- หน้าแรก
- สยบภพด้วยคมดาบ
- สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 047
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 047
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 047
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 047
เฝิงซานหายตัวไป!
นี่คือปฏิกิริยาแรกของหลินสู่กวง
หากหญิงสาวชุดแดงคนนั้นเกี่ยวข้องกับผู้ฝึกยุทธ์จากดินแดนโลหิตเถื่อนจริง ๆ ก็คงพูดได้เพียงว่าชิ้นส่วนจากซากศพของราชันวานรผีเถื่อนเป็นตัวการที่เปิดโปงเขา
และคนที่รู้เรื่องนี้ก็มีเพียงเฝิงซาน แต่ตอนนี้เขากลับขาดการติดต่อไปโดยสิ้นเชิง หรือว่าเขาจะถูก…
หลินสู่กวงขมวดคิ้ว
ภายใต้ราตรีอันมืดมิด บนถนนยาวเหยียดที่ไร้ผู้คนพลันมีลมหนาวพัดโชยมา ป้ายผ้าของร้านค้าข้างทางถูกลมพัดจนสะบัดดังพึ่บพั่บ
ราตรีอันมืดมิดราวกับจะกลืนกินแม้กระทั่งแสงไฟอันริบหรี่ของโคมไฟถนนเข้าไปในคำเดียว รอบด้านหนาวเย็นยะเยือก
มีเพียงหลินสู่กวงที่นี่ ที่เปรียบดั่งดวงตะวันอันเจิดจ้า ภูตผีปีศาจมิอาจกล้ำกราย
เขาหรี่ตาทั้งสองข้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
วินาทีต่อมา เขาก็หันหลังเดินไปยังร้านอาหารเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลออกไปอย่างไม่ลังเล
เรื่องที่ต้องใช้สมองนี่มันน่ารำคาญจริง ๆ…
เธอกล้ามา ฉันก็จะฟันเธอให้ตาย!
…
เช้านี้
สำนักยุทธ์วายุคลั่งได้ต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญในชุดสีแดงคนหนึ่ง แม้ใบหน้าจะซีดขาว แต่ดวงตาอันเฉียบคมคู่นั้นก็ทำให้ศิษย์ในสำนักยุทธ์ตกใจจนตัวสั่นไม่กล้าเข้าใกล้
ซ่งซือเห็นการปรากฏตัวของเฉินเซียน แต่ก็ไม่ได้พุ่งเข้าไปสังหารในทันที เขาเปิดประตูแล้วพูดขึ้นลอย ๆ “เข้ามาสิ”
ทั้งสองคนเดินจากไปคนหนึ่งนำหน้าคนหนึ่งตามหลัง
ทุกคนบนลานฝึกยุทธ์ต่างมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเฉินเซียน แต่ก็รู้ดีว่ากลิ่นอายของคนทั่วไปนั้นไม่แข็งแกร่งเทียบเธอผู้นี้
เธอต้องเป็นยอดฝีมืออย่างแน่นอน!
เมื่อเดินเข้าไปในกระท่อมเล็ก ๆ ที่หลินสู่กวงเพิ่งมาเมื่อคืนวาน เฉินเซียนก็มองตรงไปข้างหน้า “ขอผู้อาวุโสโปรดประทานยาถอนพิษให้ฉันด้วย”
พอได้ยินคำพูดนี้ ซ่งซือก็ถึงกับหัวเราะออกมา “เธอคิดจะฆ่าศิษย์ในสำนักยุทธ์ของฉัน แล้วยังจะมาขอยาถอนพิษจากฉันอีก นี่เธอไม่กลัวว่าฉันจะฟาดเธอฝ่ามือเดียวตายจริง ๆ หรือ”
เฉินเซียนทำราวกับไม่เกรงกลัว กล่าวด้วยใบหน้าเย็นชา “หากผู้อาวุโสคิดจะฆ่าฉัน ก็คงไม่ให้ฉันเข้ามาแล้ว”
รอยยิ้มของซ่งซือหุบลง เขามองไปอย่างเย็นชา “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน บอกเหตุผลที่จะไม่ให้ฉันฆ่าเธอมา”
ขนทั่วร่างของเฉินเซียนลุกชัน เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ จ้องตรงไปยังดวงตาของซ่งซือ แล้วพูดทีละคำ “น้องชายของฉันตายแล้ว และเกี่ยวข้องกับเขา”
ซ่งซือขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ถึงสาเหตุเบื้องหลังเรื่องนี้เลย
ฝ่ายเขาขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย แต่ในใจของเฉินเซียนกลับเย็นวาบ ที่เธอพูดเช่นนี้ก็เพื่อหลอกซ่งซือ
แต่ปฏิกิริยาของเขา!
ยอดฝีมือวิถียุทธ์ผู้นี้กลับไม่รู้เรื่องงั้นหรือ
หรือว่า จะไม่ใช่ฝีมือของพวกเขาจริง ๆ
“ผู้อาวุโส… ไม่รู้จริง ๆ หรือคะ”
ซ่งซือเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง “เปิ่นจั้วหากคิดจะฆ่าเธอก็ง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ จำเป็นต้องหลอกเธอด้วยหรือ”
ใบหน้าของเฉินเซียนซีดขาวลง เมื่อเผชิญหน้ากับกลิ่นอายกดดันที่แผ่ออกมาจากซ่งซือ เธอก็ยังคงกัดฟันพูดว่า
“ขอบังอาจถาม ขอบังอาจถามว่าศิษย์ของผู้อาวุโสมีตบะระดับใดหรือคะ”
“อายุเท่าเขา เธอว่าอย่างไรล่ะ” ซ่งซือกล่าวอย่างเรียบเฉย
ใบหน้าของเฉินเซียนยิ่งซีดขาวลงไปอีกหลายส่วน ทั้งร่างยืนนิ่งราวกับคนสติหลุดลอย
เฉินเย่าน้องชายของเธอมีตบะระดับหลอมกระดูกหกเสียง
เจ้าสารเลวน้อยนั่นยังไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ด้วยซ้ำ แล้วจะฆ่าน้องชายของเธอได้อย่างไร
แต่ฆาตกรตัวจริงคือใครกันแน่!
“ราชันวานรผีเถื่อนไม่ใช่ฝีมือของผู้อาวุโสจริง ๆ หรือคะ” เฉินเซียนทนรับแรงกดดันทั้งหมดแล้วฝืนถามออกไป
ซ่งซือขมวดคิ้วอีกครั้ง นี่มันเรื่องอะไรกันแน่!
เฉินเซียนสับสนไปหมดแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นน้องชายของฉัน ใครเป็นคนฆ่ากันแน่ น้องชายของฉันบอกว่าจะไปฆ่าราชันวานรผีเถื่อน แต่สุดท้ายเขากับราชันวานรผีเถื่อนก็ตายทั้งคู่…”
ซ่งซือไม่มีอารมณ์จะมองเธอที่กำลังสติหลุดลอยอยู่ที่นี่ เขาโบกมือ “เธอไปเถอะ ก่อนค่ำคืนนี้จงออกจากเมืองหวยเฉิงไป!”
เฉินเซียนได้สติกลับมา แต่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะจากไป “ผู้อาวุโส ยาถอนพิษ—”
สายตาของซ่งซือเย็นชา เขาเหลือบมองไปแวบหนึ่ง “ไสหัวไป!”
เฉินเซียนรู้ว่าคงไม่ได้ยาถอนพิษแล้ว จึงหันหลังเดินจากไปอย่างเด็ดขาด
เพียงแต่ตอนที่เปิดประตูและกำลังจะจากไป เธอก็พลันเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “ก่อนที่ฉันจะมาได้สืบดูแล้ว สำนักยุทธ์วายุคลั่งไม่เคยเปิดสาขาในเมืองหวยเฉิง… ผู้อาวุโส ท่านเป็นใครกันแน่”
ยอดฝีมือวิถียุทธ์ผู้มีพลังอำนาจแข็งแกร่งกลับซ่อนตัวตนอาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ กระทั่งสำนักจัดการพิเศษก็ยังไม่พบปัญหาใด ๆ
เฉินเซียนไม่เชื่อว่าซ่งซือเพียงแค่ใช้ชีวิตเล่นสนุกไปวัน ๆ เขาต้องมีแผนการบางอย่างอย่างแน่นอน!
พูดจบ ร่างของเธอก็หายไปจากที่เดิมในทันที
ซ่งซือไม่ได้ไล่ตามไป แต่หันกลับไปดูแลดอกไม้ใบหญ้าเหล่านั้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
…
ตอนบ่าย เย่เทียนฮ่าวมาถึงสำนักยุทธ์ โดยไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า
เขากวาดตามองไปรอบ ๆ ขมวดคิ้วมองไปยังเผิงเชา “หลินสู่กวงล่ะ ทำไมไม่เห็นเขา”
หินลับมีดดี ๆ เช่นนี้หาได้ไม่ง่ายนัก
สายตาของเผิงเชาวูบไหว เขาจึงส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “เขายังไม่มาครับ ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่เขาพ่ายแพ้ให้ท่าน เขาก็ไม่ค่อยมาที่สำนักยุทธ์บ่อยนัก คาดว่าคงจะกลัวแล้ว”
“กลัวหรือ” เย่เทียนฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป จากนั้นก็หัวเราะเยาะอย่างดูแคลน “หากเป็นเช่นนั้นจริง เขากับขยะจะมีอะไรต่างกัน ดูท่า ฉันคงจะประเมินเขาสูงเกินไปแล้ว”
เขาหันกลับไปชักดาบไม้ชี้ไปยังเผิงเชา แล้วกล่าวอย่างเรียบเฉย “วันนี้นายมาเป็นคู่ซ้อมให้ฉันแล้วกัน”
เผิงเชาสีหน้ายินดี “เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ”
…
“นี่คือเมล็ดบัวใจทะเลโลหิตหรือ”
ถนนว่านเม่า ร้านขายยาเทียนเหิง
เหล่าจินพิจารณาเมล็ดบัวที่หลินสู่กวงยื่นมาให้อย่างระมัดระวัง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น “นายจะขายจริง ๆ หรือ”
หลินสู่กวงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “คุณเสนอราคามาได้เลย”
เหล่าจินลูบคาง “บัวใจทะเลโลหิตนั้นหายากอย่างยิ่ง เป็นส่วนประกอบหลักของโอสถระดับสูงหลายชนิด… อืม พวกเราก็คนกันเอง ฉันไม่เอาเปรียบนายหรอก ของสิ่งนี้ก็มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อฉันเช่นกัน หกแสนเม็ดหนึ่งเป็นอย่างไร”
ราคานี้ก็ถือว่ายุติธรรมดี หลินสู่กวงจึงตกลง
เหล่าจินพลันยิ้มอย่างมีเลศนัย “ในมือนายยังมีอีกใช่หรือไม่ ทางฉันรับได้ทั้งหมด นายจะลองพิจารณาดูหน่อยไหม”
หลินสู่กวงสีหน้าไม่เปลี่ยน “เม็ดสุดท้ายแล้ว หากไม่ใช่เพราะมันแทบจะไม่มีสรรพคุณทางยาเหลืออยู่ ผมก็คงไม่นำออกมาขายหรอก”
เหล่าจินเห็นดังนั้นก็เชื่อว่าเป็นความจริง พูดตรง ๆ ว่า “น่าเสียดาย”
“ต่อไปหากมีสมุนไพรวิเศษอะไร ก็มาหาฉันก่อนได้เลย ราคาที่ฉันให้นายยุติธรรมอย่างแน่นอน ว่าไปแล้ว พวกเราต่างก็เป็นเพื่อนของเหล่าเฝิง”
เฝิงซาน
หลินสู่กวงถามขึ้นลอย ๆ “ช่วงนี้เขาได้ติดต่อท่านบ้างไหม”
เหล่าจินชะงักไป “นายไม่พูดฉันก็ยังไม่ทันสังเกต เขาไม่ได้ติดต่อฉันมาสามวันแล้ว หรือว่าจะไปรับของที่ต่างเมือง”
หลินสู่กวงรับเงินแล้วก็ยิ้มทักทายชายชราที่สูบไปป์อยู่หน้าประตู จากนั้นก็หายเข้าไปในฝูงชน
ภายในร้านขายยาเทียนเหิง
ชายชราที่สูบไปป์มองไปยังเหล่าจิน “บัวใจทะเลโลหิต จุ๊ จุ๊ คนทั่วไปหามาไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะ”
เหล่าจินเก็บเมล็ดบัวอย่างระมัดระวัง “ไม่อย่างนั้นจะบอกได้อย่างไรว่าเขาเป็นคนมีวาสนา มีเมล็ดบัวใจทะเลโลหิตแล้ว โอสถตัวใหม่ของฉันก็ยิ่งมีโอกาสหลอมสำเร็จมากขึ้น”
ชายชราที่สูบไปป์พลันพูดขึ้นว่า “ทางเฝิงซานจะ…”
เหล่าจินได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วมองไป แล้วส่ายหน้า “ไม่ต้องไปสนใจเขา ตราบใดที่เขายังไม่ติดต่อฉัน ก็แสดงว่ายังไม่ถึงตาจน”
ชายชราที่สูบไปป์เข้าใจในทันที เขากลับไปนอนบนเก้าอี้ไม้ แล้วสูบไปป์อีกครั้ง
“แก่แล้วสินะ มองพวกคนหนุ่มสาวอย่างพวกนายไม่เข้าใจแล้ว”
…
กลับถึงบ้าน ในมือของหลินสู่กวงถือไก่ทอดอยู่ถุงหนึ่ง
หลังจากสะสมมาหลายวัน ตอนนี้ความมั่งคั่งของเขาก็มีถึง 1,400,000 แล้ว
ตอนนี้ตบะของเขาก็มาถึงระดับหลอมกระดูกสามเสียง (2%) แล้ว
หากไม่ใช่เพราะยังต้องปรับตัวให้เข้ากับพลังอันบ้าคลั่งที่ได้มาจากการทะลวงผ่าน เขาอยากจะทุบหม้อขายเหล็กทุ่มสุดตัวเพื่อ “อัดฉีด” ตัวเองจริง ๆ
“ตอนที่พี่ไม่มีเงินก็เอาแต่ลุยแหลก ตอนที่พี่มีเงินก็เอาแต่อัดฉีดตัวเอง!”
“บังอาจจ้องหน้าพี่ พี่ก็กล้าฟัน!”