- หน้าแรก
- สยบภพด้วยคมดาบ
- สยบภพด้วยคมดาบ 550 ความหวังในวิชาลับ
สยบภพด้วยคมดาบ 550 ความหวังในวิชาลับ
สยบภพด้วยคมดาบ 550 ความหวังในวิชาลับ
สยบภพด้วยคมดาบ 550 ความหวังในวิชาลับ
คนตระกูลฉินบุกมาอย่างดุดัน แต่สุดท้ายกลับต้องจากไปอย่างหัวซุกหัวซุน
ทูตของพันธมิตรเหล็กกล้าก็ถูกคนของสำนักงานจัดการพิเศษโยนออกมาจากลานใหญ่ หนีไปอย่างทุลักทุเลท่ามกลางความตกตะลึง เขาต้องรีบกลับไปที่พันธมิตรเหล็กกล้า เพื่อรายงานข่าวเรื่องพลังที่แท้จริงของหลินสู่กวงให้หัวหน้าพันธมิตรทราบโดยเร็ว...เพียงแต่ระหว่างทางกลับหายตัวไปอย่างกะทันหัน
ไม่มีใครรู้กระบวนการที่แน่ชัด และไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝีมือของขุมอำนาจฝ่ายไหน คนคนหนึ่งระเหยหายไปจากโลกอย่างเงียบเชียบ
......
สำนักงานจัดการพิเศษ ภายในห้องทำงานผู้อำนวยการ
“กังเยี่ยนคนนี้ซ่อนคมลึกซึ้ง ตามหลักแล้วเขาเพิ่งจะทะลวงผ่าน แต่เจตจำนงกระบี่ที่เขาแนบมาบนบัตรเชิญในวันนี้...ไม่ธรรมดาเลย คนคนนี้ต้องมีวาสนาใหญ่แน่ สิ้นเดือนนี้งานเลี้ยงของพันธมิตรเหล็กกล้านายแน่ใจนะว่าจะไป?”
ที่หน้าโต๊ะ ซือเชียนจวินมีสีหน้าเคร่งเครียด
เดิมทีคิดว่าตระกูลฉินคือศัตรูตัวฉกาจ แต่ตระกูลฉินที่ไร้ซึ่งท่านผู้นั้นคอยคุมสถานการณ์ เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินสู่กวงในตอนนี้ ก็เหมือนกับราชสีห์ที่สูญเสียเขี้ยวเล็บ จะลงมือหรือไม่ก็ไม่อาจทำได้ตามอำเภอใจเหมือนเมื่อก่อน เริ่มมีความกังวลต่อหลินสู่กวงแล้ว
ส่วนพันธมิตรเหล็กกล้า...การทะลวงผ่านด้านพลังฝีมือของกังเยี่ยนนั้นเหนือความคาดหมายของซือเชียนจวินไปจริง ๆ
ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงไม่ทำหน้าเคร่งเครียดขนาดนี้
ในทางกลับกันหลินสู่กวงกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง หยิบกาน้ำบนโต๊ะขึ้นมา รินชาให้ซือเชียนจวินและตัวเองคนละถ้วย รินเสร็จก็พูดขึ้นลอย ๆ ว่า “ทางพันธมิตรเหล็กกล้ามาหาผม ผมไม่แปลกใจหรอก”
ซือเชียนจวินมองไป ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “กังเยี่ยนคนนี้ไม่ธรรมดา ดูจากเจตจำนงกระบี่ เฉียบคมอำมหิต นี่ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงจิตใจของคนคนหนึ่ง”
หลินสู่กวงรู้ว่าซือเชียนจวินเป็นห่วง แต่ตัวเขาเองกลับไม่ได้มีความคิดอื่นใด เงยหน้าขึ้นยิ้ม “งั้นก็สู้สักตั้ง ไม่มีอะไรใหญ่นักหนาหรอก”
ซือเชียนจวินชะงักไป เหมือนจะได้สติกลับมา หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “งั้นก็สู้สักตั้ง”
เมื่อกี้เขายังพูดอยู่เลยว่าดูนิสัยคนได้จากเจตจำนงกระบี่ของกังเยี่ยน แต่กลับลืมไปว่าวิชาดาบของหลินสู่กวงก็ไม่ต่างกัน...นิสัยที่ป่าเถื่อนดุดันเป็นที่ประจักษ์กันดีในเมืองหวยเฉิงของพวกเขา
หลินสู่กวงออกจากห้องทำงาน จัดการชีวิตและภารกิจตามจังหวะของตัวเองตามปกติ...แต่สำหรับคนอื่น ๆ ในสำนักงานจัดการพิเศษ หลังจากเหตุการณ์ในวันนี้ สายตาที่มองมาที่เขาก็เต็มไปด้วยความซับซ้อน
มีทั้งความยำเกรงในพลังฝีมือ และความเห็นใจต่อมรสุมที่กำลังจะมาถึง
หลินสู่กวงไปตอแยกับพันธมิตรเหล็กกล้าและตระกูลฉิน สองขุมอำนาจระดับสุดยอดที่มีผู้แข็งแกร่งขอบเขตแจ้งประจักษ์คอยคุมสถานการณ์ในเวลาเดียวกัน ต้องมีความสามารถขนาดไหนถึงจะถูกภูเขายักษ์สองลูกนี้จับตามองได้
ไม่รู้ควรจะชื่นชมความสามารถในการก่อเรื่องของหลินสู่กวง หรือควรชื่นชมความเด็ดขาดในการสังหารของหลินสู่กวงก่อนหน้านี้ที่ทำให้คนของพันธมิตรเหล็กกล้าและตระกูลฉินต้องจากไปอย่างทุลักทุเลดี
“สวัสดีครับหัวหน้าหน่วยหลิน”
ตอนที่หลินสู่กวงเดินผ่านระเบียง สมาชิกบนระเบียงแม้จะมีความรู้สึกซับซ้อนต่อหลินสู่กวง แต่คำทักทายก็ยังดังขึ้นไม่ขาดสาย
หลินสู่กวงพยักหน้าทักทายเล็กน้อย ไป๋เหิงเดินมาจากด้านข้าง “หัวหน้าหลิน”
ดูเหมือนจะมีเรื่องจะพูด
หลินสู่กวงพยักหน้า “ไปคุยที่ห้องทำงาน”
ทั้งสองคนเดินตามกันเข้าไปในห้องทำงาน ไป๋เหิงปิดประตู หยิบข้อมูลลับสุดยอดออกมาจากอกเสื้อ รีบเดินเข้าไปหาแล้วพูดว่า “นี่เป็นข้อมูลที่หัวหน้าหน่วยฟางฝากให้ผมส่งมอบให้คุณก่อนที่เขาจะออกไปทำภารกิจเมื่อครู่นี้ ข้างในเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลฉินและพันธมิตรเหล็กกล้าที่เขาสืบมาตลอดหลายปีนี้ บอกว่าอาจจะมีประโยชน์กับท่านบ้าง”
หลินสู่กวงคิดไม่ถึงว่าเหล่าฟางแห่งหน่วยสามคนนั้นจะยังไม่ลืมที่จะช่วยเขาในเวลาแบบนี้ หัวเราะเบา ๆ รับข้อมูลมาจากมือไป๋เหิง เปิดดูผ่าน ๆ ข้างในมีรายละเอียดแน่นเอียด ดูออกเลยว่าหัวหน้าหน่วยฟางคนนั้นมองหลินสู่กวงเป็นคนกันเองจริง ๆ
“ตาแก่ฟางคนนี้...” หลินสู่กวงส่ายหน้ายิ้ม สืบข้อมูลมาให้แต่กลับไม่ให้ต่อหน้า กลัวจะซึ้งหรือไง?
ในใจก็จดจำน้ำใจของเหล่าฟางไว้
ไป๋เหิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถามเสียงเบาว่า “หัวหน้าหลิน สิ้นเดือนนี้คุณจะไปรับคำเชิญของพันธมิตรเหล็กกล้าจริง ๆ หรือ”
หลินสู่กวงคิดไม่ถึงว่าทุกคนจะใส่ใจเรื่องนี้ขนาดนี้ เงยหน้าขึ้นมอง “ใช่สิ คนเขาเชิญมาแล้ว จะปฏิเสธได้ยังไง เล่าลือออกไปมันไม่น่าฟัง”
ไป๋เหิงได้ยินดังนั้น มุมปากก็กระตุกทันที
เล่าลือออกไปไม่น่าฟัง?
งั้นที่คุณลงมือซัดคนจนมีสภาพน่าสังเวชแบบนั้น...
คำพูดนี้เขาแน่นอนว่าไม่กล้าบ่นต่อหน้าหลินสู่กวง ได้แต่พูดอย่างระมัดระวังว่า “หัวหน้าหลิน กังเยี่ยนแห่งพันธมิตรเหล็กกล้าคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา คุณต้องระวังตัวด้วย”
หลินสู่กวงด่าอย่างขำ ๆ “เมื่อก่อนทำไมไม่ยักรู้ว่านายจู้จี้จุกจิกขนาดนี้ ว่างมากหรือไง ถ้าว่างฉันจะหาภารกิจให้นายทำเพิ่มอีกสักหน่อย”
ไป๋เหิงรีบร้อนหนีไป ออกจากห้องทำงานของหลินสู่กวงในพริบตา
หลินสู่กวงมุมปากยกยิ้มจาง ๆ เขาสัมผัสได้ว่าใครคือคนที่ห่วงใยเขาจริง ๆ ... “ไป๋เหิงคนนี้ปั้นมาไม่เสียเปล่า”
ส่วนตระกูลฉินและพันธมิตรเหล็กกล้า...
[ไม่มีอะไรต้องคิดมาก เกิดตายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่พอใจก็ซัดมัน!]
จัดการงานในสำนักงานเสร็จ หลินสู่กวงก็ได้รับโทรศัพท์จากสวีเจี๋ย จากนั้นช่วงสี่ห้าโมงเย็นก็ได้มาเจอกับเพื่อนสนิทคนนี้อีกครั้ง
“รถออกตอนค่ำ คิดว่าก่อนไปน่าจะมาเจอนายสักหน่อย” สวีเจี๋ยยิ้ม
ตอนนี้สภาพจิตใจของสวีเจี๋ยดีขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด หลินสู่กวงเห็นแบบนั้นก็วางใจลงไม่น้อย
มื้อนี้ทั้งสองคนเหมือนได้ย้อนกลับไปสมัยมัธยมปลาย พูดคุยเรื่องเก่า ๆ กันอย่างสนุกสนาน สุดท้ายจบลงที่หลินสู่กวงไปส่งสวีเจี๋ยขึ้นรถไฟ
“เหล่าหลิน ฉันคิดดีแล้ว จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรน่ากลัว เมื่อก่อนฉันแค่ขี้ขลาดเกินไป ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว ไปล่ะ ไม่ต้องส่ง”
“ระวังตัวด้วยทุกเรื่อง”
“อื้ม นายก็เหมือนกัน รักษาตัวด้วย”
“รักษาตัวด้วย”
หลินสู่กวงมองส่งสวีเจี๋ยจากไป จากนั้นก็หันหลังเดินเข้าไปในฝูงชน
กลับเป็นทางฝั่งเมืองม่อตู เฉาเชาโทรศัพท์มาหา “คุณครับ เรื่องวิชาพลังจิตวิญญาณคุณยังจำได้ไหม”
หลินสู่กวงเลิกคิ้ว “มีข่าวแล้ว?”
เฉาเชาพูดเสียงต่ำจากปลายสาย “ผมสืบได้ข่าวมาข่าวหนึ่ง ว่ากันว่าที่เตียนหนานเคยมีผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งขายมรดกตกทอดของตระกูล ในนั้นมีวิชาพลังจิตวิญญาณอยู่ด้วย ผมสืบประวัติคนคนนี้แล้ว...หยางกว่าง เมื่อก่อนตระกูลหยางแห่งเตียนหนานก็เป็นตระกูลเศรษฐีรุ่นหนึ่ง น่าเสียดายที่ตกต่ำลงกลางคัน ไร้ผู้สืบทอด หยางกว่างคนนี้ก็เป็นพวกเพลย์บอย ไม่กี่ปีก็ผลาญสมบัติของตระกูลจนหมด ตอนนี้ร้อนเงินถึงได้คิดจะขายมรดกตระกูล...ตอนนี้ตัวเขาเดินทางไปที่หุบเขาเทพสมุนไพรแล้ว”
“หุบเขาเทพสมุนไพร?” หลินสู่กวงเลิกคิ้วเล็กน้อย
เฉาเชาตอบกลับมาว่า “หุบเขาเทพสมุนไพรอยู่ที่จงโจว ถือเป็นขุมอำนาจที่ค่อนข้างแข็งแกร่งในท้องถิ่น เรื่องการปรุงยาก็เป็นระดับแนวหน้า ทุกปีพวกเขาจะจัดงานชุมนุมแลกเปลี่ยน ผู้ฝึกยุทธ์แต่ละคนสามารถเข้าไปซื้อหรือขายของวิเศษได้ หยางกว่างก็เล็งเห็นว่าที่นี่มีคนรวยเยอะ ถึงได้ไปที่นั่น”
หลินสู่กวงครุ่นคิดเล็กน้อย “ในมือเขามีวิชาพลังจิตวิญญาณเยอะไหม”
“ไม่น้อย อย่างน้อยก็น่าจะมีสักสิบกว่าวิชา...สามรุ่นก่อนหน้านี้ของตระกูลเขาปลุกพลังกายาพิเศษสายพลังจิตวิญญาณได้ จึงมีการศึกษาเรื่องวิชาพลังจิตวิญญาณมาพอสมควร เพียงแต่ผู้ฝึกยุทธ์สายพลังจิตวิญญาณอย่าว่าแต่ในต้าเซี่ยเลย ทั่วทั้งทวีปก็มีน้อยยิ่งกว่าน้อย ตัวหยางกว่างเองไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์สายพลังจิตวิญญาณ การสืบทอดเลยขาดตอน พ่อของเขาก็มาเกิดอุบัติเหตุตอนเขาอายุสิบกว่าปี ยอดฝีมือส่วนใหญ่ในตระกูลตายไปในเทือกเขา...”