เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 619 ปาฏิหาริย์จากสวรรค์

สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 619 ปาฏิหาริย์จากสวรรค์

สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 619 ปาฏิหาริย์จากสวรรค์


สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 619 ปาฏิหาริย์จากสวรรค์

แสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่อง เมฆาเซียนลอยอ้อยอิ่งอยู่บนยอดเขา บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์เสียงแตรงอนดังกึกก้องสะท้านฟ้า

สายตาของหลินสู่กวงกลับมาจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์มายังสำนักจัดการพิเศษอีกครั้ง… ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มุมปากเผยรอยยิ้มแปลกประหลาดออกมา

“บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาศักดิ์สิทธิ์?”

พรสวรรค์อันแข็งแกร่งเป็นพิเศษที่หลินหลานแสดงออกมาที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทำให้ผู้บริหารระดับสูงเหล่านั้นตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด เข้าภูเขามาสิบห้าวันก็เลื่อนขั้นเป็นมหายอดปรมาจารย์ขอบเขตหลอมอวัยวะ ความเร็วในการฝึกฝนเช่นนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในภูเขาศักดิ์สิทธิ์

ทรัพยากรฝึกฝนที่ได้มาจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์ หลินหลานได้ส่งมอบให้ผู้อาวุโสฉีหลางแห่งยอดเขาที่เจ็ดอย่างลับ ๆ แล้ว ระหว่างที่ออกไปข้างนอก ก็ได้โยนแหวนมิติที่บรรจุทรัพยากรฝึกฝนไว้จนเต็มลงไปในหุบเขาแห่งหนึ่งตามที่ตกลงกันไว้… ร่างแยกวิญญาณโลหิตที่รออยู่ก่อนแล้วก็จะนำแหวนมิติเหล่านี้ไป

ในขณะที่ร่างแยกวิญญาณโลหิตกำลังเดินทางไปยังเมืองหวยเฉิง หลินสู่กวงก็ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาอยู่ที่สำนักจัดการพิเศษสักพักแล้วก็ไปที่ร้านค้าสกุลหลิน

แต่เดิมหลังจากประสบเหตุการณ์ปิดเมือง อาคารหลายแห่งในเมืองหวยเฉิงก็ได้รับความเสียหายไม่มากก็น้อย แม้ว่าเบื้องบนจะจัดสรรงบประมาณมาให้จำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถทำให้อาคารในเมืองหวยเฉิงกลับสู่สภาพเดิมได้

แม้ว่าชาวเมืองหวยเฉิงจำนวนมากจะได้รับวาสนาไม่น้อย แต่หลังจากที่ศพเดินได้ได้สังหารหมู่ไปก่อนหน้านี้ ประชากรของเมืองนี้ก็ลดลงไปหนึ่งในยี่สิบส่วน นี่เป็นตัวเลขที่มหาศาล สำหรับเมืองหนึ่งแล้วก็เพียงพอที่จะสั่นคลอนการพัฒนาเศรษฐกิจของมันได้

ร้านค้าสกุลหลินก็เป็นหนึ่งในนั้น หลังจากผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมา ธุรกิจก็ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน

หลินไห่หยางถือไม้กวาดกวาดพื้นอยู่หน้าโถง แม่หลินนั่งเด็ดผักอยู่ที่โต๊ะนอกเคาน์เตอร์ “ตาแก่ วันนี้พยากรณ์ว่าฝนจะตกไหม ทำไมฉันเห็นฟ้ามันมืดครึ้ม ๆ”

หลินไห่หยางก้าวข้ามประตู เงยหน้ามองท้องฟ้า ลมหนาวพัดมาเย็นยะเยือก เขาก็รีบถือไม้กวาดเดินเข้าไปข้างใน พลางบ่นพึมพำว่า “อากาศบ้า ๆ นี่ใครจะไปเดาถูก พยากรณ์อากาศต่อไปนี้ก็ไม่ต้องดูแล้ว อากาศมันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ปีที่แล้วช่วงนี้ฉันก็น่าจะใส่เสื้อแขนยาวแล้วนะ เธอดูฉันตอนนี้สิ…”

เขาจับเสื้อไหมพรมบนตัว… ฝึกฝนช้าไปหน่อย ไม่เหมือนหลินสู่กวงที่มีโลหิตปราณเข้มข้นพอที่จะต้านทานการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้

แม่หลินถอนหายใจ “นี่ฟ้าดินจะทำอะไรกันแน่ หยุดสักหน่อยไม่ได้หรือไง”

หลินไห่หยางก็ส่ายหน้า “เดี๋ยวนี้โลกนี้มีสัตว์ประหลาดปรากฏตัวไปทั่ว เมื่อไม่นานมานี้หลังจากเมืองหวยเฉิงเกิดเรื่อง ได้ยินมาว่ามีคนย้ายออกไปอย่างน้อยสามแสนคน”

“พวกเขาออกไปทำอะไรกัน” แม่หลินไม่เข้าใจ

หลินไห่หยางเก็บไม้กวาดไว้ข้างหนึ่ง “จะทำอะไรได้อีก เมืองหวยเฉิงเดิมทีก็เป็นเมืองเล็ก ๆ ครั้งที่แล้วคนกลุ่มนั้นได้ประโยชน์กันไปหมด ทุกคนต่างก็อยากจะไปเสี่ยงโชคที่เมืองใหญ่เพื่อความร่ำรวย… สมัยนี้โอกาสมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เธอจำเจ้าหนูหลี่ที่ถนนซีเหมินได้ไหม สองวันก่อนฉันเจอพ่อเขาคุยกันสองสามคำ ตอนนี้เจ้าหนูหลี่ไปเซี่ยงไฮ้แล้ว ว่ากันว่าเป็นครูมวยของสำนักยุทธ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ปีเดียวก็ทำเงินได้สามล้าน”

“หลี่อ้ายจวินคนนั้นเหรอ” แม่หลินก็อดที่จะซุบซิบไม่ได้ รู้สึกประหลาดใจ “อายุยี่สิบหกแล้วไม่ใช่เหรอ ปีที่แล้วยังได้ยินว่าเขาถูกบริษัทไล่ออก อยู่บ้านว่าง ๆ มาตลอด”

“แล้วก็คนแซ่เก๋อทางตะวันออกนั่นอีกคน บอกว่าไปตั้งทีมล่าสัตว์ที่ต่างถิ่น ตอนนี้ก็กำลังไปได้สวย ดังนั้นถึงได้บอกว่า สมัยนี้มีแต่วาสนา…” หลินไห่หยางทอดถอนใจไม่รู้จบ

ขณะที่กำลังพูดอยู่ ก็มีคนเข้ามาที่ประตู

หลินสู่กวงพอเข้ามาก็เห็นพ่อกับแม่ทั้งสองคนอยู่ แต่ไม่เห็นเงาของน้องสาว จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เสี่ยวซียังไม่กลับมาเหรอ”

“ไปฝึกยิงธนูกับท่านผู้เฒ่าหลิ่วแล้ว คาดว่าบ่าย ๆ คงจะกลับ” หลินไห่หยางยิ้มแล้วพูดว่า “ทำไมวันนี้ลูกกลับมาเร็วจัง ที่สำนักไม่มีอะไรเหรอ พ่อได้ยินมาว่าเมื่อวานต่างประเทศเกิดเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง”

“เรื่องเล็กน้อย ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ลือกันข้างนอกหรอก” หลินสู่กวงพูดส่ง ๆ เดินเข้าไปในร้าน แล้วดึงเก้าอี้มานั่ง

แม่หลินลุกขึ้นรินน้ำแก้วหนึ่งแล้วยื่นให้ “กินอะไรหรือยัง”

“ยังเลย” ตบะของหลินสู่กวงในตอนนี้ ไม่กินข้าวหลายวันก็ไม่มีปัญหา เพียงแต่ติดใจบะหมี่ของที่บ้าน จึงยิ้มแล้วพูดว่า “แม่ครับ เอาบะหมี่ชามเล็กให้ผมชามหนึ่งก็พอ”

“ได้ พ่อลูกจะทำให้เดี๋ยวนี้แหละ”

หลินไห่หยางเพิ่งจะนั่งลงก็ได้ยินภรรยาของตนเองออกคำสั่ง เงยหน้าขึ้นมอง “ฉันทำเหรอ”

“ฉันเหนื่อยแล้ว คุณไปทำ” แม่หลินเหลือบมองไปแวบหนึ่ง

หลินไห่หยางละสายตากลับมาอย่างไม่พอใจ แล้วรีบไปยังห้องครัวด้านหลัง

หลินสู่กวงเห็นภาพนี้ก็อดหัวเราะไม่ได้ โทรศัพท์ในกระเป๋าพลันดังขึ้น พอเห็นชื่อของอีกฝ่าย รอยยิ้มก็ยิ่งกว้างขึ้น

“พี่ซานไปทำมาหากินที่ไหนมาเนี่ย ไม่ได้ติดต่อฉันมาตั้งนานแล้วนะ”

เฝิงซานที่ปลายสายก็หัวเราะเบา ๆ “ฉันไม่ได้หาเงินได้มากนัก แต่ก็ใช้ไปไม่เยอะเหมือนกัน ตอนนี้ฉันเปิดสำนักยุทธ์แฟรนไชส์ยี่สิบแห่งที่ฮั่นเจียง ฝูเฉิง แล้วก็หนานฝู่แล้ว…”

“นายนี่ไม่เลวเลยนะ” หลินสู่กวงได้ยินว่าเฝิงซานตอนนี้กำลังรุ่งเรือง ก็อดที่จะดีใจแทนเขาไม่ได้

เฝิงซานหัวเราะเบา ๆ “ตอนนั้นต้องขอบใจนายที่ช่วยเตือนสติฉัน อีกสองวันฉันจัดการงานในมือเสร็จแล้ว พวกเราพี่น้องสองคนค่อยชวนเหล่าจินมากินข้าวกัน”

“ได้ รอข่าวนายนะ”

เฝิงซานพูดพลางลังเลไปเล็กน้อย ดูเหมือนจะพูดออกมาได้ยากอยู่บ้าง

“เจอปัญหาอะไรเหรอ” หลินสู่กวงเอ่ยปากถามก่อน

“ขยายกิจการเร็วเกินไป ตอนนี้เงินทุนหมุนเวียนไม่ค่อยคล่อง…” ยังไม่ทันที่เฝิงซานจะพูดจบ หลินสู่กวงก็พูดขัดขึ้นมา “พี่ซานพูดแบบนี้กับฉันมันก็ห่างเหินเกินไปแล้ว หนึ่งร้อยล้านพอไหม”

“แค่ก!” เฝิงซานเกือบจะสำลัก รีบพูดว่า “ไม่ต้อง ไม่ต้อง ให้ฉันยืมแปดแสนก็พอแล้ว พอให้ฉันอยู่ได้สามเดือน ต่อไปมีแข่งอีกหลายรายการ เงินรางวัลรวมกันก็สามล้านแล้ว สามล้านนี้ฉันต้องได้มาครองแน่นอน ถึงตอนนั้นปัญหาก็จะหมดไป”

หลินสู่กวงนึกอะไรขึ้นมาได้ “เรื่องที่เมืองหวยเฉิงเมื่อไม่นานมานี้นายได้ยินหรือยัง”

พอพูดถึงเรื่องนี้ เฝิงซานก็โกรธจัด “สวรรค์เฮงซวยนี่มันไม่ทำเรื่องดี ๆ บ้างเลย พอฉันไปมันก็แจกวาสนาให้ ให้ตายสิ ฉันนี่ขาดเวลาที่ไหนกัน สิ่งที่ฉันขาดก็คือวาสนาต่างหาก!”

หลินสู่กวงหัวเราะเบา ๆ “เตือนนายหน่อยแล้วกัน ครั้งนี้คนที่ออกจากเมืองหวยเฉิงไปทำงานมีมากกว่า 300,000 คน ในจำนวนนั้นก็มีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมอวัยวะที่หนุ่มแน่นอยู่ไม่น้อย ส่วนจะทำอย่างไรต่อไปก็แล้วแต่นายจะจัดการ”

“ให้ตายสิ 300,000 คน? ตอนนี้โลกวุ่นวายขนาดนี้ แต่ละคนช่างใจกล้าจริง ๆ ได้เลย เรื่องนี้เดี๋ยวฉันค่อยจัดการ คนบ้านเดียวกัน พูดเรื่องเงินมันจะเสียความรู้สึก เฮะ ๆ…” เฝิงซานหัวเราะอย่างมีเลศนัยที่ปลายสาย

หลินสู่กวงอดหัวเราะไม่ได้ หลังจากวางสายแล้วก็โอนเงินให้เฝิงซานไป 10,000,000 ทันที

ผ่านไปห้านาทีเต็ม เฝิงซานก็ส่งข้อความมา [เหล่าหลิน รอฉันกลับมาอย่างราชาได้เลย!]

หลินสู่กวงยิ้มเบา ๆ

ได้ยินเสียงหลินไห่หยางตะโกนมาจากหลังครัวว่าบะหมี่เสร็จแล้ว ก็วางโทรศัพท์ลง แล้วลุกไปยกด้วยตนเอง

กินบะหมี่ไปได้ไม่กี่คำ ทันใดนั้นจักจั่นสารทวสันต์ในห้วงสมุทรแห่งปัญญาก็สั่นสะท้านขึ้นมา หลินสู่กวงหยุดชะงักการกินบะหมี่ไป เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ในดวงตาปรากฏแสงลึกลับ ดวงจิตวิญญาณพลันออกจากร่าง พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า

ที่ใดที่หนึ่งอันไกลโพ้น มีลำแสงสีแดงฉานพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

“ที่นั่นคือ…”

ในร้านค้าสกุลหลินมีเสียงของหลินไห่หยางดังขึ้น “เป็นอะไรไป รสชาติไม่ถูกปากเหรอ”

เห็นหลินสู่กวงหยุดการกระทำลงอย่างกะทันหัน ก็อดที่จะสงสัยไม่ได้

“ไม่เป็นไรครับพ่อ คิดอะไรเพลินไปหน่อย” ดวงจิตวิญญาณของหลินสู่กวงกลับเข้าร่าง สายตาครุ่นคิด โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ครั้งนี้คนที่โทรมาคือผู้ว่าการมณฑลเย่หล่งเจิ้ง

“ทางเหนือมีปาฏิหาริย์จุติลงมา คุณสนใจไหม…”

จบบทที่ สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 619 ปาฏิหาริย์จากสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว