- หน้าแรก
- สยบภพด้วยคมดาบ
- สยบภพด้วยคมดาบ 545 พูดจาก็ให้มันโอหังหน่อย
สยบภพด้วยคมดาบ 545 พูดจาก็ให้มันโอหังหน่อย
สยบภพด้วยคมดาบ 545 พูดจาก็ให้มันโอหังหน่อย
สยบภพด้วยคมดาบ 545 พูดจาก็ให้มันโอหังหน่อย
ปัง ปัง ปัง!
เสียงดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง
องครักษ์ชุดดำห้าหกคนจากตระกูลฉินต่างก็กระเด็นเข้ามาในโถงใหญ่ เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันก็ขัดจังหวะคำตำหนิของใครบางคนในโถงใหญ่
“ใครกัน!” ในโถงใหญ่ ชายวัยกลางคนตระกูลฉินที่มีท่าทีโอหังคนนั้นหันกลับมาตะคอกเสียงดัง
เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในโถงหลักอย่างไม่เกรงกลัวใคร
“คุณเหรอครับ?!” ท่านจินพอเห็นคนที่มาก็พลันรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมา ราวกับยกภูเขาออกจากอก
หลินสู่กวงพาพ่อบ้านโจวและคนอื่น ๆ เดินเข้ามาในโถงใหญ่
ชายวัยกลางคนตระกูลฉินคนนั้นกวาดสายตามองมาอย่างพินิจพิเคราะห์ “แซ่หลินเหรอ ก่อนหน้านี้ฉินเต๋อบอกว่าคนที่หาเรื่องก็คือนายสินะ ฉันไม่สนใจว่านายจะเป็นใครมาจากไหนในเมืองหวยเฉิง ส่งคนออกมาซะ อย่าหาเรื่องเจ็บตัว!”
น้ำเสียงของฉินเทียนเฮ่อเย็นชา จิตสังหารที่แฝงอยู่ในคำพูดนั้นไม่ใช่การเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย
อันที่จริง เขาไม่เคยเห็นเมืองหวยเฉิงอยู่ในสายตาเลย
ตระกูลฉินมีอิทธิพลมาก ตอนนี้ก็ยิ่งรุ่งโรจน์ดุจตะวันกลางฟ้าเพราะการทะลวงผ่านของท่านปู่ เขาย่อมไม่มีนิสัยที่จะเห็นเมืองเล็ก ๆ ระดับสามอยู่ในสายตา
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ฉินเต๋อจะเกิดเรื่องไม่ได้เด็ดขาด!
ฉินไท่สิงและเหล่าอัจฉริยะฟ้าประทานชั้นยอดของตระกูลฉินเกิดเรื่องขึ้นติดต่อกัน ฉินเต๋อที่เป็นเพียงสายรอง ในที่สุดก็มีโอกาสได้แสดงฝีมือ พวกเขาผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ข้างหลังฉินเต๋อกำลังรอให้ฉินเต๋อเข้าไปอยู่ในสายตาของท่านปู่ ถึงตอนนั้นจะได้มาซึ่งพลังของตระกูลฉินที่มากขึ้น
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อฉินเต๋อ!
หลินสู่กวงไม่ไหวติง มองฉินเทียนเฮ่อด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า “หนึ่ง ฉันไม่สนว่าแกจะเป็นใคร มาจากไหน จะเป็นมังกรหรือเสือ มาที่เมืองหวยเฉิงก็ต้องทำตัวสงบเสงี่ยมไว้ สอง ไอ้คนที่บ้านแกชื่ออะไรนะ ฉินเต๋อน่ะ ไม่ได้อยู่กับฉัน แค่คนสายรองคนหนึ่ง แกคิดว่าฉันจะใส่ใจหรือไง”
“สายรองเหรอ แกกำลังพูดอะไรอยู่ แกจะรู้ตัวไหม” ฉินเทียนเฮ่อหรี่ตาลง
คำว่าสายรองสองคำแทงเข้าไปในหัวใจของเขาอย่างแรง
พลังอำนาจทั่วร่างพลันพุ่งสูงขึ้น ราวกับภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด
“คนตระกูลฉินของฉัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สูงส่งกว่าพวกแกที่เป็นขยะพวกนี้เสมอ คิดว่าแค่เป็นสมาชิกสำนักจัดการพิเศษของเมืองเล็ก ๆ แค่นี้ ก็จะหยิ่งผยองได้แล้วเหรอ ฉันจะบอกให้—”
“ปัง!”
คำพูดต่อจากนั้นของฉินเทียนเฮ่อพลันเงียบหายไป
หลินสู่กวงใช้มือข้างหนึ่งกดลงบนใบหน้าของเขา สายตาเย็นชา “แกด่าฉันก็คือโจมตีจิตใจ แกจะรู้ไหมว่าการโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักจัดการพิเศษมีโทษอะไร”
ฉินเทียนเฮ่อโกรธจนอับอาย
เขาคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าหัวหน้าหน่วยจากเมืองเล็ก ๆ อย่างหลินสู่กวงจะกล้าลงมือ ยังกล้าเอามือสกปรกนั่นมาปิดหน้าเขาอีก
ความโกรธที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ ทำให้เขาไม่ทันรู้ตัวเลยว่าตนเองถูกตบจนล้มลงไปได้อย่างไร
“แกมันรนหาที่ตาย!”
ฉินเทียนเฮ่อคำรามลั่นฟ้า โลหิตปราณอันยิ่งใหญ่ที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่างราวกับภูเขาไฟที่ระเบิดออก
แต่ยังไม่ทันจะได้ระเบิดออกอย่างสมบูรณ์ ก็ถูกหลินสู่กวงกดลงกับพื้นด้วยฝ่ามือเดียว พื้นโถงใหญ่ถูกหัวของฉินเทียนเฮ่อกระแทกจนเกิดรอยแตกนับสิบเจ็ดสิบแปดรอย
“บังอาจ!”
“แกกล้าทำร้ายท่านสิบเจ็ด แกตายแน่!”
เหล่าองครักษ์ตระกูลฉินต่างก็ถูกภาพตรงหน้าทำให้ตกใจจนพูดไม่ออก พอได้สติกลับมาก็มีสีหน้าตกใจและโกรธเกรี้ยว พากันหยิบอาวุธออกมา
หลินสู่กวงกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์
พลังอำนาจอันแข็งแกร่งของขอบเขตแจ้งประจักษ์สี่ชั้นฟ้า ภายใต้วิชาพลังจิตวิญญาณของเขา พลันราวกับคลื่นยักษ์ที่ถาโถม ซัดองครักษ์ตระกูลฉินสิบกว่าคนที่อยู่ในโถงใหญ่กระเด็นไปคาที่
ไม่รอให้คนพวกนี้ลุกขึ้นมาโจมตี หลินสู่กวงก็พูดเรียบ ๆ ว่า “จับให้หมด”
“ตระกูลฉินของฉันจะไม่ปล่อยแกไปแน่!” ฉินเทียนเฮ่อหัวอาบเลือด ตะโกนลั่นจนเสียงแหบแห้ง
หลินสู่กวงกระทืบเท้าลงไปอย่างแรง “ฉันจะไปสนว่าตระกูลฉินของแกจะมีตำแหน่งอะไร มาหาเรื่องฉันแล้วยังจะมาตะโกนโหวกเหวกที่นี่อีกเหรอ
แกในสายตาฉันไม่ต่างอะไรกับตด!
พาไปให้หมด!”
สมาชิกหน่วยที่เจ็ดของสำนักจัดการพิเศษที่กรูกันเข้ามาจากหน้าประตูต่างก็ลงมือตามคำสั่ง แม้แต่ฉินเทียนเฮ่อที่ถูกหลินสู่กวงซัดจนสลบไปก็ถูกพาตัวไปด้วย
“คุณครับ แล้วทางตระกูลฉินล่ะครับ” ท่านจินหัวเราะอย่างขมขื่น พูดอย่างลังเล
หลินสู่กวงพูดเรียบ ๆ “ตระกูลฉินนอกจากคนคนนั้นแล้วก็ไม่มีอะไรน่ากลัว เรื่องหลังจากนี้คุณไม่ต้องยุ่งแล้ว”
เขาตบไหล่ท่านจิน แล้วพากลุ่มคนกลับสำนักจัดการพิเศษ
เมื่อเห็นว่าหน่วยที่เจ็ดจู่ ๆ ก็พาคนมามากมายขนาดนี้ สมาชิกหน่วยอื่น ๆ ของสำนักจัดการพิเศษต่างก็มองหน้ากันไปมา มองดูแผ่นหลังของหลินสู่กวงที่พาทีมกลับมา แล้วก็พากันกระซิบกระซาบ
“นี่มันคดีอะไรกัน”
“ก็ไม่ได้รับข่าวแบบนี้มานะ”
“อย่างไรเสียก็เป็นหัวหน้าหน่วยหลินของหน่วยที่เจ็ด พวกนายก็เคยได้ยินเรื่องฝีมือของเขาไม่ใช่เหรอ ถ้าเขาลงมือเองก็ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน รอไปเถอะ อีกไม่นานก็คงจะรู้เอง”
“ช่วงนี้หน่วยที่เจ็ดออกหน้าออกตาบ่อยเกินไปแล้ว…”
“หัวหน้าหน่วยเขาเก่งก็ต้องทำใจ… ตอนนี้ใคร ๆ ก็อยากจะย้ายไปหน่วยที่เจ็ด แต่เสียดายที่เขาไม่รับ”
โจวม่อจวินหัวหน้าหน่วยที่สองลูบคางของตนเอง สายตามองแผ่นหลังของหลินสู่กวงอย่างสงสัยไม่แน่ใจ พึมพำกับตัวเองว่า “หรือว่าซือเชียนจวินจะมอบภารกิจลับอะไรให้เขาอีก”
ตั้งแต่ที่หยางเทียนอี่หัวหน้าหน่วยที่หนึ่งตัดความสัมพันธ์กับเขา สถานการณ์ของหน่วยที่สองในตอนนี้ก็แย่ลงทุกวัน ไม่อย่างนั้นเมื่อวานก็คงไม่คิดจะไปยืมเสบียงจากหลินสู่กวง แต่เสบียงไม่ได้ยืมมา กลับถูกหลินสู่กวงด่าจนหน้าชาไป
ฉินเทียนเฮ่อและพรรคพวกถูกคุมขังในคุกใหญ่ แยกขังจากนักโทษอื่น ไม่มีใครเข้าใกล้ได้หากไม่ได้รับคำสั่งจากหลินสู่กวง ในห้องขังเดี่ยวที่เก็บเสียง ฉินเทียนเฮ่อตะโกนด่าทอจนเสียงแหบแห้ง แต่กลับไม่มีใครสนใจ
และในตอนนี้ หลินสู่กวงก็ได้ไปถึงห้องทำงานของซือเชียนจวินแล้ว
“อะไรนะ คนของตระกูลฉินเหรอ” ซือเชียนจวินได้ยินรายงานของหลินสู่กวง ก็ตกใจจนหยุดมือที่กำลังรินน้ำทันที
ตระกูลฉินตอนนี้รุ่งโรจน์ดุจตะวันกลางฟ้า อย่าว่าแต่ทั้งฮุยโจวเลย ต่อให้มองไปทั่วต้าเซี่ย ในช่วงเวลาแบบนี้คนที่กล้าไปหาเรื่องตระกูลฉินมีไม่กี่คนแน่นอน
ซือเชียนจวินยิ้มอย่างขมขื่น สีหน้าทุกข์ใจ “ครั้งนี้นายทำอะไรวู่วามเกินไปแล้ว ตระกูลฉินไม่เหมือนพันธมิตรเหล็กกล้า ฝ่ายหลังแค่มีคนระดับแจ้งประจักษ์คนเดียว แถมพลังโดยรวมก็ยังเทียบไม่ได้กับท่านปู่ของตระกูลฉิน… สำนักจัดการพิเศษต่อให้จะอยากปกป้องนาย ท่านปู่ตระกูลฉินก็คงจะไม่ไว้หน้า ใครก็ไม่กล้าพูดอะไร”
เหตุผลเหล่านี้หลินสู่กวงเข้าใจดี แต่เขาก็ไม่มีนิสัยปล่อยให้คนมาดูถูกโดยไม่มีเหตุผล เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ผมเคยไปหาเรื่องใครก่อนบ้างไหม คนของตระกูลฉินนั่นแหละที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่เกินไป ผมไม่รู้ว่านิสัยดูถูกคนของพวกเขาเริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ คิดว่าคนทั้งโลกต้องทำตามความต้องการของพวกเขางั้นเหรอ
พวกเขามาหาเรื่องผม ก็ต้องเตรียมตัวรับผลที่เลวร้ายที่สุด ผมไม่มีนิสัยยื่นหน้าให้คนมาตบเล่น”
ซือเชียนจวินยิ้มอย่างขมขื่นอีกครั้ง “ฉันรู้ ฉันเข้าใจ แต่ตระกูลฉินนี่… สถานการณ์มันพิเศษจริง ๆ ตอนนี้ท่านผู้นั้นของตระกูลฉินถูกต้าเซี่ยเรียกตัวไป ยังกลับมาไม่ได้ชั่วคราว แต่นายจับคนของตระกูลฉินไว้ พวกเขาต้องไม่ปล่อยนายไปแน่ นายแน่ใจนะว่าคิดดีแล้ว”
หลินสู่กวงเงยหน้าขึ้น แล้วกลับถามว่า “ผู้อำนวยการซือ ตอนนี้ท่านตบะระดับไหนครับ”
ซือเชียนจวินชะงักไป แต่ก็ยังตอบว่า “แจ้งประจักษ์ เป็นอะไรไปเหรอ”
“เปล่าครับ แค่รู้สึกว่า ในเมื่อทุกคนต่างก็เป็นขอบเขตแจ้งประจักษ์ ก็พูดจาโอหังหน่อยก็ได้” หลินสู่กวงยิ้มจาง ๆ “ตระกูลฉินของเขาต่อให้จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็มีแค่ท่านผู้นั้นที่แข็งแกร่ง คนที่เหลือไม่น่าสนใจเลยสักนิด”
ซือเชียนจวินชะงักไป คิดตามแล้วก็ส่ายหน้าอย่างหัวเราะเยาะตัวเอง “ฉันนี่มันยิ่งอยู่ยิ่งถอยหลังจริง ๆ ยังมองไม่ทะลุปรุโปร่งเท่าเด็กหนุ่มอย่างนายเลย”
เงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ยังเตือนด้วยความหวังดี “เตรียมตัวให้พร้อม พอคนของตระกูลฉินได้ข่าวแล้วต้องไม่ยอมรามือแน่”
หลินสู่กวงพยักหน้า แล้วลุกขึ้นพูดว่า “ไม่ต้องรอให้พวกเขารู้หรอก ผมจะแจ้งด้วยตัวเอง”
ซือเชียนจวินชะงักไป “เด็ดขาดขนาดนี้เลยเหรอ”
หลินสู่กวงพูดส่ง ๆ “ผมก็เป็นคนแบบนี้ ไม่ยอมรับก็สู้กัน”
หลังจากหลินสู่กวงจากไป ซือเชียนจวินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ก็ใช่ ยอดฝีมือระดับแจ้งประจักษ์ จะไม่โด่งดังไปทั่วหล้าให้สมกับฉายานี้ได้ยังไง”
เห็นเขาเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เห็นเขากำลังจะโด่งดังไปทั่วหล้า!