- หน้าแรก
- ยืมดาบพิชิตฟ้า
- บทที่ 21 - เอะอะก็จับ
บทที่ 21 - เอะอะก็จับ
บทที่ 21 - เอะอะก็จับ
บทที่ 21 - เอะอะก็จับ
☆☆☆☆☆
คำตอบสั้นๆ เพียงสองคำ ทำเอาหานซวงเจี้ยงถึงกับลมหายใจสะดุด
เมื่อคืนฝนตกหนัก แต่วันนี้อากาศกลับดีเหลือเชื่อ
ท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดเจิดจ้า
พ่อหนุ่มหน้าจิ้งจอกยืนท้าแสงแดด พูดคำตอบนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วยังจะหันมาฉีกยิ้มให้เธออีก
แม่【ตัวเอกของโลก】ที่ยังอยู่ในช่วง "มือใหม่หัดขับ" รู้สึกว่าร่างกายเกร็งขึ้นมาทันที
"ตอนที่เขายังเป็นแค่คนธรรมดา เขาเคยฆ่าคนมาแล้ว?"
เรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในใจได้มากกว่าผู้ฝึกตนฆ่าคนเสียอีก!
ภายใต้หน้าอกที่อวบอิ่ม หัวใจของเธอเริ่มเต้นรัวเร็ว
จนกระทั่งในภวังค์นั้น หานซวงเจี้ยงไม่ทันสังเกตว่าฉู่หวยสวี่เดินนำหน้าไปแล้ว
"ยืนบื้ออยู่ทำไม ไปสิ" เขาตะโกนเรียก
สาวหน้าตายเม้มปากแน่น ร่างกายขยับตามไปอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ ดูว่านอนสอนง่ายชอบกล
พอรู้ตัว เธอก็รีบผ่อนฝีเท้าลง
ฉู่หวยสวี่เหลือบตามองแวบหนึ่ง แล้วก็อมยิ้มขำ
ยอดเขาโอสถเป็นหนึ่งในสามยอดเขาสายนอก แบ่งออกเป็นสามโซนใหญ่ๆ
เข้าใจง่ายๆ คือ โซนแปลงสมุนไพร โซนที่พักอาศัย และโซนการค้าบริการ
ที่สายนอก จะมีศิษย์จดชื่อรุ่นเก๋าเปิดสอนวิทยายุทธ์ของคนธรรมดาให้
เดิมที หอคัมภีร์สายนอกตั้งค่ายกลสี่ด่านไว้ เพื่อคัดกรองหัวกะทิในระดับทะลวงชีพจร แล้วมอบวิชาดีๆ ให้
การทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าประตูแห่งเต๋างก ไม่อยากให้ของดีกับทุกคน
แต่เป็นเพราะยิ่งวิชาระดับสูง ก็ยิ่งฝึกยาก ถ้าพรสวรรค์ไม่ถึงแล้วฝืนฝึก จะกลายเป็นทำลายอนาคตตัวเองเปล่าๆ
แต่ใครจะไปคิดว่า นโยบายมีไว้แหก กฎมีไว้เลี่ยง
มีคนกลุ่มหนึ่งหัวใส คิดได้ว่าวิทยายุทธ์ของคนธรรมดาก็มีประโยชน์ สามารถรีดเร้นพละกำลังร่างกายออกมาได้ ช่วยให้ทำลายค่ายกลง่ายขึ้น!
พวกยอดมนุษย์จอมขยันแห่งโลกเสวียนหวงเริ่มขยับตัวทันที
ตอนแรก ไม่มีใครสนใจฝึกวิชากระจอกๆ พวกนี้หรอก
แต่พอกระแสมันจุดติด แถมห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง สุดท้ายถึงกับบีบให้หอคัมภีร์ต้องอัปเกรดค่ายกล เพิ่มความยากขึ้นไปอีก!
ในเมื่อคนส่วนใหญ่ฝึกวิทยายุทธ์กันหมด มาตรฐานเดิมที่ตั้งไว้ก็ใช้คัดกรองคนไม่ได้แล้ว
อีกฝ่ายบอกว่าเรียนมาตั้งแต่ก่อนขึ้นเขา คุณจะไปทำอะไรเขาได้?
ช่างมันเถอะ ถือซะว่าให้ศิษย์ได้ปูพื้นฐานด้วยวิทยายุทธ์ ก่อนจะไปฝึก【คาถาอาคม】อย่างเป็นทางการก็แล้วกัน
พอนานวันเข้า ธุรกิจสอนมวยก็เลยถือกำเนิดขึ้น กลายเป็นห่วงโซ่อุปทานที่ช่วยเพิ่มรายได้ภาษีให้สำนักไปในตัว
ฉู่หวยสวี่พาหานซวงเจี้ยงเดินถามทางไปเรื่อยๆ ไม่นานก็มาหยุดอยู่หน้าเรือนหลังหนึ่ง
"ทำไมใครๆ ก็แนะนำให้มาเรียนกับศิษย์พี่แซ่หลิวคนนี้?" เขาข้องใจนิดหน่อย
ชื่อเสียงดีขนาดนั้นเชียว?
ส่วนหานซวงเจี้ยง แม่สาวหน้าตายผู้รับบทเหรัญญิก ทำตัวเป็นยายแก่งก ตลอดทางเอาแต่เปรียบเทียบราคาเจ้าโน้นเจ้านี้
หารู้ไม่ว่าสายนอกยุคปัจจุบัน ผ่านช่วงตัดราคากันเองมานานแล้ว
ตอนนี้ราคาค่าเรียนของทุกเจ้าแทบจะเท่ากันหมด
ฉู่หวยสวี่บอกเธอตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ต้องเสียเวลาเปรียบเทียบ เธอก็ไม่เชื่อ
พอมาเห็นความจริงว่าเขาพูดถูก เธอก็ยังบ่นอุบอิบในใจ: "แพง! ทำไมมันแพงขนาดนี้!"
พอเดินเข้าลานบ้าน ฉู่หวยสวี่ก็ตะโกนเรียก: "ศิษย์พี่หลิว! ศิษย์พี่หลิวอยู่ไหมครับ?"
ประตูบ้านเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตาพอไปวัดไปวา ดูสำอางนิดๆ เดินออกมา
เขาสวมชุดคลุมขาว ปลายแขนและคอเสื้อปักดิ้นทอง
มองปราดเดียวก็รู้ว่าใช้ผ้าเกรดเอ
ด้วยค่าครองชีพนรกแตกของสายนอก แค่ชุดนี้ก็น่าจะหลายตังค์อยู่
"ธุรกิจดีขนาดนี้เลยเหรอ รวยเละเลยดิ?" ฉู่หวยสวี่คิด
ศิษย์จดชื่อนามว่าหลิวเฉิงชี่ ที่ดูเหมือนคุณชายเจ้าสำราญ พอเห็นหน้าตาของทั้งสองคน ก็ชะงักไปเล็กน้อย
ผู้ชายสูงยาวเข่าดีหน้าตาหล่อเหลา ผู้หญิงถึงจะมีผ้าปิดหน้า แต่ดูทรงแล้วสวยแน่ๆ
ถึงทั้งคู่จะแต่งตัวธรรมดา ไม่ได้ใส่ของแพง แต่รัศมีที่แผ่ออกมานั้นโดดเด่นไม่เหมือนใคร
ด้วยหลักการแรงดึงดูดระหว่างเพศตรงข้าม ความสนใจของเขาจึงพุ่งไปที่หานซวงเจี้ยงมากกว่า
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เธอดูเย็นชาเหมือนไม่อยากยุ่งกับใคร แต่หุ่นดันแซ่บเวอร์ขนาดนั้น
หน้าอกหน้าใจอาจจะไม่ถึงขั้นภูเขาไฟระเบิดเหมือนผู้อาวุโสนานกง แต่ก็นูนเด่นเป็นสง่า มีของแน่นอน ไม่ใช่กระดานซักผ้า
เอวคอดกิ่ว ยิ่งขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของสะโพกให้ดูน่าหลงใหล
ภายใต้บั้นท้ายกลมกลึง คือขาเรียวยาวสัดส่วนเทพ
เมื่อกี้ตอนเดินเข้ามา ท่าทางเยื้องย่างเหมือนดอกบัวบานทีละก้าว ชวนให้ใจสั่นไหว
ยิ่งเธอเย็นชาดุจน้ำแข็ง ก็ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าของผู้ชายบางประเภท ให้อยากเห็นตอนเธอหลอมละลายกลายเป็นสาวร่านสวาท
ศิษย์จดชื่อนามว่าหลิวเฉิงชี่ ถึงกับสูดจมูกฟุดฟิด เหมือนจะได้กลิ่นหอมลอยมา
พอเห็นหานซวงเจี้ยง เขาก็เข้าใจทันทีว่าทำไมสองคนนี้ถึงมาที่เรือนของเขา รู้สึกว่าคนรู้ความในยอดเขาโอสถมีเยอะขึ้นทุกวัน
"ศิษย์น้องทั้งสองดูหน้าตาไม่คุ้น น่าจะมีคนแนะนำมาสินะ?" เขาฉีกยิ้มที่ดูอบอุ่นดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ
น่าเสียดาย ของเทียบของต้องทิ้ง คนเทียบคนต้องตาย
หลิวเฉิงชี่มายืนต่อหน้าฉู่หวยสวี่ที่เป็นถึง【อันดับสองในชาร์ตเพื่อนเที่ยวที่ต้องกินให้ได้】ความหล่อเล็กน้อยของเขา ก็เลยดูจืดชืดไปถนัดตา
"ศิษย์พี่หลิว พวกเราถามเพื่อนร่วมสำนักมา ทุกคนแนะนำให้มาเรียนวิทยายุทธ์ที่นี่ครับ" ฉู่หวยสวี่พูดไปตามมารยาท แต่แอบโยน【ตรวจสอบข้อมูล】ใส่ เพื่อเช็กความสามารถ
โอ้โห ทะลวงได้หกจุด!
ไม่ธรรมดาๆ
ในยอดเขาโอสถ พวกศิษย์สายนอกที่ก้าวเข้าสู่ระดับหนึ่งหรือสูงกว่านั้น ไม่ลดตัวลงมาสอนวิทยายุทธ์คนธรรมดาหรอก มันเสียเกรด
ส่วนพวกศิษย์จดชื่อที่ใกล้จะทะลวงครบเก้าจุด ก็ไม่ยอมเสียเวลาอันมีค่า ต่างก็มุ่งมั่นจะทะลวงด่าน เหมือนเด็กเตรียมสอบเอ็นทรานซ์ ไม่มีเวลามาเป็นติวเตอร์
ดังนั้น คนที่มาเปิดสอนพวกนี้ อย่างเก่งก็ทะลวงได้แค่หกเจ็ดจุด
สิ่งเดียวที่ทำให้ฉู่หวยสวี่รู้สึกทะแม่งๆ คือข้อมูลพื้นฐานที่ระบบแสดง สถานะของศิษย์พี่หลิวคนนี้คือ: รากปราณ (บาดเจ็บ)
"โฮ่ ดูท่าจะมีสตอรี่แฮะ" เขาคิด
หลิวเฉิงชี่ยิ้มเดินเข้ามาสองก้าว น้ำเสียงนุ่มนวล แถมยังดัดเสียงหล่อแบบเสียงทุ้มต่ำในคอ ในตำนาน: "คนอื่นแนะนำมาเหรอ? เพื่อนๆ ยกยอเกินไปแล้ว"
"ศิษย์น้องทั้งสอง ข้าแซ่หลิว ชื่อหลิวเฉิงชี่ (เครื่องเคลือบ) เรียกข้าว่าศิษย์พี่หลิวก็ได้"
"วิชาที่ข้าถนัดที่สุดคือ《ฝ่ามือแปดทิศไร้ขอบเขตฟ้าดิน》คิดค่าเรียนเป็นชั่วโมงยาม (2 ชั่วโมง) คนละ 10 ตำลึง"
พูดถึงตรงนี้ เขาปรายตามองสาวภูเขาน้ำแข็งที่ขมวดคิ้วมุ่น จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่อง: "แต่ว่านะ สอนคนเดียวก็คือสอน สอนสองคนก็คือสอน ศิษย์น้องจ่ายมาสิบตำลึง ชั่วโมงแรกข้าจะสอนพวกเจ้าสองคนแบบจับมือทำเลย ถือเป็นโปรโมชั่น"
สิ้นเสียง เขาเห็นคิ้วที่ขมวดมุ่นของสาวงามคลายออกทันที
ฉู่หวยสวี่ฟังแล้วคิดในใจ: "《ฝ่ามือแปดทิศไร้ขอบเขตฟ้าดิน》? ไม่เคยได้ยิน"
แต่ก็นะ วิทยายุทธ์คนธรรมดาก็เหมือนวิชาทะลวงชีพจรนั่นแหละ ชื่อแม่งอลังการงานสร้างทุกอัน
เมื่อกี้ตอนเดินถามทาง เขาได้ยินว่ามีคนสอน《ดาบเดียวผ่าสวรรค์》บ้างล่ะ《ดัชนีขังฟ้า》บ้างล่ะ ไม่รู้ก็นึกว่าเป็น【คาถา】ระดับเทพเจ้า!
แต่ไอ้มุกซื้อหนึ่งแถมหนึ่งของหลิวเฉิงชี่นี่ เขาคาดไม่ถึงจริงๆ
ประเด็นคือ คำพูดพี่มันมีปัญหานะครับ
"ทำไมต้องให้ผมจ่ายสิบตำลึง ทำไมไม่หารกันคนละห้าตำลึง?"
ถึงความจริงเขาจะเป็นคนจ่ายก็เถอะ แต่ฟังแล้วมันทะแม่งๆ เหมือนเอาน้ำใจคนอื่นมาทำเท่ให้ตัวเอง
หรือว่าหมอนี่ดูออกว่าผมกะจะจีบหานซวงเจี้ยง เลยเปิดโอกาสให้ผมได้โชว์ป๋า?
แต่ไม่ว่าจะยังไง ประหยัดเงินได้ก็ดี
ฉู่หวยสวี่ควักเงินจ่ายสิบตำลึงทันที อยากจะเห็นไอ้《ฝ่ามือแปดทิศบลาๆๆ》นี่สักหน่อย
หลิวเฉิงชี่เริ่มอธิบายวิชานี้คร่าวๆ แล้วก็เริ่มสาธิต
เห็นเขาร่ายรำตั้งแต่ท่าที่หนึ่งยันท่าที่เก้า
ความแรงของวิทยายุทธ์นี้ถือว่าใช้ได้ จัดเป็นวิทยายุทธ์ชั้นสูง
ที่สำคัญคือ ท่ามันเท่ พลิ้วไหวดูดีมีสไตล์
สาธิตจบ หลิวเฉิงชี่ก็เริ่มสอนท่าแรก——มังกรท่องแปดทิศ!
เขาบอกว่าจะสอนแบบจับมือทำ ก็จับมือทำจริงๆ
"ศิษย์น้อง ตรงนี้ต้องย่อลงหน่อย"
"ใช่ แล้วตรงนี้ต้องยกขึ้นอีก"
เดี๋ยวก็กดเอวฉู่หวยสวี่ เดี๋ยวก็ยกแขนเขา...
นอกจากนี้ ยังอธิบายเคล็ดลับให้อย่างละเอียด
เนื่องจากเป็นแค่วิทยายุทธ์ ฉู่หวยสวี่จึงได้ยินเสียงระบบแจ้งเตือนทันที: "【ติ๊ง! หลิวเฉิงชี่กำลังถ่ายทอดวิทยายุทธ์《ฝ่ามือแปดทิศ》ท่าที่หนึ่งให้คุณ ต้องการเรียนรู้หรือไม่?】"
"【ตกลง】" สิบตำลึงไม่เสียเปล่า
พอเรียนเสร็จ ฉู่หวยสวี่กะจะโชว์ของสักหน่อย ให้สองคนนี้ได้เปิดหูเปิดตา โชว์เทพว่าเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้
ใครจะคิด หลิวเฉิงชี่ดันข้ามเขาไปเฉยเลย พูดว่า: "ศิษย์น้องฉู่ เจ้าทำความเข้าใจไปก่อนนะ ข้าจะไปอธิบายให้ศิษย์น้องหานฟังอีกรอบ"
เวลานี้ สาวหน้าตายกำลังยืนเลียนแบบท่าทางอยู่อย่างตั้งใจ
พอเธอร่ายรำท่ามังกรท่องแปดทิศที่ยังไม่ค่อยเป๊ะเท่าไหร่ ส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายก็ยืดเหยียดออกจนสุด มองจากด้านข้าง บั้นท้ายกลมกลึงดันชุดคลุมจนตึงเปรี๊ยะ
สายลมพัดผ่าน เลิกชายผ้าปิดหน้าขึ้นเผยให้เห็นริมฝีปากแดงระเรื่อที่เม้มแน่น
หลิวเฉิงชี่ใจสั่นระรัว และเป็นคนรักษาคำพูด
บอกว่าจะจับมือสอนทั้งคู่ ก็ต้องจับมือสอนทั้งคู่!
เมื่อกี้จับฉู่หวยสวี่ไปแล้ว คราวนี้ก็ต้องถึงคิวสาวงามบ้าง
"ศิษย์น้อง【มังกรท่องแปดทิศ】ไม่ใช่แบบนี้ เอวเจ้าต้องกดลงอีกหน่อย" หลิวเฉิงชี่ยังคงยิ้มละมุน ยื่นมือใหญ่ออกไป หมายจะสัมผัสเอวคอดกิ่ว
หานซวงเจี้ยงกำลังตั้งใจฟัง เลยไม่ทันระวังตัว
"จุ๊ๆ! ทำไมมือไม้ซุกซนจังเลยล่ะครับ?" เสียงดังขึ้นข้างหู ข้อมือของหลิวเฉิงชี่ถูกมือใหญ่ข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าให้
[จบแล้ว]