เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 104 กำจัดกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬ

บทที่ 104 กำจัดกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬ

บทที่ 104 กำจัดกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬ


บทที่ 104 กำจัดกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬ

“ศาลาฝูไห่?” (ศาลาคว่ำสมุทร)

เมื่อได้ยินชื่อของกองกำลังนี้ สีหน้าของจ้าวผู่ก็เปลี่ยนไป

แต่ซูจี้เหนียนกลับไม่ได้กังวล ศาลาฝูไห่แล้วจะยังไง?

“ท่านเจ้าเมืองซู ศาลาฝูไห่นั้นยุ่งยากมาก” จ้าวผู่พูดด้วยเสียงเบาๆ “ศาลาฝูไห่เป็นกองกำลังขนาดใหญ่ นิกายเทียนซิงของพวกเราไม่สามารถเทียบได้ ประมุขของศาลาฝูไห่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสร้างใบไม้แห่งพลังได้สามใบ”

“แล้ว?”

ซูจี้เหนียนไม่ได้สนใจ ประมุขของพวกเขาสร้างใบไม้แห่งพลังได้สามใบแล้วยังไง?

เพียงแค่ศิษย์ทรยศของกองกำลังผู้หนึ่ง พวกเขาจะมาหาเรื่องเมืองหวังข่งหรือไง?

เพียงแต่จ้าวผู่เห็นท่าทางของซูจี้เหนียน เขาก็เข้าใจทันที ใช่แล้ว เบื้องหลังเมืองหวังข่งมีครึ่งก้าวปรมาจารย์อยู่ ใบไม้แห่งพลังได้สามใบ มันนับเป็นตัวอะไร?

ครึ่งก้าวปรมาจารย์เพียงแค่ลงมือ นิกายอย่างศาลาฝูไห่ก็สามารถถูกทำลายได้อย่างง่ายดาย ใช่ไหม?

เมื่อคิดได้เช่นนี้ จ้าวผู่ก็รู้สึกมั่นใจ ครั้งนี้นิกายเทียนซิงทำตามคำสั่งของเหยียนอ๋อง ช่วยเหลือเมืองหวังข่ง เชื่อว่าต่อไปเหยียนอ๋องคงจะดูแลนิกายเทียนซิงเป็นอย่างดี

ซูจี้เหนียนเดินเข้าไปใกล้ มาถึงหน้าเสวี่ยหลาง อดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะ “ข้าคิดว่าเจ้าเป็นลูกผู้ชายตัวจริง ไม่คิดว่าสุดท้ายเจ้าจะเอาคนอื่นมาขู่ข้า น่าสมเพชยิ่งนัก”

“ซูจี้เหนียน!”

เมื่อเห็นว่าซูจี้เหนียนไม่หวั่นไหว เสวี่ยหลางก็กัดฟัน กล่าวว่า “ศิษย์พี่ของข้าไม่เพียงแต่เป็นคนของศาลาฝูไห่ เขายังเป็นถึงผู้พิทักษ์หลงซานระดับเงิน อีกอย่าง เขาไม่ได้มาคนเดียว เจ้าต้องรู้ว่าเจ้ากำลังหาเรื่องใคร? เมืองหวังข่งของพวกเจ้า รับมือกับความโกรธของเขาไม่ได้หรอก!”

“ขอบใจที่เป็นห่วงเมืองหวังข่งของข้านะ”

ซูจี้เหนียนกล่าว

พูดจบ ซูจี้เหนียนก็ใช้ฝ่ามือจับไปที่หัวของเสวี่ยหลางโดยตรง ในขณะเดียวกัน เขาก็ใช้ลมปราณภูติอุดรดูดกลินปราณยุทธ์ของอีกฝ่าย!

พลังของเสวี่ยหลางนั้นแข็งแกร่งมาก วัตถุดิบที่ดีเช่นนี้ ไม่ดูดกลืนก็คงจะน่าเสียดาย

ก่อนหน้านี้ขอบเขตบ่มเพาะของซูจี้เหนียนหยุดอยู่ที่ขอบเขตปราณยุทธ์มีรูปร่าง เขาไม่มีความก้าวหน้าใดๆ ตอนนี้เมื่อรู้สึกถึงพลังที่ไหลทะลักเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับสายน้ำ ซูจี้เหนียนก็รู้สึกว่ากำแพงที่กั้นเขาเอาไว้พังทลายลง แม้ว่าปราณยุทธ์ที่เปลี่ยนเป็นพลังภายในนั้นมีไม่มากนัก แต่ปราณยุทธ์ของเสวี่ยหลางแข็งแกร่งมาก ในเวลานี้ซูจี้เหนียนรู้สึกว่าปราณยุทธ์นั้นไหลบ่าราวกับสายน้ำ!

ในขณะเดียวกัน พลังลมปราณของซูจี้เหนียนก็แข็งแกร่งขึ้น!

กลิ่นอายของเขาก็แข็งแกร่งขึ้น พลังภายใน ณ ตันเถียน ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ซูจี้เหนียนถึงกับรู้สึกว่าตนเองมีพลังมหาศาล

พลังภายในเพิ่มขึ้น เซลล์ทั้งหมดในร่างกายของซูจี้เหนียนราวกับมีพลังที่ระเบิดออกมา นี่คือการเพิ่มพลังที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เขาได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตใหม่

เสวี่ยหลางตกใจมาก เขาพบว่าปราณยุทธ์ของเขากำลังหายไปอย่างรวดเร็ว พลังของเขากำลังถูกซูจี้เหนียนดูดไป ปราณยุทธ์ทั้งหมดของเขาหายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้เขากลายเป็นเพียงแค่คนไร้ค่าที่ไม่มีปราณยุทธ์

“ปัง!”

ในเวลานี้ซูจี้เหนียนก็ใช้ฝ่ามือโจมตีออกไป พลังภายในที่แข็งแกร่งกลายเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่ ฟาดลงบนก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล ในพริบตา ฝ่ามือนั้นก็ทำให้ก้อนหินนั้นมีรอยลึกถึงห้านิ้ว!

“ปราณยุทธ์ออกนอกร่าง!”

จ้าวผู่ที่อยู่ข้างๆ เห็นฉากนี้ก็ตกตะลึง ก่อนหน้านี้ซูจี้เหนียนอยู่ที่ขอบเขตปราณยุทธ์มีรูปร่าง ทว่าตอนนี้ เขาทะลวงมาอยู่ขอบเขตปล่อยปราณยุทธ์ออกมาภายนอกได้แล้ว?

(ขอบเขตปราณยุทธ์มีรูปร่าง ขอบเขตปล่อยปราณยุทธ์ออกมาภายนอก ขอบเขตปราณยุทธ์เปลี่ยนรูปร่าง)

อีกอย่าง ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ ซูจี้เหนียนผู้นี้ไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตนี้

คนที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตนี้ การควบคุมปราณยุทธ์นั้นยังคงไม่คล่องแคล่ว แม้ว่าจะสามารถปล่อยปราณยุทธ์ออกนอกร่างได้ เกรงว่าจะทำได้เพียงแค่สร้างรอยเล็กๆ บนก้อนหินเท่านั้น การที่สามารถทำให้ก้อนหินนั้นมีรอยลึกเช่นนี้ เกรงว่าต้องฝึกฝนเป็นเวลานาน

อีกอย่าง เขาสามารถดูดปราณยุทธ์ของคนอื่นมาใช้ได้ นี่มันวิชาอะไรกัน?

ไม่เคยได้ยินมาก่อน มันช่างน่ากลัวยิ่งนัก!

ดูดพลังของคนอื่นมาเพิ่มพลังให้ตนเอง วิชาที่น่ากลัวเช่นนี้ ต่อไปไม่ต้องฝึกฝน แค่ดูดพลังของคนอื่นก็เพียงพอแล้ว ใช่ไหม?

คืนนี้ การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว

คนของกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬที่มาทั้งหมด มีเพียงแค่โจรกระจอกสองสามคนที่หนีไปได้ ส่วนคนที่เหลือถูกสังหารจนสิ้น ซูจี้เหนียนไม่ได้สังหารเสวี่ยหลาง แต่โยนเขาเข้าไปในคุก และขังเขาไว้กับหูเถี่ยซาน

เมื่อหูเถี่ยซานเห็นว่าเสวี่ยหลางถูกโยนเข้ามาเหมือนกับสุนัขตาย สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกสิ้นหวังอย่างมาก

กองกำลังสิบสองนักษัตรไม่ได้เป็นอะไร มีเพียงแค่สองสามคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนนิกายเทียนซิงนั้นเสียหายมาก ศิษย์สิบกว่าคนได้รับบาดเจ็บ แถมยังมีศิษย์สองคนที่ตายในมือของกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬ

สำหรับเรื่องนี้ ซูจี้เหนียนก็ทำอะไรไม่ได้ ศิษย์ของนิกายเทียนซิงนั้นมีความสามารถไม่เลว แต่พวกเขาไม่ค่อยได้ผ่านการต่อสู้จริงๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายได้

จ้าวผู่ก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน ดังนั้นหลังจากกลับไปที่นิกายแล้ว จ้าวผู่จึงคิดจะให้ศิษย์ของนิกายเทียนซิงลงจากเขา เพื่อฝึกฝนบ่อยๆ

คืนนี้ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ

กองกำลังหลักของกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬเกือบจะถูกกำจัดจนหมดสิ้น ในกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬเหลือเพียงแค่คนจำนวนหนึ่งที่เฝ้าอยู่ที่นั่น คนส่วนใหญ่ต่างก็มาบุกเมืองหวังข่ง ผลก็คือ พวกเขากลับต้องมาตายที่เมืองหวังข่ง

เมื่อฟ้าสาง ข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหวังข่ง

เมื่อรู้ข่าวนี้ ชาวบ้านทุกคนต่างก็ดีใจ กลุ่มโจรหมาป่าทมิฬเป็นเหมือนกับดาบที่แขวนอยู่เหนือศีรษะของพวกเขาตลอดเวลา มันอาจจะตกลงมาและตัดหัวของพวกเขาได้ทุกเมื่อ แต่ตอนนี้กลุ่มโจรหมาป่าทมิฬกลับถูกเมืองหวังข่งกำจัด นี่เป็นข่าวดีสำหรับพวกเขา

แม้แต่หยาหลี่เมื่อรู้ข่าวนี้ นางก็ยังคงดีใจ

ในเวลานี้เมืองหวังข่งก็เต็มไปด้วยความยินดี

เมื่อถึงรุ่งเช้า จ้าวผู่ก็พาหลี่อี้คง จินซือโหรว และคนอื่นๆ มาลาจากซูจี้เหนียน พวกเขาออกจากนิกายเทียนซิงมานาน ถึงเวลาที่พวกเขาต้องกลับไปแล้ว ซูจี้เหนียนไม่ได้รั้งพวกเขาไว้ เขามอบผลไม้และไวน์แดงให้พวกเขาจำนวนไม่น้อย เรื่องนี้ทำให้จ้าวผู่และคนอื่นๆ รู้สึกดีใจ

ไวน์แดงนั้นเป็นของชั้นยอดสำหรับจ้าวผู่

“อู่ซานเจียง”

ในเวลานี้ซูจี้เหนียนก็เรียกชื่อของอู่ซานเจียง

“ข้าน้อยอยู่ที่นี่ขอรับ”

อู่ซานเจียงรีบก้าวออกมาหนึ่งก้าว กุมหมัดคำนับ

“พากองกำลังสิบสองนักษัตรไปที่กลุ่มโจรหมาป่าทมิฬ กำจัดโจรที่เหลือทั้งหมด จากนั้นนำสมบัติและของมีค่าทั้งหมดของกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬกลับมา” ซูจี้เหนียนยังคงคิดถึงสมบัติของเสวี่ยหลาง และเขายังเรียกเยี่ยเฉียนหลี่มา ให้เยี่ยเฉียนหลี่ไปกับอู่ซานเจียง

เดิมทีเยี่ยเฉียนหลี่กำลังหลอมรวมเหล็กดาราอย่างตื่นเต้น การที่ถูกสั่งให้ออกไปทำภารกิจ นางจึงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่ซูจี้เหนียนสัญญากับเยี่ยเฉียนหลี่ว่าหลังจากที่นางกลับมาแล้ว จะให้นางวิจัยเรื่องทุ่นระเบิด เรื่องนี้จึงทำให้เยี่ยเฉียนหลี่ยอมไปด้วย

สำหรับทุ่นระเบิดที่สามารถสังหารคนได้มากมายในครั้งเดียว เยี่ยเฉียนหลี่รู้สึกสนใจมันมาก

ซูจี้เหนียนไม่มีทางเลือก ได้ยินมาว่าข้างนอกกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬมีกลไกมากมายที่เยี่ยเฉียนหลี่สร้างเอาไว้ เขาไม่อยากให้กองกำลังสิบสองนักษัตรของเขาได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นเขาจึงให้เยี่ยเฉียนหลี่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญไปด้วย

หลังจากอู่ซานเจียงพาคนจากไปแล้ว ซูจี้เหนียนก็นั่งลงบนโซฟา ในที่สุดเรื่องหนึ่งก็ได้รับการแก้ไขแล้ว

และในเวลานี้เอง เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ร้านผลไม้สามพันในเมืองหลวงก็คึกคักมาก

จบบทที่ บทที่ 104 กำจัดกลุ่มโจรหมาป่าทมิฬ

คัดลอกลิงก์แล้ว