เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 335 ลุย!

สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 335 ลุย!

สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 335 ลุย!


สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 335 ลุย!

หลังจากได้รับข่าวสารที่เป็นประโยชน์มาจากหลี่เจี้ยนเต้า คืนนั้นหลินสู่กวงก็กลับเข้าห้องแล้วเริ่มฝึกฝน

ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างสงบ

เช้าวันรุ่งขึ้น ท่าเรือของเมืองหงเหลียนก็กลับมาคึกคักเหมือนเช่นหลายวันที่ผ่านมา ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ผู้เข้าแข่งขันจากการแข่งขันร้อยสถาบันนับพันคนทยอยขึ้นเรือข้ามฟากของตนเอง

“หลินสู่กวง หลี่เจี้ยนเต้า พวกนายรอฉันก่อน!”

ขณะที่กำลังขึ้นเรือ พวกของม่ออู่ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนมาจากบนฝั่ง จึงหันไปมอง

ชายคนหนึ่งที่ทั้งร่างพันไปด้วยผ้าพันแผลสีขาวดูเหมือนไม่อยากให้ใครมาพยุง เขาพยายามดิ้นรนอย่างสุดแรง แต่ก็ถูกกดกลับลงไปบนรถเข็น

“เขาเป็นใครน่ะ” พวกของม่ออู่มองหน้ากันไปมา

“ไม่รู้จัก”

“คงจะเป็นผู้เข้าสอบสติแตกคนไหนอีกแล้วล่ะมั้ง เมื่อคืนคนที่หอฉันตกรอบสอง พอตื่นมากลับบอกว่าตัวเองได้แชมป์ แถมยังถามฉันอีกว่าว่านเจี้ยนกุยจากซีโจวนั่นถูกเขาส่งเข้าโรงพยาบาลไปแล้วหรือยัง…”

“ให้ตายสิ นี่มันอินบทบาทเป็นหลินสู่กวงไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

“จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังลืมไม่ลงเลย ที่หลินสู่กวงมองว่านเจี้ยนกุยด้วยสายตาเรียบเฉยแล้วพูดว่า ‘นายอ่อนแอแค่นี้เองเหรอ’ ประโยคนั้นมันสุดยอดจริง ๆ… โชคดีที่ว่านเจี้ยนกุยไม่ได้อยู่ที่นี่”

“ตอนแรกนึกว่าว่านเจี้ยนกุยจะเก่งมาก ไม่คิดเลยว่าเขาจะทนอยู่ต่อหน้าหลินสู่กวงไม่ถึงห้านาที อ่อนแอเกินไปแล้ว…”

เสียงพูดคุยซุบซิบของคนหลายคนค่อย ๆ ห่างออกไป โดยไม่รู้เลยว่าชายผ้าพันแผลที่เมื่อครู่ยังคงดิ้นรนอย่างรุนแรงได้แข็งทื่ออยู่บนรถเข็นไปแล้วโดยสิ้นเชิง ดวงตาทั้งสองข้างเหม่อลอย แสดงท่าทีสงสัยในตัวเองหลังจากได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก

เมื่อขึ้นเรือ ทั้งหลินสู่กวงและหลี่เจี้ยนเต้าต่างก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องของว่านเจี้ยนกุย

“วู้ด—วู้ด—วู้ด—”

เสียงคำรามราวกับสัตว์ยักษ์ดังขึ้น คลื่นที่ถาโถมซัดสาดเข้าใส่เรือลำมหึมาจนเกิดเป็นคลื่นยักษ์ซัดไปสองข้างทาง เรือลำใหญ่หลายสิบลำออกเดินทางพร้อมกันไปยังทุกทิศทาง

“จบแล้ว”

“ในที่สุดก็จบลงเสียที…”

เมื่อหันกลับไปมองเมืองหงเหลียนที่ห่างออกไป ในใจของทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกท่วมท้นไปด้วยอารมณ์มากมาย

การแข่งขันร้อยสถาบันเป็นที่นิยมของผู้ชมมาโดยตลอด ผู้เข้าแข่งขันที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้โดยพื้นฐานแล้วล้วนเป็นอัจฉริยะฟ้าประทานของแต่ละสถาบัน

เพียงแต่เพราะสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และทรัพยากรของแต่ละสถาบัน ทำให้อัจฉริยะฟ้าประทานแต่ละคนย่อมต้องมีความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว…

การแข่งขันในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้เรียกได้ว่าสร้างความประทับใจให้ทุกคนอย่างลึกซึ้ง

แต่ไม่ว่าคนเหล่านี้จะทึ่งเพียงใด ก็ไม่อาจเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงคนคนหนึ่งได้เลย นั่นคือหลินสู่กวง!

ราชันสามมงกุฎที่ไม่เคยปรากฏตัวมานานหลายปีได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง นี่เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจเพียงใด

และพวกเขาก็โชคดีที่ได้เป็นประจักษ์พยาน กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เช่นกัน ในใจของหลายคนก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

เซี่ยงไฮ้

หลังจากที่เหยียนข่ายแจ้งผลการแข่งขันร้อยสถาบันให้ฉีหลินทราบ ท่านฉีผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงวิถียุทธ์ก็ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

“เจ้าเด็กนี่ เก่งจริง ๆ”

เขาเงยหน้าขึ้นถาม “จะกลับมาเมื่อไหร่”

เหยียนข่ายก็ยิ้มแล้วพูดว่า “กัปตันเรือทางนั้นส่งสัญญาณมาที่ท่าเรือเมื่อสิบนาทีที่แล้ว อีกแปดชั่วโมงจะมาถึงครับ”

ฉีหลินลุกขึ้นยืน “ดี แจ้งข่าวนี้ให้อธิการบดีทราบด้วย ครั้งนี้หลินสู่กวงทำให้ฉันได้หน้าครั้งใหญ่เลย”

ณ น่านน้ำแห่งหนึ่ง

“พลังของนาย… เพิ่มขึ้นอีกแล้วเหรอ” ที่มุมหนึ่งของดาดฟ้าเรือ หลี่เจี้ยนเต้าสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลก ๆ จึงมองไปยังหลินสู่กวงอย่างลังเลเล็กน้อย

หลินสู่กวงพยักหน้าส่ง ๆ

หลี่เจี้ยนเต้า “…”

เขาที่ปกติถูกเรียกว่าอัจฉริยะหาตัวจับยาก กลับมารู้สึกถึงความสิ้นหวังในชีวิตอีกครั้ง

“อสูรร้าย คงจะเป็นแบบนี้สินะ…” หลี่เจี้ยนเต้าถอนหายใจ ยอมรับจากใจจริง

ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงมองไปยังหลินสู่กวงด้วยสายตาที่แปลกประหลาดและลังเล

เขานึกถึงตอนนั้นที่ถ้ำมังกรซุ่ม มีสมบัติวิเศษจุติลงมา จากนั้นก็มีหมอกพิษปราณซากศพแผ่กระจายออกมา เพียงแต่รอจนเขาไปถึงถึงได้พบว่า มีคนมาถึงก่อนแล้ว

คนคนนั้น จะเป็นหลินสู่กวงหรือเปล่า

“มีธุระอะไรเหรอ” หลินสู่กวงไม่ได้มีความสามารถในการอ่านใจ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าในใจของหลี่เจี้ยนเต้าคิดอะไรอยู่ เขารู้สึกดีกับอีกฝ่าย จึงเอ่ยปากถาม

หลี่เจี้ยนเต้าเพิ่งจะเตรียมจะเอ่ยปาก

“ซู่—ครืนนน!”

ชั่วโมงที่สามของการเดินทางบนทะเลของเรือข้ามฟาก สายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ ก็ผ่าลงมากลางท้องฟ้า ฟาดลงบนผิวน้ำโดยตรง ในพริบตาประกายอัสนีก็แผ่กระจายออกไป ระเบิดจนเกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ

“ทุกคนกลับเข้าห้องโดยสาร! เร็วเข้า!” เสียงตะโกนดังมาจากบนดาดฟ้าเรือ

หลินสู่กวงและหลี่เจี้ยนเต้าสบตากัน

“ไป”

เพียงแต่เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ครืนนน!

ราวกับฟ้าถล่มดินทลาย ทั่วทั้งท้องฟ้า อัสนีบาตปั่นป่วน ราวกับวันสิ้นโลกมาเยือน

แทบจะในทันที ทั่วทั้งท้องฟ้าก็มืดลง

พายุฝนอันหนักหน่วงโหมกระหน่ำลงมา ราวกับทะเลผืนหนึ่งที่เทลงมาจากขอบฟ้า

หลินสู่กวงและหลี่เจี้ยนเต้าหันกลับเข้าไปในห้องโดยสาร เรือข้ามฟากโคลงเคลงอย่างบ้าคลั่งภายใต้คลื่นยักษ์

ข้างหูมีเสียงลมพายุฝนกระหน่ำบนเรือดังขึ้น เม็ดฝนขนาดเท่าเมล็ดถั่วสั่นสะเทือนดาดฟ้าเรือจนเกิดเสียงดังปัง ๆ ๆ

ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ เรือยักษ์ทั้งสิบลำนี้ก็ได้กลายเป็นเรือลำน้อยที่ไร้ที่พึ่งท่ามกลางสายฟ้าฟาดแล้ว

“พายุมาแล้ว”

“มีบางอย่างผิดปกติ…” หลินสู่กวงขมวดคิ้วเล็กน้อย การปลุกพลังครั้งที่สองของเขาก็เกี่ยวข้องกับอัสนีบาต

ยิ่งไปกว่านั้นพลังจิตวิญญาณของเขาก็เหนือกว่าคนทั่วไปมากนัก จึงสัมผัสได้ถึงพลังอันแปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากอาณาเขตอัสนีนี้ได้ในทันที

นี่เป็นการควบคุมโดยฝีมือมนุษย์!

แต่สิ่งที่เขาคิดไม่ตกก็คือ บนเรือยักษ์ทั้งสิบลำนี้นอกจากผู้เข้าสอบแล้วก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย ไม่มีของมีค่าอะไรเลยแม้แต่น้อย…

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า

เมฆดำม้วนตัว อสรพิษอัสนีอาละวาด ราวกับหม้อที่ระเบิดออก มีบางอย่างราวกับกำลังก่อตัวอยู่หลังเมฆดำนั้น แสงสีแดงเลือดที่เหลืออยู่ส่องผ่านเมฆหนาทึบออกมา

ราวกับดวงตาของมารอสูรที่น่าสะพรึงกลัวดวงหนึ่งกำลังค่อย ๆ ลืมขึ้น

“นั่นมันอะไรน่ะ”

หลี่เจี้ยนเต้ามองตามสายตาของหลินสู่กวงไป

“ตึก ตึก ตึก ตึก…” ในตอนนั้นเอง เหล่าทหารที่ประจำการอยู่บนเรือก็ได้ติดอาวุธครบมือแล้วเดินผ่านทางเดินไป

“เป็นอสูรทะเล!”

“มีราชันอสูรลงมืออยู่ในเงามืด… รีบแจ้งคนที่ท่าเรือ เมืองหงเหลียนแล้วก็เซี่ยงไฮ้ แจ้งเร็วเข้า…”

เสียงสบถที่ขาด ๆ หาย ๆ ดังมา

ในใจของหลี่เจี้ยนเต้าพลันหนักอึ้ง เขามองไปยังหลินสู่กวง “ราชันอสูร เทียบเท่ากับมหายอดปรมาจารย์ อย่างน้อยก็สิบเอ็ดชั้นฟ้า…”

“ลุย!”

หลินสู่กวงทิ้งท้ายประโยคนี้ไว้ แล้วหันหลังพุ่งไปยังห้องควบคุมเรือ

หลี่เจี้ยนเต้าชะงักไปเล็กน้อย

“เขาหมายความว่า… ลุยกับราชันอสูรเหรอ”

เขาลองเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ไล่ตามไป

“พวกนายรีบกลับไป!” กัปตันเรือไม่ได้คิดอะไรมาก รีบตะคอกให้ทั้งสองคนกลับไป

หลินสู่กวงขี้เกียจจะพูดไร้สาระ “ผมเป็นคนของสำนักจัดการพิเศษแห่งต้าเซี่ย ตอนนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น ต้องการให้ผมทำอะไรบ้าง”

“สำนักจัดการพิเศษเหรอ แต่ว่า…” กัปตันเรือชะงักไปชั่วขณะ รู้สึกประหลาดใจกับอายุของหลินสู่กวง

หลี่เจี้ยนเต้าตามมาจากข้างนอก พอได้ยินหลินสู่กวงแนะนำตัวเองก็อดที่จะชะงักไปไม่ได้

สำนักจัดการพิเศษเหรอ

หลินสู่กวงมาจากสำนักจัดการพิเศษอย่างนั้นเหรอ…

ไม่น่าแปลกใจที่ลงมือได้เด็ดขาดขนาดนี้

ข้อสงสัยเล็ก ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในใจก่อนหน้านี้ ในที่สุดก็คลี่คลายลง และก็ทำให้เขารู้สึกเคารพหลินสู่กวงขึ้นมาทันที

สำนักจัดการพิเศษทำอะไรเขารู้ดีที่สุด นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน นั่นคือเบื้องหลังของหลินสู่กวง

“ตอนนี้สถานการณ์คับขัน อย่ามาพูดไร้สาระกับเรื่องแบบนี้อีกเลย ต้องการให้ทำอะไร คุณรีบพูดมา” หลินสู่กวงเร่งเร้า

กัปตันเรืออ้าปาก กลืนน้ำลายครั้งหนึ่ง “เป็นอสูรทะเล…”

ในตอนนั้นเอง

ตึง ตึง ตึง—

ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังกระแทกเรือข้ามฟากอย่างแรง

“ตูม!”

ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังขึ้น เรือข้ามฟากทั้งลำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง…

จบบทที่ สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 335 ลุย!

คัดลอกลิงก์แล้ว