เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 785 กายาเทพมาร เริ่มทำงาน!

สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 785 กายาเทพมาร เริ่มทำงาน!

สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 785 กายาเทพมาร เริ่มทำงาน!


สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 785 กายาเทพมาร เริ่มทำงาน!

ในกระจกวิเศษ ม๋อเชียนโหลวกับอินอู๋เฟิงคุยกันอีกพักหนึ่ง เหมือนกำลังปรึกษาอะไรกันอยู่ เสียงค่อย ๆ เบาลง

หลังจากนั้น อินอู๋เฟิงก็มุดออกจากรอยแยกมิติไป ภายในดินแดนผาสุกที่พังทลายเหลือเพียงม๋อเชียนโหลวกับตู้จ้งหลีสองคน

ทั้งสองคนรอจนอินอู๋เฟิงไปแล้วก็สำรวจไปทั่ว คอยร่ายเคล็ดวิชาเป็นระยะ กระทั่งระดมโจมตีไปทั่ว แต่ก็ยังไม่พบอะไรเลย

ที่แปลกประหลาดคือ ทั้งสองคนลงมือกระทั่งหินครึ่งก้อนยังต่อยไม่แตก อย่าว่าแต่จะได้อะไรกลับมาเลย

วุ่นวายอยู่นานครึ่งค่อนวัน ทั้งสองคนก็ยังไม่พบอะไร

“นายน้อย ดูเหมือนอาคมที่นี่จะไม่ธรรมดาจริง ๆ ผมใช้เคล็ดวิชาไปตั้งเยอะยังแตะต้องม่านคุ้มกันมันไม่ได้เลย เปิดยากจริง ๆ ถ้าพวกเราเรียนรู้วิธีการของอาคมนี้ได้ ต่อไปก็คงจะ...” ตู้จ้งหลีพูดด้วยใจที่เร่าร้อน

ม๋อเชียนโหลวส่ายหน้า “วิชาของอาคมนี้สูญหายไปนานแล้ว ไม่อย่างนั้นขอเพียงมีบันทึกสักนิด ฉันก็สามารถย้อนหาต้นกำเนิดของอาคมนี้ได้... เมื่อกี้ฉันใช้มหาวิชาอนุมานไปถึงสามครั้ง ก็ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย ดินแดนผาสุกแห่งนี้เมื่อก่อนคงถูกยอดฝีมือสูงสุดยุคโบราณครอบครองไว้ ถ้าจะซ่อมแซม... เกรงว่าคงต้องให้ท่านจักรพรรดิมารลงมือเท่านั้น”

“ของยุคโบราณไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะสั่นคลอนได้จริง ๆ” ตู้จ้งหลีอดไม่ได้ที่จะตกใจ และก็รู้สึกเร่าร้อนขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าได้สมบัติข้างในนี้มา พลังของเขาคงจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย “นายน้อย แล้วตอนนี้พวกเราจะเอาอย่างไรดี จะรออยู่ที่นี่หรือว่า?”

“คนของราชวงศ์หนานใจไม่สามัคคีกัน ชั่วครู่ชั่วคราวคงสรุปผลไม่ได้ พวกเราต้องคอยกดดันอยู่ที่นี่ อินอู๋เฟิงกลับไปแล้ว ถ้าเขามีความกล้าพอที่จะเอา [กระบี่ปราชญ์] ออกมา พวกเราก็ยังมีโอกาส... เอาอย่างนี้ นายกลับไปรวบรวมยอดฝีมือตอนนี้เลย คนสองกลุ่มนี้พวกเราต้องระวังไว้ ฉันจะอยู่ที่นี่” ม๋อเชียนโหลวนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “ทางด้าน [แท่นประหารมังกร] ฉันไม่อยากไปรบกวน พวกเฒ่าประหลาดข้างในก็ไม่ใช่ขี้ ๆ ถ้าพวกรู้ว่าที่นี่มีประโยชน์ ก็คงจะแห่กันมา ถึงตอนนั้นฉันคงไม่มีเวลามาดูแลมากขนาดนี้ จะเสียเรื่องเอา”

“ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ผมจะกลับไปรวบรวมองครักษ์เงา” ตู้จ้งหลีนิ่งคิด “หลายปีมานี้ผมวางสายไว้หลายที่ ตอนนี้สามารถเรียกคนที่อยู่ใกล้ ๆ มาได้”

“อย่าให้เป็นที่สังเกต” ม๋อเชียนโหลวเลือกสถานที่หนึ่ง ยืนอยู่หน้าภาพวาดฝาผนัง ชูสองนิ้วขึ้นมา เหมือนกำลังคำนวณหาช่องโหว่ของดินแดนผาสุกแห่งนี้

ตู้จ้งหลีเห็นดังนั้น ร่างกายก็กลายเป็นกลุ่มแสงพุ่งออกไป เพียงไม่กี่วูบก็หายลับไป

“วิชาตัวเบาของตู้จ้งหลีไม่เลวเลย ฉันจำได้ว่าใน [คัมภีร์มารเก้าสวรรค์] เคยบันทึก [วิชาตัวเบาเพลิงสิบประกาย] ไว้ สามารถทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ระเบิดความเร็วสูงสุดออกมาในชั่วพริบตาที่กระตุ้นพลังแห่งกฎเกณฑ์ ถึงความเร็วจะสู้ [วิชาตัวเบาสุญตาเร้นปฐพี] ของนิกายเซียนไท่อี่ไม่ได้ แต่ก็นับว่าเป็นสุดยอดวิชาสายความเร็วในยุคนี้แล้ว” ซูเหลิ่งเยวี่ยสังเกตเห็นวิชาตัวเบาของตู้จ้งหลี คิดดูครู่หนึ่งก็เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลง “เพียงแต่การใช้ศึกนี้สิ้นเปลืองดวงจิตวิญญาณอย่างมาก แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตนีพพานก็ไม่กล้ากระตุ้นตามใจชอบ ต่อให้ฝืนใช้ อย่างมากแค่หนึ่งลมหายใจ ดวงจิตวิญญาณก็คงถูกสูบจนหมด ตู้จ้งหลีคนนี้กลับใช้มันออกมาได้ง่าย ๆ แบบนี้ เกรงว่าจะมีไพ่ตายอยู่ไม่น้อย”

“จิ้งจอกเฒ่าที่มาถึงขั้นนี้ได้ย่อมมีไพ่ตายติดมืออยู่แล้ว” หลินสู่กวงยิ้ม “วิชาตัวเบาอะไรนั่นของเขาถึงจะเร็ว แต่ความจริงเธอเป็น [มหาวิชานิรันดร์] พลังแห่งกฎเกณฑ์ตงอวิ๋นที่แสดงออกมา ความเร็วก็ไม่ด้อยไปกว่าเขาเลย ดังนั้นแค่เรื่องความเร็ว เขาก็กินเธอไม่ลงแล้ว

อีกอย่าง ตอนนี้เธอเข้าสู่ขอบเขตมหาปราชญ์แล้ว เรื่องความเร็วเขายิ่งไม่มีข้อได้เปรียบ การถูกเธอฆ่าก็แค่เรื่องของเวลา”

บางทีซูเหลิ่งเยวี่ยเองอาจจะยังไม่ทันตั้งตัวจากการทะลวงขอบเขต จึงยังชินกับการคิดว่าตัวเองเป็นแค่ขอบเขตนีพพาน อย่างไรเสียเธอก็ทะลวงผ่านได้เพราะอาศัยยันต์บวงสรวงสวรรค์ของหลินสู่กวง ความเร็วปานสายฟ้าเช่นนี้เธอไม่เคยเจอมาก่อน พอได้ยินหลินสู่กวงพูดแบบนี้ก็ถึงกับอึ้งไป

เธอพูดอย่างเขินอาย “เมื่อก่อนดวงจิตวิญญาณของฉันยังไม่แข็งแกร่งพอ ถ้าฝืนใช้วิชาตัวเบา ความเร็วที่มากเกินไปเกรงว่าฉันคงวิ่งไปได้ไม่ไกล ก็คงจะสลบไปเพราะทนรับการสูญเสียดวงจิตวิญญาณไม่ไหว แต่ตอนนี้ หลังจากที่ฉันเลื่อนขั้นเป็นมหาปราชญ์แล้ว ก็สามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่”

พูดจบ เธอก็เปลี่ยนเรื่อง “ตอนนี้เหลือม๋อเชียนโหลวเพียงคนเดียว โอกาสของพวกเรามาถึงแล้ว... ที่เขาว่ากันว่าแก้แค้นไม่ต้องรอข้ามคืน ช่างเถอะ ปล่อยเขาไปก่อนแล้วกัน”

หลินสู่กวงหัวเราะออกมา

ในใจกำลังวางแผน

ถ้าคนของราชวงศ์หนานมาทำพิธีสังเวย แล้วพวกเขาอัญเชิญเทพชั่วร้ายออกมา ถึงตอนนั้นเขาค่อยลงมือ ตั๊กแตนจับจั๊กจั่นนกขมิ้นอยู่หลัง เทพชั่วร้ายตนนั้นคงจะทำให้เขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มหาศาล

แต่ถ้าลงมือตอนนี้แล้วแหวกหญ้าให้งูตื่น... มันไม่คุ้มค่า

แต่น่าเสียดายที่เรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามหวัง

ทางราชวงศ์หนานเกิดเรื่องกะทันหัน ไม่สามารถจัดหาทาสเผ่าหมานมาให้ได้อีก เมื่อตู้จ้งหลีนำข่าวนี้มาแจ้ง ม๋อเชียนโหลวก็โกรธจัด

“ไอ้พวกขยะที่ขุนไม่ขึ้น!”

หลังจากโกรธอยู่พักหนึ่ง เขาก็ถามเสียงเข้ม “สืบรู้สาเหตุหรือยัง”

เดิมทีตู้จ้งหลีจะไปเรียกคน แต่กลับพบว่าบรรพชนราชวงศ์หนานเกิดเรื่อง จึงรีบกลับมารายงาน เพื่อไม่ให้เสียแผนการใหญ่ของม๋อเชียนโหลว “ได้ยินว่าคนคนนั้นของนิกายเซียนไท่อี่ลงมือ”

“หือ?” ม๋อเชียนโหลวเบิกตากว้าง หน้าตาเต็มไปด้วยความตกใจ “จีอู๋เฟิงยอมยุ่งเรื่องชาวบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่”

ตู้จ้งหลียิ้มขมขื่น “คนของราชวงศ์หนานมีเงินมาแต่ไหนแต่ไร นิกายเซียนไท่อี่ตอนนี้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง ย่อมต้องคิดจะเชือดพวกเขาเอาเงินอยู่แล้ว เพียงแต่พวกนี้สะเพร่าเกินไป ถึงกับถูกนิกายเซียนไท่อี่จับได้... ถ้าพูดแบบนี้ คนคนนั้นของราชวงศ์ราชาต้าเฉียนก็คงจะรู้ที่อยู่ของพวกกากเดนราชวงศ์หนานตั้งนานแล้ว แต่ไม่ลงมือ กลับปล่อยไว้... เรื่องนี้แปลกพิลึก”

สีหน้าของม๋อเชียนโหลวเย็นชาลง “กู่ท่าเซียนแค่คร้านจะยุ่ง พวกกากเดนที่ขึ้นโต๊ะไม่ได้กลุ่มนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ทาสเผ่าหมานในมือพวกเขา พวกกากเดนพวกนี้กระทั่งจะเลียรองเท้าให้คุณชายอย่างฉันยังไม่มีคุณสมบัติเลย! ตอนนี้คงหวังพึ่งราชวงศ์หนานไม่ได้แล้ว...”

ตู้จ้งหลีลังเล “ถ้าไม่มีทาสเผ่าหมานที่ราชวงศ์หนานจัดหามาให้ แล้วเครื่องสังเวยเทพชั่วร้าย...” เขากังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อพิธีสังเวยโลหิต

“เดิมทีอยากให้พวกกากเดนพวกนั้นจัดหาเครื่องสังเวยมาเพิ่ม เพื่อให้เทพชั่วร้ายจุติได้นานขึ้น ในเมื่อหวังพึ่งไม่ได้ ตอนนี้แค่นี้ก็พอแล้ว... เอาล่ะ ไม่ต้องรอพวกเขาแล้ว” ม๋อเชียนโหลวตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

“ไม่รอ [กระบี่ปราชญ์] ของตระกูลอินแล้วเหรอ” ตู้จ้งหลีหยุดก้าวแล้วถาม

ม๋อเชียนโหลวโบกมือ “พวกราชวงศ์หนานพวกนั้นกระดูกอ่อน เรื่องนี้ถ้าเข้าหูจีอู๋เฟิง เขาต้องบุกเข้ามาแน่ ถึงตอนนั้นถ้าท่านจักรพรรดิมารไม่มาเอง ลำพังพวกเราสองคนคงถูกเขาเหยียบตายคามือ”

ตู้จ้งหลีไม่พูดไร้สาระอีก ทำตามคำสั่งของม๋อเชียนโหลวเริ่มจัดเตรียมสถานที่สังเวยโลหิต

......

“เดี๋ยวเทพชั่วร้ายออกมา เธอช่วยฉันถ่วงเวลาม๋อเชียนโหลวไว้ที”

ภายในมิติแท่นบูชา หลินสู่กวงพลันเอ่ยปาก

ซูเหลิ่งเยวี่ยคิดดูครู่เดียวก็เข้าใจสาเหตุ... “นายมีความคิดอะไรกับเทพชั่วร้ายที่พวกเขาอัญเชิญออกมาเหรอ”

“เสี่ยงดวงดู” หลินสู่กวงไม่ปิดบัง

ถ้าสามารถสังเวยเทพชั่วร้ายตนนั้นได้จริง ๆ เขาคงไม่ต้องกังวลเรื่อง [น้ำค้างทองคำ] อีกต่อไป

“ได้ ฉันจะช่วยนาย” ซูเหลิ่งเยวี่ยพยักหน้า

......

ภายในดินแดนผาสุก ตู้จ้งหลีเฝ้าอยู่ด้านข้าง ม๋อเชียนโหลวเริ่มพิธีสังเวยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

แท่นบูชามารห้าผีระเบิดเปลวเพลิงที่ถาโถมออกมา ขณะที่ม๋อเชียนโหลวสังเวยแท่นโลหิตโดยรอบ เปลวเพลิงเหล่านั้นก็ราวกับกลายเป็นใบหน้าผีที่แยกเขี้ยวของวิญญาณแค้น กลืนกินโลหิตแก่นแท้ในแท่นโลหิตอย่างบ้าคลั่ง

ทันใดนั้น บรรยากาศภายในโถงซากปรักหักพังทั้งหลังก็พลันเปลี่ยนไป

สีแดงฉานเข้าปกคลุมที่นี่

เสียงคลื่นยักษ์ในทะเลโลหิตดังก้องอยู่ในหูของทุกคน

ภาพมายาปรากฏขึ้น

เลือดนับไม่ถ้วนหลั่งไหลมาจากทุกทิศทาง ท่วมโถงใหญ่จนเต็มไปด้วยน้ำเลือดอย่างรวดเร็ว

บนแท่นบูชา ปรากฏวังวนสายหนึ่งขึ้นมา เห็นเพียงใบหน้าสีเลือดกลุ่มหนึ่งผุดขึ้นมา

ดวงตาทั้งสองข้างเฉยเมย

ราวกับมองลงมายังสรรพชีวิต

แม้ม๋อเชียนโหลวจะเตรียมตัวมาดีแล้ว แต่ในตอนนี้ก็ยังรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ โคจรวรยุทธ์ ใช้ขอบเขตมหาปราชญ์ต้านทานแรงกดดันจากเทพเจ้า ตะโกนเสียงดังว่า “เทพชั่วร้ายผู้สูงส่ง พวกเราสังเวยสิ่งมีชีวิตนับหมื่น เพียงต้องการทำลายข้อจำกัดของที่นี่ เพื่อตามหาที่อยู่ของ [ทัณฑ์ประหารโอรสสวรรค์]”

โถงใหญ่เงียบสงัดไปนาน ร่างสีเลือดส่งเสียงแหบแห้งและแข็งทื่อออกมา “...ไม่พอ”

ม๋อเชียนโหลวเตรียมพร้อมมานานแล้ว ในมือหยิบธงผีออกมาหนึ่งผืน “ใช้สิ่งนี้เป็นหลักฐาน บัญชาเหล่าปีศาจ อีกทั้งเผ่าของฉันยังมีราชโองการจักรพรรดิมาร...”

ม๋อเชียนโหลวพูดไปมาก และไม่เสียดายที่จะนำสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งของมรรคมารออกมา ในที่สุดก็สามารถโน้มน้าวเทพชั่วร้ายได้

ร่างสีเลือดปรากฏกายออกมาครึ่งท่อน ราวกับปลาหมึกยักษ์ หนวดสีเลือดนับไม่ถ้วนแฝงไปด้วยกลิ่นอายชั่วร้าย กระทั่งตู้จ้งหลีก็ยังใจสั่นขวัญแขวน หวาดกลัวว่าจะถูกหนวดเหล่านี้แตะต้อง เพราะจะหนีไม่พ้นชะตากรรมที่ต้องถูกสูบปราณโลหิตไป

กลิ่นอายประหลาดแผ่ซ่านไปทั่ว

ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ เทพชั่วร้ายตนนี้ก็ราวกับถูกพลังบางอย่างสะท้อนกลับ ทั้งร่างสั่นสะท้าน น้ำเลือดก้อนใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากตัวมัน กระแทกลงบนพื้น กัดกร่อนก้อนดินบนพื้นในทันที

ฉากนี้ทำให้ม๋อเชียนโหลวและตู้จ้งหลีหน้าเปลี่ยนสีด้วยความตกใจ ทั้งสองคนสบตากัน

เกิดเรื่องอะไรขึ้น?!

หนวดของเทพชั่วร้ายดูเหมือนจะแตะต้องตู้จ้งหลีโดยไม่ตั้งใจ ชิงเอาเลือดเนื้อของเขาไปเป็นแถบ ฉากนี้ทำให้ตู้จ้งหลีโกรธแค้นและตกใจ ถอยหนีอย่างบ้าคลั่ง

โธ่เว้ย!

หน้าด้านไร้ยางอาย!

ตู้จ้งหลีด่าในใจ รีบหยิบโอสถออกมารักษาแผล

โดยไม่รอให้ม๋อเชียนโหลวเอ่ยปาก เทพชั่วร้ายก็ชิงพูดขึ้นก่อน “ที่นี่ซับซ้อนเกินไป ฉันช่วยแกต้องสูญเสียต้นกำเนิดไปมาก แม้แต่ธงผีก็ยังไม่พอ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่คนคนนั้นที่บ้านแก คนคนนี้คงกลายเป็นเครื่องสังเวยของฉันไปแล้ว!”

ม๋อเชียนโหลวหน้าเขียวคล้ำ

ตู้จ้งหลีเป็นถึงแขนซ้ายแขนขวาของเขา เทพชั่วร้ายตนนี้รังแกผู้น้อยไม่พอ ยังจะโอ้อวดและละโมบขนาดนี้ ช่างไร้ยางอายจริง ๆ!

เพียงแต่ตอนนี้ต้องเห็นแก่เรื่องใหญ่เป็นสำคัญ เขาจึงมองตู้จ้งหลีเพียงครู่เดียวก็ละสายตากลับมา ไม่ได้พูดอะไรกับเทพชั่วร้ายอีก

จากนั้นก็ได้ยินเทพชั่วร้ายบอกที่อยู่ของ [ทัณฑ์ประหารโอรสสวรรค์] ออกมาทันที “อาคมที่นี่ฉันเปิดให้แค่ 1% เวลาหกชั่วโมงเพียงพอให้แกอาละวาดแล้ว”

ม๋อเชียนโหลวสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก สิ่งที่เขาต้องการคือการควบคุมที่นี่ ไม่ใช่มาเดินเล่นหกชั่วโมง!

“การสังเวยต้องเท่าเทียม นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ฉันต้องการ!” เขาโกรธจัดทันที

เทพชั่วร้ายมองเขาอย่างเรียบเฉย เกรงว่าถ้าไม่ถูกมรรคาสวรรค์กดข่มไว้ ในตอนนี้มันคงจะลงมือกลืนกินม๋อเชียนโหลวและตู้จ้งหลีไปจนหมดสิ้นแล้ว

“แกหลอกฉันก่อน ที่นี่เกี่ยวข้องกับเทพมารยุคโบราณ ฉันต้องการสิ่งมีชีวิตล้านคนถึงจะช่วยแกเปิดได้ แค่แสนคน หกชั่วโมงก็พอแล้ว!”

ท่าทีของเทพชั่วร้ายไม่ยอมให้โต้แย้ง

ม๋อเชียนโหลวสีหน้าโกรธเกรี้ยว

เขาวางแผนเล่นงานพวกกากเดนราชวงศ์หนาน วางแผนเล่นงานอินอู๋เฟิงและตระกูลอินที่อยู่เบื้องหลัง แต่กลับคิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วจะถูกเทพชั่วร้ายโสโครกตนหนึ่งวางแผนเล่นงานเอาเสียได้

โกรธแค้นแสนสาหัส แต่ในตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงยอมรับ

ตอนนี้เทพชั่วร้ายเป็นเพียงร่างแยก หากเขาลงมือ เกรงว่าในอนาคตความสัมพันธ์จะเลวร้ายลง

ได้แต่รอให้ได้ [ทัณฑ์ประหารโอรสสวรรค์] มาครองก่อน ค่อยจัดการกับร่างแท้ของเทพชั่วร้ายตนนี้

ฟิ้ว!

แต่ในตอนนี้เอง จู่ ๆ เงาร่างสองสายก็จุติลงมา

พลังแห่งกฎเกณฑ์ที่ระเบิดออกมาจากร่างของซูเหลิ่งเยวี่ย กลายเป็นบัวดำดอกหนึ่ง ห่อหุ้มหลินสู่กวงไว้ด้วย

บัวหมุนวน ฉีกกระชากสุญตา

ทั้งสองคนพุ่งออกจากวังวนมิติ จุติลงในโถงซากปรักหักพังที่ม๋อเชียนโหลวอยู่

“ใคร!”

ม๋อเชียนโหลวสะดุ้งโหยง

ที่นี่เขาตั้งป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ ไม่คิดเลยว่าจะถูกคนทำลายได้ ในใจย่อมต้องตกตะลึง

พริบตาเดียวก็มองเห็นบัวบนร่างของซูเหลิ่งเยวี่ย ทั้งร่างเป็นสีดำ มีเจ็ดกลีบ แต่ละกลีบไม่เหมือนกันเลย

ก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกว่าบัวดำนี้ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ตอนนี้กลับเห็นว่าในแต่ละกลีบของบัวดำมีอักขระอยู่หนึ่งตัว

อักขระนั้นคืออักษรโบราณ

ราวกับเป็นการพิพากษาของเทพเจ้า พิพากษาเซียนมาร พิพากษาทวยเทพ กระทั่งพิพากษามรรคาสวรรค์

ซูเหลิ่งเยวี่ยพุ่งเข้าสังหาร เป้าหมายแรกกลับเป็นร่างแยกเทพชั่วร้ายตนนั้น

ฉากนี้ทำให้ม๋อเชียนโหลวและตู้จ้งหลีต่างก็ตะลึงไปตาม ๆ กัน

ม๋อเชียนโหลวขยับความคิดในทันที ตะโกนลั่นว่า “ซูเหลิ่งเยวี่ย เธอสามหาวนัก!”

แต่ในที่ลับกลับส่งเสริม เพิ่มจิตสังหารเข้าไปในบัวดำนั้น เพื่อเสริมจิตสังหารของซูเหลิ่งเยวี่ยให้แข็งแกร่งขึ้น

พริบตาเดียว!

ปัง!

แรงสั่นสะเทือนมหาศาลดังมาจากตำหนัก แม้จะไม่ทำลายซากปรักหักพังนี้ แต่ก็ทำให้ร่างแยกเทพชั่วร้ายส่งเสียงร้องโหยหวนสะเทือนฟ้าดิน

“แกตายซะ!!!”

พลังแห่งกฎเกณฑ์ของ [มหาวิชานิรันดร์] สามารถสังหารอสูรกายตัวนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีม๋อเชียนโหลวที่ลงมือในที่ลับ

คลื่นฝุ่นที่บดบังสายตาแผ่กระจายออกไป

ม๋อเชียนโหลวพาตู้จ้งหลีถอยหนีอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน หลินสู่กวงก็กระโดดออกมาจากมิติแท่นบูชา ใบหน้าเย็นชาอำมหิต พุ่งเข้าหาร่างแยกเทพชั่วร้ายอย่างไม่เกรงกลัว

[กายาเทพมาร] เริ่มทำงาน!

ครืนนน!

แขนทั้งสองข้างขยายใหญ่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายใหญ่โตขึ้น พื้นดินทั้งผืนราวกับถูกแรงกระแทกหมื่นล้านตัน สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

แรงสั่นสะเทือนนี้ทำให้ม๋อเชียนโหลวที่กำลังหนีไปไกลก็ถึงกับชะงักไป เขาอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามอง... เกิดอะไรขึ้น

แต่แสงในสุญตาบิดเบี้ยวพื้นที่แห่งนี้ ทำให้เขาไม่สามารถตรวจสอบได้ในทันที

ได้ยินเพียงเทพชั่วร้ายคำรามลั่น “แกเป็นใคร!”

ม๋อเชียนโหลวได้ยินก็รู้สึกขำ เมื่อกี้เขาไม่ได้บอกไปแล้วเหรอ ว่าเป็นซูเหลิ่งเยวี่ย! ถ้าเทพชั่วร้ายตนนี้จะแก้แค้นในภายหลัง เกรงว่าราชวงศ์ราชาต้าเฉียนคงจะต้องวุ่นวายขึ้นอีกไม่น้อย

แต่เขาไม่มีทางรู้เลยว่า ในตอนนี้เทพชั่วร้ายกำลังจ้องมองชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

หลินสู่กวงราวกับเทพมาร ใช้สองมือคีบเทพชั่วร้ายตนนี้ไว้

ไม่ว่าจะเป็นร่างแยกหรือร่างแท้ ขอเพียงถูกจับได้ ก็มีแต่ชะตากรรมที่ต้องถูกส่งขึ้นแท่นประหารเท่านั้น!

พลังระเบิดออก!

หลินสู่กวงกระชากร่างแยกเทพชั่วร้ายออกมาจากวังวน ร่างกายที่น่าสะพรึงกลัวสูงกว่าสิบเมตรเมื่ออยู่ต่อหน้าหลินสู่กวงกลับไม่มีความได้เปรียบแม้แต่น้อย ยังไม่ทันที่เทพชั่วร้ายจะส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ รูปร่างของหลินสู่กวงก็เชื่อมโยงกับตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่าง แล้วลากมันเข้าไปในมิติแท่นบูชาทันที

ฟุ่บ!

ทุกอย่างราวกับไม่เคยเกิดขึ้น เหลือเพียงฝุ่นละอองที่ร่วงหล่นลงมา

ม๋อเชียนโหลวรู้สึกแปลกใจในใจ

และยังอดที่จะใจสั่นไม่ได้

หรือว่าซูเหลิ่งเยวี่ยจะประหารร่างแยกเทพชั่วร้ายนั่นได้จริง ๆ

“[มหาวิชานิรันดร์] นี้มันแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ?”

เขาไม่ได้กลัวซูเหลิ่งเยวี่ย ก่อนหน้านี้อาการบาดเจ็บของซูเหลิ่งเยวี่ยก็เป็นเพียงผลจากการลงมืออย่างไม่ใส่ใจของเขาเท่านั้น

“ม๋อเชียนโหลว แกทำร้ายฉันเพิ่งจะผ่านไปกี่ชั่วโมงกันนะ? ฉันขอคำนวณหน่อย?” ซูเหลิ่งเยวี่ยชูนิ้วขึ้นมาสองสามนิ้ว เมื่อเห็นหลินสู่กวงพาเทพชั่วร้ายไปได้สำเร็จ ในใจก็ยินดี “แกคงคิดไม่ถึงล่ะสิ ว่าฉันจะฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้?”

จบบทที่ สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 785 กายาเทพมาร เริ่มทำงาน!

คัดลอกลิงก์แล้ว