- หน้าแรก
- สยบภพด้วยคมดาบ
- สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 760 ก้าวเข้าสู่ตำหนักหยกสุญตา
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 760 ก้าวเข้าสู่ตำหนักหยกสุญตา
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 760 ก้าวเข้าสู่ตำหนักหยกสุญตา
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 760 ก้าวเข้าสู่ตำหนักหยกสุญตา
ซูเป่ยเฉินบ่นพึมพำมาตลอดทาง ลานเล็ก ๆ แห่งนั้นปกติไม่มีใครอยู่ นอกจากซูเหลิ่งเยวี่ยที่เคยอยู่ที่นั่นระยะหนึ่ง แต่ฟังจากที่ซูเหลิ่งเยวี่ยพูดแล้ว ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีคนอาศัยอยู่ที่นั่น
ซูเป่ยเฉินก็กลัวว่าซูเหลิ่งเยวี่ยจะเป็นอะไรไป จึงรีบกลับบ้านตระกูลซู
เหล่าองครักษ์ที่ดูแลลานเล็ก ๆ เห็นดังนั้น ยังไม่ทันได้ต้อนรับ ซูเป่ยเฉินก็รีบเดินเข้าไปแล้ว
พวกองครักษ์ต่างรู้ดีถึงความสำคัญของคนที่อยู่ข้างในที่มีต่อตระกูลซู อีกทั้งยังมีคำสั่งจากเจ้าตระกูลเป็นการส่วนตัว พวกเขากลัวว่าความหยาบคายของซูเป่ยเฉินจะทำให้พวกเขาต้องเดือดร้อนไปด้วย จึงรีบจะห้ามปราม
แต่ซูเป่ยเฉินกลับผลักประตูเข้าไปก่อน ขณะที่กำลังจะเอ่ยปาก ก็มองเห็นคนที่อยู่ข้างในประตูอย่างชัดเจน เขาเบิกตากว้างทันที แล้วร้องออกมาเสียงหลง “เชี่ย หลินสู่กวง?????”
หลินสู่กวงเห็นเขา ก็พูดทันทีว่า “กำลังจะไปหานายพอดี [ธงบูชาดวงจิตวิญญาณโลหิต] ของฉันล่ะ”
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและดีใจของซูเป่ยเฉินพลันบูดบึ้งลงทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้
ยิ่งไม่อยากได้ยินอะไร ก็ยิ่งได้ยินสิ่งนั้นจริง ๆ
ซูเป่ยเฉินดึงหลินสู่กวงมาข้างหนึ่ง “นายฟังฉันก่อน ตอนนี้เกิดเรื่องแล้ว… พี่สาวฉันถูกกักตัวไว้ที่ตำหนักหยกสุญตา”
“พี่สาวนายเหรอ พี่สาวนายเกิดเรื่องทำไมไม่หาผู้ใหญ่ตระกูลซูของนาย” หลินสู่กวงเหลือบมองขึ้นไป
ซูเป่ยเฉินทุกข์ใจ “ฉันก็คิดอย่างนั้น แต่เรื่องนี้ก็ทำเป็นเรื่องเล็กไม่ได้ ตอนนี้เป็นศิษย์ตำหนักหยกสุญตาที่กำลังจัดการเรื่องนี้อยู่ ถ้าหากเชิญผู้ใหญ่ตระกูลซูมาโดยพลการ อีกฝ่ายก็จะต้องส่งผู้อาวุโสมาเช่นกัน ถึงตอนนั้นถ้าสู้กันจนเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมา ทุกคนก็ต้องเดือดร้อน…”
“อ้อ” หลินสู่กวงไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปยุ่ง “[ธงบูชาดวงจิตวิญญาณโลหิต] ของฉันล่ะ”
ซูเป่ยเฉินสีหน้าแข็งทื่อ “หลินสู่กวง พี่หลิน นายจะเปลี่ยนคำพูดบ้างไม่ได้หรือไง ตอนนี้เรื่องใหญ่แล้ว เฉินไห่ปี้เป็นคนของหวงจงซั่ว หวงจงซั่วก็เป็นอัจฉริยะฟ้าประทานของตำหนักหยกสุญตา เขาเคยคิดไม่ซื่อกับพี่สาวฉันมาก่อน ตอนนี้รู้แล้วว่าตระกูลซูของพวกเรา…”
“รู้ว่าตระกูลซูของพวกนายเป็นอะไร” หลินสู่กวงถามอย่างไม่ใส่ใจ
ซูเป่ยเฉินขยี้ผมอย่างหงุดหงิด “ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจ เหมือนว่าตระกูลซูของพวกเราไปหานักหลอมโอสถมาจากไหนก็ไม่รู้ ช่วงนี้หาวัตถุดิบให้เขาไม่น้อยเลย เคยประมูลแข่งกับตำหนักหยกสุญตาหลายครั้ง ก็ดูน่าเกลียดอยู่เหมือนกัน ฉันนี่สุดจะทนจริง ๆ ตระกูลซูแข็งข้อเพื่อคนนอก นี่มันไม่ใช่ว่าไปเชิญบรรพบุรุษมาหรอกหรือ”
ซูเป่ยเฉินไม่เคยเห็นตระกูลซูของพวกเขาลงทุนกับนักหลอมโอสถคนไหนมากขนาดนี้มาก่อนเลย
ขณะที่พูดเช่นนั้น ก็ไม่ได้สังเกตเห็นว่าสีหน้าของหลินสู่กวงเริ่มแปลกไป
“พี่สาวของนายชื่อซูเหลิ่งเยวี่ยใช่ไหม”
หลินสู่กวงถามแบบนี้ ซูเป่ยเฉินกลับตะลึงไปครู่หนึ่ง ถึงได้นึกถึงน้ำเสียงของซูเหลิ่งเยวี่ยก่อนหน้านี้… ดูเหมือนจะเชื่อมั่นในคนที่พักอยู่ที่นี่มาก
“พี่สาวฉันคือซูเหลิ่งเยวี่ย แต่นายคือคนที่อยู่ที่นี่เหรอ”
หลินสู่กวงเข้าใจแล้ว “นำทางไปสิ”
เขาเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองพลาด [ธงบูชาดวงจิตวิญญาณโลหิต] ไปตลอด ถ้ารู้แต่แรกว่าจอมมารหญิงที่ซูเป่ยเฉินพูดถึงคือซูเหลิ่งเยวี่ย เขาก็คงจะรวบรวม [ธงแก่นแท้ชีวันมังกรสวรรค์] ได้ครบตั้งนานแล้ว
ซูเป่ยเฉินรีบตามไป ปากก็พูดไม่หยุด “นายรู้จักพี่สาวฉันด้วยเหรอ จริงสิ พี่สาวฉันบอกเหตุผลที่ให้ฉันมาหานายอย่างชัดเจนแล้ว บอกว่าอะไรนะ มอบวาสนาให้นาย”
“วาสนาเหรอ” หลินสู่กวงไม่เข้าใจ มองไปยังซูเป่ยเฉิน
ซูเป่ยเฉินยักไหล่ “ฉันยังงงกว่านายอีก พี่สาวฉันตอนนี้คงกินยาจนเพี้ยนไปแล้ว พูดจาก็แปลก ๆ… ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ เรื่องที่ฉันไปตำหนักหยกสุญตาฉันไม่ได้บอกใครเลย เป็นแค่ความนึกสนุก แทบจะพูดได้ว่าฉันเพิ่งไปถึง พี่สาวฉันก็ตามมาแล้ว นายว่าเรื่องนี้มันแปลกไหม”
หลินสู่กวงกลับนึกถึง “ฝัน” ที่ซูเหลิ่งเยวี่ยเคยพูดถึงก่อนหน้านี้
ในความฝัน ซูเหลิ่งเยวี่ยได้เห็นสิ่งต่าง ๆ มากมาย กระทั่งตึกสูงระฟ้าในโลกก่อนของเขาก็ยังเคยเห็น ซูเหลิ่งเยวี่ยคนนี้คงจะเป็นหญิงสาวที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ
ส่วนวาสนาที่เธอบอก… หลินสู่กวงก็ค่อนข้างสงสัยเช่นกัน
ตามซูเป่ยเฉินไปยังตำหนักหยกสุญตา
พอมาถึงหน้าประตูก็เจอศิษย์ของอีกฝ่าย ซูเป่ยเฉินเข้าไปขวางหน้าต้องการจะถามถึงที่อยู่ของพี่สาว แต่กลับถูกอีกฝ่ายเมินเฉย
ซูเป่ยเฉินรู้สึกเสียหน้าอยู่บ้าง เขาอยู่ข้างนอกอยากได้ลมก็ได้ลมอยากได้ฝนก็ได้ฝน แต่ต่อหน้าตำหนักหยกสุญตา เกียรติของคุณชายตระกูลซูคนนี้กลับใช้ไม่ได้ผล
ไม่รอให้เขาเอ่ยปากอีกครั้ง หลินสู่กวงก็พูดว่า “เกะกะ” แล้วยื่นมือออกไปคว้าโดยตรง
อย่าว่าแต่ซูเป่ยเฉินเลย แม้แต่สองคนจากตำหนักหยกสุญตาก็ยังไม่ทันได้ตอบสนอง พริบตาเดียวก็ถูกหลินสู่กวงกดไว้ด้วยมือเดียว
ที่หน้าประตูตำหนักหยกสุญตา ศิษย์ระดับกลางถึงสูงสองคนถูกคนนอกเหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้า
หากเรื่องนี้แพร่ออกไป จะไม่ทำให้เกิดความโกลาหลได้อย่างไร
นี่เท่ากับเป็นการยั่วยุอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ตอนนี้สิ่งที่ซูเป่ยเฉินสนใจกลับเป็น… “ให้ตายสิ นายแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
หลินสู่กวงไม่สนใจเจ้าหนูนี่ เหยียบศิษย์ตำหนักหยกสุญตาสองคนนั้นไว้ “ซูเหลิ่งเยวี่ยอยู่ที่ไหน”
“แกกล้าทำร้ายพวกฉัน แกตายแน่” ทั้งสองคนโกรธจนหน้าแดง
หลินสู่กวงยิ้ม “ฉันตายแน่เหรอ มาสิ พูดมาสิว่าฉันจะตายอย่างไร”
ตบลงไปฉาดหนึ่ง ทั้งสองคนหน้ามืดตาลายทันที
“ฉันพูด ฉันพูด…”
หลินสู่กวงลุกขึ้น พูดกับซูเป่ยเฉินที่อ้าปากค้างอย่างไม่ใส่ใจว่า “ไปกันเถอะ”
ซูเป่ยเฉินหันกลับไปมองศิษย์ตำหนักหยกสุญตาทั้งสองคนที่ดูทุลักทุเล “ปล่อยพวกเขาไปแบบนี้เหรอ”
หลินสู่กวงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่อย่างนั้นจะฆ่าเลยเหรอ ในนามของตระกูลซูของนายงั้นเหรอ”
ซูเป่ยเฉินยิ้มเจื่อน ๆ
เขาไม่กล้า
ตำหนักหยกสุญตาถึงจะไม่ได้รับการยอมรับจากทุกคน แต่ก็มีผู้แข็งแกร่งระดับมหาปราชญ์อยู่จริง ๆ… ถ้าเขากล้าฆ่าคนที่หน้าประตูตำหนักหยกสุญตา คืนนี้เขาจะต้องถูกผู้อาวุโสตระกูลซูสับเป็นหมื่นชิ้น
รีบตามหลังหลินสู่กวงไป เขาก็อยากรู้เหมือนกัน “ทำไมฉันรู้สึกว่า นายมาตำหนักหยกสุญตาก็เหมือนกับไม่มีอะไรต้องกลัวเลย ฉันจำไม่ผิด สำนักกระบี่คล้องของพวกนายเกลียดตำหนักหยกสุญตามากไม่ใช่เหรอ นายมาถึงหน้าประตูแบบนี้ มันเหมือนกับการยั่วยุเกินไป… ก่อนหน้านี้ฉันยังคิดว่านายกับพี่สาวฉันมีความแค้นอะไรกัน ไม่อย่างนั้นเธอจะให้นายมาตำหนักหยกสุญตาทำไม มาส่งตัวเองให้ถึงที่เหรอ แน่นอนว่าก็มีความเป็นไปได้อยู่อย่างหนึ่ง คือพี่สาวฉันไม่รู้ว่านายมาจากสำนักกระบี่คล้อง… เธออยู่ที่เมืองเซวียนหยวนนานเกินไป ไม่เคยออกไปข้างนอก ไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องปกติ…”
ซูเป่ยเฉินพูดไม่หยุด
ไม่รู้ว่าหลินสู่กวงได้ยินเข้าไปบ้างไหม ขณะที่เดินอยู่ในประตูภูเขาของตำหนักหยกสุญตา เขาก็พลันหยุดฝีเท้าลง
ซูเป่ยเฉินถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “เป็นอะไรไป พี่สาวฉันอยู่ที่หออวี้ซู่ ข้างหน้าก็ถึงแล้ว”
หลินสู่กวงละสายตา “ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ”
ขณะเดียวกัน
ในโถงใหญ่บนภูเขาด้านหน้า กู่ชิงซานพลันลืมตาขึ้น แสงคมกล้าเปล่งประกาย
“เขามาแล้ว”
ข่าวการตายขององค์ชายเก้าได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองเซวียนหยวนแล้ว
แต่เดิมตามสัญญาบน [ม้วนคัมภีร์เก้ามาร] เมื่อองค์ชายเก้าตาย เขาก็จะต้องตายตามไปด้วย แต่ที่แปลกคือเขาไม่ได้ตาย… เห็นได้ชัดว่ามีคนอื่นควบคุม [ม้วนคัมภีร์เก้ามาร] แล้ว
“น่าสนใจ”
ด้านหน้ามีศิษย์คนหนึ่งเดินเข้ามา “อาจารย์ เมื่อครู่มีศิษย์จากตีนเขารายงานว่า ซูเป่ยเฉินพาคนแปลกหน้าคนหนึ่งบุกเข้ามาในประตูภูเขา”
กู่ชิงซานเอ่ยปากเรียบ ๆ “ฉันรู้แล้ว”
ศิษย์คนนั้นชะงักไป “เรื่องนี้… จะต้อง?”
กู่ชิงซานหลับตาลงอีกครั้ง “กดเรื่องไว้”
ศิษย์ตะลึงงันไป พอได้สติก็รีบตอบว่า “ครับ ครับครับ”
รอจนศิษย์เดินจากไป กู่ชิงซานก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เมื่อครู่เอง หลินสู่กวงส่งเสียงมาในใจของเขา สีหน้าของเขาพลันดูแปลกไป
“มารร้ายเหรอ เขาต้องการสิ่งเหล่านี้ทำไม”
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง กู่ชิงซานไม่ได้เลือกที่จะเมินเฉย แต่กลับลุกขึ้นยืนแล้วทำตาม
คนที่สามารถควบคุม [ม้วนคัมภีร์เก้ามาร] จากมือขององค์ชายเก้าได้… เขาก็อยากรู้ที่มาที่ไปของคนคนนี้มากเช่นกัน