- หน้าแรก
- สยบภพด้วยคมดาบ
- สยบภพด้วยคมดาบ 475 เลื่อนขั้นเป็นราชันยุทธ์แจ้งประจักษ์
สยบภพด้วยคมดาบ 475 เลื่อนขั้นเป็นราชันยุทธ์แจ้งประจักษ์
สยบภพด้วยคมดาบ 475 เลื่อนขั้นเป็นราชันยุทธ์แจ้งประจักษ์
สยบภพด้วยคมดาบ 475 เลื่อนขั้นเป็นราชันยุทธ์แจ้งประจักษ์
ภายใต้พลังอันเกรี้ยวกราดของหลินสู่กวง ดวงตาของสวีเฉียนเซิ่งพลันเย็นเยียบขึ้นมา ดาบใหญ่ในมือพลิกกลับ ใบดาบเปล่งไอเย็นออกมา
ตลอดสามสิบปีที่สวีเฉียนเซิ่งมาอยู่ที่เมืองม่อตู เขาก็ติดตามกังเยี่ยนหัวหน้าพันธมิตรเหล็กกล้าฟาดฟันมาตลอดทาง วิชาดาบทั่วร่างของเขาถูกขัดเกลาจนสมบูรณ์แบบในการต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับศัตรูที่แข็งแกร่งนับไม่ถ้วน ผู้ฝึกยุทธ์ที่ตายด้วยน้ำมือของเขาไม่น้อยเลยที่เป็นมหายอดปรมาจารย์วิถียุทธ์
จะว่าไปแล้ว หงเสียงหลงแห่งสมาคมการค้าอวิ๋นไห่ในตอนนั้น กระทั่งจะถือรองเท้าให้เขาก็ยังไม่คู่ควร!
ตอนนี้กังเยี่ยนได้บรรลุเป็นราชันยุทธ์ขอบเขตแจ้งประจักษ์ ชื่อเสียงของพันธมิตรเหล็กกล้าก็พุ่งสูงขึ้น
ตอนนี้เขาเข้ามาในเมืองม่อตูอย่างโดดเด่น ก็ได้รับสวามิภักดิ์จากสมาคมการค้าอวิ๋นไห่ ไม่รู้ว่ามีขุมอำนาจเท่าไหร่ที่กำลังจับตามองพันธมิตรเหล็กกล้าของเขาอยู่
หากวันนี้เขาไม่สามารถสังหารคนชุดคลุมสีเลือดที่น่าตายคนนี้ได้ อย่าว่าแต่สมาคมการค้าอวิ๋นไห่จะถูกคนภายนอกหัวเราะเยาะเลย พันธมิตรเหล็กกล้าของเขาก็ต้องเสียหน้าเช่นกัน
สวีเฉียนเซิ่งตัดสินใจที่จะฆ่าให้ได้
ผู้พิทักษ์เซี่ยเองก็เป็นคนที่อยู่ในยุทธภพมานาน ถึงแม้จะดูตัวใหญ่บึกบึน แต่ความคิดก็ละเอียดอ่อน เขาเข้าใจสถานการณ์ของพันธมิตรเหล็กกล้าในตอนนี้ดี จึงยิ่งเป็นห่วงคุณชายโลหิตคนนี้มากขึ้น
“ประธานจี้ของสมาคมการค้าอวิ๋นไห่ถูกทำร้าย พันธมิตรเหล็กกล้าจึงเสียหน้า สวีเฉียนเซิ่งอยากจะฆ่าคุณชายโลหิต แต่คุณชายโลหิตกลับเป็นลูกน้องของเถ้าแก่หลิน เถ้าแก่หลินคนนั้นก็ยังเป็นคนดังคนใหม่ของสำนักจัดการพิเศษในตอนนี้… สุดท้ายแล้ว เถ้าแก่หลินก็ยังมีเรื่องบาดหมางกับพันธมิตรเหล็กกล้าอยู่ดี… นี่มันทำให้ฉันจะทำอย่างไรดี”
ผู้พิทักษ์เซี่ยรู้สึกใจหายวาบอยู่บ้าง
หากสมาคมการค้ากู่เฉียนของเขาไม่ระวังตัวเพียงเล็กน้อยก็อาจจะพบกับหายนะ ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรเหล็กกล้า หรือสำนักจัดการพิเศษ ก็ไม่ใช่สิ่งที่สมาคมการค้ากู่เฉียนของพวกเขาสามารถไปยุ่งเกี่ยวได้
ตอนนี้…
“แย่แล้ว! ต้องรีบไปถามความเห็นของผู้จัดการใหญ่ลั่ว…”
ขณะที่กำลังคิด ทั้งสองคนที่อยู่ไกล ๆ ก็เข้าต่อสู้กันอีกครั้ง
กลุ่มอากาศระเบิดอันแข็งแกร่งราวกับคลื่นยักษ์ พลันระเบิดออกจากศูนย์กลางการต่อสู้ของคนทั้งสองไปทั่วทุกทิศทาง พลังอำนาจอันดุร้ายสองสายปะทะเข้าด้วยกันอย่างแรง เสียงที่น่าสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นนั้นทำให้คนใจสั่นขวัญแขวน
“พวกเขาแข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
“ผู้อาวุโสสวีจากพันธมิตรเหล็กกล้าคนนี้เป็นครึ่งก้าวแจ้งประจักษ์จริง ๆ ด้วย มีผู้อาวุโสกังคนนั้นอยู่ รากฐานของพันธมิตรเหล็กกล้าจะถูกสั่งสมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ถึงตอนนั้นผู้อาวุโสสวีคนนี้เกรงว่าก็คงจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตแจ้งประจักษ์เป็นราชันยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน… ราชันยุทธ์ขอบเขตแจ้งประจักษ์สองคนดูแลอยู่ แค่คิดก็รู้สึกน่ากลัวแล้ว”
“พันธมิตรเหล็กกล้านี่กำลังจะกลายเป็นขุมอำนาจระดับสูงสุดจริง ๆ แล้ว”
คนรอบข้างเห็นความดุร้ายของสวีเฉียนเซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความคิดอื่น ๆ ขึ้นในใจ ท่ามกลางฝูงชนเกิดความวุ่นวายขึ้น
หลินสู่กวงถอยหลังไปสามก้าว ภายใต้เสื้อคลุมสีเลือดไม่ไหวติง
ต้องยอมรับว่า สวีเฉียนเซิ่งคนนี้คือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาเคยเจอมานอกจากทูตเทพ
“ร่างแยกวิญญาณโลหิตอ่อนแอไปหน่อย ไม่อย่างนั้นถ้าร่างจริงมาเอง คงไม่เสียเวลานานขนาดนี้”
“ก่อนหน้านี้ฉันให้โอกาสแกแล้ว น่าเสียดายที่แกไม่เห็นค่ามัน!”
ดาบยาวอยู่ในมือ สวีเฉียนเซิ่งสัมผัสได้ถึงความอ่อนล้าของหลินสู่กวงแล้ว ในทันใดนั้นประกายตาของเขาก็ยิ่งคมกล้าขึ้น ความตกตะลึงที่เกิดจากความดุร้ายของคนชุดคลุมสีเลือดนี้ก่อนหน้านี้ ก็สลายไปในทันที
ในเมื่อมั่นใจว่าจะจัดการหลินสู่กวงได้แล้ว ทัศนคติของสวีเฉียนเซิ่งก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เขามองหลินสู่กวงเขม็ง แล้วก้าวไปข้างหน้า
“ฉันบอกแล้วว่ามีผลบางอย่างที่แกรับไม่ไหว งั้นแกก็ไปตายได้แล้ว”
ร่างพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ดาบยาวในมือกลายเป็นประกายแสงสีดำ ราวกับงูยักษ์สีดำตัวหนึ่ง พุ่งสังหารเข้าไปในมุมที่เจ้าเล่ห์เป็นพิเศษ
หลินสู่กวงฟันกลับไปอย่างไม่ลังเล
“เคร้ง!”
เสียงโลหะสั่นสะเทือนพลันดังขึ้น ประกายไฟสาดกระเซ็นออกจากอาวุธทั้งสองไปทั่วทุกทิศทางในทันที
เมื่อเผชิญหน้ากับจิตสังหารอันดุเดือดของสวีเฉียนเซิ่ง หลินสู่กวงกลับไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
หลังจากผ่านการต่อสู้มานับร้อยครั้งไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก วิกฤตเพียงเท่านี้สำหรับเขาแล้วไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร
เมื่อเผชิญหน้ากับสวีเฉียนเซิ่งที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่าเมตรและกำลังก้าวเข้ามา หลินสู่กวงก็ท่องสองคำในใจ “เติมเงิน”
[เติมเงินสามสิบล้าน ร่างแยกเลื่อนระดับเป็นหลอมอวัยวะสิบเอ็ดชั้นฟ้า!]
ทันใดนั้น กลิ่นอายบนร่างของเขาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สวีเฉียนเซิ่งที่พุ่งไปถึงห้าเมตรแล้วก็พลันตกใจ… ทะลวงผ่านเหรอ?!
เจ้าหมอนี่กลับทะลวงผ่านระหว่างการต่อสู้งั้นเหรอ
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยากในการต่อสู้จริง ๆ แต่กลับไม่คิดว่าเขาจะมาเจอเข้ากับกรณีแบบนี้เสียเอง แถมยังเป็นคู่ต่อสู้ของเขาอีกด้วย
สีหน้าก็พลันดุดันขึ้นมาอีกครั้ง “ทะลวงผ่านแล้วจะอย่างไร วันนี้แกต้องตายอย่างแน่นอน!”
เพิ่งจะก้าวต่อไปหนึ่งก้าว
พลังอำนาจบนร่างของหลินสู่กวงก็พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
[เติมเงินห้าสิบล้าน ร่างแยกเลื่อนระดับเป็นหลอมอวัยวะสิบสองชั้นฟ้า!]
สวีเฉียนเซิ่งสีหน้าตกใจ
ทะลวงผ่านอีกแล้วเหรอ
จากนั้นก็ได้สติ สีหน้าโกรธเกรี้ยว
“เจ้าหมอนี่จะเก็บไว้ไม่ได้เด็ดขาด ต้องตาย!”
แต่ทันใดนั้นคลื่นยักษ์สายหนึ่งก็ซัดเขาถอยหลังไปคาที่ สีหน้าของสวีเฉียนเซิ่งทั้งหมดก็ควบคุมไม่อยู่ในชั่วขณะนี้
เลื่อนขั้นสามระดับรวด นี่ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า!!!
ที่ไกล ๆ ก็มีเสียงร้องอุทานของฝูงชนดังมา “ระ ระดับแจ้งประจักษ์ราชันยุทธ์!”
เสียงร้องอุทานนับไม่ถ้วนดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า
ราวกับมหาสมุทรที่ไพศาล
ผู้พิทักษ์เซี่ยกลืนน้ำลายเอื๊อกหนึ่ง โทรศัพท์กำไว้ในมือ มองดูร่างสีเลือดนั้นอย่างตกตะลึง… เชี่ย ฉันเห็นอะไรกันเนี่ย
ราชันยุทธ์ขอบเขตแจ้งประจักษ์!!!!
[เติมเงินหนึ่งร้อยแปดสิบแปดล้านแปดแสนแปดหมื่น ร่างแยกเลื่อนระดับเป็นแจ้งประจักษ์หนึ่งชั้นฟ้า!]
หลินสู่กวงสิงร่างอยู่ในร่างแยกวิญญาณโลหิต ในชั่วพริบตา พลังของราชันยุทธ์ขอบเขตแจ้งประจักษ์ก็พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย ก้องกังวานราวกับแม่น้ำสายใหญ่ เปี่ยมล้นอย่างหาที่เปรียบมิได้
ในช่วงเวลาที่ก้าวสู่ขอบเขตแจ้งประจักษ์ ร่างแยกวิญญาณโลหิตก็นำมาซึ่งอารมณ์ด้านลบอันไร้ที่สิ้นสุด กระหายเลือด คลุ้มคลั่ง ชั่วร้าย… อารมณ์ด้านลบนานัปการเต็มอยู่ในความคิดของหลินสู่กวง
มือขวากำเคียวแน่นอย่างแรง
ภายใต้เสื้อคลุมสีเลือด ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกายสีแดงฉานน่าขนลุก
ฟุ่บ!
ทั้งร่างพุ่งออกไปในทันที ราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ รวดเร็วจนผู้คนไม่อาจแยกแยะได้
มองเห็นเคียวที่เปล่งไอเย็นในมือของหลินสู่กวงฟันลงไปอย่างโหดเหี้ยมอย่างเลือนราง
ดาบครั้งนี้ฟันลงมา แสงสุดท้ายของจัตุรัสก็ราวกับถูกดับไปหลายส่วน
ท่ามกลางประกายแสงเย็นเยียบที่สาดส่องออกมา คลื่นปราณสีเลือดอันชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากทั่วร่างของหลินสู่กวงราวกับทำให้ในหัวของผู้คนปรากฏใบหน้าที่บิดเบี้ยวและเจ็บปวดนับไม่ถ้วน
สวีเฉียนเซิ่งตกตะลึงไปแล้วโดยสิ้นเชิง
เขาจินตนาการไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าทำไมคนที่เดิมทีควรจะเป็นหมาตกน้ำ กลับทะลวงผ่านการฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งในทันที กระทั่งก้าวขึ้นเป็นราชันยุทธ์ขอบเขตแจ้งประจักษ์ในคราวเดียว!
ราชันยุทธ์ขอบเขตแจ้งประจักษ์ทะลวงผ่านได้ง่ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
สวีเฉียนเซิ่งไม่กล้าจินตนาการ กังเยี่ยนหัวหน้าพันธมิตรเหล็กกล้าก็ยังต้องใช้ทรัพยากรไปมากมายมหาศาลถึงจะสามารถทะลวงผ่านสู่ขอบเขตแจ้งประจักษ์ได้อย่างโชคดี
แต่คนตรงหน้านี้ล่ะ
เวลาหายใจเดียวก็ไม่มี ทะลวงผ่านสามระดับรวด!
ทะลวงผ่านราวกับดื่มน้ำ
ช่างน่าสะพรึงกลัวจนไม่น่าเชื่อ
ในวินาทีนี้ โลกทัศน์วิถียุทธ์ที่สวีเฉียนเซิ่งสร้างมาหลายสิบปีก็พังทลายลงภายใต้การเลื่อนระดับอันบ้าคลั่งของหลินสู่กวง
ฉึก!
ฝนโลหิตสาดกระเซ็น แขนข้างหนึ่งถูกโยนขึ้นไปสูง สวีเฉียนเซิ่งกระทั่งไม่มีเวลาได้ตอบสนอง ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด กระเด็นถอยหลังออกไปเสียงดังสนั่น ราวกับกองโคลน
ในตอนนี้ ความเงียบงันก็เข้าปกคลุม
ผู้คนรอบข้างต่างก็ราวกับสูญเสียความสามารถในการพูด มองดูร่างที่เผด็จการและบ้าคลั่งของหลินสู่กวงด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง
กลืนกินราวกับพยัคฆ์ ยืนหยัดอย่างยิ่งใหญ่
ราชันยุทธ์คนใหม่นี้… น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!