- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิจ้าวดินแดน
- บทที่ 298 สิทธิพิเศษของชาวเมือง
บทที่ 298 สิทธิพิเศษของชาวเมือง
บทที่ 298 สิทธิพิเศษของชาวเมือง
บทที่ 298 สิทธิพิเศษของชาวเมือง
“ระดับล่าง?”
มู่เซินมองดูผ้าในมือ และสบตากับถานหลัว ในแววตาของคนทั้งสองมีความอับอายเล็กน้อย ผ้าคุณภาพดีเช่นนี้ เป็นเพียงแค่ผ้าระดับล่าง? เช่นนั้นผ้าที่พ่อค้าในเมืองจู่ซานโฆษณา ควรจะเรียกว่าอะไร?
ผ้าขยะ?
คนทั้งสองเปรียบเทียบผ้าระดับกลางและระดับสูง พวกเขาต้องยอมรับว่าผ้าเหล่านี้ดีมากจริงๆ ผ้าระดับล่างดีมาก ผ้าระดับกลางดียิ่งขึ้น ส่วนผ้าระดับสูง พวกเขามองไม่เห็นข้อบกพร่องใดๆ เลยแม้แต่น้อย!
“เช่นนั้นผ้าเหล่านี้ราคาเท่าไหร่?”
ถานหลัวรีบถาม
ในขณะเดียวกัน เขาก็ภาวนาในใจว่ามันจะไม่แพงเกินไป เขาหวังว่าพวกเขาจะสามารถทำกำไรได้ มิเช่นนั้น พวกเขาจะเสียเที่ยว?
หากแพงเกินไป พวกเขาจะขายไม่ออก!
“ผ้าระดับล่างผืนละห้าสิบเหรียญเงิน ผ้าระดับกลางผืนละแปดสิบเหรียญเงิน และผ้าระดับสูงผืนละหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญเงิน” ตงเหนียงแนะนำให้คนทั้งสอง
“ถูกขนาดนี้เลยหรือ!?”
เมื่อได้ยินราคานี้ คนทั้งสองก็ไม่อยากจะเชื่อ
ผ้าหนึ่งผืนยาวหนึ่งร้อยฉื่อ การทำเสื้อผ้าหนึ่งชุดใช้ผ้ามากที่สุดสามฉื่อ นั่นหมายความว่า ต้นทุนในการทำเสื้อผ้าหนึ่งชุดมีเพียงแค่หนึ่งเหรียญเงินกว่าๆ เท่านั้น ราคานี้เกือบจะเท่ากับราคาผ้าในเมืองจู่ซาน แถมผ้าระดับล่างที่นี่ยังถูกกว่าผ้าในเมืองจู่ซานอีกด้วย!
มันเป็นไปได้ยังไง?
นี่มันเรื่องตลกหรือไง?
“ผ้าหนึ่งฉื่อราคาเพียงแค่ห้าสิบเหรียญทองแดง?”
มู่เซินยังคงไม่อยากจะเชื่อ เขาจึงถามอีกครั้ง
เพราะทุกครั้งที่พวกเขาซื้อผ้าในเมืองจู่ซาน ผ้าหนึ่งฉื่อราคาเจ็ดสิบเหรียญทองแดง
“ใช่แล้ว ห้าสิบเหรียญทองแดง”
ตงเหนียงมองดูคนทั้งสองด้วยความประหลาดใจ
“ถูกมาก”
มู่เซินสบตากับถานหลัว ในแววตาของคนทั้งสองมีความตื่นเต้น ราวกับว่าพวกเขาได้พบกับวิธีการทำเงิน
“เยี่ยมมาก!”
ถานหลัวมองดูผ้าเหล่านี้ด้วยความประหลาดใจ แม้แต่ผ้าระดับสูงก็ยังมีราคาเพียงแค่หนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญเงินเท่านั้น!
พวกเขาสามารถทำกำไรได้มากมาย!
“ตงเหนียง”
ในเวลานี้เอง ก็มีสตรีคนหนึ่งเดินเข้ามา และทักทายตงเหนียงด้วยรอยยิ้ม
“น้องสาว เจ้ามาแล้วสินะ?” เมื่อเห็นคนรู้จัก ตงเหนียงก็ทักทายนางอย่างกระตือรือร้น คนผู้นี้เป็นเพื่อนบ้านของตงเหนียง พวกนางรู้จักกันดี สตรีผู้นี้พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าจะมาซื้อผ้าหนึ่งฉื่อ ข้าจะนำกลับไปทำผ้าห่มเล็กๆ ให้หลานชายตัวน้อยของข้า”
“ได้สิ!”
ตงเหนียงได้ยินเช่นนี้ ในแววตาของนางมีความอิจฉา นางอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เจ้าดูสิ บุตรชายของเจ้ามีลูกแล้ว แต่บุตรชายของข้ายังหาภรรยาไม่ได้เลย”
“เขาจะหาเจออย่างแน่นอน อาตงนั้นยอดเยี่ยมมาก”
สตรีผู้นั้นพูดด้วยรอยยิ้ม “เมื่อพบคนที่เหมาะสม ข้าจะแนะนำให้อาตงเอง”
“เช่นนั้นก็ดี”
“จริงสิ เจ้าต้องการผ้าแบบไหน?”
“ผ้าระดับล่างก็พอแล้ว” สตรีผู้นั้นรีบพูด ตงเหนียงรีบตัดผ้าหนึ่งฉื่อ และมอบให้นาง “สามสิบเหรียญทองแดง” (หนึ่งฉื่อประมาณ 33. 3 เซนหรือ หนึ่งฟุตนิดๆ นะคะ)
“ได้”
สตรีผู้นั้นจ่ายเงิน และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ตงเหนียง ข้าขอตัวก่อนนะ”
“เดินทางปลอดภัย”
ตงเหนียงยิ้ม และส่งนางออกไป
แต่ในเวลานี้ ถานหลัวกับมู่เซินกลับตกตะลึง คนทั้งสองเห็นว่าสตรีผู้นั้นจากไปแล้ว พวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจ้านาย เมื่อครู่นางซื้อผ้าหนึ่งฉื่อในราคาสามสิบเหรียญทองแดง?”
“ใช่แล้ว”
ตงเหนียงกล่าว
“เช่นนั้นทำไมเจ้าถึงได้ขายให้พวกข้าในราคาห้าสิบเหรียญทองแดง?”
มู่เซินถามอย่างไม่พอใจ
“เพราะพวกท่านไม่ใช่คนในท้องถิ่น” ตงเหนียงกล่าว “เมืองหวังข่งของพวกเรามีนโยบายบางอย่าง ไม่ว่าชาวเมืองจะซื้อของ หรือทำอะไรก็ตาม พวกเขาย่อมจะได้รับส่วนลด ดังนั้นผ้าหนึ่งฉื่อจึงมีราคาสามสิบเหรียญทองแดง ส่วนพวกท่าน ห้าสิบเหรียญทองแดง”
คนทั้งสองได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็ตกตะลึง มีนโยบายเช่นนี้อยู่ด้วยงั้นหรือ?
เจ้าเมืองของพวกเจ้าเป็นคนแบบไหนกันแน่?
เขาเป็นถึงขุนนาง?
ทำไมเขาถึงได้ดีกับชาวบ้านขนาดนี้?
พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นคนในท้องถิ่น? หากพวกข้าบอกว่าพวกข้าเป็นคนในท้องถิ่น เจ้าคงจะไม่รู้จักคนทั้งเมืองหรอก ถูกต้องไหม?”
ถานหลัวถามตงเหนียงด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เรื่องนี้หลอกลวงไม่ได้ หากข้าไม่รู้จักพวกเขา พวกเขาก็ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน ของสิ่งนี้ปลอมแปลงไม่ได้” ตงเหนียงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง”
คนทั้งสองพยักหน้า ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกสนใจเจ้าเมืองผู้นี้
เขาเป็นคนแบบไหนกันแน่? ทำไมเขาถึงได้ทำเช่นนี้?
“พวกเราสามารถสมัครเป็นชาวเมืองได้หรือไม่?” ถานหลัวถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้” ตงเหนียงส่ายหน้า จากนั้นกล่าวว่า “พวกท่านต้องไปถามเจ้าเมืองเอง”
คนทั้งสองไม่มีทางเลือกอื่น สุดท้ายพวกเขาก็ซื้อผ้ามากมายจากตงเหนียง
“พวกท่านทำธุรกิจผ้าหรือ?”
ตงเหนียงเห็นว่าพวกเขาซื้อผ้ามากมาย จนร้านของนางเกือบจะว่างเปล่า นางจึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็น
“ไม่เพียงแค่ผ้า พวกข้าทำทุกอย่าง พวกข้าเปิดหอการค้า”
ถานหลัวกำลังขนผ้าขึ้นรถ และพูดด้วยรอยยิ้ม
“พวกท่านขนผ้าเต็มรถแล้ว พวกท่านจะไม่ซื้อของอย่างอื่นแล้วหรือไง?”
ตงเหนียงถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ของอย่างอื่น?”
ถานหลัวถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “ของที่โด่งดังที่สุดในเมืองหวังข่งไม่ใช่ผ้าหรอกหรือ? หรือว่าในเมืองหวังข่งมีของอื่นๆ ขาย?”
“เมืองหวังข่งของพวกเรามีของขายมากมาย” ตงเหนียงพูดด้วยรอยยิ้ม “พวกท่านเดินไปทางนั้น เห็นอาคารขนาดใหญ่นั่นหรือไม่? ที่นั่นคือตลาดที่กำลังจะเปิด รอบๆ นั้นมีร้านค้าหลายแห่ง พวกมันล้วนขายสินค้าของเมืองหวังข่ง ผ้าเป็นเพียงแค่สินค้าชนิดหนึ่งในเมืองหวังข่ง เมืองหวังข่งมีของดีๆ มากมายกว่านี้อีกนะ”
“หา?”
ถานหลัวสบตากับมู่เซิน พวกเขารู้สึกสนใจเล็กน้อย ในเมื่อแม้แต่ผ้านี้ก็ยังดีขนาดนี้ เช่นนั้นจะมีของดีๆ อื่นๆ อีกหรือไม่?
“พวกเจ้าขนของขึ้นรถ พวกข้าจะไปดูที่นั่น”
ถานหลัวสั่งคนของกองคาราวาน
จากนั้นเขาก็พามู่เซินไปยังสถานที่ที่ตงเหนียงบอก
คนทั้งสองเดินไปยังสุดถนน และเห็นอาคารขนาดใหญ่นี้
“อาคารนี้สวยงามมาก ข้าได้ยินมาว่าพวกเขาจะเปิดตลาดที่นี่” มู่เซินพูดอย่างอยากรู้อยากเห็น “ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาฝูหลงน่าจะเป็นที่เมืองจู่ซาน การที่เมืองหวังข่งทำเช่นนี้ พวกเขาไม่กลัวที่จะสร้างความบาดหมางกับเมืองจู่ซานหรือไง?”
“ใครจะไปรู้? แต่เพียงแค่ผ้านี้ ย่อมสามารถดึงดูดผู้คนมากมายได้แล้ว” ถานหลัวมองไปรอบๆ และพบว่ามีร้านค้าหลายแห่งอยู่รอบๆ นี้
“นั่นคืออะไร?”
ในเวลานี้ถานหลัวก็เห็นร้านขายเครื่องปั้นดินเผา
“นี่คือจาน ชาม…”
ถานหลัวรู้สึกตื่นเต้น ของพวกนี้ไม่ใช่ชามและจานที่ใช้ในร้านหม้อไฟว่านอู๋เหลาหรอกหรือ?