เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 - ราชาแห่งการเหยียดหยาม

บทที่ 78 - ราชาแห่งการเหยียดหยาม

บทที่ 78 - ราชาแห่งการเหยียดหยาม


บทที่ 78 - ราชาแห่งการเหยียดหยาม

☆☆☆☆☆

ภายในตำหนักใหญ่ ทุกคนตื่นตกใจ

แต่ภาพที่เห็น ก็ถือว่าเหนือความคาดหมายแต่ก็อยู่ในเหตุผล

หากฉู่หวยสวี่ไม่ต่อต้านเลย แล้วยอมสยบอย่างราบคาบ นั่นสิถึงจะผิดปกติ

พวกเขาสังเกตการณ์มานาน พอจะรู้นิสัยใจคอของเด็กคนนี้บ้าง

น่าเสียดาย...

"เฮ้อ!" หนานกงเยว่ถอนหายใจยาวด้วยความเวทนาเป็นคนแรก

ผู้อาวุโสคุมกฎลู่ผานเอ่ยขึ้น "แรงกดดันวิญญาณระดับนี้ ผู้ฝึกตนระดับต่ำทั่วไปคงตายคาที่!"

หลี่ชุนซงฟังแล้ว แววตาฉายแววกังวล

"อย่าเป็นอะไรไปนะ"

เขามีความรู้สึกดีๆ ให้ฉู่หวยสวี่มาก เขาชื่นชมเด็กคนนี้

อีกอย่าง ประตูแห่งเต๋าเน้นวาสนา

แม้เขาจะลงเขาไปรับคนตามคำสั่งศิษย์อาเล็ก แต่เขาก็เป็นคนพาเด็กคนนี้กลับมาเองกับมือ

"ทุกคนใจเย็นๆ" เซี่ยงเหยียนยกมือขึ้นกดลงเบาๆ ให้ทุกคนสงบ

เขาพูดต่อ "ตอนอยู่ป่าไผ่ม่วง พวกเราเคยเข้าไปในห้วงจิตของเขาแล้ว ทุกคนรู้ดีว่ากระบี่เล่มเล็กในนั้นพิเศษแค่ไหน"

"ขนาดศิษย์น้องเล็กไม่ทันระวังตัว ยังโดนกระบี่ดำนั่นดีดออกมา"

"พวกเจ้ารู้ดี กระบี่เล่มนั้นถูกล่ามไว้บนเขามาตั้งพันปี"

"ปรมาจารย์ลงอักขระผนึกไว้มากมาย มันต้องการข้ารับใช้กระบี่"

"ดังนั้น เป้าหมายของมันคือการทำให้ฉู่หวยสวี่เชื่อง ไม่ใช่ฆ่าเขา"

ทุกคนฟังแล้วก็พยักหน้า

ตอนนี้ทำได้แค่รอดูสถานการณ์

อีกด้านหนึ่ง สายใน ป่าไผ่ม่วง

แม่ชีร่างผอมในชุดนักพรต ยังคงนั่งอยู่บนหินยักษ์ หันหน้าเข้าหาหน้าผา

เวลานี้ ปิ่นไม้ที่ปักอยู่บนมวยผมของนาง มีแสงสลัวไหลเวียน

เสิ่นม่านดูเหมือนจะสัมผัสอะไรได้ เงยหน้าขึ้นมองไปทางเขาซ่อนวิญญาณด้วยสายตาว่างเปล่า

"เจ้า... เจ้าก็รู้สึกเหมือนกันหรือ" นางพึมพำกับตัวเอง ยังคงพูดติดอ่าง คุยกับปิ่นไม้ของตัวเอง

นั่นคือกระบี่ของนาง กระบี่ไม้

กระบี่เล่มนี้มีชื่อที่เข้ากับนางมาก

อาวุธวิเศษหลายชิ้นของประตูแห่งเต๋า ตั้งชื่อตามทำนองเพลงฉือ เหมือนเป็นธรรมเนียม

มันชื่อว่า 【เสียงครวญช้า】 (เซิงเซิงม่าน)

เขาซ่อนวิญญาณ บันไดหินสิบขั้นสุดท้าย

ร่างกายของฉู่หวยสวี่ที่ผ่านการขัดเกลาจากทั้ง [เคล็ดวิชาหลอมกระบี่] และ [คัมภีร์แห่งเต๋า] เริ่มรับภาระไม่ไหว

ส่วนในห้วงจิต ยิ่งปั่นป่วนวุ่นวาย

ยังดีที่ [ดาบคู่กาย] เล่มนี้ตื่นรู้มีอภิญญาแล้ว บรรลุวิถีกระบี่สูงสุด [ใจกระบี่กระจ่างแจ้ง]

มันเปรียบเสมือนเสาหลักค้ำจุนห้วงจิตของฉู่หวยสวี่

ถ้าไม่มีมันคอยยันไว้ ห้วงจิตคงพังทลายไปแล้ว!

หากห้วงจิตเสียหายหนัก เบาสุดก็โคม่า หนักสุดก็ตายคาที่

ฉู่หวยสวี่รู้สึกได้ว่า อาการป่วยไข้ของดาบคู่กายยังอยู่ แต่ความเกียจคร้านหายไปจนหมดสิ้น

เขารู้ดีว่าที่มันดูซึมกระทือ เพราะระดับพลังของเขาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แถมเป็นรากปราณเทียม

พอเขาเลื่อนระดับ และได้ค่าสถานะเพิ่ม อาการของมันก็น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ

"ตอนแรกสุด มันดูเหมือนเหลือแค่ลมหายใจเฮือกสุดท้าย เหมือนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจด้วยซ้ำ"

"เทียบกับตอนนั้น ตอนนี้ถือว่าดีขึ้นหน่อยแล้ว"

แต่ไอ้นิสัยขี้เกียจนั่น เป็นปัญหาของมันเองชัดๆ

ตอนนี้มันดูเหมือนคนพิการแต่ใจสู้ —— กายพิการแต่ใจไม่พิการ

กระบี่ดำเล่มเล็กในห้วงจิต ตัดสินใจงัดข้อกับแรงกดดันนี้ให้รู้ดำรู้แดง!

ฉู่หวยสวี่กับมันสื่อใจถึงกัน คนกับกระบี่ส่งผลถึงกัน

เขาโกรธ มันก็โกรธ

มันอยากสู้ เขาก็เอาด้วย!

ตอนนี้เหมือนแบ่งหน้าที่กันชัดเจน

ฉู่หวยสวี่รับผิดชอบกายเนื้อ มันรับผิดชอบห้วงจิต

พลังแห่ง [ใจกระบี่กระจ่างแจ้ง] แผ่ซ่านออกไปรอบทิศ กระบี่ไร้เจ้าทั้งภูเขา เริ่มสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง!

เวลานี้ หานซวงเจี้ยงเพิ่งเดินถึงเขตกลางเขา

นางไม่เคยเห็นอาวุธวิเศษเยอะขนาดนี้มาก่อน ย่อมตื่นตาตื่นใจ เดินชมอย่างเชื่องช้า

นางเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึง รู้สึกเหมือนกระบี่ทั้งภูเขากำลังกรีดร้อง!

เทพเจ้าตีกัน ปลาซิวปลาสร้อยรับกรรม

การปะทะกันของกระบี่บนยอดเขากับดาบคู่กาย ส่งผลกระทบต่อวิญญาณกระบี่ทั้งภูเขา

พวกมันสั่นเทา หมอบกราบ หวาดกลัวต่อสงครามครั้งนี้

"ต้องเกี่ยวกับฉู่หวยสวี่แน่" ยัยก้อนน้ำแข็งคิด

ในใจนางเกิดความกังวลขึ้นมาอย่างประหลาด

นางไม่มีกะจิตกะใจจะดูของวิเศษพวกนี้แล้ว

หานซวงเจี้ยงเร่งฝีเท้าขึ้นเขา

"เจ้าจิ้งจอก อย่าเป็นอะไรไปนะ" สาวน้อยภาวนาในใจ

ภายใต้แรงกดดันมหาศาล ฉู่หวยสวี่ยกเท้าขวาขึ้นอย่างยากลำบาก แล้วก็ถูกกดลงไปอีก

เขาทำแบบนี้ซ้ำๆ หลายครั้ง กว่าจะวางเท้าขวาลงบนบันไดขั้นถัดไปได้

ใบหน้าเขาบิดเบี้ยว แต่ศีรษะยังเชิดสูง

แม้ร่างกายจะสั่นระริกโดยไม่ตั้งใจ แต่กระดูกสันหลังไม่ยอมค้อมลงแม้แต่นิดเดียว

ในวัยเด็กของฉู่หวยสวี่ เขาถูกทุบตีท่ามกลางความรุนแรงในครอบครัว แต่ต่อให้เป็นแบบนั้น พอโตขึ้นเขาก็กล้าสวนกลับ

พูดให้ตลกหน่อยคือ: พ่อแท้ๆ กูยังกล้าต่อย แล้วมึงเป็นใคร!

ร่างกายเขาเริ่มส่งแรงอีกครั้ง ยกเท้าซ้ายขึ้นอย่างยากเย็น ก้าวขึ้นไปอีกขั้น

เลือดเริ่มหยดจากฝ่ามือฉู่หวยสวี่ เล็บจิกเข้าเนื้อจนเลือดไหล

ด้วยความสามารถในการฟื้นฟูของ [คัมภีร์แห่งเต๋า] แผลก็สมานตัวอย่างรวดเร็ว

ฉู่หวยสวี่กำหมัดแน่น กัดฟันปีนต่อ

ทุกก้าว เขาเดินช้ามาก

และทุกก้าว เขาเดินไม่มั่นคง

แต่แรงฮึด ความบ้าคลั่งในก้นบึ้งของหัวใจ กำลังค่อยๆ ปะทุออกมา

ฉู่หวยสวี่ตระหนักถึงความแข็งแกร่งของกระบี่เล่มนั้น

ถูกผนึกไว้บนเขาแท้ๆ ยังปล่อยแรงกดดันข้ามอากาศมาได้ขนาดนี้!

ถ้าไม่มีผนึก จะน่ากลัวขนาดไหน?

แต่เจตนาของมันก็ชัดเจน

แรงกดดันนี้กดทับลงมาจากด้านบน

ถ้ากายเนื้อของฉู่หวยสวี่รับไม่ไหว ไม่หมอบลงไป ก็ต้องคุกเข่า!

นี่อาจเป็นสิ่งที่กระบี่เล่มนั้นต้องการ!

ยังดี ที่นี่น่าจะเป็นขีดจำกัดของมันภายใต้ผนึกแล้ว

แรงกดดันไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนขั้นบันได

มันแค่ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของฉู่หวยสวี่ยากลำบาก

และยิ่งยืดเยื้อ สภาพเขาก็ยิ่งแย่ ยิ่งทรมาน

ถึงตอนท้าย เลือดเริ่มไหลออกทางทวารทั้งเจ็ด

เลือดที่ไหลออกมาทำให้หน้าเขาดูน่ากลัว เครื่องหน้าบิดเบี้ยวไปหมด

ภาพนี้ทำเอาเหล่าผู้นำในตำหนักใหญ่เริ่มนั่งไม่ติด

"ดูท่าจะเกินไปหน่อยแล้วนะ" หนานกงเยว่อดพูดไม่ได้ รู้สึกว่ากระบี่บนยอดเขารังแกเด็กเกินไป

แววตาของหลี่ชุนซง ความกังวลยิ่งฉายชัด

ผีพนันตอนนี้ลืมเรื่องพนันไปหมดแล้ว

"ท่านเจ้าสำนัก นี่..." ตาตี๋ของจ้าวซูฉีอยากจะพูดอะไรสักอย่าง

เซี่ยงเหยียนถอนหายใจ "ตามกฎสำนัก เขาซ่อนวิญญาณคือบททดสอบของศิษย์ ห้ามใครแทรกแซง"

จังหวะนี้ กลับเป็นลู่ผาน ผู้อาวุโสคุมกฎที่แค่นเสียงเฮอะ

"เด็กคนนี้ ข้าชอบ"

"ถ้าเขามีอันตรายถึงชีวิต ข้าจะเข้าไปยุ่ง!"

"แล้วข้าจะไปรับโทษที่หอคุมกฎเอง!"

เจ้าสำนักเซี่ยงเหยียนมองลู่ผานด้วยความแปลกใจ ยิ้มขื่น "ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ท่านเข้าใจผิดแล้ว"

ตอนนี้ ใจของทุกคนเริ่มสั่นคลอน

ข้างหนึ่งคือคำทำนายของปรมาจารย์ เกี่ยวพันกับหายนะโลกและกระบี่กอบกู้โลก

อีกข้างคือศิษย์อนาคตไกลของสำนัก

ผู้นำเหล่านี้มีความเห็นตรงกันอย่างหนึ่งคือ อย่างน้อยต้องรักษาชีวิตฉู่หวยสวี่ไว้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง!

ขณะที่ทุกคนกำลังใช้สัมผัสวิญญาณจับตาดูสถานการณ์ ฉู่หวยสวี่บนเขาก็เหมือนคนบ้า ส่งเสียงคำราม แล้วเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

"ฮ่าๆๆๆๆๆ!"

ทั้งที่เลือดไหลออกปาก แต่เขากลับหัวเราะอย่างสะใจ

เพราะทุกอย่างเป็นไปตามคาด เสียงระบบแจ้งเตือนดังขึ้นข้างหู

"【ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไข ท่านได้เปิดใช้งานภารกิจติดตัว —— แรงกดดันภูตกระบี่】"

ภารกิจติดตัว ไม่ใช่ภารกิจที่ผู้เล่นไปกดรับ แต่เกิดจากสถานการณ์

ตอนโดนตำรวจล้อมจับก็ทีหนึ่ง ตอนโดนหลิวเฉิงชี่แก้แค้นก็ทีหนึ่ง

ภารกิจพวกนี้ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ

แต่จริงๆ มันมีตรรกะอยู่ ผู้เล่นสามารถชักนำให้เกิดได้

เมื่อกี้ฉู่หวยสวี่แค่แอบหวังเล็กๆ ไม่แน่ใจว่าระบบจะมีภารกิจไหม

ไม่นึกว่าจะมาจริง

น่าเสียดาย สภาพเขาตอนนี้แย่เกินไป ไม่มีสมาธิมาดูรายละเอียด ไม่งั้นคงล้มเหลว

ตอนนี้สมองเขาเริ่มเบลอ ไม่มีเวลาเปิดหน้าต่างภารกิจอ่านรายละเอียด

แต่ไม่สำคัญ

เพราะเขายิ่งคึก เป้าหมายยิ่งชัดเจน

เขาเดินขึ้นไปทีละก้าว ทีละก้าวอย่างยากลำบาก

สิบขั้นบันไดสั้นๆ กลับยากเย็นแสนเข็ญเหมือนปีนสวรรค์

กระบี่ในห้วงจิตค้ำยันเต็มที่ โลกทางจิตวิญญาณของฉู่หวยสวี่เจ็บปวดรวดร้าว

เขาฝืนไม่ให้ตัวเองสลบ

ร่างกายสั่นเทา ถึงขั้นชักกระตุก

แต่ดวงตาที่มีเส้นเลือดฝอยขึ้นแดงก่ำคู่นั้น ยังคงจ้องเขม็งไปข้างหน้า กระดูกสันหลังยังคงตั้งตรง

ในเมื่อคนดั่งกระบี่ ก็จงจำไว้ว่า:

— กระบี่! ยอมหักไม่ยอมงอ!

ชายผู้ผ่านการฝึก [เคล็ดวิชาหลอมกระบี่] และ [คัมภีร์แห่งเต๋า] มาแล้ว เริ่มตะโกนระบายด้วยเสียงแหบแห้ง

"ไม่เจ็บโว้ย!"

"ไม่เจ็บโว้ย!!"

"ไม่เจ็บโว้ย!!!"

เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งดังก้องเหนือเขาซ่อนวิญญาณ ในตำหนักใหญ่กลับเงียบกริบ ทุกคนตะลึงในความบ้าของเขา

สามก้าวสุดท้าย สองก้าว สุดท้าย!

ฉู่หวยสวี่ใช้เวลานานมาก กว่าจะเดินถึงยอดเขา

ยอดเขาซ่อนวิญญาณ เป็นลานราบ

มันเรียบกริบ เหมือนโดนกระบี่ฟันจนยอดกุด

กระบี่เดียวนี้ มาจากฝีมือปรมาจารย์แห่งเต๋า

สี่ทิศของยอดเขา มีเสาหินสูงตระหง่าน สลักอักษรเวทที่ดูซับซ้อนเข้าใจยาก

ยามกระบี่มีอาการผิดปกติ อักษรพวกนี้จะเหมือนมีชีวิต ขยับได้!

และยังเปล่งแสงสีทองจางๆ

ตอนนี้ กระบี่ปล่อยแรงกดดัน อักษรพวกนี้ก็ "ตื่น" ขึ้นมา

นอกจากนี้ บนลานกว้างแทบไม่มีอะไรเลย มีแค่แท่นหินตรงกลาง กับศิลาจารึกข้างๆ

ศิลาจารึกสลักคำว่า [วิญญูชน] สองคำ

ข้างล่างมีตัวอักษรเล็กๆ ยุบยับ เป็นคนอื่นมาเขียนต่อเติม

บนแท่นหินวางฝักกระบี่ ฝักกระบี่ห้อยลูกปัดสีดำ และพู่สีดำ

กระบี่ที่ปรมาจารย์ทิ้งไว้ ลอยอยู่กลางอากาศ

เวลานี้ มันกำลังก้มมองฉู่หวยสวี่จากมุมสูง

ด้วยสายตาที่เหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง และรังเกียจเดียดฉันท์อย่างที่สุด!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 78 - ราชาแห่งการเหยียดหยาม

คัดลอกลิงก์แล้ว