- หน้าแรก
- สยบภพด้วยคมดาบ
- สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 008
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 008
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 008
สยบภพด้วยคมดาบ ตอนที่ 008
“นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร”
เพียงไม่กี่นาที วิชาดาบคำรามพยัคฆ์ที่หลินสู่กวงฝึกซ้อมก็เปลี่ยนจากความเงอะงะในตอนแรกมาสู่ระดับที่เชี่ยวชาญ… ซ่งซือเบิกตากว้างมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่กำลังเหวี่ยงดาบไม้ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ากล้ามเนื้อทั่วร่างของอีกฝ่ายราวกับกำลังสั่นสะเทือน
ทุกลมหายใจเข้าออกราวกับกลายเป็นพยัคฆ์ร้ายตัวจริง ทั้งรูปลักษณ์และจิตวิญญาณล้วนหลอมรวมเป็นหนึ่ง
“หรือว่า… ฉันจะเจออัจฉริยะด้านวิชาดาบเข้าแล้ว”
อีกด้านหนึ่ง หลินสู่กวงยังคงจมดิ่งอยู่กับการพัฒนาวิชาดาบคำรามพยัคฆ์ วิชาดาบคำรามพยัคฆ์ระดับ LV3 ทำให้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ากล้ามเนื้อและกระดูกทั่วร่างเริ่มอุ่นขึ้น พลังที่รับรู้ได้ก็อยู่ในช่วงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาแข็งแกร่งขึ้นจริง ๆ
ในตอนนั้นเอง หลินสู่กวงก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าที่ซ่งซือมองมายังตนนั้นดูแปลกไป ในใจก็สะดุ้งขึ้นมาทันที เขาจึงควบคุมพลังและจงใจชะลอท่าทางลง
เขาแสร้งพูดขึ้นว่า “อาจารย์ วิชาดาบชุดนี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับผมมาก บางส่วนค่อนข้างคล้ายกับวิชาดาบที่ผมเคยฝึกมาก่อน”
ซ่งซือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า “ที่แท้นายเคยฝึกวิชาดาบมาก่อน มิน่าล่ะ แต่การที่นายมีความรู้สึกคุ้นเคยเช่นนี้ก็เป็นเรื่องปกติ วิชาดาบคำรามพยัคฆ์ชุดนี้แม้จะเรียบง่าย แต่ก็รวบรวมท่าพื้นฐานของวิชาดาบไว้มากมาย ผ่านการขัดเกลาและย่อส่วนโดยมหายอดปรมาจารย์ดาบรุ่นก่อน ๆ ในสำนักของฉัน”
ซ่งซือที่คิดว่าหลินสู่กวงเคยฝึกวิชาดาบพื้นฐานมาก่อน ความตกตะลึงในใจก็จางลงไปมาก แต่แววตาของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความชื่นชม
“การที่สามารถเข้าใจวิชาดาบคำรามพยัคฆ์ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าพื้นฐานของนายมั่นคงมาก แต่อย่าได้ลำพองใจไป ต่อไปนายต้องค่อย ๆ สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังขณะใช้วิชาดาบชุดนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเป็นผู้ฝึกยุทธ์ของนายในอนาคต”
สายตาที่ซ่งซือมองหลินสู่กวงเต็มไปด้วยความชื่นชม คนหนุ่มสาวในวัยเดียวกับหลินสู่กวงที่ยอมทุ่มเทเวลาวางรากฐานวิชาดาบให้มั่นคงนั้นมีไม่มากนัก ดังนั้นเขาจึงยิ่งตั้งใจสอนมากขึ้นไปอีก
ทว่าหลินสู่กวงกลับไม่กล้าฝึกซ้อมอย่างเต็มที่อีกต่อไป แม้ท่าทางจะดูดีแต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงการทำไปให้พ้น ๆ
การที่เขาสามารถพัฒนาวิชาดาบได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้เป็นเพราะประโยชน์จากการเติมเงิน
เขาไม่สามารถอธิบายได้ และยิ่งไม่อยากให้ ‘พรสวรรค์’ ที่เปิดเผยออกมาดึงดูดความสนใจมากเกินไป ถึงตอนนั้นหากมีคนคิดถึงค่าโลหิตปราณอันน้อยนิดของเขาในตอนแรก ก็อาจจะถูกจับตามองได้
ก่อนที่จะมีพลังอำนาจ ก็ทำได้เพียงเก็บตัวเงียบ
ตัวเล็ก ๆ ที่มีพรสวรรค์สูงแต่พลังอำนาจต่ำมักจะมีจุดจบเพียงสองทาง ไม่ถูกกดขี่อย่างหนัก ก็ถูกควบคุมไว้ในกำมืออย่างแน่นหนา ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของหลินสู่กวงในปัจจุบัน
ดังนั้นในช่วงเวลาต่อมา ที่สำนักยุทธ์หลินสู่กวงจึงแสดงฝีมือวิชาดาบคำรามพยัคฆ์เพียงระดับ LV1 ส่วนการฝึกฝนอย่างหนักโดยใช้พลังที่แท้จริงนั้น เขาจะทำเป็นการส่วนตัว
การฝึกฝนในช่วงเวลานี้ยังทำให้หลินสู่กวงเข้าใจสำนักยุทธ์วายุคลั่งในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ปัจจุบันสำนักยุทธ์วายุคลั่งมีผู้ฝึกยุทธ์เพียงคนเดียวคือซ่งซือ อาจกล่าวได้ว่าเขาแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ตั้งแต่การสอนศิษย์ฝึกยุทธ์ไปจนถึงการทำความสะอาดล้วนเป็นเขาคนเดียว ระดับความตกต่ำนั้นเห็นได้ชัด
สำนักยุทธ์มีศิษย์อยู่สิบกว่าคน ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของเพื่อนบ้านในละแวกนั้น มีเพียงไม่กี่คนที่ดูเหมือนจะมีเบื้องหลัง แต่คนที่สร้างความประทับใจให้หลินสู่กวงมากที่สุดคือศิษย์พี่เฝิงซานที่พาเขาเข้ามาในสำนักยุทธ์ ซึ่งจนถึงตอนนี้หลินสู่กวงก็ยังมองไม่ออกว่าเขามีเบื้องหลังอย่างไร
วันนี้
หลินสู่กวงไปสำนักยุทธ์สายกว่าปกติเพราะอาจารย์สอนเกินเวลา แต่กลับบังเอิญเห็นเฝิงซานยืนอยู่ที่ทางแยกนอกสำนักยุทธ์ กำลังเจรจาธุรกิจกับชายร่างใหญ่แปลกหน้าคนหนึ่ง
“เถ้าแก่เฝิง คุณดูของล็อตนี้หน่อยเป็นอย่างไรบ้าง ราคาเดียวสามหมื่น”
เฝิงซานไม่ได้พูดอะไร เขาหยิบของออกจากกระสอบป่านในมือของอีกฝ่ายมาตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง มีทั้งหนังสัตว์สีแดงดำ กระดูก และลูกแก้วสีแดงขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ…
หลังจากตรวจสอบทีละชิ้นจนเสร็จ เฝิงซานถึงได้เอ่ยปากว่า “ตามราคาตลาด หนังสัตว์ยี่สิบผืนรวมเป็นสี่พัน แต่สามผืนนี้ของนายมีรอยขาดฉันไม่รับ ดังนั้นหักออกหกร้อย เขี้ยวแปดสิบซี่รวมเป็นสองพัน กระดูกที่มีรอยร้าวฉันไม่รับ ดังนั้นกระดูกที่สมบูรณ์รวมเป็นเงินสามพัน ลูกแก้วเถื่อนของวานรผีเถื่อนตอนนี้ราคาตลาดอยู่ที่ลูกละหนึ่งพัน ยี่สิบลูกนี้ของนายก็คิดเป็นสองหมื่น รวมทั้งหมดเป็นสองหมื่นแปดพันสี่ร้อย จะขายหรือไม่ขาย”
ชายร่างใหญ่แปลกหน้าแย้งว่า “หนังสัตว์สามผืนนั้นไม่เป็นไรหรอก”
เฝิงซานไม่ไหวติง “กฎเกณฑ์นายก็เข้าใจดี ฉันรับเฉพาะของที่สมบูรณ์เท่านั้น”
“ขาย ๆ ๆ ฉันขาย อย่างไรฉันก็ถือว่าเป็นลูกค้าเก่า เงินแค่หกร้อยคุณยังจะมาคิดเล็กคิดน้อยกับฉันอีก”
เฝิงซานยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดจาไร้สาระ
หลังจากจ่ายเงิน เฝิงซานก็เตรียมจะหิ้วกระสอบป่านเข้าสำนักยุทธ์ พอดีเห็นหลินสู่กวงเดินมา ดวงตาก็สว่างวาบ เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบว่า “ศิษย์น้องหลิน ฉันมีธุรกิจอย่างหนึ่งไม่รู้ว่านายจะสนใจทำไหม”
หลินสู่กวงกล่าวอย่างเรียบเฉย “ศิษย์พี่เฝิงซานเชิญพูดมาได้เลย”
เฝิงซานดึงหลินสู่กวงไป หลังจากทั้งสองคนเดินไปยังที่ที่ไม่มีคน เขาก็หยิบลูกแก้วสีแดงเลือดออกมาจากกระสอบ แล้วถามอย่างลึกลับว่า “ศิษย์น้องหลินรู้หรือไม่ว่าลูกแก้วในมือฉันนี้คืออะไร”
“ลูกแก้วเถื่อน”
“ถูกต้อง นี่คือลูกแก้วเถื่อนที่อยู่ในร่างกายของวานรผีเถื่อน แล้วนายรู้หรือไม่ว่าของสิ่งนี้ราคาเท่าไหร่”
หลินสู่กวงส่ายหน้า เขารู้ว่าวานรผีเถื่อนเป็นสัตว์เถื่อนที่พบได้มากในดินแดนโลหิตเถื่อน ในร่างกายมีลูกแก้วเถื่อนอยู่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เฝิงซานยิ้มอย่างลึกลับ “ลูกหนึ่งก็หนึ่งพันหยวน วานรผีเถื่อนนี้ทั่วร่างเป็นสมบัติไม่ใช่เรื่องโกหก เขี้ยวสี่ซี่มีค่าหนึ่งร้อย หนังสัตว์ที่สมบูรณ์หนึ่งผืนมีค่าสองร้อย กระดูกแขนขาที่สมบูรณ์มีค่าแปดร้อย ดังนั้นแค่วานรผีเถื่อนตัวเดียวนายก็สามารถทำเงินได้ถึงสองพันหนึ่งร้อย”
เมื่อเห็นว่าหลินสู่กวงดูเหมือนจะสนใจ เฝิงซานก็เก็บลูกแก้วเถื่อนแล้วพูดเสียงต่ำว่า “ศิษย์น้องหากอยากหารายได้พิเศษ ก็มาหาฉันได้ แต่ทางที่ดีควรรอให้นายเชี่ยวชาญวิชาดาบคำรามพยัคฆ์ก่อนค่อยไปที่ดินแดนโลหิตเถื่อน มิฉะนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ศิษย์พี่ไม่ได้ขู่นายนะ ฉันไปก่อนล่ะ”
เฝิงซานตบไหล่หลินสู่กวง แล้วแบกกระสอบป่านวิ่งเหยาะ ๆ ดูเหมือนจะกลัวว่าซ่งซือจะเห็น พริบตาเดียวก็หายไปจากลานเล็ก ๆ
“ดินแดนโลหิตเถื่อน… วานรผีเถื่อน…”
ต้องยอมรับว่าราคาสองพันหนึ่งร้อยนั้นดึงดูดใจหลินสู่กวงมากเพียงใด เพื่อเงินเพียงห้าร้อยหยวนเขายังต้องทั้งปลอบทั้งหลอกน้องสาว กระทั่งยังทำให้ครอบครัวเดือดร้อนเพราะเงินหนึ่งหมื่นหยวน
หากสามารถร่ำรวยจากการล่าวนรผีเถื่อนได้จริง อย่างน้อยเรื่องเงินทองก็ไม่ต้องกังวลมากนัก อนาคตในการพัฒนาพลังของเขาก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เมื่อคิดตกแล้ว หลินสู่กวงก็ยิ่งตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องไปดินแดนโลหิตเถื่อน!
ตั้งแต่ที่ตัดสินใจจะไปดินแดนโลหิตเถื่อน หลินสู่กวงก็เริ่มลงมือสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับดินแดนโลหิตเถื่อนและวานรผีเถื่อน
ดินแดนโลหิตเถื่อนอยู่ไม่ไกลนัก อยู่ชานเมืองห่างจากบ้านของเขาเพียงครึ่งชั่วโมง
แต่ดินแดนโลหิตเถื่อนนั้นใหญ่มาก มีขนาดเกือบหนึ่งในสามของเมืองหวยเฉิง สภาพแวดล้อมเลวร้ายอย่างยิ่ง
หลินสู่กวงไม่สามารถสืบหาที่มาของมันได้ รู้เพียงว่าที่แห่งนี้เป็นแหล่งของสัตว์เถื่อนระดับต่ำอย่างวานรผีเถื่อน เหมือนกับสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่า วานรผีเถื่อนเหล่านี้โดยทั่วไปจะไม่บุกเข้ามาในเมือง พวกมันอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงในดินแดนโลหิตเถื่อน แต่มีสัญชาตญาณการฆ่าฟันที่รุนแรงมาก หากเป็นเผ่าพันธุ์อื่น จะถูกฆ่าทั้งหมด
“วานรผีเถื่อนเน้นพละกำลัง การอยู่รวมกันเป็นฝูงเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ”
หลังจากประเมินสถานการณ์ของตนเองได้แล้ว หลินสู่กวงก็สงบใจลงและฝึกฝนต่อไป
วิชาดาบคำรามพยัคฆ์ยังคงอยู่ที่ระดับ LV3 แต่ค่าโลหิตปราณกลับสูงถึง 133 แล้ว เข้าใกล้เงื่อนไขการทะลวงผ่านวิชาดาบคำรามพยัคฆ์ LV4 มากขึ้นเรื่อย ๆ
ในสุดสัปดาห์นี้ หลินสู่กวงที่เตรียมตัวมานานก็ใช้ข้ออ้างว่าจะไปฝึกฝนที่สำนักยุทธ์เพื่อหลอกคนที่บ้าน แล้วมุ่งหน้าไปยังชานเมืองอย่างองอาจ