- หน้าแรก
- สยบภพด้วยคมดาบ
- สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 617 เรื่องเล็กน้อยของนายท่าน
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 617 เรื่องเล็กน้อยของนายท่าน
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 617 เรื่องเล็กน้อยของนายท่าน
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 617 เรื่องเล็กน้อยของนายท่าน
เหตุการณ์เสียชีวิตของผู้คนหลายพันคนในแคว้นทรายส่งผลกระทบไม่น้อยต่อประเทศเพื่อนบ้าน
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า มรดกกินคน
ตอนนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหุบเขาใหญ่สยองขวัญก็อดไม่ได้ที่จะทำให้ผู้คนนึกถึงแผนการสมคบคิดที่สะเทือนฟ้าดิน
“มรดกกินคนเหรอ มองย้อนไปตลอดสามร้อยปีมานี้ ไม่เคยมีเรื่องที่ว่ามรดกจะกินคนเลย ต้องมีใครอยู่เบื้องหลังแน่”
“ตกลงแล้วเป็นขุมอำนาจไหนกันที่ลงมือ หรือว่าจะมีองค์กรผู้ฝึกยุทธ์มารที่เทียบเคียงได้กับ [เทวาลัย] ปรากฏตัวขึ้นมาอีก วิธีการสังหารหมู่แบบนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว”
“ยุคแห่งความโกลาหลมาถึงแล้ว”
“แต่จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับทุกคนเสมอไป… ก่อนหน้านี้ป่ามารดำทำผิดพลาดครั้งใหญ่ ถูกขับไล่ออกจากประเทศ ย้ายจากต้าเซี่ยไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สุดท้ายก็ไปตั้งรกรากอยู่ที่แคว้นทราย องค์กรที่คล้ายกับโจรปล้นชิงนี้ชั่วช้าเลวทราม ตอนนี้ถูกกำจัดไปแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ”
“ก่อนหน้านี้ตอนที่มีข่าวลือว่ามรดกกินคน ก็มียอดฝีมือปรากฏตัวออกมาเตือนทุกคนว่าอย่าได้ลองง่าย ๆ คนที่กล้าไปมีใครบ้างที่ไม่ใช่พวกทะเยอทะยาน หวังจะขึ้นสวรรค์ในก้าวเดียว…”
“น่าเสียดาย ก้าวเดียวขึ้นสวรรค์ บรรลุผลสำเร็จ”
“ประเทศใกล้เคียงต่างก็ปิดเส้นทางแล้ว มียอดฝีมือไปสำรวจที่เกิดเหตุแล้ว… ว่ากันว่าที่เกิดเหตุไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียว มีแต่ซากศพเกลื่อนพื้น เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางตะวันตกก่อนหน้านี้ไม่มีผิด…”
“ที่เกิดเหตุมีหลุมลึกขนาดใหญ่กว้างร้อยเมตรอยู่…”
“ฉันได้ยินมาว่าพื้นดินของหุบเขาใหญ่สยองขวัญทั้งหมดถูกถล่มลงไปสิบกว่าเมตร พอจะจินตนาการได้เลยว่าสถานการณ์การต่อสู้ในตอนนั้นจะดุเดือดเพียงใด…”
คำพูดวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานาแพร่กระจายออกจากแคว้นทรายไปทั่วทุกทิศทางราวกับรัศมี เรื่องราวเกี่ยวกับ [มรดกกินคน] ของหุบเขาใหญ่สยองขวัญจะต้องกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในวันนี้อย่างแน่นอน
การคาดเดาต่าง ๆ ผ่านการถกเถียงและวิเคราะห์ของผู้คนนับร้อยล้าน ค่อย ๆ กลายเป็นเวอร์ชันต่าง ๆ กระทั่งทฤษฎีสมคบคิดนานาชนิดก็ปรากฏขึ้นมา
เมืองหวยเฉิง
ซือเชียนจวินมองดูข้อมูลที่เบื้องบนแจกจ่ายมา คิ้วขมวดแน่น “ครั้งนี้เรื่องราวมันใหญ่เกินไปแล้ว ไม่มีใครแน่ใจได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่… คนหลายพันคนถูกฆ่า แม้แต่ที่เกิดเหตุก็ยังวิเคราะห์ไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ กระทั่งสุดท้ายยังหาเบาะแสของมรดกนั่นไม่เจอเลย… น่ากลัวเกินไปแล้ว”
หลินสู่กวงนั่งอยู่ตรงข้ามเขา ในฐานะผู้ก่อเหตุการณ์สะเทือนโลกครั้งนี้ ตอนนี้เขากลับมีสีหน้าสงบนิ่งรินชาให้ตัวเองหนึ่งถ้วย ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้
ซือเชียนจวินวางหนังสือพิมพ์ภายในลง มองไปแล้วพูดว่า “ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่เจ็ด นายมีใครแนะนำไหม ครั้งนี้ทางเมืองหลวงมณฑลจะต้องพิจารณาข้อเสนอของนายอย่างจริงจังแน่นอน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกนั้นไม่กล้าคัดค้านหรอก”
ด้วยระดับตำแหน่งทางการปกครองและตบะของหลินสู่กวงในตอนนี้ การเป็นเพียงหัวหน้าหน่วยที่เจ็ดย่อมเป็นการใช้คนไม่สมกับความสามารถ ตบะที่แท้จริงของเขาในตอนนี้กระทั่งยังแข็งแกร่งกว่าผู้อำนวยการสำนักงานอย่างซือเชียนจวินเสียอีก
ด้วยแนวคิดที่ว่าต้าเซี่ยให้ความเคารพผู้แข็งแกร่ง ย่อมไม่มีทางให้หลินสู่กวงไปเป็นแค่หัวหน้าหน่วย หากเป็นคนอื่นก็เท่ากับเป็นการดูถูกผู้แข็งแกร่ง
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างหลินสู่กวงกับซือเชียนจวินก่อนหน้านี้แน่นแฟ้นเสียจนไม่สนใจเรื่องเหล่านี้เลย
“คนที่จะมาเป็นหัวหน้าหน่วยที่เจ็ด… ผมขอคิดดูก่อนนะ ข้างบนรีบมากเหรอ”
เขาถามซือเชียนจวิน
ซือเชียนจวินส่ายหน้าแล้วหัวเราะ “แค่พลังของนายตอนนี้ ต่อให้พวกเขารีบแค่ไหนก็ต้องเก็บไว้ ในเมื่ออยู่ต่อหน้านาย ไม่ว่าเมื่อก่อนพวกเขาจะเจ๋งแค่ไหน อยู่ต่อหน้านายก็เป็นแค่หลานชาย นายทำตามใจได้เลย… มีพลังแข็งแกร่งมันก็ดีแบบนี้แหละ”
ทั้งสองคนสบตากัน แล้วก็พากันยิ้มอย่างมีเลศนัย
หลังจากออกจากห้องของซือเชียนจวิน หลินสู่กวงก็กลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
ตั้งแต่ตอนที่เพิ่งเข้าทำงานที่สำนักจัดการพิเศษจนถึงการรับตำแหน่งต่อจากหัวหน้าหน่วยเจียง และตอนนี้กลายเป็นผู้ตรวจการของสำนักงานใหญ่สำนักจัดการพิเศษ มีตำแหน่งเทียบเท่ากับผู้ว่าการมณฑล สามารถโยกย้ายกำลังพลของสำนักจัดการพิเศษทั่วต้าเซี่ยได้ เรียกได้ว่าเป็นขุนนางผู้ทรงอำนาจแห่งยุค
ในช่วงเวลานี้ เขากลับมาที่ห้องทำงานของหน่วยที่เจ็ดน้อยครั้งมาก
“หัวหน้าหน่วยหลิน ท่านหาผมเหรอ” ไป๋เหิงเคาะประตู ยื่นหน้าเข้ามา ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ
ตอนนั้นเขาเป็นเพียงคนธรรมดาในสำนักจัดการพิเศษ ต่อมาถูกย้ายมาเป็นกำลังหลักให้หลินสู่กวง กล่าวได้ว่าในสำนักจัดการพิเศษ นอกจากซือเชียนจวินแล้ว เขาก็เป็นคนที่สนิทกับหลินสู่กวงมากที่สุดเป็นอันดับสอง
“นั่งสิ” หลินสู่กวงส่งสัญญาณ
ไป๋เหิงพลันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย ตอนที่ปิดประตูก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง คิดว่าเรื่องที่ตนเองทำไปหลินสู่กวงรู้แล้ว รีบยืนอยู่ที่ประตูที่ห่างออกไป “แปดร้อยเมตร” แล้วสารภาพผิดว่า “หัวหน้าหน่วยหลิน ผมรู้ว่าผมผิดแล้ว ผมไม่ควรจะตอบตกลงคำเชิญของน้องชายภรรยาของอาเจ็ดของลูกพี่ลูกน้องคนที่สองของลูกสาวน้าสามของผม เขาแค่อยากจะส่งของล็อตหนึ่ง ผมตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหาอะไร แต่ด่านชายแดนตรวจเข้มมาก เลยฝากคนมาใช้เส้นสายจากผม… ผมก็ไม่มีทางเลือก ต้องติดต่อคนอยู่ตลอด บุญคุณความสัมพันธ์พวกนี้ผมก็ต้องดูแลบ้าง”
หลินสู่กวงชะงักไป พูดอย่างไม่พอใจว่า “ฉันว่าทำไมพลังของนายถึงไม่เพิ่มขึ้นสักที ที่แท้ก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องหยุมหยิมพวกนี้นี่เอง”
ไป๋เหิงเหงื่อตก กลัวว่าตนเองจะทำผิดกฎแล้วถูกไล่ออกจากสำนักจัดการพิเศษ ผลคือก็ได้ยินหลินสู่กวงพูดต่อ “ไม่ใช่เรื่องนี้ นั่งลง”
“หา ไม่ใช่เรื่องนี้เหรอ” ไป๋เหิงยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น ไม่ใช่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องนั้นได้ยังไง
“หัว หัวหน้าหน่วยหลิน… ผมกับเสี่ยวเยวี่ยรักกันจริง ๆ นะ…”
หลินสู่กวงหยุดรินน้ำ
นี่มันเรื่องอะไรกันอีก
“เสี่ยวเยวี่ยคือใครอีก”
ไป๋เหิงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง “ลูกสาวของหัวหน้าหน่วยที่หนึ่ง…”
“หน่วยที่หนึ่งเหรอ หยางเทียนอี่ นายไปจีบลูกสาวเขามาเหรอ” หลินสู่กวงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
ไป๋เหิงกลืนน้ำลาย
เขารู้ดีว่าหัวหน้าของตนเองเคยมีเรื่องกับหยางเทียนอี่ใหญ่โตแค่ไหน
แต่เขากับหยางเสี่ยวเยวี่ยรู้จักกันก็เป็นเรื่องบังเอิญ ใครจะไปรู้ว่าหลังจากเปิดห้องกันแล้วถึงได้รู้ตัวตนของอีกฝ่าย… เด็กสาวคนนั้นพูดไว้แล้วว่าถ้าเขาไป๋เหิงกล้าทิ้งเธอ เธอจะให้พ่อของเธอตัดของเขาด้วยมือตัวเอง
“เรื่องเมื่อไหร่” หลินสู่กวงอดไม่ได้ที่จะถามอย่างอยากรู้
ไป๋เหิงมองสีหน้าของหลินสู่กวงอย่างฉลาด แล้วชูสองนิ้ว “เรื่องเมื่อสองสัปดาห์ก่อน”
“แต่ฉันสงสัยนะ หยางเทียนอี่ก็แก่ขนาดนี้แล้ว ลูกสาวเขาอายุเท่าไหร่” หลินสู่กวงยังคงถามเรื่องซุบซิบต่อไป
ไป๋เหิงหัวเราะแห้ง ๆ แล้วอธิบายว่า “หัวหน้าหน่วยที่หนึ่งคนนั้นมีลูกสาวตอนแก่ ที่สำคัญที่สุดคือลูกสาวเขาสวยมาก ไม่อย่างนั้นผมก็คงไม่ตกหลุมพราง”
หลินสู่กวงหัวเราะเบา ๆ “ได้เลย อย่าลืมชวนฉันไปงานแต่งล่ะ”
ไป๋เหิงถอนหายใจโล่งอก ในที่สุดก็ยิ้มออกมาได้ นั่งลงบนเก้าอี้ “หัวหน้าหน่วยหลิน ท่านหาผมมีเรื่องอะไร”
การเรียกว่าผู้ตรวจการหลินดูห่างเหินเกินไป เรียกหัวหน้าหน่วยหลินยังสบายใจกว่า
หลินสู่กวงพูดส่ง ๆ “มีภารกิจให้นายทำ”
ไป๋เหิงไม่ได้ฟังด้วยซ้ำว่าภารกิจคืออะไร รีบตบหน้าอกแสดงความภักดี “หัวหน้าหน่วยหลินสั่งมาได้เลย ต่อให้ต้องลุยน้ำลุยไฟ ผมไป๋เหิงก็ไม่ขมวดคิ้วแม้แต่น้อย…”
หลินสู่กวงยิ้มบาง ๆ มองเจ้าหมอนี่ที่กำลังประจบสอพลอ แล้วพูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง “ทะลวงผ่านสู่มหายอดปรมาจารย์ขอบเขตหลอมอวัยวะภายในหนึ่งเดือน ฉันเตรียมวาสนาครั้งใหญ่ไว้ให้นายแล้ว”
“หนึ่งเดือน” ไป๋เหิงอ้าปากค้าง
ตอนนี้เขาเพิ่งจะอยู่หลอมอวัยวะสองชั้นฟ้า นี่ก็ยังเป็นเพราะได้รับการช่วยเหลือจากหลินสู่กวงถึงได้ทะลวงผ่านสองชั้นฟ้ามาได้อย่างยากลำบาก นี่ถ้าให้ทะลวงผ่านสู่ยอดปรมาจารย์ภายในหนึ่งเดือน คงจะฆ่าเขาให้ตายเสียดีกว่า
“นี่เป็นคำสั่งเด็ดขาด ทรัพยากรของหน่วยที่เจ็ดฉันจะแบ่งให้นายส่วนหนึ่ง เดือนหน้าการสังสรรค์ทั้งหมดให้ปฏิเสธไปให้หมด รวมถึงเรื่องแฟนสาวของนายด้วย เดือนหนึ่งเจอกันน้อยลงหน่อยก็ไม่ตายหรอก… อย่ามาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ใส่ฉันนะ คนที่เข้ามาในสำนักจัดการพิเศษได้พรสวรรค์ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันหรอก นายแค่ชอบเที่ยวเล่นมากเกินไป กลับมาขัดเกลาพรสวรรค์สักเดือนเดียวก็เพียงพอสำหรับนายแล้ว!”
“อีกอย่าง ถ้าภายในหนึ่งเดือนนี้ฉันรู้ว่านายอู้งาน ฉันไม่รับประกันนะว่าวันไหนหยางเทียนอี่จะบุกมาหักขานาย ฉันไม่ห้ามด้วย”
“ฉันก็ไม่มีเวลาห้ามหรอก ช่วงเวลาต่อจากนี้ฉันแทบไม่มีเวลาว่างเลย จะรอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวนายเอง”
ไป๋เหิงสีหน้าเปลี่ยนไป ไม่คิดว่าเรื่องสุดท้ายที่อีกฝ่ายสนใจกลับเป็น… “หัวหน้าหน่วยหลิน บอกใบ้หน่อยได้ไหมครับ ถ้าผมทำได้จะได้ประโยชน์อะไร”
หลินสู่กวงยิ้มเบา ๆ
“ความฉลาดหลักแหลมนี้มีครึ่งหนึ่งของฉันในตอนนั้น แต่ฉันก็จะไม่บอก โมโหไหมล่ะ”