- หน้าแรก
- ระบบธรรมชาติ: ผมกลายเป็นเจ้าพ่อทรัพยากรโลก
- บทที่ 170 - โลกใต้พิภพ
บทที่ 170 - โลกใต้พิภพ
บทที่ 170 - โลกใต้พิภพ
บทที่ 170 - โลกใต้พิภพ
หน้าปากถ้ำบริเวณชายแดนประเทศหมีถูกกองทัพปิดล้อมพื้นที่ไว้อย่างแน่นหนา
เมื่อเหล่ามั่วพาทหารยี่สิบนายมาถึง ก็เห็นนักวิจัยจำนวนมากกำลังถืออุปกรณ์เดินตรวจสอบไปทั่ว เหลียงซิ่วจวนผู้รับผิดชอบภารกิจเอ่ยถามขึ้น "มีความคืบหน้าอะไรไหมคะ"
นักวิจัยรายงานว่า "ภาพวาดพวกนี้ยืนยันแล้วว่ามีอายุกว่าเก้าพันปี แม้แต่ถ้ำนี้ก็เป็นฝีมือมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ขุดเจาะขึ้นมา น่าเสียดายที่ส่วนลึกที่สุดถล่มลงไปนานแล้ว บวกกับแผ่นดินไหวเมื่อวันก่อน เบาะแสทั้งหมดเลยตกลงไปในหลุมยักษ์นั่นหมดเลยครับ"
เหล่ามั่วเลิกคิ้ว "พวกคุณบอกว่าหลุมนั่นลึกเกินสิบกิโลเมตรเหรอ"
"ใช่ครับ เราใช้คลื่นแผ่นดินไหวตรวจจับดู ด้านล่างเป็นแม่น้ำใต้ดิน แต่ไม่รู้ว่าไหลไปทางไหน"
เหล่ามั่วขมวดคิ้ว "ไม่มีวิธีสแกนภาพใต้ดินทั้งหมดเหรอ ผมจำได้ว่าพวกคุณมีเครื่องมือที่ส่องทะลุถึงแกนโลกได้นี่"
นักวิจัยยิ้มเจื่อน "วิธีนั้นเป็นการจำลองจากสสารบนผิวโลกเพื่อคาดเดาโครงสร้างใต้ดินครับ มันมีข้อจำกัดเยอะ เพราะไม่มีใครรู้ว่าสสารข้างล่างกับข้างบนเหมือนกันไหม ถ้าต่างกันนิดเดียวค่าที่ได้ก็เพี้ยนหมดแล้วครับ"
เหล่ามั่วพยักหน้าเข้าใจ ดูท่าคงต้องลงไปดูด้วยตาตัวเองจริงๆ
เหลียงซิ่วจวนขนอุปกรณ์มาให้พวกเขาทั้งคันรถ ล้วนเป็นเทคโนโลยีล่าสุดของประเทศเซี่ย มีทั้งเครื่องสแกนใต้ดิน ชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันแบบเบา และอาวุธพลังงาน
เมื่อทุกคนสวมใส่อุปกรณ์ครบชุด ก็เดินมุ่งหน้าเข้าสู่ปากถ้ำด้วยความตื่นเต้น
เพราะเหตุแผ่นดินไหว ภาพวาดตามผนังถ้ำจึงพังทลายไปไม่น้อย ผู้เชี่ยวชาญทำได้แค่ตัดชิ้นส่วนที่เหลืออยู่กลับไปวิจัย
เมื่อมาถึงขอบเหวลึกภายในถ้ำ ภายใต้แสงไฟสปอตไลท์ ทีมงานได้ขึงเชือกสลิงหลายเส้นทิ้งดิ่งลงไปในความมืดมิด
"แบ่งกลุ่มกันลงไป ถ้าข้างล่างพลัดหลงกันให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า พยายามหาทางมารวมกลุ่มกันให้ได้" เหล่ามั่วกำชับสั้นๆ ก่อนจะกระโดดนำลงไปคนแรก
เซี่ยคุนลี่และคนอื่นๆ ไม่ยอมน้อยหน้า คว้าเชือกแล้วรูดตัวตามลงไปทันที
ปกติคนเราตกจากที่สูงร้อยเมตรใช้เวลาประมาณห้าวินาที แต่นี่คือความลึกหนึ่งหมื่นเมตร แค่เวลาตกอย่างเดียวก็ปาไปกว่าแปดนาที
ระหว่างทาง ทหารหลายนายสังเกตเห็นศพสองศพและเศษชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ค้างอยู่ตามชะง่อนหิน ดูจากสภาพแล้วน่าจะเพิ่งเสียชีวิตไม่นาน คงเป็นทีมสำรวจชุดก่อนหน้านี้
ยิ่งลงไปลึก เสียงครืนๆ ก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้น กระแสน้ำเชี่ยวกรากอยู่ใกล้แค่เอื้อม เสียงน้ำกลบเสียงตะโกนของเพื่อนร่วมทีมจนหมดสิ้น
วินาทีต่อมา เชือกในมือของทุกคนก็หมดลง ร่างของพวกเขาร่วงหล่นสู่ความเวิ้งว้าง ทหารทุกคนรีบจัดระเบียบร่างกายดิ่งลงไปราวกับหอก
"ตูม... ตูม... ตูม..."
เสียงกระแทกน้ำดังสนั่นหวั่นไหว เซี่ยคุนลี่รู้สึกเหมือนถูกรถสิบล้อชน ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมาคงช้ำในตายไปแล้ว ยังไม่ทันได้ตั้งตัว กระแสน้ำอันบ้าคลั่งก็หอบพัดร่างของเขาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางความโกลาหล เขาเห็นเพื่อนร่วมทีมบางคนถูกน้ำซัดไปกระแทกกับโขดหินจนไม่รู้เป็นตายร้ายดี
กระแสน้ำรุนแรงเกินกว่าที่คาดไว้ พลังของธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะต้านทานได้ง่ายๆ เซี่ยคุนลี่ทำได้แค่เกร็งกล้ามเนื้อต้านแรงน้ำสุดชีวิต
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ในขณะที่เรี่ยวแรงกำลังจะหมดลง เซี่ยคุนลี่รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาพันรอบตัว แล้วกระชากร่างเขาขึ้นจากน้ำ เหวี่ยงลงไปกองบนหาดทรายนุ่มๆ
จากนั้นเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ก็ทยอยถูกเหวี่ยงตามขึ้นมา ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึง พบว่าหัวหน้าทีมของพวกเขาไม่ได้ตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำเหมือนลูกหมาตกน้ำ แต่กลับโหนตัวอยู่บนเถาวัลย์ที่ยื่นออกมาจากผนังถ้ำอย่างสง่างาม!
เหล่ามั่วร่อนลงพื้นอย่างนิ่มนวล ก้มเก็บโทรศัพท์ดาวเทียมที่หน้าจอแตกละเอียดขึ้นมา "ดูท่าจะมาถูกทางแล้ว ทีมสำรวจชุดก่อนน่าจะมาถึงตรงนี้ เช็คยอดคนซิ"
พอนับจำนวนคน บรรยากาศก็หม่นหมองลง หายไปสองคน และบาดเจ็บกระดูกหักจากการกระแทกหินอีกสองคน
แม้นักรบพันธุกรรมจะฟื้นตัวเร็ว แต่การสูญเสียตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มภารกิจก็บั่นทอนกำลังใจของทีมไม่น้อย
เหล่ามั่วสั่งให้พักเหนื่อยครู่หนึ่งแล้วออกเดินทางต่อ ระหว่างทางพบรอยเท้าใหม่ๆ ยืนยันว่ามาถูกทางแน่
"ตรงนั้นมีแสง!" ลูกทีมคนหนึ่งร้องอุทาน
ดวงตาของเหล่ามั่วเป็นประกาย หัวใจเต้นรัวเร็ว เขารีบก้าวเท้าเดินนำทะลุแสงสีขาวนั้นออกไป... และภาพของโลกใต้พิภพที่แปลกตาแต่คุ้นเคยก็ปรากฏแก่สายตา
"กะแล้ว... การคาดเดาเป็นจริง มีโลกใต้ดินอยู่จริงๆ!" เหล่ามั่วพึมพำ
คนอื่นๆ ยืนอ้าปากค้าง ตกตะลึงกับภาพตรงหน้าจนพูดไม่ออก
ใครจะไปคิดว่าลึกลงไปใต้เปลือกโลก จะมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์และกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ซ่อนอยู่ การค้นพบนี้ไม่เพียงหักล้างทฤษฎีวิทยาศาสตร์เดิมๆ แต่ยังพิสูจน์ว่าทฤษฎีโลกกลวงเป็นความจริง!!
"เมื่อก่อนมีคนเดาว่าแกนโลกกลวง แถมยังมีข้อมูลยืนยันเพียบ แต่โดนนักวิทย์กระแสหลักหัวเราะเยาะ ที่แท้แม่งของจริงว่ะ?"
"งั้นแสดงว่าที่พวกศาสนาเขาพูดถึงชัมบาลา หรืออกาทา ก็คือที่นี่สินะ?"
ลูกทีมรีบส่งข่าวนี้กลับขึ้นไปบนพื้นผิวโลกผ่านอุปกรณ์สื่อสารรุ่นใหม่ โทรศัพท์ดาวเทียมใช้การไม่ได้แล้ว แต่การส่งสัญญาณข้อความสั้นๆ ยังพอทำได้
ด้านบนพื้นดิน เหลียงซิ่วจวนและทีมนักวิจัยที่กำลังกระวนกระวาย พอได้รับข้อความก็ถอนหายใจโล่งอก แต่พอได้อ่านเนื้อหา ทุกคนก็ช็อกจนตาตั้ง!
นักวิชาการแทบคลั่งตาย พวกเขาเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับทฤษฎีที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องงมงายได้ทันที
ไม่ว่าจะเป็นคดีนายพลเรืออิงเจี้ยงหายตัวไปในขั้วโลกใต้ เรื่องเล่าพิศวงของตระกูลค้าไม้ในซีแอตเทิล หรือตำนานทวีปที่สาบสูญอย่างแอตแลนติสและมู
พวกมันไม่ได้หายไปไหน... แต่จมลงสู่โลกใต้พิภพนี่เอง!!
...
"ไป ลงไปดูกัน"
สิ้นคำสั่งเหล่ามั่ว ทหารสิบกว่านายก็ไไต่ลงจากหน้าผา
ทันทีที่เท้าแตะพื้น เสียงสะเทือนเลื่อนลั่นก็ดังมาจากด้านหลัง ราวกับแผ่นดินไหว พอกลุ่มคนหันกลับไปมองก็ต้องตะลึงงัน เมื่อช้างแมมมอธสูงห้าเมตรสามตัววิ่งทะลุป่าดงดิบออกมา ส่งเสียงคำรามกึกก้องพุ่งตรงเข้ามาหา ระยะห่างแค่ไม่กี่เมตร แรงกดดันมหาศาลถาโถมใส่หน้า!
"คุณพระช่วย ตาฝาดไปเปล่าวะเนี่ย!!"
ความน่าเกรงขามของสัตว์ดึกดำบรรพ์ทำเอาพวกบ้าพลังที่อยากลองของถึงกับฝ่อ รีบกระโดดหลบฉากกันจ้าละหวั่น
เหลือเพียงทหารบาดเจ็บสองนายที่หลบไม่ทัน ได้แต่เบิกตามองแมมมอธพุ่งเข้าชน หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด!
ในนาทีวิกฤต เหล่ามั่วกระแทกฝ่ามือลงพื้น เถาวัลย์ขนาดยักษ์พุ่งขึ้นมาจากดินราวกับพญางูยักษ์ ขวางทางแมมมอธไว้แล้วขัดขาพวกมันจนล้มกลิ้ง
ทว่าแรงเฉื่อยอันมหาศาลยังคงส่งร่างยักษ์ของพวกมันไถลมาข้างหน้า ฝุ่นตลบอบอวล
"หัวหน้า หลบเร็ว!" เซี่ยคุนลี่ตะโกนลั่น
เหล่ามั่วยืนนิ่งไม่ขยับ เบื้องหน้าเขา หนามไม้แหลมคมนับไม่ถ้วนพุ่งทะลุขึ้นมาจากดิน เสียบร่างแมมมอธจนพรุน ตรึงพวกมันไว้กับพื้นแน่นหนา ขยับเขยื้อนไม่ได้
จนกระทั่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เหล่าทหารถึงได้สติ มองเหล่ามั่วด้วยสายตายำเกรง
ที่แท้นี่คือฝีมือที่แท้จริงของหัวหน้า! โหดสัสรัสเซีย!
เหล่ามั่วไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้น เขามองดูซากสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วด้วยแววตาครุ่นคิด
เขาจำได้ว่าตอนที่มีการค้นพบซากแมมมอธครั้งแรกในเขตหนาว มีการพบพืชเมืองร้อนในกระเพาะของมัน ตอนนั้นไม่มีใครอธิบายได้ แต่ตอนนี้คำตอบชัดเจนแล้ว... แมมมอธพวกนี้น่าจะหลุดออกไปจากที่นี่ แล้วไปหนาวตายข้างบน...
เหล่ามั่วมองป่าดงดิบที่บดบังท้องฟ้าเบื้องบน ปริศนาของโลกกำลังถูกไขออกทีละเปราะ... ความสัมพันธ์ระหว่างโลกใต้ดินกับโลกเบื้องบน คืออะไรกันแน่?
[จบแล้ว]