- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิจ้าวดินแดน
- บทที่ 97 ใบปลิวที่ทำให้ปวดหัว
บทที่ 97 ใบปลิวที่ทำให้ปวดหัว
บทที่ 97 ใบปลิวที่ทำให้ปวดหัว
บทที่ 97 ใบปลิวที่ทำให้ปวดหัว
“พวกเจ้าแจกใบปลิวพวกนี้ให้ดีๆ เลือกแจกให้กับตระกูลใหญ่ๆ หลังจากแจกเสร็จแล้ว ข้าจะให้พวกเจ้าลองชิมสุราเทพเจ้า!”
เสวี่ยหยางเฟยมองดูน้องๆ ที่อยู่ตรงหน้า พูดด้วยรอยยิ้ม
“สุราเทพเจ้า?”
คนพวกนี้ล้วนเป็นคนที่ชอบดื่มสุรา แต่เมื่อได้ยินคำว่าสุราเทพเจ้า พวกเขาก็ยังคงไม่อยากจะเชื่อ
“พี่หยางเฟย ท่านอย่าล้อเล่นกับพวกเราเลย ที่ไหนจะมีสุราเทพเจ้า?” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดด้วยรอยยิ้มอย่างขมขื่น “พวกเราเป็นคนเมืองหลวง สุราแบบไหนที่พวกเราไม่เคยดื่มมาก่อน? ไม่ว่าจะเป็นสุราจู๋เฟิง หรือสุราหลิงหยวน พวกเราก็เคยดื่มมาแล้ว จะมีสุราเทพเจ้าอะไรอีก?”
“พวกเจ้ามันไม่มีวิสัยทัศน์!”
ในเวลานี้เสวี่ยหยางเฟยก็พูดอย่างดูถูก “ข้ารับประกันว่า มันอร่อยกว่าสุราจู๋เฟิงและสุราหลิงหยวน!”
“หืม? พี่หยางเฟย ท่านหมายถึงสุราที่ชื่อว่าไวน์เป๋าซือที่อยู่ในใบปลิวนี้หรือขอรับ?” บุตรชายของขุนนางศักดินาโหวคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะพูด “นี่คือใบปลิวของร้านผลไม้สามพัน ทำไมใบปลิวนี้ถึงได้ประณีตขนาดนี้?”
“จริงด้วย มันช่างสวยมาก ทำไมรูปภาพบนนี้ถึงเหมือนจริงขนาดนี้!?”
“เป็นสุรานี้จริงๆ หรือขอรับ? ไวน์เป๋าซือ? ชื่อนี้ฟังดูแปลกๆ นะ?”
ทุกคนมองดูใบปลิว และพูดขึ้นมา
“ใช่แล้ว มันคือไวน์เป๋าซือ เรียกมันว่าสุราเทพเจ้าก็ไม่เกินจริง หากพวกเจ้าแจกใบปลิวพวกนี้ให้ดีๆ ข้าจะให้พวกเจ้าลองชิม” เสวี่ยหยางเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม
“สุราของร้านผลไม้สามพันงั้นหรือ!?” ทันใดนั้นก็มีคนพูดขึ้น “เช่นนั้นก็น่าลองจริงๆ ผลไม้ในร้านผลไม้สามพันล้วนเป็นของชั้นยอด ไม่รู้ว่าสุราของพวกเขาจะเป็นอย่างไร?”
“ผลไม้อะไร?”
ชายหนุ่มที่สวมชุดขาวถามอย่างประหลาดใจ
“เจ้าไม่เคยกินผลไม้ของร้านผลไม้สามพันมาก่อน? ไปๆๆ ไปไกลๆ เลย อย่าบอกว่ารู้จักข้านะ”
คนรอบข้างมองดูชายหนุ่มผู้นั้นด้วยความรังเกียจ
“หา!?”
ชายหนุ่มผู้นั้นรู้สึกน้อยใจ “ข้าเพิ่งกลับมาเมื่อวาน ข้าไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงเกือบครึ่งปีแล้ว เกิดอะไรขึ้น? ทำไมพวกเจ้าถึงมองข้าเช่นนี้!?”
“เอาล่ะ อย่าพูดมาก หากแจกใบปลิวเสร็จแล้ว คืนนี้เจอกันที่ร้านเฉียนอวิ๋น!”
เสวี่ยหยางเฟยกล่าว
ทุกคนแยกย้ายกันไป และเริ่มแจกใบปลิวจริงๆ
เดิมทีพวกเขาบางคนยังคงรู้สึกสงสัย ทำไมถึงต้องแจกใบปลิวให้กับตระกูลใหญ่ๆ? แจกตามถนนไม่ได้หรือไง?
แต่เมื่อพวกเขาเห็นราคาของบนใบปลิว พวกเขาก็เกือบจะกัดลิ้นตัวเอง ราคาแพงขนาดนี้!
ของที่แพงเช่นนี้ เกรงว่ามีเพียงแค่ขุนนางเท่านั้นที่ซื้อไหว ครอบครัวธรรมดาจะซื้อไหวได้อย่างไร?
“ก๊อกๆๆ!”
ก่อนหน้านี้เสวี่ยหยางเฟยและคนอื่นๆ แบ่งพื้นที่กันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เขามาถึงหน้าจวนแห่งหนึ่ง จวนแห่งนี้ใหญ่มาก ประตูเหล็กที่หนาดูแข็งแกร่งมาก เสวี่ยหยางเฟยเคาะประตูอย่างแรง
“ใครกัน? ทำไมถึงเคาะประตูแรงขนาดนี้? ที่นี่คือจวนของใต้เท้าหานปั๋วเจวี๋ย เจ้าคิดจะหาเรื่องตายหรือไง!?”
มีคนเปิดประตูมาพร้อมกับเสียงด่าทอ
เขาคือทหารองครักษ์
ทหารองครักษ์ผู้นั้นกำลังจะด่าทอต่อ แต่เมื่อเขาเห็นเสวี่ยหยางเฟย เขาก็ตกตะลึง!
เสวี่ยหยางเฟย ใครในเมืองหลวงบ้างไม่รู้จักเขา?
เขาคือบุตรชายของเสวี่ยหลานกงเจวี๋ย!
“ข้าว่าเจ้าสิ ที่หาเรื่องตาย!”
สีหน้าของเสวี่ยหยางเฟยมืดครึ้ม เขาเดินเข้าไปตบหน้าทหารองครักษ์ผู้นั้น แม้ว่าเขาจะดูเหมือนเด็กดีต่อหน้าซูจี้เหนียน แต่หากอยู่ข้างนอก ใครจะกล้าหาเรื่องเขา?
ทหารองครักษ์ผู้นั้นถูกตบหน้า เขาตกใจจนรีบคุกเข่าลง ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“เกิดอะไรขึ้น?”
ในเวลานี้เอง ก็มีคนจำนวนไม่น้อยวิ่งออกมาจากจวน เมื่อพ่อบ้านเห็นเสวี่ยหยางเฟย สีหน้าของเขาก็ซีดเผือด
ทำไมถึงไปหาเรื่องคนผู้นี้?
หานปั๋วเจวี๋ยหานกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องหนังสือ เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก กำลังจะออกไปดู พ่อบ้านก็รีบวิ่งเข้ามา พูดอย่างร้อนรนว่า “ใต้เท้า เสวี่ยหยางเฟยมาขอรับ!”
“เสวี่ยหยางเฟยมา?”
หานปั๋วเจวี๋ยตกใจมาก ทำไมเขาถึงมาที่จวนของข้า?
หรือว่าเสวี่ยหลานกงเจวี๋ยมีเรื่องอะไรจะสั่งการ?
“พาข้าไป!”
หานปั๋วเจวี๋ยไม่กล้าละเลย จวนของเขาก็วุ่นวายไปหมด มีคนเตรียมอาหารเย็น มีคนเตรียมน้ำอาบ แม้แต่มีคนเตรียมหญิงสาวให้เสวี่ยหยางเฟย
หานปั๋วเจวี๋ยรีบมาที่ลานบ้าน ด้านหลังเขามีคนของจวนหลายคน ทุกคนรีบคุกเข่าลง หานปั๋วเจวี๋ยไม่กล้าล่วงเกินเสวี่ยหยางเฟย ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงคุกเข่าต้อนรับ
“ไม่ทราบว่าคุณชายเสวี่ยมาที่นี่ ข้าต้อนรับไม่ทันเวลา ขอคุณชายเสวี่ยอภัยให้ข้าด้วย”
ทุกคนคุกเข่าลง พูดออกมาพร้อมกัน
หานปั๋วเจวี๋ยราวกับกำลังจะรับราชโองการ
“เฮอะ มาช้าจริงๆ” เสวี่ยหยางเฟยไม่พอใจเล็กน้อย จากนั้นก็หยิบใบปลิวออกมา ยื่นให้หานปั๋วเจวี๋ย หานปั๋วเจวี๋ยรับมันมาอย่างระมัดระวัง เขาคิดว่าเป็นคำสั่งสำคัญของเสวี่ยหลานกงเจวี๋ย แต่เมื่อหานปั๋วเจวี๋ยก้มหน้าลงดู เขาก็ตกตะลึง
นี่มันอะไรกัน?
รูปภาพนี้สวยมาก แต่มันเขียนว่าอะไร?
“พรุ่งนี้ร้านผลไม้สามพันจะเริ่มขายสุรา หากท่านต้องการซื้อ ก็ไปซื้อตามเวลาที่ระบุไว้ เอาล่ะ ข้าขอตัวก่อน” เสวี่ยหยางเฟยพูดจบ ก็จากไปทันที
เหลือเพียงแค่คนมากมายที่คุกเข่าอยู่ ณ ลานบ้านอย่างงุนงง
ไม่ใช่ราชโองการ
ไม่ใช่คำสั่งของท่านกงเจวี๋ย
เป็นเพียงแค่ใบปลิวของร้านผลไม้?
บุตรชายของท่านกงเจวี๋ยออกมาแจกใบปลิว?
“นาย…นายท่าน” พ่อบ้านที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “คุณชายกงเจวี๋ยหมายความว่าอย่างไรขอรับ?”
“ข้าเองก็ไม่รู้”
หานปั๋วเจวี๋ยพูดอย่างงุนงง
“เสวี่ยหยางเฟยมาที่นี่ด้วยตัวเอง เพียงแค่เพื่อมอบใบปลิวให้พวกเรา? ข้าคิดว่าเรื่องนี้มีบางอย่างแปลกๆ มันต้องเป็นคำสั่งของเสวี่ยหลานกงเจวี๋ยอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นใครจะสามารถสั่งให้เสวี่ยหยางเฟยทำเรื่องแบบนี้ได้? นอกจากบิดาของเขาแล้ว เขาไม่เคยกลัวใคร!”
“พรุ่งนี้ไปดูกันเถอะ หรือว่าท่านกงเจวี๋ยต้องการให้พวกเราไปซื้อสุรานี้?” พ่อบ้านเดา
“ซื้อสุรา?”
หานปั๋วเจวี๋ยมองดูไวน์เป๋าซือที่อยู่ในใบปลิว ครุ่นคิด กล่าวว่า “หรือว่าคุณชายกงเจวี๋ยต้องการให้พวกเรามอบของขวัญให้เขา ดังนั้นจึงให้พวกเราไปซื้อสุรา? สุราอะไรกัน? ขวดละสิบห้าเหรียญทอง!”
“ไม่ถูกต้องนะขอรับ นายท่าน บนนี้เขียนว่ามีจำนวนจำกัด ลูกค้าแต่ละคนสามารถซื้อได้มากสุดสองขวด แม้ว่าจะเป็นการมอบของขวัญให้คุณชายกงเจวี๋ย แต่ทุกครั้งพวกเราก็มอบของขวัญให้ท่านกงเจวี๋ยหลายพันเหรียญทอง สามสิบเหรียญทองจะพอได้อย่างไร?”
“อ๊าก! นี่มันเรื่องอะไรกัน ช่างปวดหัวยิ่งนัก!”
ไม่น่าเชื่อ คืนนี้ตระกูลใหญ่ๆ ในเมืองหลวงต่างก็รู้สึกปวดหัวทุกคน
ใบปลิวใบเดียว
ทำให้คนมากมายเกิดความสงสัย
พวกเขารู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีความหมายบางอย่างแฝงอยู่
…
ลู่ไห่กงเจวี๋ย
เขาเป็นถึงขุนนางศักดินากงเจวี๋ย(ดยุค) รุ่นเก่า ขุนนางศักดินากงเจวี๋ยผู้นี้เคยสร้างคุณงามความดีให้กับอาณาจักรมากมาย ตอนนี้เขาเกษียณแล้ว
“ท่านปู่”
ในเวลานี้เอง ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก หญิงสาวผู้นี้ดูเรียบร้อย แต่นางกลับงดงามมาก
“ใครมาหรือ?”
ลู่ไห่กงเจวี๋ยถามอย่างไม่ใส่ใจ
“เป็นบุตรชายของผิงหนานโหว ผิงอี๋ชวนเจ้าค่ะ” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม