- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิจ้าวดินแดน
- บทที่ 244 ธนูน้ำแข็ง
บทที่ 244 ธนูน้ำแข็ง
บทที่ 244 ธนูน้ำแข็ง
บทที่ 244 ธนูน้ำแข็ง
หยาหลี่ลองคิดตามความคิดของซูจี้เหนียน เพราะหยาหลี่พบว่า ในเรื่องการค้าขายนั้น ซูจี้เหนียนมีแนวคิดมากมายที่ควรค่าแก่การเรียนรู้
ทุกครั้งมันจะได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก
หยาหลี่ชอบการค้าขายอยู่แล้ว ตอนนี้นางได้รับอิทธิพลจากซูจี้เหนียน นางเริ่มคิดอย่างละเอียด บางครั้งการกระทำของซูจี้เหนียนดูเหมือนว่าจะขาดทุน แต่ในไม่ช้าเขาก็จะสามารถทำกำไรได้ การที่เสียสละเพียงเล็กน้อย แต่มันกลับได้รับผลตอบแทนมากกว่าที่เสียสละไปหลายเท่า!
ดังนั้นในเวลานี้ เมื่อมองดูท่าทางของช่างตัดเสื้อ หยาหลี่ก็นึกถึงบางอย่าง ช่างตัดเสื้อผู้นี้เป็นช่างตัดเสื้อที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองจู่ซาน มีคนมากมายที่มาสั่งทำเสื้อผ้าที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าขุนนาง หากมีคนมากมายที่สามารถเห็นผ้านี้ มันย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อเมืองหวังข่ง มิใช่หรือ?
หากเป็นซูจี้เหนียน เขาคงจะคิดเช่นนี้
ดังนั้นในเวลานี้ หยาหลี่จึงมองดูช่างตัดเสื้อ และพูดว่า “หากเถ้าแก่ต้องการผ้านี้ ข้าสามารถมอบให้เจ้าได้ และข้าไม่เพียงแต่จะมอบให้เจ้าสองฉื่อ แต่ข้าจะมอบให้เจ้าห้าฉื่อ ข้าไม่ต้องการเงินของเจ้า แต่ข้ามีเงื่อนไขข้อหนึ่ง หากเจ้าตกลง ข้าจะมอบมันให้”
“ท่านมีเงื่อนไขอะไร? ท่านบอกข้ามาเถอะ”
เมื่อได้ยินว่าไม่ต้องใช้เงิน ช่างตัดเสื้อก็ยิ่งดีใจ มิเช่นนั้นผ้านี้จะต้องมีราคาแพงมากแน่ๆ
“ข้าจะให้ผ้านี้แก่เจ้า และเจ้าต้องใช้มันตัดเย็บเสื้อผ้าหนึ่งชุด” หยาหลี่พูดกับช่างตัดเสื้อ “หลังจากที่ตัดเย็บเสื้อผ้าชุดนี้เสร็จแล้ว เจ้าต้องวางมันเอาไว้ในร้าน และห้ามขายเสื้อผ้าชุดนี้ ไม่ว่าใครจะให้เงินเท่าไหร่ก็ตาม มันต้องถูกใช้สำหรับจัดแสดงเท่านั้น”
“ได้!”
ช่างตัดเสื้อตอบตกลงโดยไม่ลังเล เพราะเรื่องนี้ไม่มีผลเสียใดๆ สำหรับเขา ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันจะทำให้ร้านค้าของเขามีลูกค้ามากมาย อีกอย่าง ความฝันของช่างตัดเสื้อคือการมีเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าเช่นนี้
ผ้าผืนนี้ มันช่างเย้ายวนใจผู้คนจริงๆ
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้”
หยาหลี่ตอบตกลงทันที
จากนั้นนางก็บอกความต้องการในชุดเสื้อผ้าของนาง และจากไป
…
ร้านหม้อไฟในเมืองจู่ซานกำลังจะเปิดกิจการแล้ว หยาหลี่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำทุกวัน แต่หลังจากกลับมาที่ร้านหม้อไฟ หยาหลี่ก็นึกถึงบางอย่าง นางเขียนเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านตัดเย็บเสื้อผ้าลงในจดหมาย และส่งมันไปยังเมืองหวังข่งด้วยนกพิราบสื่อสาร!
หยาหลี่ค่อนข้างจะภูมิใจในตนเอง นางคิดว่าเมื่อซูจี้เหนียนเห็นจดหมายฉบับนี้ เขาคงจะต้องประหลาดใจที่นางฉลาดขึ้น
ตอนเย็น ซูจี้เหนียนก็ได้รับจดหมายของหยาหลี่ เมื่อเห็นจดหมายของหยาหลี่ ซูจี้เหนียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม และพึมพำกับตัวเองว่า “เด็กสาวผู้นี้ เริ่มรู้จักใช้สมองแล้วสินะ?”
แต่ซูจี้เหนียนก็ยังเขียนจดหมายตอบกลับ และเขียนถ้อยคำมากมายลงในจดหมาย
ในขณะเดียวกัน ซูจี้เหนียนก็ยังเรียก เฉิ่นหลง(มะโรง) และ สือเซ่อ(มะเส็ง) สองคนจากสิบสองนักษัตรมาที่นี่
“ใต้เท้าเจ้าเมือง”
คนทั้งสองคุกเข่าลง และพูดอย่างเคารพ
“พวกเจ้าสองคน ไปยังเมืองหลินอันให้ข้าที”
ซูจี้เหนียนสั่งการ
“ขอรับ!”
คนทั้งสองไม่ได้ถามว่า ซูจี้เหนียนให้พวกเขาไปที่เมืองหลินอันทำไม
“ข้าให้คนเตรียมผักและเนื้อสัตว์เอาไว้แล้ว ข้างนอกมีน้ำแข็งอยู่ น้ำแข็งจะทำให้พวกมันสดใหม่ พวกเจ้านำมันไปที่จวนเจ้าเมืองในเมืองหลินอัน และมอบให้เจ้าเมือง” ซูจี้เหนียนมอบจดหมายฉบับหนึ่งให้เฉิ่นหลง จากนั้นกล่าวว่า “จากที่นี่ไปยังเมืองหลินอัน ใช้เวลาไม่ถึงสองวัน พวกเจ้าเลือกทหารที่แข็งแกร่งสองสามคนจากกองทัพ และให้พวกเขาไปกับพวกเจ้า ระหว่างทางต้องระวังตัวด้วย”
“ขอรับ!”
คนทั้งสองรีบพูด
นี่เป็นครั้งแรกที่ซูจี้เหนียนสั่งให้พวกเขาออกจากเมือง และปฏิบัติภารกิจ คนทั้งสองตั้งใจว่าจะต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ พวกเขาจะไม่ทำให้ซูจี้เหนียนผิดหวัง
ในบรรดาสิ่งของที่มอบให้หลัวซือซือนั้น ซูจี้เหนียนได้มอบของดีๆ มากมายให้หลัวซือซือ ประการแรก เพื่อเป็นการขอบคุณที่หลัวซือซือช่วยเหลือเขา ประการที่สอง เพื่อชดใช้หนี้รักของบิดาเขา และที่สำคัญกว่านั้นคือ หลัวซือซือเป็นถึงเจ้าเมืองหลินอัน ในเทือกเขาฝูหลงนี้ การที่ไม่มีพันธมิตรนั้นไม่ดีแน่ๆ
ดังนั้นซูจี้เหนียนจึงต้องการให้เมืองหลินอันเป็นพันธมิตรของเขา
ซูจี้เหนียนไม่ได้ตระหนี่กับพันธมิตรของตนเอง ตอนนี้แฟรนไชส์ของร้านหม้อไฟยังมีไม่มากนัก และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่มาซื้อสินค้า ดังนั้นผักและเนื้อสัตว์จึงมีอยู่มากมาย ซูจี้เหนียนได้เตรียมเนื้อสัตว์และผักจำนวนมาก จนต้องใช้รถเข็นถึงสามคัน
อีกอย่าง เขายังคงได้เตรียมของอื่นๆ อีกสองคันรถด้วย
หลังจากที่เฉิ่นหลงและสือเซ่อจากไปแล้ว ซูจี้เหนียนก็เรียกหลินเค่อมาที่นี่
ตอนนี้หลินเค่อทำงานอย่างหนัก เขาปกป้องเมืองหวังข่งทุกวัน และเขาก็ยังไม่ลืมที่จะฝึกฝนวิทยายุทธ ตอนนี้หลินเค่อได้ทะลวงไปยังขอบเขตปล่อยปราณยุทธ์ออกมาภายนอกได้แล้ว เมื่อมาถึงขอบเขตนี้ ลูกธนูของหลินเค่อก็ยิ่งรวดเร็วและทรงพลังมากยิ่งขึ้น
“ในกองพลธนู มีคนที่มีพรสวรรค์หรือไม่?”
ซูจี้เหนียนถาม
“คนที่มีพรสวรรค์หรือขอรับ?”
หลินเค่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าวว่า “เสี่ยวหู่ไม่เลว เขามักจะตามคนในครอบครัวของเขาออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่เด็ก ดวงตาของเขาเฉียบคมมาก และเขาก็ยังยิงธนูได้แม่นยำอย่างยิ่ง เขาเป็นคนที่เก่งที่สุดในกองพลธนู”
“เช่นนั้น เจ้าก็มอบธนูคอมพาวด์ของเจ้าให้เขาเถอะ”
ซูจี้เหนียนพยักหน้า
“ธนูคอมพาวด์!?”
หลินเค่อตกตะลึง เกิดอะไรขึ้น?
ให้ข้ามอบธนูคอมพาวด์ออกไปงั้นหรือ?
หรือว่าซูจี้เหนียนจะปลดเขา? หรือว่าช่วงนี้เขาทำอะไรผิด?
เมื่อเห็นสีหน้าของหลินเค่อ ซูจี้เหนียนก็รู้ว่าหลินเค่อเข้าใจผิด เขาจึงลุกขึ้นยืน เดินไปหาหลินเค่อ และตบบ่าของหลินเค่อ “อย่าคิดมาก ข้าแค่ให้เจ้ามอบธนูคอมพาวด์ให้คนอื่น ข้ายังไม่ได้แสดงความยินดีกับเจ้าเลย ที่เจ้าสามารถทะลวงขอบเขตได้ ดังนั้นข้าจึงคิดจะมอบธนูคันใหม่ให้กับเจ้า”
“ธนูใหม่…”
หลินเค่อได้ยินว่าเป็นธนูใหม่ เขาก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็นทันที
ธนูใหม่เป็นแบบไหน?
มันจะดีกว่าธนูคอมพาวด์หรือไม่?
“ธนูนี้ ข้าขอมอบให้เจ้า!”
พูดจบ ซูจี้เหนียนก็โบกมือ ทันใดนั้นธนูสีฟ้าอ่อนก็ปรากฏขึ้นในมือของซูจี้เหนียน เขามอบมันให้หลินเค่อโดยตรง
เมื่อหลินเค่อรับมันมา เขาก็เกือบจะทำมันตก เขาอดไม่ได้ที่จะร้องอุทาน “ธนูนี้เย็นมาก!”
“นี่คือธนูน้ำแข็ง!”
ซูจี้เหนียนกล่าว “เดิมทีก่อนหน้านี้ข้าก็อยากจะมอบมันให้เจ้า แต่ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่สามารถควบคุมมันได้ ทว่าตอนนี้ขอบเขตบ่มเพาะของเจ้าย่อมเพียงพอแล้ว ข้าจึงมอบมันให้เจ้า ธนูนี้มีพลังน้ำแข็ง หากลูกธนูยิงโดนศัตรู มันจะแช่แข็งศัตรูด้วยความเย็น อีกอย่าง ระยะการยิงของธนูนี้ไกลกว่าธนูทั่วไป!”
“ธนูที่ดี!”
หลินเค่อได้ยินซูจี้เหนียนพูดเช่นนี้ เขาก็รู้สึกประหลาดใจมาก ธนูนี้มีพลังที่น่าทึ่งเช่นนี้เชียวหรือ?
หลินเค่อมองดูธนูในมือ เขารู้สึกชอบมันทันที
“บอกกองทัพลธนูของเจ้า หากพวกเขาฝึกฝนวิทยายุทธอย่างหนัก และทำผลงานได้ดี พวกเขาก็จะสามารถได้ธนูที่ดีกว่านี้ อีกอย่าง มอบธนูคอมพาวด์ให้เสี่ยวหู่ และให้เสี่ยวหู่ช่วยข้าเรื่องหนึ่ง”
ซูจี้เหนียนสั่งการ
“ใต้เท้าเจ้าเมือง ท่านสั่งมาได้เลย”
หลินเค่อได้ยินว่ามีงาน เขาก็จริงจังขึ้นมาทันที
“ข้าให้เฉิ่นหลงและสือเซ่อไปส่งสินค้า ข้ากังวลว่าพวกเขาจะพบเจอกับปัญหา ดังนั้นให้เสี่ยวหู่ตามพวกเขาไปอย่างลับๆ หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ไม่ต้องปรากฏตัว แต่หากพวกเขาตกอยู่ในอันตราย ให้เสี่ยวหู่คอยช่วยเหลือพวกเขาอย่างลับๆ” ซูจี้เหนียนสั่งการ