- หน้าแรก
- สยบภพด้วยคมดาบ
- สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 150
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 150
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 150
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 150
หลินสู่กวงและเฝิงซานนั่งอยู่ในห้องส่วนตัว ทั้งสองคนคุยกันไปกินกันไป บางครั้งก็หยอกล้อกันบ้าง
พอพูดถึงเมืองหวยเฉิง เฝิงซานก็เล่าเรื่องแปลก ๆ ขึ้นมาเรื่องหนึ่ง “นายอาจจะยังไม่รู้ [ดินแดนโลหิตเถื่อน] สองวันนี้ถูกสั่งปิด อยู่ ๆ ก็มีทหารมาเยอะแยะเลย ติดอาวุธครบมือ ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น... พอถูกสั่งปิดแบบนี้ กลุ่มนักล่าหลายกลุ่มก็ทำได้แค่ใช้ของเก่าประทังชีวิตไปก่อน ส่วนทีมเล็ก ๆ ที่อ่อนแอกว่าก็ไม่รู้ว่าจะทนไหวหรือเปล่า”
ขณะที่เฝิงซานเล่าพลางถอนหายใจ แววตาของหลินสู่กวงก็วูบไหว
[ดินแดนโลหิตเถื่อน] ถูกสั่งปิดเหรอ
เขานึกถึงเรื่องของ [ถ้ำมังกรซุ่ม] ขึ้นมาทันที เพียงแต่เรื่องนี้สำนักจัดการพิเศษได้ออกคำสั่งเด็ดขาดแล้วว่าต้องเก็บเป็นความลับ ดังนั้นหลินสู่กวงจึงบอกความจริงกับเฝิงซานไม่ได้
อีกอย่าง เขาก็ไม่แน่ใจว่า [ดินแดนโลหิตเถื่อน] กับ [ถ้ำมังกรซุ่ม] จะเป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่า
คืนนั้นหลังจากบอกลาเฝิงซาน หลินสู่กวงก็กลับมาที่พักแล้วโทรศัพท์หาซือเชียนจวิน
ซือเชียนจวินพอได้รับโทรศัพท์จากหลินสู่กวงก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง “ไม่ได้เจอนายโทรมาสองเดือนกว่าแล้วนะ ดึกดื่นป่านนี้โทรมาหาฉันเนี่ยนะ”
“หึ พูดมาสิ ไปก่อเรื่องกับบ้านไหนมา”
หลินสู่กวงได้ฟังคำพูดของซือเชียนจวิน ก็พูดอย่างกลั้วหัวเราะ “ไม่เอาน่าผู้อำนวยการซือ ในสายตาคุณผมดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
ซือเชียนจวินตอบอย่างเด็ดขาดผิดปกติ “ใช่”
“…” หลินสู่กวงหน้าเจื่อน “ไม่ได้ก่อเรื่องจริง ๆ ครับ ผมดูเหมือนคนชอบก่อเรื่องเหรอครับ ผมเป็นพลเมืองดีนะ สำนักงานไม่มอบรางวัลเยาวชนดีเด่นให้ผมก็ถือว่าใจร้ายแล้ว”
ซือเชียนจวินหัวเราะเยาะ “อย่ามาพูดจาไร้สาระกับฉัน พูดมาเถอะว่ามีเรื่องอะไร”
หลินสู่กวงยิ้มอย่างไม่มีพิษมีภัย “ไม่มีอะไรครับ ก็แค่คิดถึงคุณ”
“…” ฝั่งซือเชียนจวินเงียบไปนาน
หลินสู่กวงยังคงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบต่อไป “ผู้อำนวยการซือช่วงนี้ทำงานหนักไหมครับ อย่าอดนอนนะ อย่าลืมพกกระติกน้ำร้อน ใส่เก๋ากี้ลงไปด้วย... อย่าหักโหมเกินไปนะครับ คุณคือความภาคภูมิใจของเมืองหวยเฉิงของพวกเรา อย่าล้มป่วยไปซะก่อนล่ะครับ…”
ซือเชียนจวินสูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับกำลังพยายามสงบสติอารมณ์ “ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่”
“ไม่มีอะไรจริง ๆ ครับ” หลินสู่กวงไม่ยอมพูดถึงความคิดที่แท้จริงของตัวเองออกมา
ซือเชียนจวิน “ไม่พูดฉันจะวางแล้วนะ”
“ถ้างั้นถ้ารบกวนผู้อำนวยการซือ คุณก็วางสายได้เลยครับ” หลินสู่กวงพูดหน้าตาเฉย
ซือเชียนจวินหยุดไปครู่หนึ่ง ในใจก็อดสงสัยไม่ได้
เจ้าเด็กนี่มันเป็นอะไรไป รู้จักเป็นห่วงคนอื่นด้วย ตะวันขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง
เขาถามย้ำอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ “ไม่มีอะไรจริง ๆ เหรอ”
น้ำเสียงของหลินสู่กวงพลัน “เขินอาย” ขึ้นมา “ไม่มีอะไรจริง ๆ ครับ แหม ก็จะพูดยังไงดีล่ะ สองวันก่อนโทรไปที่บ้าน พวกเขาก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่ผมก็ยังไม่ค่อยสบายใจ”
ซือเชียนจวินหยุดไปครู่หนึ่ง “ที่บ้านนายไม่มีอะไร เมื่อวานฉันยังไปกินบะหมี่ที่ร้านค้าสกุลหลินมาเลย อร่อยดีจริง ๆ”
หลินสู่กวงยิ้มแล้วพูดต่อ “ผู้อำนวยการซือ เมืองหวยเฉิงช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ มีความเคลื่อนไหวอะไรไหม”
ซือเชียนจวินพูดส่ง ๆ “ทุกอย่างก็ปกติดี ยกเว้นที่ดินแดนโลหิตเถื่อนเกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อย”
“ร้ายแรงไหมครับ” พอเข้าเรื่องสำคัญ หลินสู่กวงก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที
แต่ซือเชียนจวินกลับพูดว่า “ในโทรศัพท์ไม่สะดวกจะพูดมากนัก คล้าย ๆ กับเรื่องที่เจอใน [ถ้ำมังกรซุ่ม] นั่นแหละ”
ม่านตาของหลินสู่กวงหดเล็กลง “[ถ้ำมังกรซุ่ม] เหรอครับ เรื่องนี้ผมก็มีส่วนร่วมด้วย ผู้อำนวยการซือคงจะได้ยินเรื่องราวที่เซี่ยงไฮ้ช่วงนี้มาบ้างแล้วใช่ไหมครับ”
ซือเชียนจวินครางรับ “อืม รายงานของพวกนายฉันอ่านแล้ว”
ก่อนหน้านี้หลินสู่กวงก็สงสัยเกี่ยวกับความจริงของ [ถ้ำมังกรซุ่ม] มาตลอด น่าเสียดายที่ไปไม่ทัน ตอนนี้ [ดินแดนโลหิตเถื่อน] ก็เกิดเรื่องขึ้นอีก เขาจึงรีบพูดขึ้นทันที “ผู้อำนวยการซือ ที่สำนักงานขาดคนใช่ไหมครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะซื้อตั๋วกลับไปเลย”
“ไม่ต้อง”
“ไม่ครับ คุณต้องการ”
เปลือกตาของซือเชียนจวินกระตุกแล้วเงียบไป แต่ก็ยังคงปฏิเสธ “...ตอนนี้ยังไม่เลวร้ายถึงขนาดนั้น นายตั้งใจฝึกพิเศษไปเถอะ”
หลินสู่กวงแอบเสียดายในใจ จึงได้แต่ถอยไปหนึ่งก้าว “ถ้ามีเรื่องอะไรที่ต้องการผมก็เรียกได้ตลอดเลยนะครับ ผมพร้อมเสมอ”
หลังจากซือเชียนจวินวางสาย ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความแปลกใจ “ทำไมถึงรู้สึกตลอดเลยว่าเจ้าเด็กนี่กำลังคิดอะไรไม่ดีอยู่อีกแล้ว”
ส่วนที่เซี่ยงไฮ้อันห่างไกล
หลินสู่กวงวางโทรศัพท์ลงแล้วจมอยู่ในภวังค์ความคิด…
“เรื่องที่เกิดขึ้นใน [ถ้ำมังกรซุ่ม]... ไม่แน่ว่าอาจจะพลิกโลกทัศน์ของทุกคนได้เลย ไม่อย่างนั้นศาสตราจารย์ติงคงไม่ถูกบีบจนตกอยู่ในสภาพกึ่งคนกึ่งผีแบบนี้…”
“การฟื้นคืนของเทพวิญญาณเหรอ คงไม่โหดร้ายขนาดนั้นหรอกมั้ง… ถ้าเกี่ยวข้องกับเทพวิญญาณจริง ๆ ระเบียบทั้งหมดที่สร้างขึ้นมาตลอดสามร้อยปีนี้อาจจะต้องพังทลายลง…”
เมื่อนึกถึงข้อสันนิษฐานอันน่าสะพรึงกลัวนี้ หลินสู่กวงก็ส่ายหน้า “ฉันคงจะคิดมากไปเอง ถ้าเป็นการฟื้นคืนของเทพวิญญาณจริง ๆ ต้าเซี่ยคงไม่นิ่งเฉยอยู่แบบนี้… สุดท้ายแล้วก็เป็นเพราะอำนาจของฉันต่ำเกินไป ถึงได้ไม่รู้ข้อมูลที่เป็นความลับมากกว่านี้”
“อยากจะรู้จริง ๆ ว่าการสังหารเทพมันรู้สึกอย่างไรกันนะ…”
ในช่วงเวลาที่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ จากความรู้สึกเหล่านี้ หลินสู่กวงก็ยิ่งรู้สึกว่าพลังของตนเองยังไม่เพียงพอ
เดิมทีเขาคิดว่าพอได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้วก็จะกลายเป็นยอดฝีมือระดับสูง
แต่ตอนนี้เมื่อดูจากร่องรอยต่าง ๆ แล้ว โลกใบนี้ยังซ่อนกลุ่มยอดฝีมือที่มีพลังต่อสู้ระดับสูงที่แท้จริงเอาไว้
อย่างเช่นสถาบันตักม้ออันลึกลับนั่น
หรืออย่างเทวาลัย องค์กรผู้ฝึกยุทธ์มารชื่อดังแห่งนี้ก็มีลูกน้องระดับขอบเขตหลอมอวัยวะอยู่ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นทูตเทพเพียงแค่จิตเทวะก็มีตบะอย่างน้อยระดับขอบเขตหลอมอวัยวะแล้ว
ถ้าร่างหลักมาจุติเองล่ะ จะไม่ระเบิดเลยหรือ
หลินสู่กวงกระทั่งรู้สึกว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เขาเห็นในตอนนี้ไม่ใช่กำลังรบระดับสูงของต้าเซี่ยเลยด้วยซ้ำ
บางทีขอบเขตหลอมอวัยวะอาจจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น…
“คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ รอให้ฉันหลอมกระดูกร้อยเสียงได้ก่อนค่อยมาคิดเรื่องพวกนี้แล้วกัน ถ้าเข้าไปยุ่งโดยไม่คิดหน้าคิดหลังก็มีแต่ไปตายเปล่าเท่านั้น”
สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป หลินสู่กวงเริ่มตั้งสมาธิแล้วลงมือฝึกฝน
หลายวันต่อมา
หลินสู่กวงที่กำลังจมอยู่กับการฝึกฝนถูกเฉาเชาโทรศัพท์เรียกตัวออกจากสถาบัน
“ครั้งนี้ภารกิจอะไร” หลินสู่กวงขึ้นรถแล้วถามส่ง ๆ
เฉาเชายิ้มแล้วพูดว่า “วันนี้คนของเราตรวจพบองค์กรค้ามนุษย์ข้ามมณฑล เบื้องบนให้หน่วยที่สามของพวกเรารับผิดชอบ เงินรางวัลห้าแสน ถึงจะน้อยไปหน่อยแต่ของที่ได้มาระหว่างภารกิจ พวกเราแค่ส่งมอบสามส่วน… ภารกิจแบบนี้รวยเละเลยนะ”
“ยังมีผู้ฝึกยุทธ์ทำธุรกิจค้ามนุษย์ด้วยเหรอ” หลินสู่กวงรู้สึกแปลกใจ
เฉาเชาอธิบายเสียงเบา “อีกาทั่วหล้าล้วนสีดำเหมือนกัน โดยทั่วไปแล้วคนที่ทำอาชีพนี้มักจะเกี่ยวข้องกับผู้ฝึกยุทธ์มาร พวกเขาจะจับตัวผู้ปลุกพลัง แล้วส่งมอบให้องค์กรเบื้องบนเพื่อใช้ในการทดลองกับมนุษย์หรือสร้างเป็นหุ่นเชิด…”
หลินสู่กวงพยักหน้า
เบื้องหลังของอีกฝ่ายเป็นอย่างไรเขาไม่สนใจ ประเด็นสำคัญคือมันรวยเละจริง ๆ หรือเปล่า
รถจอดอยู่ที่สี่แยกแห่งหนึ่ง
เฉาเชาพูดเสียงเบา “คนอยู่ในบ้านเลขที่ 257 นั่นแหละ นี่คือแผนที่ที่พวกเราหามาได้ ข้างล่างมีห้องใต้ดิน คนถูกขังอยู่ในนั้น”
หลินสู่กวงพยักหน้า “พวกคุณเฝ้าอยู่หน้าประตู ป้องกันไม่ให้มีใครหนีรอดไปได้ ส่วนข้างใน—”
“ผมจัดการเอง”
หลินสู่กวงลงจากรถไปคนเดียว
ในรถ เฉาเชาและหานอี้สบตากัน
“นายพนันว่ากี่นาที”
“ยี่สิบนาทีไหม”
“ห้านาทีแล้วกัน”
สิ้นเสียงพูด ก็มีเสียงระเบิดดัง “โครม” ทั้งถนนสั่นสะเทือน