มน้ำใสๆ สองตุ่ม
พอก้มดูที่หลุมบนแผ่นไม้ แม้แต่รอยไหม้ดำๆ ยังไม่มีเลย
จะให้คนยุคใหม่ที่ไม่เคยทำงานหนักมานั่งปั่นไม้จุดไฟ มันยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์ซะอีก
ดวงอาทิตย์แตะขอบน้ำทะเลแล้ว
อุณหภูมิลดฮวบ
หลินซั่วเริ่มรู้สึกหนาว
สถานการณ์แบบนี้ จะใช้หลักการเลนส์นูนรวมแสงจุดไฟก็ทำไม่ได้แล้ว
ดูท่าคืนนี้ต้องทนหนาวเอาหน่อย
ไม่นานเย่เหมยก็หอบใบไม้กองโตกลับมา
หลินซั่วเอาใบไม้ใหญ่ๆ ปูทับบนโครงไม้
จากนั้นก็เอาใบไม้ร่วงมาโปะทับอีกที
แล้วเอาทรายกลบทับกันปลิว
ส่วนใบไม้แห้งที่เหลือ หลินซั่วขุดหลุมในพื้นทรายภายในเพิง แล้วปูรองพื้นไว้
แบบนี้คืนนี้ก็ไม่ต้องนอนตากลมหนาวริมทะเลแล้ว
ในเขตร้อน พอมืดปุ๊บก็มืดเลย
ราวกับว่าชั่วพริบตากลางวันก็เปลี่ยนเป็นกลางคืน
อุณหภูมิในอากาศลดต่ำลงเรื่อยๆ
แต่ก็ยังไม่ถึงกับหนาวจนทนไม่ไหว
ตัวการร้ายจริงๆ คือลมทะเล
ลมทะเลไม่ได้พัดพาแค่ความร้อนออกจากร่างกาย แต่ยังดึงน้ำออกไปด้วย
ตอนนี้พวกเขาไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ
ขืนโดนลมทะเลเป่าทั้งคืน
ถึงพรุ่งนี้เช้าต่อให้ไม่เป็นหวัด ก็คงแห้งตายกลายเป็นมนุษย์แดดเดียว
ขาที่แห้งแตกของหลินซั่วตอนนี้คือตัวอย่างที่ดีที่สุด
แผลที่แตกเริ่มปวดตุบๆ
ตอนยุ่งๆ ก็ไม่รู้สึกอะไร
พอหยุดพักเท่านั้นแหละ เจ็บจนแทบขาดใจ
หลินซั่วทนหนาวไม่ไหว มุดเข้าไปในเพิงพัก
ปากทางเข้าเพิงหันหลังให้ทะเล หันหน้าเข้าหาป่า
เย่เหมยยืนลังเลอยู่หน้าเพิง
เธอหนาวจนตัวสั่นงันงก
สุดท้ายก็ทนไม่ไหว มุดตามเข้ามา
เธอรีบออกตัวดักคอ "ห้ามลวนลามฉันนะ!"
หลินซั่วอดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบน "ต่อให้คุณขอให้ผมจับ ผมยังขี้เกียจจะจับเลย"
อันนี้พูดจริง
เหนื่อยมาทั้งวัน หลินซั่วหมดเรี่ยวหมดแรงทั้งกายทั้งใจ
พอล้มตัวลงนอนความง่วงก็เข้าครอบงำ ตาจะลืมยังไม่ขึ้น
จะมีอารมณ์ที่ไหนไปลวนลามเธอ
ต่อให้นอนข้างดาราตัวแม่ หลินซั่วก็ไม่มีอารมณ์
ทั้งสองคนนอนหันหลังชนกัน ลดความกระอักกระอ่วน
พอล้มตัวลงนอนได้ไม่ถึงสองนาที หลินซั่วก็หลับเป็นตาย
รู้สึกเหมือนมีคนมากอดเขาจากข้างหลัง แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่ม
หลินซั่วง่วงเกินกว่าจะคิดอะไร
แบบนี้ก็อุ่นดีเหมือนกัน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินซั่วลืมตาตื่น
ข้างนอกฟ้าสว่างโร่แล้ว
ดวงอาทิตย์แขวนสูงอยู่กลางฟ้า สาดแสงย้อมหาดทรายเป็นสีทอง
ที่แผ่นหลังยังคงสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มแนบชิด
แขนข้างหนึ่งกับขาข้างหนึ่งของเย่เหมยพาดอยู่บนตัวเขา
เกาะแกะยังกับปลาหมึก
หลินซั่วพยายามจะผลักเธอออก
ผลคือเธอยิ่งกอดแน่นกว่าเดิม
หลินซั่วได้แต่ทำหน้าปลง
"โครกคราก..."
ท้องร้องประท้วง
เมื่อวานแทบไม่ได้กินอะไรดีๆ เลย
ตอนนี้ท้องว่างเปล่า
หลินซั่วแกะเย่เหมยออกแล้วมุดออกมาจากเพิง บิดขี้เกียจคลายเมื่อย
หันกลับไปมอง เย่เหมยเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เสื้อในไม่รู้ถอดออกวางไว้ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ สงสัยตอนนอนคงอึดอัด
มองอยู่ครู่หนึ่ง หลินซั่วก็สะบัดหัวไล่ความคิดอกุศล
ตอนนี้เขาต้องเก็บแรงไว้
ลมทะเลเค็มๆ พัดมาพาให้รู้สึกเย็นวาบ
ริมฝีปากเจ็บนิดๆ
ในปากไม่มีน้ำลายเลยสักหยด
คอแห้งผากจนแสบไปหมด
[จบแล้ว]