- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิจ้าวดินแดน
- บทที่ 151 หมาป่าผู้น่าสงสารตัวหนึ่ง
บทที่ 151 หมาป่าผู้น่าสงสารตัวหนึ่ง
บทที่ 151 หมาป่าผู้น่าสงสารตัวหนึ่ง
บทที่ 151 หมาป่าผู้น่าสงสารตัวหนึ่ง
(555 ว่าจะลงหัวค่ำ ดันติดลมยาว Merry Christmas นะคะ)
"เด็กอ้วนผู้นี้ อวบอ้วนจริงๆ"
หมาป่าเขียวหิวโหยมาหลายวันแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมสองสามวันมานี้มันถึงได้ดวงซวยเช่นนี้? มันหาอาหารไม่ได้เลย บางครั้งมันเห็นเหยื่อ แต่เหยื่อเหล่านั้นกลับหนีไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นตอนนี้หมาป่าเขียวจึงหิวมาก เดิมทีมันคิดว่าคืนนี้มันคงจะต้องอดอาหารอีกแล้ว ใครจะรู้ว่าในขณะที่มันกำลังจะนอนหลับ มันก็ได้ยินเสียงฝีเท้า
จากนั้นก็มีมนุษย์คนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นต่อหน้ามัน
แถมยังคงเป็นมนุษย์ที่อวบอ้วนอีกด้วย!
หมาป่าเขียวยังคงจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่มันกินมนุษย์นั้นเป็นตอนที่มันยังเด็ก ในตอนนั้นมันเดินตามหมาป่าเขียวตัวอื่นๆ และกินมนุษย์ แม้ว่ามันจะกินได้เพียงแค่ไม่กี่คำ แต่มันก็ยังคงจำรสชาติที่แสนจะอร่อยนั้นได้ ตอนนี้มันเห็นมนุษย์อีกครั้ง มันจะปล่อยเขาไปได้อย่างไร ใช่ไหม?
น้ำลายของหมาป่าเขียวไหลออกมา มันค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้อาตง
แต่เมื่อเดินไปสองสามก้าว ในแววตาของหมาป่าเขียวก็มีความสงสัย มนุษย์ผู้นี้กำลังทำอะไรอยู่?
"สิ่งที่เขาสวมอยู่นั้นไม่ใช่รองเท้าของมนุษย์ แต่เป็นผ้าพันแผล?" ในเวลานี้หมาป่าเขียวก็เห็นอาตงกำลังแกะผ้าพันแผลออก
"สบายจัง!"
อาตงแกะผ้าพันแผลออกทั้งหมด ในพริบตา เขาก็รู้สึกว่าเท้าของเขานั้นเป็นอิสระ!
แต่จากเท้าของอาตง จู่ๆ ก็มีควันสีดำพวยพุ่งออกมา ควันสีดำนี้ทำให้มิติบิดเบี้ยว ดูล้วช่างน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง ตอนนี้เอง ลมพัดมา ควันสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากเท้าของอาตงก็ลอยไปตามลม หญ้าโดยรอบเหี่ยวเฉาทันที!
ในเวลานี้หมาป่าเขียวไม่ได้สนใจว่าอาตงกำลังทำอะไร? มันรู้เพียงแค่ว่ามันหิวมาก เด็กอ้วนผู้นี้คืออาหารเย็นที่ดีที่สุดของมันในคืนนี้!
“อาวู๊…”
หมาป่าเขียวคำรามลั่น และกำลังจะพุ่งเข้าใส่ แต่ในเวลานี้เอง ลมก็พัดมาทางนี้ หมาป่าเขียวที่เพิ่งจะคำรามได้ครึ่งหนึ่งก็สำลัก!
“อุ๊บ!!!”
ในพริบตาหมาป่าเขียวก็รู้สึกว่าตนเองลืมตาไม่ขึ้น จากนั้นกลิ่นที่แปลกประหลาดก็พุ่งเข้าไปในปากและจมูกของมัน ในพริบตากลิ่นเหม็นสุดจะเอ่ยก็แทรกซึมเข้าไปในร่างกายของมัน กลิ่นนี้เหม็นมากจนไม่สามารถบรรยายได้ หมาป่าเขียวรู้สึกว่าตนเองกำลังจะตาบอด
“นี่มันกลิ่นอะไรกัน!?”
หมาป่าเขียวล้มลงกับพื้น และอาเจียนออกมา เดิมทีในท้องของมันก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว ตอนนี้มันยิ่งอาเจียนอย่างหนัก เกือบจะอาเจียนออกมาเป็นเลือด!
“ใครก็ได้ ช่วยข้าด้วย…”
ในเวลานี้หมาป่าเขียวรู้สึกสิ้นหวัง กลิ่นนี้ปกคลุมมัน มันไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังเช่นนี้มาก่อน ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ มันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น? กลิ่นที่ซับซ้อนนี้ทำให้ท้องของมันปั่นป่วน มันไม่สามารถแม้แต่จะหายใจได้ เมื่อมันหายใจเข้า กลิ่นเหม็นสุดจะบรรยายนี้ก็พุ่งเข้าไปในร่างกายของมัน ทำให้มันทนไม่ไหว
หมาป่าเขียวร้องไห้ออกมา มันลืมตาไม่ขึ้น มันรู้สึกแสบตา
กลิ่นนี้ทำให้มันน้ำตาไหล
“หืม?”
ในเวลานี้อาตงก็รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย เพราะเมื่อครู่เขารู้สึกว่าตนเองได้ยินเสียงหมาป่าหอน
“แถวนี้มีหมาป่าด้วยหรือ?”
อาตงมองไปรอบๆ ด้วยความกังวล แต่หลังจากมองไปรอบๆ แล้วไม่พบหมาป่า อาตงก็โล่งใจเล็กน้อย เขานำเท้าของเขาไปแช่ในลำธาร ปล่อยให้น้ำในลำธารชะล้างเท้าที่เหม็นของเขา
“สบายยิ่งนัก!”
อาตงหลับตาลงเล็กน้อย และพูดอย่างมีความสุข
…
ในภูเขาลูกนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ซูจี้เหนียนและคนอื่นๆ เท่านั้น ภูเขาลูกนี้มีภูมิประเทศที่ซับซ้อน การที่ต้องการไปยังเมืองว่านเซียงนั้น ต้องผ่านภูเขาลูกนี้
“พักผ่อนหนึ่งคืนก่อน พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ”
บนถนนบนภูเขา มีคนสี่คนขี่ม้าอยู่ที่นั่น ผู้นำคือชายร่างท้วมคนหนึ่ง เขาสวมเสื้อผ้าที่หรูหรา บนนิ้วของเขามีแหวนเพชร เขาดูเหมือนกับเศรษฐี
ส่วนคนสองคนที่อยู่ด้านหลังนั้นเป็นทหารองครักษ์ ส่วนคนสุดท้ายนั้นสวมชุดดำ บนหลังของเขามีดาบเล่มหนึ่งอยู่ ร่างกายของเขาปลดปล่อยกลิ่นอายของผู้เชี่ยวชาญ
“ใต้เท้าเจ้าเมือง ด้านหน้าเหมือนจะมีถ้ำ พวกเรานอนในถ้ำนั้นคืนนี้เถอะขอรับ” ทหารองครักษ์คนหนึ่งกล่าว
“ได้”
ชายที่เป็นผู้นำพยักหน้า จากนั้นมองดูชายชุดดำผู้นั้น ยิ้ม กล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโสอวิ๋นเหิน ช่วยไปดูให้หน่อยเถอะ”
“ได้”
ชายชุดดำผู้นั้นขี่ม้าไปที่ถ้ำโดยตรง
ไม่นาน ชายชุดดำผู้นั้นก็เดินออกมาจากถ้ำ กล่าวว่า “ท่านเจ้าเมือง ในถ้ำนั้นปลอดภัย ไม่มีสัตว์ร้ายใดๆ”
เมื่อได้ยินชายชุดดำพูดเช่นนี้ พวกเขาก็เดินเข้าไปในถ้ำ
“ขอบพระคุณ” ชายที่เป็นผู้นำกล่าว “ระหว่างทาง หากไม่มีท่านผู้อาวุโสอวิ๋นเหินคอยปกป้อง พวกเราคงจะไม่สามารถมาที่นี่ได้อย่างราบรื่น”
“ท่านเจ้าเมือง ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว”
อวิ๋นเหินกล่าวอย่างใจเย็นว่า “ในเมื่อข้ารับเงินของเมืองจู่ซานแล้ว ข้าย่อมต้องปกป้องท่าน”
“ดี ดีมาก”
ชายที่เป็นผู้นำผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจ้าเมืองจู่ซาน ซ่างต้าไห่!
พิธีมอบรางวัลของเจ้าเมืองว่านเซียงในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อซ่างต้าไห่ ดังนั้นซ่างต้าไห่จึงมาที่เมืองว่านเซียง เวลาที่เขามาถึงนั้นใกล้เคียงกับซูจี้เหนียน
“ทำไมถึงได้มีกลิ่นแปลกๆ? เหมือนกับกลิ่นเหม็นเน่า”
ในเวลานี้ซ่างต้าไห่ก็ขมวดคิ้ว และสูดดม
“ข้าก็ได้กลิ่นเช่นกัน”
ทหารองครักษ์คนหนึ่งกล่าว
“ที่นี่คือภูเขา ย่อมต้องมีสัตว์ป่ามากมาย การที่มีกลิ่นของอุจจาระนั้นเป็นเรื่องปกติ” อวิ๋นเหินก็ได้กลิ่นเช่นกัน แต่อวิ๋นเหินคิดว่าเป็นเพียงแค่กลิ่นของสัตว์ป่า จากนั้นกล่าวว่า “ใกล้ๆ นี้มีลำธารอยู่ ข้าจะไปตักน้ำมาให้”
“เช่นนั้นก็รบกวนท่านผู้อาวุโสแล้ว จริงๆ แล้วข้าก็กระหายน้ำมากเช่นกัน”
ซ่างต้าไห่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
อวิ๋นเหินพยักหน้า เขากระโดดออกไป และหายตัวไปในความมืด
…
ไม่นาน ซูจี้เหนียนก็เห็นอาตงกลับมา เท้าของเขาถูกพันด้วยผ้าพันแผลอีกครั้ง
“ล้างเท้าเสร็จแล้วหรือ?”
ซูจี้เหนียนถามด้วยรอยยิ้ม
“ขอรับ” อาตงพยักหน้าอย่างเขินอาย กล่าวว่า “การล้างเท้านั้นไม่ง่ายเลย ข้าทำได้เพียงแค่ล้างในเวลากลางคืนที่ไม่มีคนเช่นนี้”
“พูดถูก หากเจ้าล้างเท้าในลำธารนั้นตอนกลางวัน บางทีอาจจะมีพรานป่าที่เข้ามาในภูเขาลูกนี้ หากพวกเขาดื่มน้ำที่เจ้าล้างเท้าโดยไม่ตั้งใจ มันคงจะยุ่งยาก” ซูจี้เหนียนพูดติดตลก
“ฮ่าๆๆ”
อาตงยิ้ม หากมีคนดื่มน้ำนั้นโดยไม่ตั้งใจ มันคงจะยุ่งยากจริงๆ
“เอาล่ะ เข้านอนเถอะ พรุ่งนี้พวกเรายังคงต้องเดินทางต่อ”
ซูจี้เหนียนกล่าว
“ขอรับ”
อาตงเดินเข้าไปในเต็นท์