- หน้าแรก
- ระบบธรรมชาติ: ผมกลายเป็นเจ้าพ่อทรัพยากรโลก
- บทที่ 10 - เจียงลี่เทา
บทที่ 10 - เจียงลี่เทา
บทที่ 10 - เจียงลี่เทา
บทที่ 10 - เจียงลี่เทา
การตรวจสอบสมุนไพรดำเนินไปอย่างราบรื่น ผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าสินค้าทุกล็อตล้วนเป็นของแท้เกรดพรีเมียม แม้ปริมาณจะมหาศาลจนน่าตกใจ แต่ด้วยเครดิตของสวีฟางเหล่ยและการสุ่มตรวจอย่างละเอียด ทุกฝ่ายจึงวางใจ
โดยเฉพาะโสมป่าร้อยปีที่เป็นพระเอกของงาน ต้องตรวจสอบอย่างรัดกุมที่สุด ห้ามมีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย
ไม่นานผลการตรวจสอบก็ออกมา ทั้งสวีฟางเหล่ยและเฝิงเคอต่างถอนหายใจโล่งอก รอยยิ้มแห่งชัยชนะผุดพรายบนใบหน้า
"เป็นไง? ฉันบอกแล้วว่าของจริง!" สวีฟางเหล่ยกระซิบเสียงเบา
เฝิงเคอพยักหน้า ทึ่งในบารมีของคู่ค้าหนุ่มคนนี้ไม่หาย "คุณเฉินไปหาของดีพวกนี้มาจากไหนกันนะ พวกเราก็รู้จักแหล่งผลิตทั่วประเทศดี ผลผลิตปีนึงมีเท่าไหร่ก็รู้หมด แต่นี่... จู่ๆ ก็โผล่มาเป็นภูเขาเลากา หรือเขาจะเสกขึ้นมาได้จริงๆ?"
"อย่าว่าแต่นายเลย ฉันเองก็สงสัยเหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าเขามีฟาร์มเพาะเลี้ยงปิดลับ แต่ดูจากสภาพสมุนไพรแล้ว... มันคือของป่าธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์! นี่แหละที่น่ามหัศจรรย์ที่สุด" สวีฟางเหล่ยกระซิบตอบ
เฉินหลีเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม "เป็นยังไงบ้าง? พอใจไหม?"
สองนักธุรกิจหนุ่มพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวเปลือก "พอใจมากครับพี่เฉิน ตามที่ตกลงกันไว้ สินค้ามูลค่าสามพันล้าน หักส่วนลดแล้วเหลือสองพันเจ็ดร้อยล้าน... โอนเข้าบัญชีเลยนะครับ?"
"จัดไป" เฉินหลียักไหล่
ตัวเลขสองพันกว่าล้านอาจฟังดูมหาศาลสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีเงินหมุนเวียนคล่องตัว การจ่ายเงินก้อนนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรง เพียงครู่เดียวเสียงแจ้งเตือนเงินเข้าก็ดังขึ้นในโทรศัพท์ของเฉินหลี
ยอดเงิน 2,700,000,000 หยวน นอนนิ่งในบัญชีเรียบร้อย
เมื่อการซื้อขายเสร็จสิ้นลุล่วง ทั้งสองฝ่ายต่างแฮปปี้ สวีฟางเหล่ยกับเฝิงเคออยากจะรีบกลับไปประชุมวางแผนการตลาดใจจะขาด แต่ตามมารยาทแล้วต้องมีการเลี้ยงฉลองปิดดีล
เฝิงเคอจึงเอ่ยชวน "พี่เฉิน เพื่อฉลองความสำเร็จ ผมขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวสักมื้อนะครับ ผมจองโต๊ะที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ไว้แล้ว อาหารพื้นเมืองที่นั่นเด็ดมาก..."
เดิมทีเฉินหลีตั้งใจจะปฏิเสธ แต่พอได้ยินชื่อโรงแรม เจ้าตัวเล็กข้างกายก็ตาลุกวาวทันที
"พ่อคะ! หนูอยากไป! ที่นั่นอาหารอร่อยมากเลย หนูจะพาพ่อไปชิมเอง"
หนูน้อยเขย่งเท้ากระซิบข้างหูพ่อ "แอบบอกให้นะ... แม่ก็ชอบไปกินที่นั่นบ่อยๆ ด้วยแหละ"
เจอลูกอ้อนพิฆาตเข้าไป มีหรือคนเป็นพ่อจะต้านทานไหว ยิ่งมีเบาะแสเกี่ยวกับ 'แม่ปริศนา' โผล่มาอีก เฉินหลีจึงตอบตกลงทันทีราวกับกลัวลูกผิดหวัง
...
"เอาล่ะ! ดื่มฉลองให้กับความสำเร็จ! แด่คุณเฉิน!"
บรรยากาศในห้องวีไอพีของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์คึกคักเป็นพิเศษ นอกจากสวีฟางเหล่ยและเฝิงเคอแล้ว ยังมีพาร์ตเนอร์คนอื่นๆ ในวงการยาสมุนไพรเมืองเจียงมาร่วมแจมด้วย
ดีลประวัติศาสตร์ครั้งนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการยาสมุนไพรของประเทศ ใครๆ ก็อยากมีส่วนร่วม ใครๆ ก็อยากทำความรู้จักกับเศรษฐีหนุ่มลึกลับผู้เป็นเจ้าของสินค้า
เฉินหลียกแก้วขึ้นจิบตามมารยาท "ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ"
งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างเป็นกันเอง บรรดาภรรยาและลูกๆ ของเหล่านักธุรกิจต่างแยกไปนั่งอีกโต๊ะ ปล่อยให้เด็กๆ วิ่งเล่นเจี๊ยวจ๊าวสนุกสนาน
สวีฟางเหล่ยหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "พี่เฉิน... แล้วซ้อไม่มาด้วยเหรอครับ?"
"ฉันยังไม่รู้เลยว่าแม่ของลูกเป็นใคร" เฉินหลีตอบหน้าตาย
สวีฟางเหล่ยหัวเราะร่า นึกว่าเฉินหลีเล่นมุก "พี่เฉินนี่อารมณ์ขันจริงๆ เมียตัวเองจะไม่รู้ได้ไง ฮ่าๆๆ"
เขาคิดว่าเฉินหลีคงไม่อยากเปิดเผยตัวตนภรรยาจึงแกล้งเฉไฉ
หารู้ไม่ว่าเฉินหลีพูดเรื่องจริง การตามหาตัวแม่ของลูกไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่มีเงินและอิทธิพลล้นมืออย่างเขาตอนนี้ แต่เขาเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่าย หากเธอยังไม่พร้อม เขาก็จะรอ
เหล่ามั่วนั่งขนาบข้างเจ้านายราวกับเทพารักษ์ สีหน้าเคร่งขรึม ไม่แตะต้องแอลกอฮอล์แม้แต่หยดเดียว ใครมาชนแก้วก็ปฏิเสธเสียงแข็ง ทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์นายอย่างเคร่งครัด
ทันใดนั้นประตูห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงเดินโซเซเข้ามา กลิ่นเหล้าหึ่งโชยมาก่อนตัว ดวงตาฉ่ำเยิ้มบ่งบอกว่าเมาได้ที่
"อ้าว... เสี่ยวเฝิง เสี่ยวสวี... ได้ข่าวว่าพวกแกได้ดีลใหญ่เหรอวะ?"
บรรยากาศครื้นเครงชะงักกึก สวีฟางเหล่ยและเฝิงเคอหน้าถอดสี รีบลุกขึ้นต้อนรับด้วยความเกรงใจปนกระอักกระอ่วน
"คุณเจียง... มาได้ยังไงครับเนี่ย?"
เจียงลี่เทาปรายตามองอย่างดูแคลน "ทำไม? ฉันมาไม่ได้เหรอ? หรือพวกแกไม่ต้อนรับคนแซ่เจียง?"
"หามิได้ครับ! คือพวกเรา... แค่สังสรรค์กันภายในกลุ่มเล็กๆ เอาอย่างนี้... เดี๋ยวผมดื่มไถ่โทษสามแก้ว วันหลังจะไปกราบขอขมาท่านถึงที่เลยครับ" สวีฟางเหล่ยพยายามไกล่เกลี่ย
เจียงลี่เทาแค่นหัวเราะ กวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนจะไปสะดุดตาที่เฉินหลีซึ่งนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่หัวโต๊ะ
เขามองด้วยสายตาเหยียดหยาม "นี่เหรอลูกค้ารายใหญ่ของพวกแก? หึ... ระวังจะโดนเด็กเมื่อวานซืนหลอกเอานะโว้ย"
ชายขี้เมาเดินเข้าไปใกล้เฉินหลี กลิ่นปากเหม็นคลุ้งกระแทกจมูก "ไอ้หนู... เอ็งเป็นใครมาจากไหน? มาทำมาหากินในเมืองเจียงข้ามหัวตระกูลเจียงได้ไง? ฮ่ะ? ไม่เห็นหัวกันหรือไง? ...เดี๋ยวนะ หน้าเอ็งมันคุ้นๆ ว่ะ เหมือนเคยเห็นที่ไหน..."
เจียงลี่เทาหรี่ตามอง พยายามรื้อฟื้นความทรงจำในสมองที่แช่เหล้า
เฉินหลีขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ เขาไม่รู้จักตาแก่ขี้เมานี่ และไม่คิดจะเสวนาด้วย จึงเมินหน้าหนี คีบอาหารเข้าปากหน้าตาเฉย
การกระทำนั้นเหมือนราดน้ำมันลงกองเพลิง เจียงลี่เทาโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เกิดมาเป็นคนตระกูลเจียง ไปที่ไหนมีแต่คนพินอบพิเทา ไอ้เด็กนี่มันกล้าดียังไงมาเมินใส่!
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบขาดผึง เหล่ามั่วกำขวดเหล้าบนโต๊ะแน่น แววตาอำมหิตฉายวาบ ขอแค่เจ้านายพยักหน้า หรือไอ้แก่นี่หลุดคำหยาบออกมาอีกคำเดียว... หัวมันแบะแน่
[จบแล้ว]