- หน้าแรก
- สยบภพด้วยคมดาบ
- สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 015
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 015
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 015
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 015
ตอนบ่ายหลังเลิกเรียน ก่อนที่หลินสู่กวงจะไปสำนักยุทธ์ เขาก็ได้นำสมุนไพรวิเศษแวะไปที่ถนนว่านเม่าก่อน
“บ้านเลขที่ 1224 งั้นหรือ”
หลินสู่กวงมองไปรอบ ๆ พยายามจะหาหน้าร้านของร้านขายยาเทียนเหิง ไม่ว่าจะเป็นชาติที่แล้วหรือชาตินี้ เขาก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกับถนนว่านเม่าสักเท่าไหร่
และในตอนนั้นเอง ที่อยู่ไม่ไกลออกไป ชายสามคนที่เดิมทีกำลังจะเดินจากไปก็พลันหยุดฝีเท้า แล้วหันกลับมามองหลินสู่กวงพร้อมกัน
“นายแน่ใจนะ” ชายอ้วนร่างใหญ่มีรอยสักที่แขนซึ่งอยู่ตรงกลางกวาดตามองหลินสู่กวง แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ เขาจึงมองไปยังสหายด้วยความสงสัย
ชายผมหยิกที่อยู่ด้านซ้ายหรี่ตาลงเล็กน้อย จมูกขยับฟุดฟิดอยู่สองสามครั้ง ราวกับกำลังสัมผัสอะไรบางอย่างอยู่ ทันใดนั้นก็พูดอย่างมั่นใจว่า “ฉันเป็นกายาวิญญาณพิเศษสายรับกลิ่น ไม่มีทางรับรู้ผิดพลาดแน่ ในอกเสื้อของเจ้าหนูนั่นมีสมุนไพรวิเศษอยู่จริง ๆ”
ชายร่างเตี้ยที่อยู่ด้านขวาดวงตาก็พลันเป็นประกาย “พวกเราจะปล้นเลยไหม”
ชายอ้วนร่างใหญ่มีรอยสักลูบสร้อยคอทองคำบนคอของตนเอง แล้วยิ้มเย็นชา “ปล้นสิ ทำไมจะไม่ปล้น สมุนไพรวิเศษต้นหนึ่งอย่างน้อยก็ราคา 50,000 หยวน ถ้าคุณภาพดีหน่อย ครั้งนี้หลังจากที่พวกเราหนีออกจากเมืองหวยเฉิงไปแล้วก็ยังสามารถใช้ชีวิตสุขสบายได้อีกพักใหญ่เลย”
ชายร่างเตี้ยมองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง แล้วพูดอย่างลังเล “แต่ว่านี่มันที่สาธารณะนะ ถ้าพวกเราปล้นซึ่ง ๆ หน้าจะทิ้งร่องรอยได้ง่ายมาก เกิดไปเรียกพวกสำนักจัดการพิเศษมาจะทำยังไง…”
ชายอ้วนร่างใหญ่มีรอยสักพูดอย่างหัวเสีย “โง่หรือไง ปล้นสมุนไพรวิเศษมาแล้วจะทำไม ยังไงก็ต้องเอาไปขายเป็นเงินอยู่ดี พวกเรารอให้มันขายเสร็จก่อนแล้วค่อยไปดักปล้นกลางทาง ปล้นเสร็จพวกเราก็ออกจากเมืองหวยเฉิง จากนี้ไปก็อิสระเสรีแล้ว”
“ยังคงเป็นพี่ใหญ่ที่คิดได้รอบคอบ” ชายร่างเตี้ยยกนิ้วโป้งให้พร้อมกับประจบสอพลอเล็กน้อย
ชายอ้วนร่างใหญ่มีรอยสักหันไปมองชายผมหยิก “ในบรรดาพวกเรา นายดูเหมือนพวกนักศึกษาที่สุดแล้ว นายไปตามเจ้าหนูนั่นไว้ ส่งข้อความติดต่อพวกเราได้ตลอดเวลา เดี๋ยวพวกเราจะไปรอนายที่ทางออกถนนว่านเม่าก่อน”
“เข้าใจแล้ว”
“นายมาหาใคร” ด้านในประตูของร้านขายยาเทียนเหิงมีชายชราคนหนึ่งนอนอยู่ ในมือถือกล้องยาสูบไว้ พลางสูบเป็นครั้งคราว ดูแล้วผมขาวโพลน ดวงตาขุ่นมัว แต่กลับพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
หลินสู่กวงกวาดตามองไปรอบ ๆ “มาหาเหล่าจิน”
ชายชราหยุดการกระทำที่กำลังสูบยาลง เขามองหลินสู่กวงขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่แวบหนึ่ง แต่ก็ไม่พบความพิเศษอะไร จึงยื่นมือไปดึงกระดิ่งที่อยู่ข้างกาย
ในไม่ช้า ก็มีเสียงที่เต็มไปด้วยความฉุนเฉียวดังขึ้นมา “บอกแล้วไงว่าถ้าไม่มีอะไรก็อย่ามารบกวนฉัน วันนี้ฉันต้องหลอมโอสถให้สำเร็จให้ได้”
จากนั้นม่านประตูด้านในก็ถูกเปิดออกอย่างหงุดหงิด ชายหนุ่มที่สวมแว่นตาหนาเตอะคนหนึ่งเดินออกมา อายุราว ๆ ยี่สิบต้น ๆ สวมเสื้อกาวน์สีขาว ขณะที่เดินออกมาด้วยความไม่พอใจ เขาก็ถอดถุงมือหนังพิเศษในมือออก บนนั้นมีของเหลวสีแดงที่แข็งตัวแล้วติดอยู่ไม่น้อย ดูคล้ายกับโลหิต
ชายชรายกกล้องยาสูบชี้ไปที่หลินสู่กวง “นี่อย่ามาโทษฉันนะ เขาเป็นคนระบุชื่อมาเองเลยว่าจะมาหานาย”
ชายหนุ่มชะงักไป เขามองตามทิศทางที่กล้องยาสูบของชายชราชี้ไป จ้องมองหลินสู่กวงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างเรียบเฉย “ฉันไม่รู้จักนาย แล้วทำไมนายถึงรู้จักฉัน รู้จักชื่อเล่นของฉันได้อย่างไร นายเป็นใคร มาหาฉันต้องการจะทำอะไร”
หลังจากพูดห้าประโยครวดเดียวจบด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ เขาก็จ้องมองหลินสู่กวงไม่วางตา
หลินสู่กวงอ้างชื่อเฝิงซานทันที เขาหยิบนามบัตรออกมา ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะยิงคำถามออกมาอีกเป็นชุด จึงพูดอย่างเด็ดขาดว่า “เฝิงซานแนะนำมา”
เมื่อเห็นนามบัตรพิเศษใบนั้น สีหน้าของชายหนุ่มก็ผ่อนคลายลง เขารับนามบัตรมาดูอย่างละเอียด จากนั้นก็ยิ้มแล้วยื่นคืนให้หลินสู่กวง พลางพิจารณาแล้วถามว่า “มีอะไรให้ช่วยหรือ”
“ขายสมุนไพรวิเศษ”
“สมุนไพรวิเศษ”
ในตอนนั้นเอง ก็มีชายหนุ่มผมหยิกคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านขายยา ไม่รอให้ชายชราเอ่ยปาก เขาก็รีบพูดขึ้นก่อนว่า “ผมแค่มาดูเฉย ๆ ไม่ต้องต้อนรับ”
ที่อยู่ไม่ไกล เหล่าจินเห็นดังนั้นก็ยื่นมือส่งสัญญาณให้หลินสู่กวงเข้าไปคุยรายละเอียดด้านใน
หลินสู่กวงพยักหน้า ทั้งสองคนจึงเดินตามกันเข้าไป
ห้องด้านใน
เมื่อมองดูสมุนไพรวิเศษที่หลินสู่กวงหยิบออกมา เหล่าจินก็รีบเปลี่ยนถุงมือคู่ใหม่ทันที เขารับมาอย่างมืออาชีพ แล้วพูดออกมาอย่างรวดเร็วราวกับท่องจำมาว่า
“หญ้าเทียนซินปี้ไห่ รสฝาด… สามารถใช้ในสูตรโอสถระดับต่ำได้สิบสามชนิด สูตรโอสถระดับกลางห้าชนิด… มีใยทองคำสี่เส้น อายุแปดสิบปี สองแสนหยวนฉันรับซื้อ นายว่าอย่างไร”
หลินสู่กวงชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนที่เขาจะมา เขาได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรวิเศษต้นนี้ของตนเองมาเป็นพิเศษแล้ว ราคาที่รับซื้ออยู่ระหว่าง 180,000 ถึง 200,000 หยวน สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ คนที่ชื่อเหล่าจินคนนี้กลับไม่ได้กดราคาของเขาเลย ตรงกันข้ามกลับให้ราคาสูงสุดในตลาดเสียอีก
เป็นเพราะศิษย์พี่เฝิงซานงั้นหรือ
“ไม่มีปัญหา”
เมื่อหลินสู่กวงตอบตกลง สีหน้าของเหล่าจินก็ผ่อนคลายลง เขายิ้มออกมาอย่างหาได้ยาก ดูแล้วค่อนข้างแข็งทื่อ ราวกับไม่ได้ยิ้มมานานมากแล้ว “ช่วงนี้ฉันกำลังหลอมโอสถอยู่พอดี หญ้าเทียนซินปี้ไห่ของนายต้นนี้ช่วยฉันได้มากเลย จริงสิ ที่นี่ฉันยังมีโอสถโลหิตปราณและยาที่ช่วยเพิ่มโลหิตปราณอีกไม่น้อย นายอยากจะดูหน่อยไหม”
“ไม่ล่ะ”
การปฏิเสธของหลินสู่กวงทำให้คำแนะนำที่เหล่าจินกำลังจะพูดต่อต้องหยุดชะงักลงทันที
สมุนไพรวิเศษต้นเดียวทำเงินได้ถึง 200,000 หยวน ตอนนี้ค่าโลหิตปราณของเขาก็สูงถึง 200 แคลแล้ว เพียงแต่ยังคงห่างไกลจากการอัปเกรดวิชาดาบคำรามพยัคฆ์และเพลงดาบวายุคุกดาราในระดับต่อไปอยู่บ้าง
“ตอนนี้มีเงินแล้ว แต่ถ้าอยากจะเพิ่มพลังอำนาจ ก็ยังต้องเพิ่มค่าโลหิตปราณให้ถึง 300 แคล”
“อีกหนึ่งเดือนก็จะถึงวันทดสอบแล้ว เวลาช่างกระชั้นชิดนัก… ต้องหาทางอะไรสักอย่างแล้ว”
หลินสู่กวงเพิ่งจะเดินออกจากร้านขายยา ชายผมหยิกที่อยู่ในโถงด้านหลังดวงตาก็พลันสว่างวาบขึ้น
“กลิ่นอายของสมุนไพรวิเศษบนตัวหายไปแล้ว ดูท่าว่าจะขายออกไปแล้ว”
เขารีบส่งข้อความออกไป แล้วทำท่าจะตามออกไป
ทันใดนั้น กล้องยาสูบอันหนึ่งก็ขวางทางของเขาไว้ แขนขวาก็ถูกคนดึงไว้ด้วย
ชายผมหยิกเห็นหลินสู่กวงเดินไปไกลแล้ว ในใจก็ร้อนรนขึ้นมา ตะคอกอย่างโกรธเคือง “แกจะทำอะไร”
ชายชรายกมุมปากขึ้น ยิ้มอย่างซื่อ ๆ แล้วพูดอย่างตรงไปตรงมา “คนคนนั้นแกแตะต้องไม่ได้”
สีหน้าของชายผมหยิกเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาตวาดอย่างเกรี้ยวกราด “ไม่เข้าใจว่าแกพูดอะไร หลีกไป”
ชายชราเคาะกล้องยาสูบ ยิ้มราวกับกำลังพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ คนภายนอกมองไม่ออกเลยว่ามีอะไรผิดปกติ “สหายของจินเหยีย หากเกิดเรื่องขึ้นมา พวกแกรรับผิดชอบไม่ไหวหรอก”
จินเหยีย!!!
สีหน้าของชายผมหยิกเปลี่ยนไปทันที เขารีบสะบัดตัวออกจากชายชรา แล้ววิ่งหนีออกจากร้านขายยาไปด้วยท่าทีตื่นตระหนก
พอคิดถึงแผนการของสหาย เขาก็รีบส่งข้อความออกไปอย่างลนลาน “ยกเลิกแผน เขาเป็นคนของจินเหยีย อย่าทำอะไรวู่วาม”
ทว่าตลอดทางข้อความนั้นกลับเงียบหายไปราวกับจมลงสู่ก้นทะเล สีหน้าของชายผมหยิกซีดเผือดถึงขีดสุด เขารู้ตัวว่าสหายของตนเองอาจจะลงมือไปแล้ว ขาก็พลันอ่อนแรงขึ้นมา
หากไปยั่วยุคนของจินเหยียเข้าจริง ๆ สามพี่น้องอย่างพวกเขาคงจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงคืนนี้แน่
ห้านาทีต่อมา ในที่สุดชายผมหยิกก็พบชายอ้วนร่างใหญ่มีรอยสักและชายร่างเตี้ย… พวกเขานอนล้มอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด บนตัวของทั้งสองคนมีร่องรอยการถูกรื้อค้น
“จินเหยีย ต้องเป็นฝีมือของจินเหยียแน่ ๆ”
ภาพอันน่าสยดสยองทำให้ชายผมหยิกตกใจจนตัวสั่น เขารีบถอยหลังไปหลายก้าว
ทันใดนั้น
มือข้างหนึ่งก็วางลงบนไหล่ของเขา ไม่รอให้เขาหันกลับไปมอง ทัศนวิสัยก็พลันมืดลง แล้วหมดสติไป
คืนนั้น หลินสู่กวงก็ได้มอบของขวัญที่ถูกใจให้แก่เฝิงซานชิ้นหนึ่ง
เฝิงซานเล่นสร้อยคอทองคำในมืออย่างชื่นชม “เฮ้อ ศิษย์น้องช่างมีน้ำใจจริง ๆ”
จากนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบว่า “ศิษย์น้อง ของสิ่งนี้พี่ก็ครับไว้โดยไม่เกรงใจแล้วกัน นอกจากนี้พี่จะบอกข่าวใหม่ให้นายอีกอย่างหนึ่ง คราวหน้าที่นายไปดินแดนโลหิตเถื่อน ลองสังเกตหาหญ้าใจโลหิตดูนะ… ช่วงนี้มีนักหลอมโอสถค้นพบว่ามันสามารถใช้แทนสมุนไพรหายากบางชนิดในโอสถโลหิตปราณได้”
“ตอนนี้ข่าวนี้ยังไม่แพร่ออกไป พี่บอกนายก่อนเลย พี่ให้ราคานายต้นละ 3,000 หยวน พี่น้องกันเอง ฉันไม่หลอกนายหรอก”
“หญ้าใจโลหิต…” แววตาของหลินสู่กวงสว่างวาบขึ้น ในใจครุ่นคิด “เติบโตในส่วนลึกของดินแดนโลหิตเถื่อน ชอบความหนาวเย็น กลัวความร้อน”
ดูเหมือนว่ามีความจำเป็นต้องไปดินแดนโลหิตเถื่อนอีกครั้งแล้ว