- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิจ้าวดินแดน
- บทที่ 127 โม่เอินผู้น่าสงสาร
บทที่ 127 โม่เอินผู้น่าสงสาร
บทที่ 127 โม่เอินผู้น่าสงสาร
บทที่ 127 โม่เอินผู้น่าสงสาร
กู้จี้ตงรับผิดชอบธุรกิจบางอย่างในเมืองว่านเซียง ดังนั้นการที่กู่เต๋อไหลรู้จักกู้จี้ตงจึงเป็นเรื่องปกติ
คนของตระกูลหลักนั้นเป็นเหมือนกับสวรรค์ และเป็นเหมือนกับจักรพรรดิในสายตาของกู่เต๋อไหล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ไม่มีใครแจ้งให้เขาทราบ แต่กู้จี้ตงกลับพาคนมาที่นี่ และเตะประตูของเขาจนเปิดออก นี่มันหมายความว่าอย่างไร? มันหมายความว่านายน้อยเจ็ดผู้นี้กำลังอารมณ์ไม่ดี!
ข้าไปหาเรื่องเขารึเปล่า?
“นายน้อยเจ็ด ทำไมท่านถึงได้มาที่นี่? เชิญนั่ง เชิญนั่ง”
กู่เต๋อไหลรีบวิ่งเข้ามา และพูดอย่างเคารพ
กู้จี้ตงแค่มองดูกู่เต๋อไหล เพียงแค่สายตาเดียว ก็เกือบจะทำให้กู่เต๋อไหลฉี่ราด
แววตาที่เย็นชาเช่นนี้ ช่างน่ากลัวจริงๆ แม่จ๋า ข้าอยากกลับบ้าน!
“เรียกโม่เอินมา”
หลังจากนั่งลง กู้จี้ตงก็พูดขึ้นมาโดยตรง
“โม่เอิน?”
กู่เต๋อไหลอดไม่ได้ที่จะถามว่า “วันนี้โม่เอินไม่ได้มาที่นี่ ไม่ทราบว่านายน้อยเจ็ดต้องการพบเขาทำไม?”
“เจ้าอยากรู้งั้นหรือ?”
กู้จี้ตงยิ้มออกมา กล่าวว่า “ข้าสามารถบอกเจ้าได้ แต่เดี๋ยวโม่เอินจะเป็นเช่นไร? เจ้าก็จะเป็นเช่นนั้น เอาไหมล่ะ?”
เมื่อเห็นรอยยิ้มของกู้จี้ตง และได้ยินคำพูดนี้ กู่เต๋อไหลก็ตัวสั่น เขารีบวิ่งไปที่ประตู ตะโกนออกไปข้างนอกอย่างเกรี้ยวกราด “มีใครอยู่ไหม!?”
“ไปตามโม่เอินมา!”
“ให้เขามาที่นี่โดยเร็วที่สุด!”
ในห้องทำงานนี้เงียบมาก กู่เต๋อไหลไม่รู้จะพูดอะไร ส่วนกู้จี้ตงก็นั่งลงบนเก้าอี้ เล่นแหวนที่อยู่บนนิ้ว เรื่องนี้ทำให้กู่เต๋อไหลรู้สึกกระสับกระส่าย ในใจของเขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่า โม่เอินไปหาเรื่องนายน้อยเจ็ดผู้นี้ได้อย่างไร?
หยาหลี่และผู้จัดการก็ยืนอยู่ข้างๆ พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ แม้ว่าจะรู้ว่ากู้จี้ตงคือคนที่ใต้เท้าเจ้าเมืองส่งมาช่วยพวกเขา แต่พวกเขาก็ยังคงหวาดกลัว พวกเขารู้สึกว่าหากกู้จี้ตงอารมณ์ไม่ดี เขาอาจจะหยิบมีดมาสับพวกเขาเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ
…
ในห้องแห่งหนึ่ง
คนสองคนบนเตียงกำลังทำเรื่องอย่างว่า
โม่เอินและสตรีผู้นั้นดูเหมือนจะจมดิ่งอยู่ในห้วงรัก พวกเขาไม่ได้รับผลกระทบจากโลกภายนอก
“ก๊อกๆๆ!”
ในขณะที่คนทั้งสองกำลังมีความสุข ประตูก็ถูกเคาะ
“รองประธาน! ท่านรองประธาน!”
มีเสียงร้อนรนดังมาจากด้านนอก
“ไสหัวไป!”
โม่เอินกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม แต่กลับถูกรบกวน เขาจึงโกรธมาก ช่วงนี้โม่เอินต้องการได้หยาหลี่ แต่หยาหลี่ไม่ยอม ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงมาหานางบำเรอของเขาเพื่อระบายอารมณ์ ใครจะรู้ว่าเพิ่งจะเริ่มต้น ก็ถูกรบกวน โม่เอินอยากจะใส่กางเกง และออกไปฆ่าไอ้สารเลวนี่ให้ตาย!
“ท่านรองประธาน ท่านรีบไปที่หอการค้าเถอะ นายน้อยเจ็ดแห่งตระกูลกู้มาที่นี่ เขาต้องการพบกับท่าน!”
คนข้างนอกรีบพูด
“หา!?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ โม่เอินก็ตกใจจนอ่อนยวบ เขารีบใส่กางเกง และเตรียมจะจากไป
“ท่านจะไปไหน?”
สตรีผู้นี้ถูกปลุกอารมณ์แล้ว แต่โม่เอินกลับจะจากไป นางจึงรู้สึกไม่พอใจ
“ที่รัก คนของตระกูลกู้มาที่นี่ ข้าต้องไปก่อน เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ หลังจากข้าจัดการธุระเสร็จแล้ว ข้าจะกลับมาหาเจ้า”
โม่เอินไม่รู้ว่าทำไมกู้จี้ตงถึงได้มาหาเขา? แต่ในใจของโม่เอินก็ยังคงมีความคาดหวังเล็กน้อย หรือว่าเป็นเพราะยอดขายของเขาดีมาก จึงทำให้ตระกูลกู้สนใจ? นายน้อยเจ็ดแห่งตระกูลกู้ต้องการเลื่อนขั้นเขา?
บางทีเขาอาจจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือน หรือได้เป็นถึงประธานสาขาหอการค้า แต่งงานกับหญิงงาม และก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิต!
ดังนั้นโม่เอินจึงรีบเปิดประตู และมุ่งหน้าไปยังหอการค้า
…
ในเวลานี้กู่เต๋อไหลรู้สึกอึดอัดมาก กู้จี้ตงไม่พูดอะไรออกมาเลย เขามองดูกู้จี้ตงสีหน้าซีดเผือด เหงื่อไหลย้อย ในใจของเขารู้สึกกระวนกระวาย เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น?
โม่เอินผู้นี้ ทำไมถึงยังไม่รีบมาเสียทีนะ?
ในขณะที่กู่เต๋อไหลรู้สึกว่าตนเองกำลังจะบ้าตาย ในที่สุดก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก โม่เอินวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พลางหอบหายใจ
“คารวะนายน้อยเจ็ด”
โม่เอินรีบทักทายกับกู้จี้ตงด้วยความดีใจ
กู้จี้ตงเงยหน้าขึ้นมองโม่เอิน เขาเป็นชายวัยกลางคน หัวล้านลงพุง ตอนนี้เขากำลังหายใจเหนื่อยหอบ
โม่เอินมองดูคนที่อยู่ในห้อง เขาก็ตกตะลึง เพราะเขาเห็นหยาหลี่
“หยาหลี่ ทำไมเจ้าถึงได้อยู่ที่นี่!?”
โม่เอินรู้สึกประหลาดใจ และเขายังคงเห็นว่าหยาหลี่ยืนอยู่ข้างๆ กู้จี้ตง เรื่องนี้ทำให้โม่เอินรู้สึกงุนงง เกิดอะไรขึ้น?
“เจ้าคือโม่เอิน?”
กู้จี้ตงไม่ได้มองโม่เอิน เพียงแค่ถามอย่างใจเย็น
“ข้าน้อยคือโม่เอิน”
ตอนนี้โม่เอินไม่สนใจว่าทำไมหยาหลี่ถึงได้อยู่ที่นี่? เขารีบเอาใจกู้จี้ตงก่อน
สิ้นเสียงพูด ทหารองครักษ์ที่อยู่ข้างๆ กู้จี้ตงก็เดินเข้ามาใกล้ เตะไปที่ร่างกายของโม่เอิน การเตะครั้งนี้มีปราณยุทธ์แฝงอยู่ เขาไม่ได้ออมมือเลย
“ปัง!”
การเตะครั้งนี้ทำให้โม่เอินกระเด็นไปชนกำแพง
“อ๊าก!!!”
โม่เอินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ในเวลานี้โม่เอินรู้สึกว่าตนเองกำลังจะตาย เขานอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น
ฉากนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน กู่เต๋อไหล หยาหลี่ และผู้จัดการต่างก็ตกตะลึง
ไม่พูดพร่ำทำเพลง ซ้อมคนอื่นจนพิการ?
“นายน้อยเจ็ด ทะ…ทำไม…” ใบหน้าของโม่เอินแดงก่ำ เขานอนชักอยู่บนพื้น
แต่นี่ยังไม่จบ ทหารองครักษ์ผู้นั้นเดินเข้าไปใกล้ และเตะโม่เอินอีกหลายครั้ง กระดูกขาของโม่เอินถูกเตะจนแตกละเอียด เสียงกรีดร้องของเขาดังไปทั่วหอการค้า กู่เต๋อไหลที่อยู่ข้างๆ ตกใจจนพูดไม่ออก ต่อไปคงจะถึงตาเขาแล้วสินะ?
เพียงแค่พริบตา โม่เอินก็กลายเป็นคนพิการ?
“ข้าเห็นแก่ที่เจ้าเคยมีส่วนร่วมกับหอการค้าเฉียนอวิ๋น ข้าจึงไว้ชีวิตเจ้า ใช้มือของเจ้าคลานออกไปจากเมืองว่านเซียง หากต่อไปเจ้ายังกล้าปรากฏตัวที่เมืองว่านเซียง ข้าจะให้คนสับเจ้าเป็นชิ้นๆ และโยนให้สุนัขกิน” กู้จี้ตงเงยหน้าขึ้นมอง ในแววตาของเขาไม่มีอารมณ์ใดๆ “เจ้าควรจะโทษตัวเองที่ไปหาเรื่องคนที่ไม่ควรหาเรื่อง”
ในเวลานี้โม่เอินก็รู้สึกสิ้นหวัง
เขาเหลือเพียงแค่มือสองข้าง แม้ว่าจะยังคงมีชีวิตอยู่ แต่เขาจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร?
เขาไปหาเรื่องใคร?
เขาหาเรื่องใครกันแน่?
“กู่เต๋อไหล”
กู้จี้ตงมองไปที่กู่เต๋อไหล
“ตุ้บ!”
กู่เต๋อไหลคุกเข่าลงต่อหน้ากู้จี้ตงทันที สีหน้าของเขาซีดเผือด ต่อไปคงจะถึงตาเขาแล้วสินะ?
แม้ว่าปกติแล้วกู่เต๋อไหลจะเป็นเหมือนกับบุคคลสำคัญในเมืองว่านเซียง แต่ต่อหน้ากู้จี้ตง กู่เต๋อไหลรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงแค่มดตัวหนึ่ง
ตราบใดที่กู้จี้ตงต้องการ เขาสามารถทำให้กู่เต๋อไหลน่าอนาถยิ่งกว่าโม่เอินได้ทุกเมื่อ
“ข้าน้อยขอร้องนายน้อยเจ็ด ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย!”
กู่เต๋อไหลพูดทั้งน้ำตา