- หน้าแรก
- สยบภพด้วยคมดาบ
- สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 220
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 220
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 220
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 220
พลังของหลินสู่กวงดึงดูดการคาดเดาจากขุมอำนาจมากมาย คืนเดียวก็ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่สร้างทฤษฎีสมคบคิดขึ้นมาในหัว
เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนคิดว่าเรื่องราวสงบลงแล้ว กำลังเตรียมที่จะรวมตัวกันอย่างลับ ๆ เพื่อพูดคุยหัวเราะเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืน
ใครจะไปคิดว่าหลินสู่กวงจะถือดาบไปหาถึงที่ทีละตระกูล เขาไม่สนใจพวกที่ชื่อเสียงไม่ดัง เลือกแต่ตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยโดยเฉพาะ
ทุกคนตกใจและโกรธ “หัวหน้าหน่วยหลิน พวกเราไม่ได้หาเรื่องคุณใช่ไหม”
หลินสู่กวงฟันดาบไปครั้งหนึ่งแล้วพูดเรียบ ๆ “วันนี้ไม่มีหัวหน้าหน่วยหลิน ฉันมาเยี่ยมในฐานะส่วนตัว ได้ยินว่าพวกคุณไม่ยอมรับในตัวฉัน ก็เข้ามาพร้อมกันเลย”
“หลินสู่กวง คุณต้องการอะไรถึงจะยอมปล่อยพวกเราไป”
“ไม่มีใครรับดาบของฉันได้แม้แต่ครั้งเดียว พวกคุณเอาความกล้าที่ไหนมาลอบกัดฉันข้างหลัง เลิกพูดไร้สาระ เอาเงินมาซื้อชีวิตซะ”
เรื่องที่เขาถูกผู้ฝึกยุทธ์มารลอบทำร้ายจนตบะตกฮวบ หากไม่มีผู้บงการเบื้องหลังคอยโหมกระพืออยู่ จะทำให้คนมากมายรู้เรื่องภายในเวลาไม่กี่วันได้อย่างไร
ในสายตาคนนอก หลินสู่กวงก็แค่คนที่อาศัยพลังของตัวเองทำตามอำเภอใจ
แต่ในความเป็นจริง ขุมอำนาจเหล่านั้นที่เขาไปหาถึงที่ต่างก็รู้ดีแก่ใจ ทำได้เพียงกัดฟันกลืนเลือด
พวกเขาคิดว่าหลินสู่กวงไม่มีซือเชียนจวินเป็นที่พึ่งแล้ว จึงร่วมมือกันสร้างกระแสโจมตี ตอนนี้เจ้าตัวมาถึงที่แล้ว แต่กลับไม่มีใครหยุดเขาได้ และไม่กล้าทำให้เป็นเรื่องใหญ่
เดิมทีก็เป็นพวกเขาที่วางแผนเล่นงานก่อน ยิ่งไปกว่านั้นคนที่พวกเขาเล่นงานยังเป็นถึงหัวหน้าหน่วยที่เก้าของสำนักจัดการพิเศษ
ถ้าทำให้เป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ สิ่งแรกที่ซือเชียนจวินจะทำหลังจากเดินทางกลับมาไกลก็คือการมาเด็ดหัวพวกเขาอย่างแน่นอน
ยิ่งหลินสู่กวงไปเยือนตระกูลใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่
[พระสูตรจิตกายาเทพมิแตกดับเก้าวัฏ] ก็ยิ่งได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน ช่องสุดท้ายของหน้าต่างสถานะก็รีเฟรชอย่างต่อเนื่อง [กำลังวิเคราะห์ 37%]…
[กำลังวิเคราะห์ 47%]…
[กำลังวิเคราะห์ 58%]…
[กำลังวิเคราะห์ 66%]…
[กำลังวิเคราะห์ 75%]…
สุดท้ายก็หยุดอยู่ที่ระดับ [กำลังวิเคราะห์ 88%]
หลินสู่กวงจึงทำได้เพียงหยุดมืออย่างหมดความสนใจ
เมืองหวยเฉิงเล็กเกินไปจริง ๆ ต่อให้มี ‘ความร่วมมือ’ จากตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยมากมายขนาดนี้ เขาก็ยังไม่สามารถวิเคราะห์ [โซ่กลืนดวงจิต] ได้อย่างสมบูรณ์
ถ้าเปลี่ยนเป็นเซี่ยงไฮ้…
หลินสู่กวงถึงกับมีความคิดอยากจะถือดาบพุ่งไปยังเซี่ยงไฮ้
สุดท้ายเขาก็ระงับความคิดนั้นไว้ได้เพราะเสียงโทรศัพท์ที่เร่งเร้า
“เหล่าหลิน ว่ะฮะฮ่า ฉันมาแล้ว”
เสียงดังอันคุ้นเคยดังมาจากปลายสายอย่างตื่นเต้น
หลินสู่กวงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูการแจ้งเตือนสายเรียกเข้าอย่างประหลาดใจ แล้วพูดกับเมิ่งเสินโจวที่อยู่อีกฝั่งของสายอย่างแปลก ๆ “นายมาเมืองหวยเฉิงแล้วเหรอ”
“ใช่แล้ว ฮ่า ๆ ๆ แค่ลูกไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ของพ่อเฒ่าที่บ้านฉัน เขาคิดจะขังฉันไว้เหรอ ดูถูกฉันเกินไปแล้ว อย่าพูดเรื่องนี้เลย นายอยู่ที่ไหน เดี๋ยวฉันไปหา”
แค่ฟังเสียงก็รู้แล้วว่ามุมปากของเมิ่งเสินโจวยกสูงแค่ไหน
หลินสู่กวงนวดขมับ
จอมป่วนโลกคนนี้มาถึงเมืองหวยเฉิง ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือร้าย…
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็นั่งรถส่วนตัวที่สำนักจัดการพิเศษส่งมา “ไปสถานีรถไฟ”
แล้วพูดกับปลายสายว่า “นายรอฉันอยู่ที่สถานีรถไฟ อีกยี่สิบนาทีฉันจะไปถึง”
“โอเคเลย” เมิ่งเสินโจวหัวเราะหึ ๆ
บนรถ
หลินสู่กวงโทรหาซือเชียนจวิน ก็ไม่อยากให้เขาต้องกังวลเกินไป
แต่ครั้งนี้ก็ยังโทรไม่ติด
ตั้งแต่เมื่อวาน เขาก็โทรหาซือเชียนจวินไม่ติดเลย
เขาเคยบอกเรื่องนี้กับฉีหลินแล้ว ซือเชียนจวินขาดการติดต่อไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่โทรหาฉีหลินได้ไม่นาน
แต่ที่หลินสู่กวงคาดไม่ถึงก็คือ เมื่อวานตอนที่ฉีหลินรู้เรื่องนี้กลับไม่ได้แสดงท่าทีเป็นห่วงเลย “เขาไม่เป็นอะไรหรอก พวกผู้อาวุโสวิถียุทธ์รุ่นเก่าชอบอยู่ในป่าลึกเขาไกล ติดต่อไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ”
โทรศัพท์ยังคงโทรไม่ติด
หลินสู่กวงเก็บโทรศัพท์แล้วเริ่มหลับตาพักผ่อน
ยี่สิบนาทีต่อมา
สถานีรถไฟเมืองหวยเฉิง
‘หนุ่มสุดเฟี้ยว’ คนหนึ่งในชุดเสื้อแดงกางเกงเขียว สวมแว่นกันแดดและสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ยืนอยู่ที่หน้าสถานีรถไฟ รอบตัวเขามีหญิงชราอายุราวห้าสิบหกสิบปีหลายคนแต่งหน้าจัดจ้านรายล้อมอยู่ พวกนางแทบอยากจะยื่นมือไปหยิกแก้มของเมิ่งเสินโจว
“หล่อจริง ๆ”
“โสดหรือเปล่า”
“เป็นคนต่างถิ่นเหรอ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวนี้การเดินทางสะดวก…”
เมิ่งเสินโจวฟังจนปวดหัว
ถ้าเป็นพวกคุณชายตระกูลใหญ่ที่กล้ามาพูดไม่หยุดอยู่ตรงหน้าเขาแบบนี้ ป่านนี้เขาคงฟันขวานลงไปแล้ว
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าคุณป้าที่ ‘กระตือรือร้น’ กลุ่มนี้ เขาทำได้เพียงเก๊กหน้าขรึม
“ผมขอเตือนพวกคุณนะ… พูดดี ๆ อย่ามือไม้ถึงเนื้อถึงตัว ผมดุมากนะ ต่อยหมัดเดียว… นี่ พวกคุณยังจะมาจับอีก”
รถเก๋งคันหนึ่งจอดลง
หลินสู่กวงเพิ่งจะลงจากรถ ก็ได้ยินเมิ่งเสินโจวตะโกนลั่น เขาเบียดฝูงชนแล้วพุ่งเข้ามา
“พ่อหนุ่ม แต่งงานหรือยัง”
“หล่อขนาดนี้ ให้ฉันแนะนำใครให้ไหม”
หลินสู่กวงมองไปที่เมิ่งเสินโจวด้วยสีหน้าแปลก ๆ
เกิดอะไรขึ้น
เมิ่งเสินโจวส่ายหน้า
ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน
ในขณะที่สื่อสารกันทางสายตา ทั้งสองคนก็รีบวิ่งกลับไปที่รถโดยไม่ได้นัดหมาย
“ออกรถ ออกรถ เร็วเข้า”
เมิ่งเสินโจวขึ้นรถแล้วก็รีบเร่งทันที
โชคดีที่คนขับรถมาจากสำนักจัดการพิเศษ เขาตาไว มือไว เหยียบคันเร่งได้อย่างมั่นคงและรวดเร็ว
หลังจากสลัดเหล่าคุณป้าผู้กระตือรือร้นหลุดแล้ว เมิ่งเสินโจวก็หันไปมองใบหน้าที่ตกตะลึงของพวกนาง ในที่สุดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วฉีกยิ้มกว้าง “โชคดีที่นายมาทันเวลา จริงสิ แล้วเหล่าฉู่ล่ะ”
“อยู่ที่สำนักงาน” หลินสู่กวงพูดส่ง ๆ “กินข้าวเย็นหรือยัง”
เมิ่งเสินโจวลูบท้องแล้วยิ้มอย่างซื่อ ๆ “พอพูดขึ้นมาก็หิวจริง ๆ ด้วย นายกินหรือยัง”
“งั้นก็ไปที่ร้านของฉันแล้วกัน”
หลินสู่กวงให้ลูกน้องขับรถไปที่ร้านค้าสกุลหลิน
เมิ่งเสินโจวมองชื่อร้านแล้วขยับเข้าไปกระซิบ “นี่ร้านของบ้านนายเหรอ”
หลินสู่กวงพยักหน้า ยังไม่ทันได้พูดอะไร ร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากประตูแล้วโผเข้าสู่อ้อมแขนของเขา
แต่ยังไม่ทันจะได้ซึมซับความรู้สึกนั้น หลินสู่กวงก็ผลักน้องสาวออกไปอย่างรังเกียจ “ช่วงนี้กินอะไรเข้าไป ทำไมตัวหนักขนาดนี้”
เด็กสาวหน้าดำคล้ำในทันที
เธอเหยียบเท้าของหลินสู่กวง แต่เขาก็หลบได้อย่างง่ายดาย
เธอจึงกัดฟันกรอด “พี่นั่นแหละอ้วน”
“แค่ก ๆ ในเวลาแบบนี้ คนหล่ออย่างฉันก็ต้องออกโรงแล้ว…” เมิ่งเสินโจวถอดแว่นกันแดด อยากจะจับมือทำความรู้จักกับหลินเสี่ยวซีด้วยท่าทีสุขุม
แต่หลินสู่กวงกลับเป็นคนจับมือแทน ไม่สนใจสายตาที่ตกตะลึงของเขา แล้วพูดด้วยรอยยิ้มแต่ตาไม่ยิ้มว่า “จับมือกับฉันก็เหมือนกัน”
“…”
ขี้งก
เมิ่งเสินโจวพึมพำ
หลินเสี่ยวซียังคงเรียกเขาอย่างน่ารักเชื่อฟังว่า “สวัสดีค่ะพี่ชาย” น้ำเสียงที่หวานนุ่มนวลนี้ทำเอาชายแท้ใจเหล็กอย่างเมิ่งเสินโจวใจแทบละลาย
“สวัสดีครับ สวัสดี”
หลินเสี่ยวซีกะพริบตาปริบ ๆ ไม่ยอมไปไหน มองเขาอย่างน่ารัก
ตอนแรกเมิ่งเสินโจวไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ
แต่พอสบตากันนานเข้า ในใจก็รู้สึกใจคอไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก
เขาก้มหน้าลงแล้วเริ่มล้วงหาของ
เป็นหลินสู่กวงที่ใช้นิ้วเดียวดันหลินเสี่ยวซีถอยไป ถึงได้ช่วยแก้สถานการณ์ให้เมิ่งเสินโจวได้
“วัน ๆ คิดอะไรอยู่”
เขาหันไปพูดกับเมิ่งเสินโจว “อย่าไปสนใจเธอเลย ถ้าไม่สบายใจจริง ๆ ก็ซื้อไก่ทอดให้สักชุดก็พอแล้ว แล้วก็ซื้อมาเผื่อฉันด้วย”
ประโยคสุดท้ายพูดออกมาอย่างมั่นใจ
เมิ่งเสินโจวพลันรู้สึกว่าการเดินทางไกลครั้งแรกในชีวิตของเขาเหมือนจะเกิดข้อผิดพลาดอะไรบางอย่าง… นี่มันถ้ำหมาป่าหรือไง ทำไมถึงทำให้คนรู้สึกตัวสั่นงันงกได้ขนาดนี้