เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 439 จุดเปลี่ยน|บทที่ 440 ซุนเย่าปัว

บทที่ 439 จุดเปลี่ยน|บทที่ 440 ซุนเย่าปัว

บทที่ 439 จุดเปลี่ยน|บทที่ 440 ซุนเย่าปัว


บทที่ 439 จุดเปลี่ยน

“พรืด...”

จ้าวหมิงอดขำไม่ได้ “ผมนึกว่าบริษัทพวกคุณจะพาไปที่ที่ดูเป็นทางการซะอีก ที่แท้ก็เป็นของเอกชนนี่นา”

ผู้จัดการเฝิงยิ้มเจื่อน “ฉันดูแลแค่ฝ่ายบุคคล ส่วนจะไปตรวจที่ศูนย์ไหน ฝ่ายธุรการเป็นคนติดต่อค่ะ”

หานปินไม่ได้สนใจบทสนทนาของทั้งคู่ เขาจำได้แม่นว่าผลตรวจสุขภาพของจ้าวเสี่ยวซานก็มาจากศูนย์ตรวจสุขภาพซานเถียนเหมือนกัน

แบบนี้ เหยื่อสองรายก็เชื่อมโยงถึงกันแล้ว มีจุดร่วมกันแล้ว

“ผู้จัดการเฝิง รบกวนคุณเอาเอกสารที่เริ่นเจี้ยนหัวทิ้งไว้ที่บริษัทมาให้ผมหน่อยครับ โดยเฉพาะผลตรวจสุขภาพฉบับนั้น”

“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันไปหาที่ห้องทำงานให้”

หานปินไม่ได้เชื่อใจอีกฝ่ายเต็มร้อย เลยให้เถียนลี่ไปเป็นเพื่อนเธอ

ไม่นานนัก ผู้จัดการเฝิงก็กลับมาที่ห้องประชุม ในมือถือซองกระดาษสีน้ำตาล วางลงบนโต๊ะประชุม “คุณตำรวจหานคะ ข้อมูลของเริ่นเจี้ยนหัวอยู่ในนี้หมดแล้วค่ะ”

หานปินเปิดซองกระดาษ ก็เจอผลตรวจสุขภาพฉบับหนึ่งจริง ๆ รูปแบบเหมือนกับของจ้าวเสี่ยวซานเปี๊ยบ

หานปินกล่าวขอบคุณ แล้วถือเอกสารออกจากบริษัทโฆษณาจินเก๋อรุ่ย

พอออกจากประตู จ้าวหมิงก็อดถามไม่ได้ “พี่ปิน พี่เจอเบาะแสอะไรเหรอครับ”

หานปินอ้าปากจะพูด แต่ก็อุบไว้ก่อน “กลับไปคุยบนรถ”

จ้าวหมิง “...”

พอกลับขึ้นรถ หานปินนั่งเบาะหลัง จ้าวหมิงกับเถียนลี่นั่งข้างหน้า

หานปินหยิบผลตรวจสุขภาพของเริ่นเจี้ยนหัวออกมา “เมื่อเช้าตอนฉันตรวจสอบของใช้ของจ้าวเสี่ยวซาน ก็เจอผลตรวจสุขภาพเหมือนกัน ผลตรวจของทั้งสองคนทำที่ศูนย์ตรวจสุขภาพซานเถียนทั้งคู่เลย”

จ้าวหมิงทำหน้าบางอ้อ “หมายความว่า จุดร่วมของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่ไปสัมภาษณ์บริษัทเดียวกัน แต่อยู่ที่ไปตรวจร่างกายที่ศูนย์เดียวกัน มิน่าล่ะประวัติการโทรถึงไม่มีเบอร์ที่ตรงกัน เพราะพวกเขาถูกบริษัทคนละแห่งส่งไปตรวจสุขภาพ พวกเขาติดต่อบริษัท แล้วบริษัทค่อยติดต่อศูนย์ตรวจสุขภาพ เหยื่อกับศูนย์ตรวจสุขภาพเลยไม่ได้ติดต่อกันโดยตรง”

เถียนลี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “แล้วเหยื่อรายที่สองอย่างเฉาต๋าล่ะคะ เฉาต๋าเคยมาตรวจที่ศูนย์นี้หรือเปล่า สมมติว่าเฉาต๋าไม่ได้ตรวจที่นี่ มันจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญไหม”

“เรื่องนี้ง่ายมาก โทรเช็กก็รู้แล้ว” หานปินหยิบมือถือ กดเบอร์ตามที่ระบุในผลตรวจสุขภาพ

ผ่านไปพักใหญ่ ปลายสายถึงกดรับ “สวัสดีค่ะ ศูนย์ตรวจสุขภาพซานเถียนค่ะ”

“สวัสดีครับ ผมต้องการตรวจสอบผลตรวจสุขภาพของตัวเองครับ”

“คุณผู้ชายคะ ศูนย์เราเปิดทำการปกติแล้วค่ะ คุณสามารถมารับผลได้ตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นนะคะ”

“คืออย่างนี้ครับ ผมไม่แน่ใจว่าผลออกหรือยัง ช่วยเช็กให้ก่อนได้ไหมครับ”

“ขอทราบชื่อ เบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ และเลขบัตรประชาชนค่ะ”

“เฉาต๋า เบอร์มือถือ 138427XXXX เลขบัตรประชาชน 370200...”

สักพัก ปลายสายก็ตอบกลับมา “คุณเฉาต๋าคะ ผลตรวจของคุณออกมาตั้งแต่เดือนมกราคมแล้วค่ะ และในระบบแจ้งว่ามีคนมารับไปแล้วนะคะ”

“เป็นไปไม่ได้ ผมยังไม่ได้ไปรับเลย”

“งั้นอาจจะเป็นทางบริษัทรับไปค่ะ ในระบบระบุว่าเป็นการตรวจสุขภาพโดยบริษัทจัดส่งมา”

“เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมลองถามดู” หานปินวางสาย

จ้าวหมิงพูดด้วยความตื่นเต้น “เรียบร้อย ในที่สุดก็เจอจุดร่วมของทั้งสามคนแล้ว คนร้ายน่าจะทำงานอยู่ในศูนย์ตรวจสุขภาพ”

หานปินเก็บผลตรวจสุขภาพ “ออกรถ กลับกรมฯ”

“พี่ปิน เราไม่ไปสืบที่ศูนย์ตรวจสุขภาพเหรอครับ?”

“กลับไปรายงานหัวหน้าหม่ากับหัวหน้าเจิงก่อน ดูว่าทางนั้นมีเบาะแสผู้ต้องสงสัยไหม” หานปินไม่ได้ปล่อยให้เบาะแสสำคัญนี้ทำให้หน้ามืดตามัว ยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้

คนที่เข้าถึงผลตรวจสุขภาพได้มีไม่น้อย ก่อนไปศูนย์ตรวจสุขภาพต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่งั้นอาจแหวกหญ้าให้งูตื่น

ห้าโมงเย็นกว่า พวกหานปินกลับมาถึงกรมตำรวจสาขาอวี้หัว

เจิงเผิงกับหลี่ฮุยก็กลับมาจากศูนย์กล้องวงจรปิดจราจรแล้วเช่นกัน

หม่าจิ่งปัวเดินฝุ่นตลบเข้ามาในห้องทำงาน แล้วเรียกประชุมวิเคราะห์คดีทันที

หม่าจิ่งปัวถอดเสื้อคลุมออก พูดเข้าประเด็น “ผมเพิ่งกลับจากประชุมที่กองบัญชาการ ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับคดีนี้มาก ท่านบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษ ยิ่งต้องรักษาอัตราการปิดคดีของเมืองชิงเต่าเราไว้ อย่าให้คนร้ายรู้สึกว่ามีช่องโหว่ โดยเฉพาะคดีที่เลวร้ายแบบนี้ ต้องกำจัดให้หมดไปจากเมืองชิงเต่า และพยายามช่วยเหยื่อออกมาให้ได้”

ฟังหม่าจิ่งปัวพูดจบ ทุกคนก็รู้สึกเหมือนมีภาระหนักอึ้งบนบ่าเพิ่มขึ้น

“หัวหน้าเจิง ทางกล้องวงจรปิดได้เรื่องไหม?”

“เราเอาวิดีโอจากทั้งสองคดีมาเทียบกัน พบว่ามีรถโตโยต้าสีขาวปรากฏในที่เกิดเหตุ คนขับสวมหน้ากากและหมวกอยู่ในรถ มองไม่เห็นหน้า แต่รูปร่างคล้ายกันครับ”

“ทะเบียนรถอะไร?”

“ปรากฏตัวสองครั้งใช้ทะเบียนคนละป้าย ตรวจสอบแล้วเป็นทะเบียนปลอมทั้งคู่ครับ ไม่สามารถเช็กตัวตนเจ้าของรถจากทะเบียนได้”

หม่าจิ่งปัวทำท่าครุ่นคิด “ดูทรงแล้ว รถคันนี้น่าสงสัยมาก”

“ใช่ครับ ตอนนั้นผมก็คิดแบบนั้น เลยให้คนไล่ตามรถคันนี้ไป พบว่ารถขับเข้าไปในถนนหมู่บ้านแถวหมู่บ้านเสี่ยวกั่งที่ชานเมือง แล้วก็ไม่โผล่ออกมาอีกเลย”

“ตอนนี้ในหมู่บ้านปิดถนนกันหมด คนร้ายกับรถโตโยต้าสีขาวน่าจะซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยวกั่ง”

หม่าจิ่งปัวลุกขึ้น เขียนคำว่าหมู่บ้านเสี่ยวกั่งบนกระดานไวท์บอร์ด “เบาะแสนี้สำคัญมาก หมู่บ้านเสี่ยวกั่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเฉิงอัน คนร้ายน่าจะอยู่แถวนี้แหละ”

แต่ที่ยุ่งยากคือ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษ ไม่สามารถปูพรมค้นหาเป็นวงกว้างได้

เจิงเผิงพูดต่อ “อีกอย่าง จากเส้นทางรถและการวิเคราะห์รูปคดี คนร้ายมีอย่างน้อยสองคนครับ อย่างคดีจ้าวเสี่ยวซาน เขาขับบีเอ็มสีขาวไปเจอคนร้าย ถ้ามีคนร้ายแค่คนเดียว เป็นไปไม่ได้ที่จะขับรถสองคันออกไปพร้อมกัน”

หานปินพยักหน้า เขาก็กังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ถ้าคนร้ายทำเป็นขบวนการ การจับกุมจะยากขึ้น วิธีที่ดีที่สุดคือรวบตัวพร้อมกัน ป้องกันไม่ให้พรรคพวกที่เหลือไหวตัวทันแล้วหนีไป

หม่าจิ่งปัวชี้ไปที่หานปิน “การสอบปากคำผ่านวิดีโอของคุณเป็นไงบ้าง?”

หานปินยิ้มแห้ง “ยังไงก็สู้สอบปากคำต่อหน้าไม่ได้หรอกครับ”

“แต่ว่า การสืบสวนวันนี้เราได้เบาะแสใหม่ครับ เหยื่อทั้งสามรายไม่ได้ไปสัมภาษณ์ที่บริษัทเดียวกัน แต่ทั้งสามคนเคยไปตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานที่ศูนย์ตรวจสุขภาพซานเถียนเหมือนกันครับ”

“มีหลักฐานไหม?” หม่าจิ่งปัวถาม

หานปินยื่นผลตรวจสุขภาพสองฉบับให้ “นี่เป็นผลตรวจสุขภาพของจ้าวเสี่ยวซานกับเริ่นเจี้ยนหัวครับ ขณะเดียวกัน ผมโทรไปเช็กกับศูนย์ตรวจสุขภาพซานเถียนแล้ว ยืนยันว่าเฉาต๋าก็เคยไปตรวจสุขภาพที่นี่เหมือนกัน”

หม่าจิ่งปัวเคาะนิ้วลงบนผลตรวจสุขภาพ “เยี่ยม เบาะแสนี้สำคัญมาก ถ้าพวกเขาหาเหยื่อผ่านศูนย์ตรวจสุขภาพ งั้นคนร้ายคนหนึ่งก็น่าจะเกี่ยวข้องกับศูนย์นี้ หรือไม่ก็ทำงานอยู่ที่นั่นเลย”

หานปินเห็นด้วย “ผมก็คิดแบบนั้นครับ แค่เบาะแสเกี่ยวกับคนร้ายยังมีน้อย ผมว่าเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม ระบุตัวคนร้ายให้ได้ทันท่วงที ไม่งั้นอาจจะแหวกหญ้าให้งูตื่นได้”

เจิงเผิงพูดขึ้น “ผมให้เบาะแสคนร้ายได้ข้อหนึ่ง คนร้ายน่าจะมีรถโตโยต้าสีขาวในชื่อตัวเอง”

หม่าจิ่งปัวส่ายหน้า “คนที่เข้าถึงผลตรวจสุขภาพได้มีไม่น้อย ลำพังแค่ข้อนี้ ยังไม่พอระบุตัวคนร้ายหรอก”

หานปินก็นึกถึงปัญหานี้ ระหว่างทางกลับเขาก็คิดทบทวนมาตลอด “คนร้ายปรากฏตัวแถวตำบลชิงกวงบ่อยครั้ง เขาอาจจะคุ้นเคยพื้นที่แถวนั้น อาจจะเคยพักอยู่แถวนั้น หรือเคยทำงานแถวนั้น หรือไม่ก็เป็นคนภูมิลำเนาแถวนั้นครับ”

“ยังมีอีกข้อ ถ้าคนร้ายไม่ได้แค่ส่งข่าว แต่ร่วมลงมือด้วย งั้นวันที่ 11 มกราคม, 18 มกราคม, และ 31 มกราคม สามวันนี้คนร้ายน่าจะหยุดงานครับ”

พอระดมความคิด เบาะแสเกี่ยวกับคนร้ายก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น

จากนั้น ก็เริ่มวางแผนจับกุมตามตัวตนของคนร้าย...

────────── •✧• ──────────

บทที่ 440 ซุนเย่าปัว

เช้าวันรุ่งขึ้น

ชุมชนว่านชิง ตึก 6 ห้อง 502

“โต้วเอ่อร์ตุนหน้าเนียน ขโมยม้าทรง

กวนอูหน้าแดง รบที่ฉางซา

เตียนอุยหน้าเหลือง โจโฉหน้าขาว

เตียวหุยหน้าดำ ร้องจ้าละหวั่น...”

เพลงที่คุ้นหูดังขึ้น ซุนเย่าปัวเปลี่ยนเสื้อผ้าไป ฮัมเพลงไป

เมียของซุนเย่าปัวเดินออกมาจากห้องกินข้าว ปลดผ้ากันเปื้อนออกจากตัว “เย่าปัว คุณจะไปไหนอีกแล้ว?”

“พูดแปลก ๆ ผมก็ต้องไปทำงานหาเงินสิ ถ้าผมไม่หาเงิน คุณจะเอาอะไรกิน?” ซุนเย่าปัวสวนกลับ

เมียซุนเย่าปัวส่งเสียงฮึ “ช่วงนี้สถานการณ์ตึงเครียดขนาดนี้ ใครจะไปศูนย์ตรวจสุขภาพกัน หาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ”

“พูดอะไรเนี่ย มีที่ไหนมาแช่งธุรกิจตัวเองแบบนี้” ซุนเย่าปัวตาเขียว เมียเขาก็หงอทันที

“ฉัน... ฉันก็แค่เป็นห่วงคุณนี่นา”

“เอาน่า ๆ คุณไม่ต้องมาห่วงไร้สาระ ลืมไปแล้วเหรอว่าผมทำอาชีพอะไร ผมใส่แว่นใส่หน้ากาก จะกลัวอะไร?” ซุนเย่าปัวใส่รองเท้า แล้วหยิบหน้ากากอนามัยจากตู้มาสวม

“เฮ้อ หาเรื่องแท้ ๆ” เมียซุนเย่าปัวถอนหายใจ เธออยากห้ามก็ห้ามไม่ได้ เดินไปนั่งแหมะลงบนโซฟาในห้องรับแขก ทำปากยื่น เริ่มงอนตุ๊บป่อง

“เอาน่า ก็ผมไม่วางใจนี่นา จ่ายเงินเดือนให้พวกเขาทุกวัน ถ้าผมไม่แวะไปดู เดี๋ยวพวกนั้นอู้งานจะทำไง เงินบ้านเราเสียเปล่าเข้ากระเป๋าพวกเขาหมดพอดี” ซุนเย่าปัวปลอบ

“งั้นคุณก็ไม่ต้องให้พวกเขามาทำงานสิ ให้หยุดงานไม่จ่ายเงินเดือนก็ได้นี่” เมียซุนเย่าปัวว่า

ซุนเย่าปัวด่า “คุณจะไปรู้อะไร นั่นมันหาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ เห็นแก่ได้เล็กน้อยเดี๋ยวจะเสียเงินก้อนโต”

“เชอะ พูดมาซะดิบดี สรุปคือคุณทนอุดอู้อยู่บ้านไม่ไหวอยากออกไปร่อนข้างนอก ฉันรู้ทันหรอกน่า”

“ผู้หญิงอย่างคุณจะไปรู้อะไร อยู่บ้านเฉย ๆ ไปเถอะ เย็นนี้อยากกินอะไรก็บอก เดี๋ยวผมซื้อกับข้าวกลับมา” ซุนเย่าปัวทิ้งท้าย แล้วเปิดประตูห้อง

เมียซุนเย่าปัวเบะปาก “ถือว่ายังมีน้ำใจอยู่บ้าง”

ซุนเย่าปัวเพิ่งเปิดประตู ก็เห็นคนยืนอยู่ที่หน้าประตูหลายคน ถึงกับยืนอึ้งอยู่กับที่

“พวกคุณ... พวกคุณเป็นใคร มายืนหน้าบ้านผมทำไม?”

หานปินยิ้ม แล้วแสดงบัตรตำรวจทันที “พวกเราเป็นตำรวจครับ”

ซุนเย่าปัวพูดออกไปตามสัญชาตญาณ “คุณตำรวจครับ ผมเป็นคนท้องถิ่น ไม่ได้ไปต่างจังหวัด ไม่ได้สัมผัสคนต่างถิ่น บ้านเราไม่มีใครเป็นไข้ครับ”

หลี่ฮุยที่อยู่ข้าง ๆ โบกมือ “เพ้อเจ้ออะไรเนี่ย คุณชื่อซุนเย่าปัวใช่ไหม?”

“ใช่ครับ มีอะไรเหรอ?”

“เราต้องการสอบถามข้อมูลจากคุณหน่อย”

“เรื่องอะไรครับ?”

“นี่หมายค้นครับ” หานปินแสดงเอกสาร แล้วพาคนเดินเข้าห้อง โบกมือสั่ง “ค้น”

“เฮ้ย พวกคุณจะทำอะไร มีสิทธิ์อะไรเข้าไปในห้องนอนฉัน เอ้ย เข้าห้องน้ำไม่ได้นะ” เมียซุนเย่าปัวร้อนรน เมื่อคืนเพิ่งอาบน้ำ เสื้อผ้าใช้แล้วยังแขวนอยู่ในห้องน้ำเลย

เถียนลี่ขวางเธอไว้ “พวกคุณสองคนนั่งลงที่โซฟาค่ะ”

เจอสถานการณ์แบบนี้ ซุนเย่าปัวเริ่มเหงื่อตก “คุณตำรวจครับ ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่?”

หานปินชำเลืองมองเขา “คุณเป็นผู้รับผิดชอบศูนย์ตรวจสุขภาพซานเถียนใช่ไหม?”

“ใช่ครับ ตกลงเกิดอะไรขึ้น?”

หานปินลองหยั่งเชิง “เรื่องของคุณแดงแล้ว”

ซุนเย่าปัวหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม “เรื่องอะไรครับ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าคุณพูดถึงอะไร?”

“เริ่นเจี้ยนหัว เฉาต๋า จ้าวเสี่ยวซาน สามคนนี้คุณรู้จักไหม?”

ซุนเย่าปัวนึกย้อน “ไม่รู้จักครับ”

“สามคนนี้ไปตรวจสุขภาพที่ศูนย์ตรวจสุขภาพซานเถียนเมื่อเดือนมกราคม เวลาไม่ถึงเดือนถูกฆ่าไปสอง หายสาบสูญหนึ่ง คุณตอบแค่ว่าไม่รู้แล้วจะจบเรื่องได้เหรอ” หานปินแค่นเสียง

“หา พวกเขาเคยมาตรวจที่ศูนย์ผมเหรอ!” ซุนเย่าปัวมีสีหน้าประหลาดใจ

หานปินสังเกตสีหน้าของเขา พบว่าท่าทางของอีกฝ่ายไม่เหมือนเสแสร้ง

“วันที่ 11 มกราคม คุณอยู่ที่ไหน?”

ซุนเย่าปัวขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง “จำไม่ได้แล้วครับ”

“วันที่ 18 มกราคม คุณอยู่ที่ไหน?”

ซุนเย่าปัวเหงื่อท่วมหน้าผากแล้ว “ขอผมนึกก่อน”

“ฉันรู้ค่ะ วันที่ 15 ถึง 21 เราไปเที่ยวญี่ปุ่นกันค่ะ เราไม่ได้อยู่ในประเทศ” เมียซุนเย่าปัวเตือนความจำ

“ใช่ ๆ ๆ คุณไม่บอกผมลืมไปเลย เราไปเที่ยวกัน เมียกับลูกสาวผมบ่นอยากไปญี่ปุ่นมาตั้งนานแล้ว ผมเลยถือโอกาสหยุดยาวพาพวกแกไป”

“วันที่ 31 มกราคม คุณอยู่ที่ไหน?”

“อยู่บ้านครับ ช่วงนั้นข่าวดังน่ากลัว ผมไม่กล้าออกไปไหน”

เมียซุนเย่าปัวช่วยยืนยัน “ใช่ค่ะ ฉันเป็นพยานได้ วันนั้นเขาไม่ได้ออกไปไหนจริง ๆ”

หานปินจดบันทึกลงสมุด “บ้านคุณมีรถกี่คัน?”

“สองคันครับ รถเก๋งเบนซ์คันหนึ่ง แล้วก็รถเอสยูวีออดี้อีกคัน”

“ขอดูบัตรประชาชนของพวกคุณสองคนหน่อย”

ซุนเย่าปัวชี้ไปที่เมียตัวเอง “ไป ๆ รีบไปหามา”

ไม่นานนัก เมียซุนเย่าปัวก็รื้อบัตรประชาชนของทั้งสองคนออกมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะน้ำชา หานปินดูที่อยู่บนบัตร แล้วส่งคืนให้ทั้งคู่

จังหวะนั้น หลี่ฮุยกับคนอื่นก็เดินเข้ามา “ปินจื่อ ไม่เจอของน่าสงสัย”

เถียนลี่กับคนอื่นก็ไม่เจอวัตถุที่น่าจะเป็นเครื่องมือในการก่อเหตุเช่นกัน

หานปินหันไปสั่งจ้าวหมิงที่อยู่ข้าง ๆ “ตรวจสอบข้อมูลที่พวกเขาพูดในระบบตำรวจที”

ซุนเย่าปัวปาดเหงื่อบนหน้าผาก “คุณตำรวจครับ คุณชื่ออะไรครับ?”

“ผมแซ่หาน”

“คุณตำรวจหาน ผมถูกใส่ร้ายจริง ๆ นะครับ ผมไม่รู้จักสามคนที่คุณพูดถึงเลย ถึงผมจะเป็นเจ้าของศูนย์ตรวจสุขภาพ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้จักทุกคนที่มาตรวจ อีกอย่าง ต่อให้ผมคิดชั่ว ผมก็ไม่ทำเรื่องเลวร้ายในถิ่นตัวเองหรอกครับ นั่นมันเท่ากับฆ่าตัวตายชัด ๆ”

หลี่ฮุยทำหน้าขรึม “ความหมายของคุณคือ พวกเราใส่ร้ายคุณงั้นสิ”

“ไม่ ๆ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น ผมหมายถึง... อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันครับ”

“ผมจะบอกให้ ไม่มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรทั้งนั้น สามคนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอื่นเลย จุดร่วมเดียวคือเคยมาตรวจสุขภาพที่ศูนย์ของคุณ การตายของพวกเขาต้องเกี่ยวข้องกับศูนย์ตรวจสุขภาพซานเถียนแน่ ต่อให้คุณไม่ใช่คนร้าย ในฐานะผู้รับผิดชอบศูนย์ ก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน” หลี่ฮุยเล่นบทตำรวจเลวต่อไป

“โอย... ผมนี่ซวยจริง ๆ...” ซุนเย่าปัวทรุดฮวบลงกับโซฟา เขารู้ตัวแล้วว่าคราวนี้งานเข้าจังเบอร์

ตำรวจคนนี้พูดไม่ผิดเลย ต่อให้เขาไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่ถ้าข้อมูลผู้ตายสามคนหลุดออกไปจากศูนย์ตรวจสุขภาพ พอญาติผู้เสียหายฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย เขาโดนฟ้องชนะแน่

หลี่ฮุยตวาด “พอได้แล้ว เลิกร้องโวยวาย ให้ความร่วมมือกับตำรวจดี ๆ ถ้าคดีนี้ไม่เกี่ยวกับศูนย์ตรวจสุขภาพซานเถียน เราจะคืนความบริสุทธิ์ให้คุณเอง”

“ครับ ๆ คุณพูดถูก มันไม่เกี่ยวกับศูนย์ตรวจสุขภาพเราจริง ๆ นะครับ” ซุนเย่าปัวเออออ

“เดี๋ยวถามอะไร ให้ตอบตามความจริง ห้ามปิดบังหรือโกหกเด็ดขาด” หลี่ฮุยเตือนเสียงเข้ม เขาเองก็ไม่อยากรับบทร้าย แต่บางคนก็ต้องใช้วิธีนี้ถึงจะได้ผล

หานปินยืนสังเกตการณ์อย่างใจเย็น สาเหตุที่เขามาบ้านซุนเย่าปัว ไม่ใช่เพราะปักใจเชื่อว่าอีกฝ่ายเป็นคนร้าย

ดูจากเบาะแสคดี คนร้ายน่าจะได้ข้อมูลเหยื่อมาจากศูนย์ตรวจสุขภาพซานเถียน แล้วหลอกเหยื่อให้ออกมา

งั้นถ้าไม่ใช่เพราะคนร้ายเกี่ยวข้องกับศูนย์ตรวจสุขภาพซานเถียน ก็ต้องเป็นคนในศูนย์นั่นแหละ

แต่จะเป็นใครกันแน่?

หานปิน หม่าจิ่งปัว และคนอื่น ๆ ก็ยังไม่รู้

พวกเขาต้องตรวจสอบไปทีละคน

เป้าหมายแรกที่ตรวจสอบคือซุนเย่าปัวผู้รับผิดชอบศูนย์ ที่เลือกเขาคนแรกไม่ใช่เพราะเขาน่าสงสัยที่สุด แต่เพราะสถานะผู้รับผิดชอบของเขา

ซุนเย่าปัวเป็นจุดเจาะทะลวง พอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขาได้แล้ว หานปินก็จะยืมมือเขาตรวจสอบพนักงานทั้งศูนย์

เขาเป็นเถ้าแก่ ให้เขาเป็นคนจัดการเรื่องนี้จะง่ายกว่า และไม่ทำให้คนร้ายสงสัยด้วย

ทันใดนั้น จ้าวหมิงก็เดินเข้ามา “พี่ปิน ข้อมูลที่ซุนเย่าปัวให้มา ตรงกับข้อมูลในระบบตำรวจครับ”

หานปินพยักหน้า ในเมื่อซุนเย่าปัวไม่มีปัญหา งานระยะแรกก็ถือว่าเสร็จสิ้น

ต่อไป ก็เริ่มการตรวจสอบระยะที่สอง...

……….……….……….……….……….

[ผู้แปล]: คดีนี้แปลช้าหน่อยค่ะ เพราะคนแปลไม่จอย แง รีบปิดคดีที

จบบทที่ บทที่ 439 จุดเปลี่ยน|บทที่ 440 ซุนเย่าปัว

คัดลอกลิงก์แล้ว