เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 349 ต้นกล้าชั้นดี|350 แบ่งกำลังเป็นสองทาง

บทที่ 349 ต้นกล้าชั้นดี|350 แบ่งกำลังเป็นสองทาง

บทที่ 349 ต้นกล้าชั้นดี|350 แบ่งกำลังเป็นสองทาง


บทที่ 349 ต้นกล้าชั้นดี

“หมายความว่าไง?” เถียนลี่ไม่เข้าใจ

“ตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ ลูกสาวฉันกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก แกจับปากกาไม่ได้เลย อย่าว่าแต่เขียนหนังสือเลยค่ะ” จางเยวี่ยโหรวอธิบาย

“ต่อให้แค้น ก็ควรไปแค้นไอ้มหาวิทยาลัยห้องแถวนั่นสิ ทำไมต้องมาแค้นบริษัทกู่เฟิง?” เถียนลี่ถาม

“กู่เฟิงเป็นบริษัทชื่อดังของชิงเต่า เป็นความภาคภูมิใจของคนชิงเต่า ออกข่าวลู่โจวกับชิงเต่าบ่อย ๆ บ้านเราก็ใช้กู่เฟิงค้นหาข้อมูลมาตลอด เราเชื่อใจบริษัทนี้ แต่บริษัทกู่เฟิงกลับทำลายความไว้ใจของเรา แนะนำมหาวิทยาลัยห้องแถวมาให้” จางเยวี่ยโหรวแสดงสีหน้าโกรธแค้น

“หลังจากนั้น เราก็ติดต่อไปที่มหาวิทยาลัยห้องแถวนั่น เขาบอกว่าเขาจ่ายเงินให้บริษัทกู่เฟิง เซ็นสัญญากันเรียบร้อย บริษัทกู่เฟิงถึงยอมโฆษณาให้ เราไว้ใจบริษัทกู่เฟิง แต่มันกลับมาทำร้ายเรา คุณว่าเราจะไม่แค้นบริษัทนี้ได้เหรอ?”

“ต่อให้จะแก้แค้นบริษัทกู่เฟิง ก็ควรพุ่งเป้าไปที่เซียวซานสิครับ ทำไมต้องลักพาตัวเซียวเทียนเฉิน?” จ้าวหมิงถาม

“หนูไม่รู้ หนูไม่รู้จริง ๆ ว่าชาวเน็ตคนนั้นทำอะไร หนูแค่ช่วยเขาส่งของเฉย ๆ” หวังถงถงยักไหล่

“เธอช่วยเขาส่งของไปกี่ครั้ง?”

“สองครั้งค่ะ”

“ครั้งแรกส่งเมื่อไหร่?”

“เมื่อวาน”

“เขาส่งของให้เธอยังไง?”

“เขาโทรหาหนู ให้หนูไปเอาของที่ที่หนึ่ง แล้วเอาไปส่งที่บริษัทกู่เฟิง แค่นั้นแหละค่ะ”

“เธอไม่สงสัยหน่อยเหรอ ว่าเขาให้ส่งอะไร?” จ้าวหมิงย้อนถาม

“ไม่สงสัยค่ะ”

“เธอไม่อยากเจอเขาหน่อยเหรอ?”

“ไม่อยากค่ะ”

“ทำไม?”

หวังถงถงหัวเราะเบา ๆ “เรื่องแบบนี้ ยิ่งรู้เยอะ ปัญหาก็ยิ่งเยอะ ไม่ใช่เหรอคะ?”

“ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าผิดกฎหมาย แล้วทำไมต้องเอาตัวเข้ามาเกี่ยวด้วย?” จ้าวหมิงถาม

“เมื่อกี้หนูบอกไปแล้ว หนูอัดอั้นตันใจ หนูแค้น ถ้าหนูไม่ทำอะไรสักอย่าง ไม่ทำอะไรเพื่อแก้แค้นบริษัทกู่เฟิงบ้าง อย่าว่าแต่จะจับปากกาเข้าห้องสอบใหม่เลย หนูคงอกแตกตาย หนูคงกลายเป็นคนไร้ค่า หนูทำเพื่อไถ่บาปให้ตัวเองค่ะ” หวังถงถงตอบ

หานปินนึกถึงหนังเรื่องหนึ่งขึ้นมา “ชอว์แชงค์ มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง?”

“คุณอาตำรวจก็เคยดูเหรอคะ?”

หานปินพยักหน้า

“ฉันก็เคยดู พระเอกถูกใส่ร้าย เขาแค่ส่งพัศดีกับผู้คุมเข้าคุก ไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายสักหน่อย” เถียนลี่พูดแทรก

หวังถงถงยิ้ม “แหกคุกไม่ผิดกฎหมายเหรอคะ? แล้วเงินเกษียณเขาเอามาจากไหน?”

เถียนลี่อึ้งไป ตอบไม่ถูกเลยทีเดียว

เธอลืมไปว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังฝรั่ง

“พระเอกทำการไถ่บาปสองอย่าง อย่างแรกคือทางจิตวิญญาณ อีกอย่างคืออิสรภาพ ตอนนี้ปมในใจเธอคลายแล้ว จับปากกาสอบต่อได้แล้ว แต่เธอกำลังจะติดคุก ถ้าเธออยากได้อิสรภาพ อยากไถ่บาปให้สมบูรณ์จริง ๆ ก็ต้องร่วมมือกับตำรวจ ฉันเชื่อว่าผู้พิพากษาจะพิจารณาจากสถานการณ์พิเศษ และลดโทษให้เธอ”

พูดถึงตรงนี้ หานปินก็เว้นจังหวะ “แต่มีข้อแม้ว่า เธอต้องสำนึกผิดและให้ความร่วมมือกับตำรวจในการช่วยตัวประกันอย่างเต็มที่”

“คุณอาตำรวจหาน คุณนี่พูดจาเข้าหูจังเลยนะคะ” หวังถงถงหัวเราะ

“หวังว่าเธอจะให้เบาะแสเกี่ยวกับโจรได้นะ อย่างเช่นช่องทางติดต่อ หรือจุดส่งของ” หานปินบอก

“เราติดต่อกันทางเน็ตค่ะ”

“ติดต่อยังไง?”

“เขาจะมาคอมเมนต์หาหนูในเว็บบอร์ดชื่อ FT ค่ะ”

“เขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“ผู้หญิงค่ะ”

“เธอรู้ได้ยังไง?”

“เดาเอาค่ะ” หวังถงถงยักไหล่

“เปิดเว็บบอร์ดนั่นสิ” หานปินสั่ง

หวังถงถงหยิบแท็บเล็ตออกมา กดเข้าเว็บนั้นอย่างคล่องแคล่ว บนนั้นมีกระทู้ที่เธอตั้งไว้

ชื่อในเน็ตของเธอคือเสี่ยวเสี่ยวถง

หวังถงถงชี้ไปที่คนตอบกระทู้ด้านล่าง “คนชื่อ ‘เข่ออ้ายเจียเฟย’ นี่แหละค่ะคือเขา”

หานปินอ่านข้อความของทั้งสองคนอย่างละเอียด ทุกตัวอักษรของ ‘เข่ออ้ายเจียเฟย’ เต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่มีต่อบริษัทกู่เฟิง

“บริษัทกู่เฟิงรับเงินสกปรกมาเท่าไหร่ ยัดเยียดโฆษณาขยะอะไรมาให้ก็ไม่รู้ ทั้งทำฟัน ปลูกผม โรคผิวหนัง หรือไม่ก็ข่าวขยะ บริษัทแบบนี้สมควรโดนกำจัดไปตั้งนานแล้ว”

“ตอนแรกฉันก็คิดว่าเป็นธุรกิจท้องถิ่น แถมเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ไม่น่าจะมาหลอกคนชิงเต่าด้วยกันเอง นึกไม่ถึงว่าบริษัทนี้จะจ้องฟันแต่คนกันเองนี่แหละ”

“น้องสาว เรื่องของเธอจิ๊บจ๊อย ปีหน้าค่อยสอบใหม่ก็ได้ แต่ฉันนี่สิจบเห่แล้ว จบเห่จริง ๆ”

“ฉันเกลียดบริษัทนี้มาก มันทำลายชีวิตฉัน ฉันจะแก้แค้น ฉันต้องแก้แค้น...”

“จ้าวหมิง นายติดต่อหัวหน้าเจิง ให้ส่งเบาะแสนี้ให้ทีมตำรวจไซเบอร์ ให้พวกเขาตามหาตัวคนโพสต์” หานปินสั่ง

“ครับ” จ้าวหมิงรับคำ แล้วเดินออกจากห้องหนังสือไปก่อน

“เขาสั่งให้เธอส่งของสองครั้ง เธอไปเอากล่องมาจากไหน?” หานปินถาม

“เมื่อวานที่ถนนไท่หาง วันนี้ที่ถนนฟางชุนค่ะ”

ถนนไท่หางไม่มีกล้องวงจรปิด จะตามหาคงไม่ง่าย

หานปินจึงพุ่งเป้าไปที่ถนนฟางชุน “ห่างจากจุดที่เธอเจอห่าวเฟยหู่แค่ไหน?”

“ห่าวเฟยหู่คือใครคะ?”

“ก็คนที่เธอวานให้ไปส่งกล่องไง”

“ก็อยู่แถว ๆ นั้นแหละค่ะ”

“ตอนเธอไปเอากล่อง ได้เจอตัวเขา หรือเห็นรถต้องสงสัยไหม?”

“ไม่เห็นค่ะ” หวังถงถงนึกย้อนอยู่ครู่หนึ่ง

“เขาวางกล่องไว้ตรงพุ่มไม้ข้างฟุตบาท เอาถุงพลาสติกสีดำคลุมไว้ พอหนูหยิบกล่องมาไม่นาน ก็เจอห่าวเฟยหู่คนนั้น เรื่องหลังจากนั้นพวกคุณก็รู้แล้ว”

“เธอไปถึงถนนฟางชุนกี่โมง?”

“ประมาณแปดโมงยี่สิบมั้งคะ”

“เขาติดต่อเธอครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?” หานปินซัก

“เมื่อคืนค่ะ เขามาเมนต์บอกให้หนูไปเอากล่องที่ถนนฟางชุนวันนี้ แล้วเอาไปส่งที่บริษัทกู่เฟิง”

“เธอรู้ไหมว่าของที่ส่งคืออะไร?”

“หนูไม่รู้จริง ๆ ค่ะ”

“คือหูของเซียวเทียนเฉิน ลูกชายเซียวซาน” ระหว่างพูด หานปินก็จ้องหน้าหวังถงถงเขม็ง

หวังถงถงแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา แม้จะแค่แวบเดียว แต่หานปินก็จับสังเกตได้

แสดงว่า เธอไม่รู้เรื่องมาก่อนจริง ๆ

“หนูไม่รู้จักเซียวเทียนเฉิน แล้วก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะทำแบบนี้” หวังถงถงขมวดคิ้ว

“ตอนนี้เธอรู้แล้ว ถ้าเธอยังมีเบาะแสอื่นเกี่ยวกับโจรอีก ก็หวังว่าจะบอกออกมานะ”

หวังถงถงพยักหน้า มองหานปินด้วยสายตาคาดหวัง “คุณอาตำรวจคะ ปีหน้าหนูเข้าสอบเตรียมได้ไหมคะ?”

หานปินลุกขึ้น ผายมือ “เรื่องนี้เธอต้องไปถามผู้พิพากษา”

หลังสอบปากคำเสร็จ พวกหานปินก็คุมตัวหวังถงถงกลับโรงพัก

พอกลับถึงห้องทำงาน

จ้าวหมิงก็อดพูดขึ้นไม่ได้ “พวกพี่ว่าตกลงหวังถงถงนี่เป็นอะไรกันแน่? ผู้เสียหาย หรือผู้ต้องหา”

“ก็ต้องเป็นผู้ต้องหาสิ ต่อให้บริษัทกู่เฟิงจะผิดก่อน แต่เธอก็ควรใช้กฎหมายฟ้องร้อง ไม่ใช่เอามาเป็นข้ออ้างในการก่ออาชญากรรม” เถียนลี่ตอบ

“บริษัทกู่เฟิงมีทีมทนายเขี้ยวลากดิน คดีพาณิชย์แบบนี้ฟ้องชนะยากจะตาย” จ้าวหมิงยักไหล่

“ฉันก็เห็นใจน้องเขานะ แต่วิธีแก้แค้นของเธอมันไม่ถูกต้อง อาจจะสะใจชั่วคราว แต่การทำผิดกฎหมายมันจะติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่ใช่ผลดีกับตัวเธอเลย วันหลังเธอต้องเสียใจแน่” เถียนลี่บอก

“ก็ไม่แน่หรอก เธอยังเป็นผู้เยาว์ แถมเป็นแค่ผู้สมรู้ร่วมคิด ถ้าไม่ได้มีส่วนร่วมในการลักพาตัวโดยตรง โทษคงไม่หนักมาก ประวัติอาชญากรรมก็จะถูกปิดเป็นความลับ” หานปินแย้ง

“งั้นแสดงว่า ปีหน้าเธออาจจะได้สอบจริง ๆ เหรอ?” จ้าวหมิงแปลกใจ

“ปีหน้าไม่รู้ แต่ปีถัดไปไม่น่ามีปัญหา” หานปินคาดการณ์

“ฉันก็ยังรู้สึกว่าเธอทำไม่ถูกอยู่ดี” เถียนลี่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้

“พี่ปิน พี่คิดว่าไง?” จ้าวหมิงยิ้มถาม

“ทำผิดกฎหมายมันก็ต้องไม่ถูกอยู่แล้ว” หานปินตอบไปประโยคหนึ่ง แต่มีอีกประโยคไม่ได้พูดออกมา ‘แต่วิธีนี้อาจจะเป็นผลดีกับหวังถงถงที่สุดแล้ว’

ดูจากสถานการณ์โดยรวมของหวังถงถง เธอคงถูกขังไม่นานนัก

จะมีตัวอย่างไหนสร้างแรงบันดาลใจได้ดีกว่าเยาวชนผู้กระทำผิดที่ผ่านการอบรมขัดเกลาจากสถานพินิจจนสอบติดมหาวิทยาลัยชิงหวาอีกเล่า?

เอาเป็นว่า ถ้าหานปินอยู่ในตำแหน่งนั้น เขาไม่มีทางปล่อยต้นกล้าชั้นดีแบบนี้หลุดมือไปแน่

────────── •✧• ──────────

บทที่ 350 แบ่งกำลังเป็นสองทาง

สี่โมงเย็น

เจิงเผิง หลี่ฮุย และซุนเสี่ยวเผิง ทยอยกลับเข้ามาในห้องทำงาน

เจิงเผิงเรียกประชุมหารือเรื่องคดี

เจิงเผิงเคี้ยวหมากฝรั่งสองเม็ด “หานปิน นายว่ามาก่อน”

หานปินเรียบเรียงคำพูด แล้วเล่าเหตุการณ์ตอนจับกุมหวังถงถง รวมถึงเนื้อหาการสอบปากคำให้ฟังรอบหนึ่ง

เจิงเผิงฟังจบก็เอ่ยขึ้นว่า “ฉันส่งบัญชีของ ‘เสี่ยวเสี่ยวถง’ กับ ‘เข่ออ้ายเจียเฟย’ ให้กองปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะมีข่าว”

“ส่วนพิกัดมือถือของเซียวเทียนเฉิน อยู่ที่เสาสัญญาณแถวถนนฟางชุน” เจิงเผิงพูดต่อ

“จุดนี้ตรงกับข้อมูลที่เราได้มาครับ เข่ออ้ายเจียเฟยน่าจะเอากล่องไปวางไว้ที่ถนนฟางชุน แล้วค่อยโทรหาเซียวซาน” หานปินวิเคราะห์

“ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแถวถนนฟางชุนให้ละเอียด ดูซิว่าจะเจอตัวผู้ต้องสงสัยไหม” เจิงเผิงสั่งการ

“ผู้ต้องสงสัยที่โทรหาเซียวซานน่าจะเป็นโจรผู้ชาย แต่จากคำให้การของหวังถงถง บอกว่าเข่ออ้ายเจียเฟยน่าจะเป็นผู้หญิง แสดงว่าโจรน่าจะไม่ได้มีคนเดียว” เถียนลี่เคยฟังเสียงโจรแล้ว ไม่เหมือนเสียงที่ใช้เครื่องดัดเสียง

“ไม่ตัดความเป็นไปได้นี้ครับ” หานปินพยักหน้า แล้วเปลี่ยนประเด็น “หัวหน้าเจิง IP คนที่โพสต์กระจายข่าวเรื่องเซียวซานเทขายหุ้น หาเจอหรือยังครับ?”

“เรื่องนี้อาจจะซับซ้อนกว่าที่เราคิด” เจิงเผิงขมวดคิ้ว

“ยังไงครับ?”

“เจอ IP แล้ว แต่ไม่ได้อยู่ในเมืองเรา”

“ที่ไหนครับ?”

“ปักกิ่ง”

“แล้วเราจะทำยังไง? ไปจับคนถึงปักกิ่งเลยเหรอครับ?” หานปินยิ้มเจื่อน

“ฉันคุยกับผู้บริหารแล้ว กะว่าจะให้กองปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีช่วยสืบ ให้พวกเขารับผิดชอบเบาะแสนี้ ระบบภายในของพวกเขามีเครือข่ายแน่นแฟ้นกว่า ชินกับการทำงานบนเน็ต การประสานงานระหว่างหน่วยงานก็แข็งแกร่งกว่า ดีกว่าเราส่งคนไปปักกิ่งแบบมืดแปดด้าน” เจิงเผิงตอบ

หานปินหมุนปากกา “งั้นผมจะพาคนไปสืบเส้นทางของหวังถงถงครับ”

ทีม 2 แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม หานปินนำทีมไปที่ศูนย์ควบคุมจราจร

หลี่ฮุยนำทีมไปที่ถนนฟางชุนเพื่อดูกล้องส่วนตัว และสอบถามร้านค้าแถวนั้น

ครึ่งชั่วโมงต่อมา หานปิน จ้าวหมิง และซุนเสี่ยวเผิง สามคนมาถึงศูนย์ควบคุมจราจร เนื่องจากไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน หานปินจะยืนดูเฉย ๆ เหมือนเมื่อเช้าไม่ได้แล้ว ต้องอาศัยทักษะการสังเกตขั้นสูงของตัวเอง รีบมองหาความผิดปกติในวิดีโอ

พอเห็นหานปินเปิดดูภาพด้วยความเร็ว 16 เท่า จ้าวหมิงที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับอึ้ง “พี่ปิน พี่ไปฝึกวิชามาจากไหน มองทันเหรอครับเนี่ย?”

หานปินต้องการสมาธิ เลยไล่อีกฝ่ายไปให้พ้นทาง

จ้าวหมิงเปิดความเร็วแค่ 4 เท่า ถ้าเร็วกว่านี้เขาก็ไม่มั่นใจ กลัวจะพลาดเบาะแสสำคัญ

ซุนเสี่ยวเผิงก็เหมือนกัน

ประสิทธิภาพของหานปินคนเดียว สูงกว่าสองคนนี้รวมกันเป็นเท่าตัว

สิบนาทีต่อมา

“แปะ!” หานปินตบแป้น Spacebar วิดีโอหยุดลง

บนหน้าจอเป็นภาพกล้องวงจรปิดตรงทางแยก มีคนเดินเท้าข้ามถนนอยู่หลายคน

หานปินชี้ไปที่ผู้ชายคนหนึ่งในจอ “คนนี้มีพิรุธ”

“พี่ปิน มีปัญหาตรงไหนครับ?”

หานปินขยี้ตา “ฉันดูภาพจากกล้องฝั่งตะวันออกและตะวันตกของถนนจือชุน คนทั่วไปเดินผ่านสองแยกนี้ใช้เวลาแค่หกถึงแปดนาที แต่คนนี้ใช้เวลาตั้งสิบนาที แถมเขายังสะพายเป้ ตอนอยู่แยกก่อนเป้ยังตุงอยู่เลย ตอนนี้แฟบลงแล้ว”

“พี่ปิน พี่เปิดความเร็ว 16 เท่า มองเห็นขนาดนั้นเลยเหรอ?” จ้าวหมิงชักสงสัย

“เคยดูรายการสมองอัจฉริยะไหม?” หานปินย้อนถาม

จ้าวหมิงพยักหน้า

“งั้นจะพูดมากทำไม ส่งวิดีโอให้หลี่ฮุยก่อน แล้วนายกับเสี่ยวเผิงค่อยตรวจสอบซ้ำ” หานปินพูดจบ ก็ดื่มน้ำเปล่าในแก้วจนหมด

จากนั้นก็หยิบกาแฟซองออกมาเหมือนเล่นกล ชงกาแฟแล้วนั่งจิบอยู่ข้าง ๆ

งานยากเขาจัดการเสร็จแล้ว งานเก็บกวาดที่เหลือก็ยกให้จ้าวหมิงกับซุนเสี่ยวเผิง ไม่งั้นจะมีลูกน้องไว้ทำไม?

ถึงจ้าวหมิงจะยังสงสัย แต่ก็ทำตามคำสั่งหานปิน ส่งภาพแคปหน้าจอให้หลี่ฮุยก่อน แล้วเริ่มตรวจสอบพร้อมกับซุนเสี่ยวเผิง

จ้าวหมิงหาภาพจากแยกก่อนหน้าเจอ พอลองเทียบวิดีโอจากสองแยกดู ก็เป็นอย่างที่หานปินพูดเป๊ะ เวลาในกล้องห่างกันสิบนาที เป้สะพายหลังของผู้ชายคนนั้นตอนอยู่แยกที่สองแฟบลงอย่างเห็นได้ชัด

จ้าวหมิงยกนิ้วโป้งให้ “เชี่ยเอ๊ย พี่ปิน พี่แม่งเทพโคตร”

“จริงพี่ปิน ทำไมการสังเกตพี่ถึงโหดขนาดนี้” ก่อนหน้านี้ซุนเสี่ยวเผิงไม่ได้พูดอะไร เพราะตอนคดีทัณฑ์ยุง เขาเคยเห็นความเก่งกาจของหานปินมาแล้ว

ถ้าจะบอกว่าคราวก่อนฟลุ๊ค คราวนี้ก็ต้องยอมรับว่าของจริง

หานปินจิบกาแฟ “ความชำนาญล้วน ๆ!”

“พี่ปิน พี่ฮุยส่งวีแชตมา บอกว่าพวกเขาเจอกล้องของร้านค้าแห่งหนึ่ง จับภาพผู้ชายคนนี้ขึ้นแท็กซี่ไป แล้วก็ส่งทะเบียนรถมาให้แล้วครับ” จ้าวหมิงรายงาน

“บอกหลี่ฮุย ให้พาคนไปสืบที่อู่แท็กซี่ ส่วนนายกับเสี่ยวเผิงใช้กล้องวงจรปิดทั่วเมือง ไล่ตามรถแท็กซี่คันนี้ไป”

“ครับ” จ้าวหมิงรับคำ แล้วรีบไปจัดการตามคำสั่งหานปิน

ส่วนหานปินก็นั่งหลับตาพักผ่อนต่อ มีเป้าหมายแล้ว ให้จ้าวหมิงกับซุนเสี่ยวเผิงตามรอยก็พอ

คืนนี้ยังต้องมีคนเข้าเวรดึก

จ้าวหมิงกับซุนเสี่ยวเผิงใช้ระบบกล้องวงจรปิดทั่วเมือง ไล่ตามแท็กซี่คันนั้นไปตลอดทาง

สิบนาทีต่อมา จ้าวหมิงก็ตะโกนว่า “เวรเอ๊ย แท็กซี่คันนี้เลี้ยวขวาจากถนนเสียนซีเข้าถนนไท่หางแล้ว”

ถนนไท่หางไม่มีกล้องวงจรปิด เท่ากับว่าคลาดกับผู้ต้องสงสัยแล้ว

แต่หานปินก็ยังไม่ถอดใจ “ตามรถคันนี้ต่อไป ถึงถนนไท่หางจะไม่มีกล้อง แต่รถมันก็ต้องกลับเข้าเมืองอยู่ดี”

จริงดังคาด พอกรอวิดีโอไปสี่สิบนาที ก็เห็นรถคันเดิมขับย้อนกลับมาทางเดิม

หานปินสันนิษฐานจากจุดนี้ว่า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด จุดที่ผู้ต้องสงสัยลงรถ น่าจะห่างจากถนนไท่หางกับถนนเสียนซีประมาณยี่สิบนาที

ตำแหน่งที่แม่นยำกว่านี้ ต้องรอผลการสืบสวนจากฝั่งหลี่ฮุย

จากนั้นหานปินก็พาคนกลับไปที่ห้องทำงาน

วันนี้ห้องทำงานไม่มีคน อากาศในห้องเลยค่อนข้างเย็น หานปินเปิดฮีตเตอร์ พอเริ่มอุ่นขึ้นมาหน่อย หลี่ฮุยก็โทรมา

หานปินกดรับสาย “ฮัลโหล”

“ปินจื่อ ฉันเจอคนขับที่รับผู้ต้องสงสัยแล้ว”

“ได้เบาะแสอะไรมาบ้าง?”

“คนขับบอกว่า เมื่อเช้ารับผู้โดยสารคนหนึ่งไปส่งถนนไท่หางจริง ๆ อีกฝ่ายเหมือนจะใส่หน้ากากอนามัย หน้าตาเป็นยังไงจำไม่ได้เลย จ่ายด้วยเงินสดด้วย”

“แล้วจุดลงรถล่ะ?”

“เราเช็ก GPS แล้ว อยู่แถวถนนไท่หางกับหมู่บ้านฟาง” หลี่ฮุยตอบ

หานปินดูแผนที่แวบหนึ่ง หมู่บ้านฟางห่างจากถนนเสียนซีประมาณยี่สิบนาทีจริง ๆ จึงสั่งว่า “เอาอย่างนี้ นายลำบากหน่อยนะ พาคนไปดูแถวนั้นที เผื่อจะเจอเบาะแสอะไร”

“รับทราบ” หลี่ฮุยตอบรับ

หานปินวางสาย แถวถนนไท่หางไม่มีกล้อง แถมยังค่อนข้างเปลี่ยว เขาไม่ได้หวังอะไรมากนัก

หานปินดูนาฬิกาข้อมือ เผลอแป๊บเดียวหกโมงเย็นแล้ว

ที่โรงพักมีข้าวเย็นเลี้ยง แต่เพราะคนกินน้อย กับข้าวเลยน้อยอย่าง แถมบางอย่างยังเป็นของเหลือจากมื้อเที่ยง ทำให้ไม่เจริญอาหารเท่าไหร่

หานปินเลยพาสองคนไปหาอะไรกินที่ร้านอาหารแถวนั้น

กินเสร็จ สามคนเดินทอดน่องกลับเข้ามาในลานโรงพัก มือถือหานปินก็ดังขึ้น

หานปินเหลือบมองมือถือ แล้วกดรับสาย “ฮัลโหล หัวหน้าเจิง”

“ไอ้หนู ไม่ใช่ว่าสืบคดีกลับมาแล้วเหรอ ทำไมในห้องทำงานไม่เห็นมีหัวใครสักคน”

“พวกผมออกไปหาอะไรกินมาครับ” หานปินตอบ

เจิงเผิงด่าขำ ๆ “ไอ้นี่ แอบไปกินของดีคนเดียวอีกแล้วนะ ทำไมไม่ชวนฉันบ้าง”

“ผมกลัวหัวหน้าเปลืองตังค์ไงครับ” หานปินแซว

“ใครบอกว่าฉันจะเลี้ยง” เจิงเผิงแค่นเสียง แล้วเปลี่ยนเรื่อง “เลิกไร้สาระ รีบกลับมาเร็ว ตำรวจไซเบอร์มีข่าวมาแล้ว”

“ข่าวอะไรครับ? หรือว่าจับพวกที่อยู่ปักกิ่งได้แล้ว?”

“ทางปักกิ่งกำลังวางกำลังอยู่ เห็นว่าจะเข้าจับกุมคืนนี้ นายไม่ต้องไปห่วงทางนั้นหรอก ที่ฉันจะบอกคือเบาะแสจากหวังถงถงต่างหาก”

“ว่ามาเลยครับ”

“ข้อมูลบัญชี ‘เข่ออ้ายเจียเฟย’ หาเจอแล้ว เบอร์มือที่ใช้ลงทะเบียน ข้อมูลบัตรประชาชน ที่อยู่ มีครบหมด ไปจับตัวได้เลย!”

จบบทที่ บทที่ 349 ต้นกล้าชั้นดี|350 แบ่งกำลังเป็นสองทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว