- หน้าแรก
- สยบภพด้วยคมดาบ
- สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 633 ปล่อยนะ ไอ้คนไร้ยางอาย
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 633 ปล่อยนะ ไอ้คนไร้ยางอาย
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 633 ปล่อยนะ ไอ้คนไร้ยางอาย
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 633 ปล่อยนะ ไอ้คนไร้ยางอาย
หลินสู่กวงไม่ได้คัดค้านข้อเสนอของซูมู่ยวี้ แต่ก็ไม่ได้เดินออกจากพายุอัสนีทันที กลับกันเขายังคงหยิบแร่ธาตุอัสนีออกมาจากผนังภูเขา หลอมพวกมันต่อหน้าเผยชีไม่หยุด…
เด็กสาวคนนี้ถึงกับตาค้าง เธอกระตุ้นโลหิตปราณออกมาต่อต้านความรู้สึกชาจากสายฟ้าอย่างแข็งขัน ดวงตาทั้งสองข้างที่แดงก่ำเบิกกว้างจับจ้องไปที่หลินสู่กวงไม่วางตา ราวกับกำลังพึมพำอะไรบางอย่างอยู่ในปาก
ซูมู่ยวี้หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ขยับเข้าไปใกล้ ๆ อย่างระมัดระวังเพื่อฟังให้ชัด ก็ได้ยินเผยชีพูดทุกครั้งที่หลินสู่กวงหลอมผลึกพลังงานเสร็จหนึ่งก้อนว่า “อันนี้ห้าหมื่น… หายไปแล้ว”
“อันใหญ่ขนาดนี้ต้องแพงกว่าแน่ อย่างน้อยก็หนึ่งแสน…”
“ไม่แบ่งให้ฉันดูดซับสักนิดเลย โกรธจะตายอยู่แล้ว!”
ซูมู่ยวี้หน้าขึ้นเส้นดำ “…”
แต่เขาก็มองหลินสู่กวงกับเผยชีสองคนอย่างสงสัย ในใจคาดเดาว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
หลินสู่กวงดูดซับรวดเดียวจนแร่ธาตุอัสนีบริเวณนั้นหมดเกลี้ยง เหลือเพียงความว่างเปล่าจนน่าใจหาย เงินก้อนโตทั้งหลายก็ไหลเข้าท้องของหลินสู่กวงไปแบบนี้
เผยชีถอยออกจากม่านอัสนีไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอนอนแผ่อยู่บนพื้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ใบหน้าแสดงออกถึงความสิ้นหวังในชีวิต
“แกร๊ก—”
เกรงว่าจะเป็นเพราะหลินสู่กวงดูดซับไปมากเกินไป ม่านกั้นภายในสายแร่จึงแตกสลายไปเอง
เผยชีดีดตัวขึ้นมาทันที กางแขนออกแล้วพุ่งเข้าไป หากไม่ใช่เพราะหลินสู่กวงตอบสนองเร็ว เกรงว่าคงจะพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเขาไปแล้ว
ซูมู่ยวี้อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปาก เขาไม่กล้าทำตัวบุ่มบ่ามเหมือนเผยชี ทำได้เพียงมองไปที่หลินสู่กวงอย่างสอบถาม
“เวลาไม่มากแล้ว พวกนายรีบเก็บกันเถอะ” หลินสู่กวงไม่ได้ขวาง
ก่อนหน้านี้ตกลงเรื่องสัดส่วนกันไว้แล้ว
แต่ซูมู่ยวี้กลับส่ายหน้ายิ้มอย่างขมขื่น เขาพบว่าตนเองโดนหลินสู่กวงหลอกเข้าให้แล้ว
ตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ เขาสามารถเอาไปได้หนึ่งส่วนครึ่ง
แต่ความจริงแล้ว ทรัพยากรแร่ธาตุที่มหาศาลขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงจิ้งจอกอสูรนับหมื่นพันที่จ้องมองอย่างละโมบอยู่ ต่อให้เขาอยากจะเอาทรัพยากรแร่ธาตุไปหนึ่งส่วนครึ่งจริง ๆ แต่พลังฝีมือของเขาก็ไม่อนุญาต
ปริมาณที่เขาจะเอาไปได้มากที่สุดก็ขึ้นอยู่กับว่าเผยชีจะมีความสามารถแค่ไหน
เกรงว่าปริมาณที่เขากับเผยชีรวมกันยังสู้ส่วนที่หลินสู่กวงเพิ่งจะหลอมไปไม่ได้เลย
เผยชียังคิดอยากจะดูดซับอีกสักพัก แต่เทคนิคการหลอมของเธอจะไปสู้หลินสู่กวงได้อย่างไร แร่ธาตุอัสนีเพียงก้อนเดียวยังไม่ทันจะหลอมเสร็จ ฉางหู่ซานก็ส่งสัญญาณเรียกประชุมมาแล้ว ซึ่งหมายความว่าเธอไม่สามารถหลอมต่อไปได้อีก
เธอเก็บแร่ธาตุอัสนีครึ่งก้อนที่ยังหลอมไม่เสร็จใส่กระเป๋าอย่างไม่สบอารมณ์ “พวกนายถอยไปหน่อย”
ซูมู่ยวี้ถอยหลังทันที
หลินสู่กวงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจากไปก็พูดอย่างมีความหมายว่า “เธอเก็บไปเถอะ ฉันดูอยู่”
เผยชีที่คิดจะแอบเก็บไปอีกหน่อยถูกมองทะลุ จึงถลึงตามองอย่างไม่สบอารมณ์ “นายคิดว่าฉันเป็นเหมือนนายหรือไง”
หลินสู่กวงก็ไม่โกรธ กอดอกยืนอยู่ข้าง ๆ
จะเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ ทั้งสองคนรู้ดีแก่ใจที่สุด
ภายใต้การอัญเชิญของเผยชี เบื้องหน้าของเธอปรากฏวังวนสีดำขึ้น ราวกับถุงสีดำใบใหญ่ กำลังเคลื่อนย้ายภูเขาแร่แห่งนี้เข้าไปอย่างต่อเนื่อง
การสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากการแตกของภูเขาทำให้เกิดพายุทรายพัดโหมกระหน่ำในบริเวณใกล้เคียง
ไม่น่าแปลกใจที่ก่อนหน้านี้เผยชีให้ทั้งสองคนถอยหลัง
“เสี่ยวชีเร็วเข้า ที่ไกล ๆ มีความเคลื่อนไหว คงจะถูกพวกเราที่นี่รบกวนเข้าแล้ว” ซูมู่ยวี้พลันสัมผัสได้ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
สีหน้าของหลินสู่กวงพลันเคร่งขรึมขึ้นมาเล็กน้อยในทันที
ในการรับรู้ของเขา ปราณอาฆาตที่ระเบิดออกมาจากร่างของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งกว่าจิ้งจอกอสูรสามหางที่เคยเจอมาไม่รู้กี่เท่า
และจำนวนก็ไม่น้อยเลย!
ที่นี่มันที่ไหนกันแน่ ถึงได้ซ่อนสัตว์ร้ายไว้มากมายขนาดนี้!
“พอแล้ว พวกเราไปกันเถอะ!”
หลินสู่กวงเพิ่งจะหยิบดาบออกมา ก็ได้ยินเผยชีตะโกนเสียงอ่อนแรงครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ในมิติเก็บของของเธอบรรจุของไว้มากเกินไป แถมยังเป็นแร่ธาตุอัสนีอีก ย่อมต้องสิ้นเปลืองพลังของเธอไปไม่น้อย
หลินสู่กวงเห็นดังนั้นจึงยื่นโอสถหลอมกระดูกให้เม็ดหนึ่ง
เผยชีชะงักไป ดูเหมือนจะคาดไม่ถึงว่าผู้ชายขี้เหนียวคนนี้จะยอมควักโอสถออกมา… “ฉันไม่มีเงินให้นายนะ”
หลินสู่กวงดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ “ครั้งนี้ไม่เก็บเงิน”
“หึ ๆ” เผยชียื่นมือไปรับมา แล้วกลืนลงไปในคำเดียว
เธอหันกลับมาอย่างสงสัย เห็นหลินสู่กวงพุ่งเข้าไปในเหมือง ก็มองไปอย่างแปลกใจ “นายทำอะไรน่ะ”
“ทิ้งเซอร์ไพรส์ไว้ให้พวกมันหน่อย”
ซูมู่ยวี้ก็ไม่ได้สังเกตว่าหลินสู่กวงทำอะไร เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า หลังจากยืนยันตำแหน่งแล้วก็จดพิกัดของที่นี่ไว้
“ไปกันเถอะ” หลินสู่กวงเรียกครั้งหนึ่ง แต่ซูมู่ยวี้พอได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนก็ทำหน้าแปลก ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนทำให้เขารู้สึกงุนงง
ไม่นะ ไม่ใช่หรอกนะ หลินสู่กวงเคยทิ้งเผยชีไปแล้วเหรอ
ซูมู่ยวี้ยังมีเรื่องต้องขอร้องหลินสู่กวง ไม่กล้าถามคำถามในใจออกมา ได้แต่ตามหลังหลินสู่กวงไปอย่างรวดเร็ว
ครืนนน!
ไม่รู้ว่ามีตัวตนอะไรมาถึง ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวนอกเหมืองแร่ธาตุ
ซูมู่ยวี้และเผยชีต่างก็ราวกับถูกพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่อีกฝ่ายระเบิดออกมาทำให้ตกใจจนหน้าซีดเผือด หันกลับไปมอง แต่ในวินาทีต่อมาก็พลันมีเสาแสงอัสนีพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับมหาวิบัติสวรรค์ทำลายล้างโลก พริบตาเดียวก็ทำลายทะเลเมฆบนท้องฟ้าจนหมดสิ้น คลื่นเสียงที่มองไม่เห็นยิ่งราวกับคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำไปทั่วทุกทิศทาง
แม้ว่าซูมู่ยวี้และเผยชีทั้งสองคนจะตามหลังหลินสู่กวงไปไกลถึงเจ็ดแปดกิโลเมตรแล้ว แต่ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงปราณป้องกายอันดุร้ายที่พุ่งเข้ามาปะทะใบหน้า สีหน้าของทั้งสองคนยิ่งซีดเผือดลงไปอีก
“เมื่อกี้… นายทำอะไรลงไป”
เผยชีอดไม่ได้ที่จะหันไปมองแล้วถาม
หลินสู่กวงหันกลับไปมองเหมืองแร่ธาตุที่อยู่ไกล ๆ ด้วยสายตาที่สงบนิ่ง “ไม่ได้ทำอะไร แค่วางกับดักพายุอัสนีง่าย ๆ ไว้”
แค่ง่าย ๆ เหรอ
ซูมู่ยวี้ได้ยินคำพูดของหลินสู่กวงแล้วก็กลืนน้ำลาย
เดิมทีคิดว่าหลินสู่กวงอยู่แค่ระดับสอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าหลินสู่กวงอาจจะอยู่ถึงระดับห้าแล้ว!
“ท่าน… ท่านเทพ”
หลินสู่กวงละสายตากลับมา “อีกฝ่ายยังไม่ตาย แต่พายุอัสนีนี้คงจะยังไม่หายไปในเร็ว ๆ นี้ ถ้าไม่อยากถูกอีกฝ่ายหมายหัว ตอนนี้รีบหนีไปก่อนดีกว่า”
“นายสัมผัสได้เหรอ ตกลงแล้วมันคืออะไร” แม้ว่าเผยชีจะมีการปลุกพลังครั้งที่สอง แต่ในด้านพลังจิตวิญญาณก็ยังคงเทียบไม่ได้กับหลินสู่กวงและซูมู่ยวี้
“น่าจะเป็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งล่ะมั้ง”
คำตอบของหลินสู่กวงทำให้เผยชีและซูมู่ยวี้ต่างก็หันมามอง “จิ้งจอกอสูรเหรอ”
หลินสู่กวงส่ายหน้า “ไม่ใช่ หัวเป็นจระเข้ ตัวเป็นงู… จิ้งจอกอสูรเมื่ออยู่ต่อหน้ามันก็ไม่มีอะไรเลย”
เผยชีและซูมู่ยวี้ชะงักไป
มาถึงเมล็ดพันธุ์อัคคีหมายเลขสิบเอ็ด พวกเขายังไม่เคยเห็นสัตว์ร้ายเช่นนี้มาก่อน
ไม่น่าแปลกใจที่ก่อนหน้านี้ฉางหู่ซานเคยพูดไว้ ว่าอย่าเดินไปมาในที่นี่ตามอำเภอใจ ไม่แน่ว่าอาจจะไปเจอเข้ากับสัตว์ร้ายบรรพกาลอะไรเข้าก็ได้
“พวกเรารีบถอยกันเถอะ” ซูมู่ยวี้กลัวขึ้นมาทันที
หลินสู่กวงพยักหน้า มองไปที่เผยชี “ดีขึ้นบ้างไหม”
เผยชีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าได้โอสถจินหยวนอีกสักเม็ดคงจะดีกว่านี้”
ซูมู่ยวี้ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนอีกครั้ง “…” ทำหน้าแปลก ๆ
หลินสู่กวงยิ่งไม่พูดไร้สาระ แค่นเสียงเย็นชาครั้งหนึ่ง ยื่นมือออกไปคว้าตัวเผยชีโดยตรง แล้วลากเธอพุ่งออกไป ไม่ลืมที่จะเอ่ยปากกับซูมู่ยวี้ว่า “ตามมา”
ซูมู่ยวี้เพิ่งจะเตรียมก้าวเท้า ก็ได้ยินเผยชีด่าด้วยความโกรธปนอายว่า
“หลินสู่กวง ไอ้สารเลว จะจับตรงไหน!!!”