- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิจ้าวดินแดน
- บทที่ 196 สู้กับคนนับพันเพียงลำพัง
บทที่ 196 สู้กับคนนับพันเพียงลำพัง
บทที่ 196 สู้กับคนนับพันเพียงลำพัง
บทที่ 196 สู้กับคนนับพันเพียงลำพัง
“เรื่องราวในอนาคต ย่อมไม่สามารถบอกเจ้าได้ง่ายๆ”
“การที่เปิดเผยความลับของสวรรค์ ข้าอาจจะอายุสั้น” ซูจี้เหนียนพูดจาเหลวไหล
นางเฒ่าทาริกาพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“ศิษย์พี่ เจ้าไม่สนใจข้าจริงๆ หรือ?” ในเวลานี้หลี่ชิวสุ่ยก็อดไม่ได้ที่จะมองดูนางเฒ่าทาริกา นางเฒ่าทาริกาจึงเงยหน้าขึ้นมองหลี่ชิวสุ่ย แต่หลี่ชิวสุ่ยกลับรู้สึกประหลาดใจกับสายตาที่นางเฒ่าทาริกามองดูนาง
ตามหลักเหตุผลแล้ว ตอนที่นางฝึกฝนวิทยายุทธ นางเคยก่อกวนนางเฒ่าทาริกา ทำให้นางเฒ่าทาริกาฝึกฝนวิทยายุทธผิดพลาด จนทำให้อู๋หยาจื่อไม่ได้เลือกนาง นางเฒ่าทาริกาควรจะเกลียดชังนางมาก และอยากจะฆ่านางสิ ใช่ไหม?
แต่ทำไม…
ทำไมตอนนี้นางเฒ่าทาริกาถึงได้มองดูนางด้วยสายตาที่…
สงสาร?
ถูกต้อง มันคือความสงสาร!
ทำไม?
“ศิษย์น้อง พวกเราไม่ควรจะทะเลาะกันอีกต่อไปแล้ว หากคิดให้ดี มันเป็นเรื่องที่น่าขันมาก” นางเฒ่าทาริกาส่ายหน้า
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
หลี่ชิวสุ่ยรู้สึกว่านางเฒ่าทาริกาแปลกๆ ราวกับว่านางได้เข้าใจทุกอย่างแล้ว
“เจ้านำหนังสือเล่มนี้ไปอ่านเถอะ”
นางเฒ่าทาริกาขี้เกียจพูดอะไร นางโยนแปดเทพอสูรมังกรฟ้าให้หลี่ชิวสุ่ย หลี่ชิวสุ่ยมองดูหนังสือในมืออย่างงุนงง นี่มันคืออะไร?
ในเวลานี้นางเฒ่าทาริกาก็หันหลังกลับ และเดินเข้าไปในบ้าน ซูจี้เหนียนเห็นฉากนี้ เขาก็รู้สึกจนใจเล็กน้อย สองสามวันมานี้นางเฒ่าทาริกาถูกเขาพูดกรอกหูมากมาย ตอนนี้นางจึงไม่เป็นไรแล้ว แต่หลี่ชิวสุ่ยผู้นี้ หลังจากที่นางอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว นางจะทนได้หรือไม่?
หลี่ชิวสุ่ยเปิดหนังสือ และอ่าน เนื้อหาในหนังสือทำให้นางตกใจมาก
…
หลี่ชิวสุ่ยอ่านหนังสือเล่มนี้ทั้งบ่าย ในขณะที่ซูจี้เหนียนกำลังเตรียมอาหารเย็น ก็มีคนถีบประตูเข้ามา คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่นางคือหลี่ชิวสุ่ย ตอนนี้หลี่ชิวสุ่ยดูเหมือนกับคนบ้า นางพุ่งเข้ามา และเห็นนางเฒ่าทาริกาที่นั่งอยู่บนโซฟา นางคำรามลั่นว่า “ข้าไม่เชื่อ! ข้าไม่เชื่อ!”
“ดูนี่สิ”
นางเฒ่าทาริกายื่นภาพวาดนั้นให้หลี่ชิวสุ่ย
หลี่ชิวสุ่ยคว้ามันมา เมื่อนางเปิดภาพวาดดู นางก็จำภาพวาดและตัวอักษรของอู๋หยาจื่อได้
และเมื่อมองดูคนบนภาพวาด นางก็คือฉีอวี้เฟิง น้องสาวของนาง!
“มัน…มันเป็นเรื่องจริง…”
เมื่อเห็นภาพวาดนี้ แม้ว่าหลี่ชิวสุ่ยจะไม่อยากจะเชื่อ แต่นางก็ยังคงต้องยอมรับ ในเวลานี้หลี่ชิวสุ่ยก็รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ตอนนี้นางจึงเข้าใจสิ่งที่นางเฒ่าทาริกาพูด พวกนางทะเลาะกันมาทั้งชีวิต มันมีประโยชน์อะไร?
พวกนางต่างก็แย่งชิงความรักของอู๋หยาจื่อ แต่สุดท้ายอู๋หยาจื่อกลับไม่ได้ชอบพวกนาง เขาชอบน้องสาวของพวกนาง
แม้แต่นางก็ยังได้แต่งงานกับอู๋หยาจื่อมาแล้ว แต่สามีของนางกลับชอบหญิงอื่น
“ฮ่าๆๆๆๆ!”
ทันใดนั้นหลี่ชิวสุ่ยก็หัวเราะออกมา นางหัวเราะจนพูดไม่ออก “พวกเรา…พวกเราช่างโง่เขลานัก ไม่คิดว่าชีวิตของพวกเราจะถูกผู้ชายคนหนึ่งหลอกลวง ฮ่าๆๆๆ…”
“ศิษย์น้อง!”
นางเฒ่าทาริการีบลุกขึ้นยืน “เจ้า…”
แต่ก่อนที่นางจะพูดจบ หลี่ชิวสุ่ยก็กระอักเลือดออกมา และล้มลงกับพื้น นางไม่มีลมหายใจอีกต่อไป…
“ชิวสุ่ย!”
นางเฒ่าทาริกาเข้าไปใกล้ และตรวจสอบลมหายใจของหลี่ชิวสุ่ย นางพบว่าหลี่ชิวสุ่ยเสียชีวิตไปแล้ว
“หนังสือเล่มนี้ ทำนายได้แม่นยำจริงๆ…”
นางเฒ่าทาริกาสูดหายใจเข้าลึกๆ หลี่ชิวสุ่ยเสียชีวิตแล้วจริงๆ นางถูกทำให้โกรธจนตาย นางเฒ่าทาริกาอดไม่ได้ที่จะคิดว่าหากสองสามวันมานี้ หากนางไม่ได้เห็นเรื่องราวเช่นนี้มากมาย และไม่ได้ถูกซูจี้เหนียนทรมาน บางทีนางก็คงจะทนไม่ไหว และโกรธจนตายเหมือนกับที่เขียนเอาไว้ในหนังสือ
…
หลังจากฝังหลี่ชิวสุ่ยแล้ว นางเฒ่าทาริกาก็มาหาซูจี้เหนียน และบอกลาเขา
“พลังยุทธ์ของข้าฟื้นตัวแล้ว ข้าจะกลับไปที่วังคฤธรศักดิ์สิทธิ์ ข้ามาบอกลาเจ้า”
นางเฒ่าทาริกากุมหมัดคำนับ “ขอบคุณเจ้าที่ทำให้ข้ารู้เรื่องราวมากมายเช่นนี้”
“บอกลา?”
“ไม่ได้ ไม่ได้!”
ซูจี้เหนียนไม่กล้าปล่อยให้นางเฒ่าทาริกาจากไป
“ตอนนี้ยังไม่ได้ ข้าต้องปกป้องเจ้า อย่างน้อยก่อนที่ข้าจะจากไป เจ้าห้ามตายเด็ดขาด”
ซูจี้เหนียนส่ายหน้า
“ช่างน่าขันจริงๆ!”
นางเฒ่าทาริกาพูดอย่างเกรี้ยวกราด “ด้วยวิทยายุทธของข้า ใครจะสามารถฆ่าข้าได้?”
“นั่นไม่แน่” ซูจี้เหนียนรีบพูด “หากหลังจากที่เจ้ากลับไปแล้ว เจ้าคิดถึงอู๋หยาจื่อ และรู้สึกเสียใจ จนฆ่าตัวตายล่ะ? หากเจ้าเดินอยู่บนถนน และสะดุดล้มตายล่ะ? หากเจ้าสำลักน้ำตายล่ะ? หากเจ้าฝึกฝนวิทยายุทธผิดพลาด และเสียชีวิตอย่างกะทันหันล่ะ? ข้าต้องคอยดูแลเจ้า ไม่ว่าอย่างไร? ก่อนที่ข้าจะจากไป เจ้าห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด!”
“เจ้า!”
นางเฒ่าทาริกาอดไม่ได้ที่จะด่าทอ “เจ้ากำลังสาปแช่งให้ข้าตายหรือไง? การที่อยู่กับเจ้า มันจะปลอดภัยหรือ?”
“แน่นอนว่าการที่อยู่กับข้านั้น ปลอดภัยที่…”
ซูจี้เหนียนกำลังจะพูดว่าการที่อยู่กับเขานั้นปลอดภัยที่สุด แต่ทันใดนั้นก็มีลูกธนูพุ่งเข้ามาจากด้านนอก ซูจี้เหนียนใช้นิ้วหนีบลูกธนูเอาไว้ จากนั้นก็มีลูกธนูมากมายพุ่งเข้ามา ราวกับสายฝน
“ไสหัวไป!”
ซูจี้เหนียนคำรามลั่น พลังลมปราณของเขากลายเป็นกำแพง และป้องกันลูกธนูทั้งหมดเอาไว้
“มอบนางเฒ่าทาริกามา อสูรซูจี้เหนียน ออกมารับโทษ!”
มีเสียงมากมายดังมาจากด้านนอก ดูเหมือนว่าจะมีคนมากมายมาที่นี่
“ยังกล้าพูดอีกว่าการที่อยู่กับเจ้าจะปลอดภัย ข้าคิดว่าการที่อยู่กับเจ้า มันอันตรายที่สุด!” นางเฒ่าทาริกาพูดอย่างไม่พอใจ
“พูดมากน่า!”
ในเวลานี้ซูจี้เหนียนก็โกรธมาก เขาพุ่งออกไป คนเหล่านี้คือคนของสามสิบหกถ้ำกับเจ็ดสิบสองเกาะ พวกเขาร่วมมือกับคนในยุทธภพมากมาย และจัดการชุมนุมปราบอสูร พวกเขาต้องการกำจัดซูจี้เหนียน
โดยมีมู่หยงฟู่เป็นผู้นำ
ผู้เชี่ยวชาญมากมายเห็นว่าซูจี้เหนียนออกมา พวกเขารีบพุ่งเข้าใส่
ซูจี้เหนียนไม่ได้แสดงท่าทีอ่อนแอ ตอนนี้วิทยายุทธของซูจี้เหนียนนั้นแข็งแกร่งมาก เขาราวกับพยัคฆ์ที่เข้าไปในฝูงแกะ ซูจี้เหนียนสังหารผู้คนมากมาย แต่ถึงอย่างนั้น คนเพียงคนเดียวย่อมไม่สามารถต้านทานคนจำนวนมากได้ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะแข็งแกร่งมาก แต่พวกเขาก็ยังคงเหนื่อย อีกอย่าง ตอนนี้ซูจี้เหนียนถูกล้อมรอบด้วยคนนับพัน ซูจี้เหนียนสังหารคนไปหลายร้อยคน แต่ก็ยังคงมีคนมากมายที่พุ่งเข้ามา
และเมื่อซูจี้เหนียนฆ่าคนมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็มีศัตรูมากขึ้นเรื่อยๆ และมีคนมากมายที่ต้องการฆ่าเขา
มู่หยงฟู่และจ้าวเกาะอู๋ต่างก็เข้ามาล้อมเขาเอาไว้
“พวกเจ้ารนหาที่ตาย!”
ในเวลานี้ซูจี้เหนียนก็โกรธมากจริงๆ
เขารีบหยิบยันต์เจ็ดดาวออกมา การที่ใช้ยันต์เจ็ดดาวหนึ่งแผ่นนั้นสิ้นเปลืองมาก แต่เขาไม่มีทางเลือก ในเวลานี้ซูจี้เหนียนจึงฉีกยันต์ปฐพี!
“ตูม!”
ในเวลานี้ทุกคนต่างก็รู้สึกถึงลมเย็นๆ พัดมาจากท้องฟ้า ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ พวกเขาพบว่า…