- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 339 ของขวัญ|340 จุดเปลี่ยน
บทที่ 339 ของขวัญ|340 จุดเปลี่ยน
บทที่ 339 ของขวัญ|340 จุดเปลี่ยน
บทที่ 339 ของขวัญ
เก้าโมงเช้า
กรมตำรวจสาขาอวี้หัว ห้องทำงานทีม 2 หน่วยสืบสวนอาชญากรรม 3
หลี่ฮุย เถียนลี่ จ้าวหมิง ตู้ฉี และซุนเสี่ยวเผิงทั้งห้าคนอยู่ในห้องทำงาน
หลี่ฮุยนั่งอยู่บนโต๊ะ หันหน้าพูดกับทุกคน “เมื่อวานฉันกับหานปินไปค้นหาที่ถนนไท่หาง เจอพวกต้มตุ๋นสองคน ชายหนึ่งหญิงหนึ่งเลวได้ใจจริง ๆ ฉันขับรถอยู่ดี ๆ ไอ้แก่นั่นก็พุ่งมาขวางหน้ารถ โชคดีที่ฉันเหยียบเบรกทัน ไม่งั้นคงชนมันไปแล้ว”
“ไอ้พวกต้มตุ๋นนั่นซวยชะมัด ดันมาเจอตำรวจสองคน” จ้าวหมิงหัวเราะ
“ก็ใช่น่ะสิ ไอ้แก่ต้มตุ๋นนั่นโดนพวกเราจับกดลงกับพื้น แถมยังมีผู้หญิงที่เป็นหน้าม้าอีกคน ก็โดนพวกเราลากตัวส่งโรงพัก งานนี้โดนจัดหนักแน่” หลี่ฮุยแค่นเสียง
“แถวถนนไท่หางไม่มีกล้องวงจรปิด คนเดินก็น้อย ถ้าไม่มีกล้องหน้ารถ คงคุยกันยากน่าดู” เถียนลี่ว่า
“พวกมันถึงได้เลือกไปหากินแถวนั้นไง” หลี่ฮุยหัวเราะ
“แอ๊ด...” เสียงประตูเปิดออก เจิงเผิงกับหานปินเดินเข้ามาจากด้านนอก
“หัวหน้าเจิง”
“หัวหน้า”
ทุกคนเอ่ยทักทาย
“แหม ครึกครื้นกันเชียวนะ ให้ฉันเดา หลี่ฮุยกำลังโม้วีรกรรมตัวเองอยู่ล่ะสิ” เจิงเผิงแซว
“หัวหน้าเจิง อย่ารู้ทันสิครับ” หลี่ฮุยหน้าเจื่อน
“แปะ ๆ” หานปินปรบมือ “นั่งที่ให้เรียบร้อย ให้หัวหน้าเจิงประชุมหน่อย”
เจิงเผิงนั่งลงข้าง ๆ พยักพเยิดหน้า “นายพูดเถอะ เดี๋ยวฉันเสริมเอง”
หานปินพยักหน้า พูดเข้าประเด็น “จากการค้นหาเมื่อวานตอนบ่าย เรายังไม่เจอรถแลมโบร์กินีสีเหลืองคันนั้น ตอนนี้เซียวเทียนเฉินหายตัวไปครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว ทุกคนมีความเห็นว่าไงบ้าง”
“ผมว่าหมอนั่นหนีคดีชัวร์ ถ้าไม่ได้ทำผิดแล้วร้อนตัว จะหายหัวไปจนหาไม่เจอได้ไง” จ้าวหมิงวิเคราะห์
“หนีได้แต่ตัว หนีความผิดไม่พ้นหรอก เรายังไม่มีหลักฐานพอจะเอาผิดเขา เขาจะหนีไปทำไม?” ซุนเสี่ยวเผิงแย้ง
“ที่บอกว่าหนี ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กลับมา แต่หมายถึงหลบไปตั้งหลักก่อน ตอนนี้เรายังเอาผิดเขาไม่ได้ รอให้เรื่องเงียบแล้วค่อยกลับมา ก็ยิ่งเอาผิดยากเข้าไปใหญ่ นี่มันมุกหากินของพวกอาชญากรชัด ๆ” จ้าวหมิงยักไหล่
“ฉันว่าเจ้าหนูจ้าวหมิงพูดมีเหตุผล” เจิงเผิงพยักหน้า
หานปินวิเคราะห์ต่อ “ถ้าเซียวเทียนเฉินหลบไปตั้งหลักจริง เขาต้องติดต่อเซียวซานแน่ จ้าวหมิง เถียนลี่ ไปเช็กประวัติการโทรศัพท์ดู”
“ครับ/ค่ะ”
“ตู้ฉี นายไปดูที่ศูนย์ควบคุมจราจรเหมือนเดิม”
“ครับ”
“คนอื่น ๆ ค้นหารถแลมโบร์กินีต่อไป ใช้รถตามหาคน”
“ครับ”
“วันนี้ฉันคงไม่ได้ไปกับพวกนายนะ ญาติผู้เสียหายมา ต้องมีคนคอยรับหน้า” เจิงเผิงถอนหายใจ
งานนี้ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย
…
บริษัทกู่เฟิง ห้องทำงานประธานกรรมการ
เซียวซานเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง
หลังจากคุยโทรศัพท์กับผู้ช่วย เซียวซานก็นั่งไม่ติดบ้าน รีบตรงดิ่งมาที่บริษัทกู่เฟิงทันที
เซียวซานเปิดเน็ตเช็กดู ก็เจอข่าวเกี่ยวกับบริษัทกู่เฟิงเต็มไปหมด เซียวซานทำธุรกิจอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ย่อมคุ้นเคยดี พอศึกษาดูสักพัก เธอก็พบปัญหาอีกอย่าง
กระทู้แรกที่แฉเรื่องเธอเทขายหุ้น โพสต์เมื่อคืนตอนประมาณสองทุ่ม เนื้อหากระทู้โจมตีเจาะจงมาที่เธอกับบริษัทกู่เฟิงโดยเฉพาะ มุมมองในบทความดูเป็นมืออาชีพมาก เหมือนคนในวงการเขียนเอง
นอกจากกระทู้แรก ยังมีกระทู้อีกห้าหกเวอร์ชันที่โพสต์ในช่วงสองทุ่มถึงสองทุ่มครึ่ง แถมยังโพสต์ลงในแพลตฟอร์มดัง ๆ ทุกกระทู้เขียนอย่างมืออาชีพ บางอันบอกว่าเธอจะเชิดเงินหนี บางอันบอกว่าเธอปั่นหุ้นทิ้ง บางอันก็ลือว่ากู่เฟิงล้มละลาย
ที่สำคัญคือ เมื่อสิบนาทีที่แล้ว เรื่องที่เธอเทขายหุ้น ถูกดันขึ้นติดเทรนด์ฮิตไปเรียบร้อย
เซียวซานอยู่วงการนี้มาหลายปี มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีคนจ้องเล่นงานบริษัทกู่เฟิงและตัวเธอ
“กริ๊ง...”
เสียงมือถือดังขึ้น เซียวซานรีบหยิบมาดู หน้าจอโชว์เบอร์ของเซียวเทียนเฉิน
เซียวซานรีบกดรับสาย “ฮัลโหล”
“ประธานเซียว เตรียมตัวเก็บศพลูกชายหรือยัง?” เสียงผู้ชายดังมาจากปลายสาย
“อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ ฉันกำลังขายหุ้นหาเงินค่าไถ่อยู่” เซียวซานตะโกน
“โกหก! นึกว่าผมไม่รู้เหรอ คุณแจ้งตำรวจแล้ว” ชายในสายแค่นเสียง
“ฉันเปล่า ไม่ได้แจ้งนะ” เซียวซานรีบปฏิเสธ
“อย่ามาพล่าม ให้ตำรวจมารับสาย ผมจะคุยกับเขาเอง”
“ฉันไม่ได้แจ้งตำรวจจริง ๆ” น้ำเสียงเซียวซานเจือแววเว้าวอน
“บอกให้เอาตำรวจมาคุย! ไม่งั้นผมจะฆ่าลูกคุณเดี๋ยวนี้แหละ” ชายคนนั้นตวาด
“ฉันไม่ได้แจ้งความจริง ๆ จะไปหาตำรวจที่ไหนมาคุย” เซียวซานตอบอย่างจนใจ
เงียบไปครู่หนึ่ง ปลายสายถึงตอบกลับมา “ก็ได้ ผมจะยอมเชื่อคุณสักครั้ง”
“เฮ้อ...” เซียวซานถอนหายใจยาว โชคดีที่ไม่ได้แจ้งความ ไม่งั้นโดนขู่แบบนี้ คงหลุดพิรุธออกมาแน่
เซียวซานเป็นหญิงแกร่ง แต่ก็เป็นแม่คน และเซียวเทียนเฉินก็เป็นญาติคนเดียว เป็นที่พึ่งเดียวของเธอ
มรสุมในวงการธุรกิจเธอรับมือได้สบาย แต่พอเป็นเรื่องความปลอดภัยของลูกชาย เธอกลับหวาดกลัว
ยิ่งแคร์มาก ยิ่งพลาดง่าย
“ประธานเซียว เงินพร้อมหรือยัง?”
“ยังเลย”
“ไหนบอกว่าวันนี้จะหาได้ไง?”
“ฉันหมายถึงเงินสดสิบล้าน ฉันหาให้ได้วันนี้ แต่ร้อยล้านมันต้องใช้เวลา”
“นานแค่ไหน?”
“ฉันก็ตอบไม่ได้ ฉันกำลังเทขายหุ้นอยู่ ถ้าทุกอย่างราบรื่น บ่ายนี้คงได้เงินครบ ฉันจะรีบไปเบิกจากแบงก์ให้เร็วที่สุด แต่ถ้าโดน ก.ล.ต. เพ่งเล็ง เรื่องคงยุ่งยากขึ้น” เซียวซานถอนหายใจ
“ยุ่งยากยังไง?” ชายคนนั้นถามกลับ
“ฉันขอเวลาหน่อยเถอะ ฉันจะไม่แจ้งความ จะรีบหาเงินร้อยล้านให้เร็วที่สุด ขอร้องล่ะ รับรองความปลอดภัยของลูกชายฉันด้วย” เซียวซานอ้อนวอน
“ความปลอดภัยของลูกคุณอยู่ที่ตัวคุณ ไม่ใช่ผม ถ้าคุณแจ้งความ ลูกคุณตายศพไม่สวยแน่ เชื่อสิ”
“ฉันเชื่อ ฉันเชื่อแล้ว ขอฉันคุยกับลูกหน่อยเถอะ ฉันอยากได้ยินเสียงเขา” เซียวซานสูดหายใจลึก
“ตอนนี้เขาไม่สะดวกคุย” ชายคนนั้นบอก
“ฉันต้องมั่นใจว่าลูกปลอดภัยถึงจะให้เงิน ให้ฉันฟังเสียงลูกหน่อย ฉันจะได้มีกำลังใจหาเงิน ฉันแค่อยากยืนยันว่าเขาปลอดภัย” เซียวซานต่อรอง
“ก็ได้ ให้ฟังก็ได้” ชายคนนั้นรับคำ สักพักในสายก็มีเสียงตะคอก “แม่แกจะคุยด้วย อะไรควรพูดก็พูด อะไรไม่ควรพูดอย่าพล่าม เข้าใจไหม?”
“อือ ๆ” มีเสียงสะอื้นดังขึ้นสองครั้ง
“ถ้ากล้าร้องโวยวาย คงรู้นะว่าจะโดนอะไร” ชายคนนั้นขู่
“อือ ๆ” เสียงสะอื้นดังขึ้นอีก
“ลูก ลูกแม่ ใช่ลูกไหม?” เซียวซานเสียงสั่นเครือ
“แม่ ผมเอง ช่วยผมด้วย ช่วยผมด้วยครับ รีบพาผมออกไป...” เสียงขาดหายไปดื้อ ๆ
“ลูกแม่ ลูก...” เซียวซานร้องไห้โฮ
“ประธานเซียว ได้ยินเสียงแล้วนะ ทีนี้ก็รีบหาเงินซะ” ชายคนนั้นแค่นเสียง
“วางใจเถอะ ฉันจะจ่ายค่าไถ่ให้ หวังว่าแกจะรักษาสัญญาปล่อยลูกชายฉัน ไม่งั้นต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ฉันก็จะไม่ปล่อยแกไว้แน่” น้ำเสียงเซียวซานเริ่มแข็งกร้าวขึ้น
“หึ ๆ สมเป็นหญิงแกร่งแห่งวงการธุรกิจ” ชายคนนั้นหัวเราะเย็นชา เหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ “จริงสิ เกือบลืมไปเลย ประธานเซียว ผมส่งของขวัญไปให้คุณชิ้นหนึ่ง กะจะให้เป็นของขวัญคริสต์มาส แต่ดันส่งไม่ทัน ป่านนี้น่าจะถึงบริษัทแล้วมั้ง”
“ของขวัญอะไร?” เซียวซานรีบถาม
“ของดี ดูแล้วเดี๋ยวก็รู้ ผมเชื่อว่าคุณต้องชอบแน่” ชายคนนั้นหัวเราะ หึ ๆ แล้ววางสายไป
เซียวซานสงบสติอารมณ์ เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้า แล้วกดปุ่มโทรศัพท์ตั้งโต๊ะ “เลขาฯ เหยา มาหาฉันที่ห้องทำงานหน่อย”
“ก๊อก ๆ” สักพัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เข้ามา”
เลขาฯ เหยาเดินเข้ามา “ประธานเซียว เรียกดิฉันเหรอคะ”
“วันนี้มีพัสดุของฉันมาบ้างไหม?” เซียวซานถาม
“มีกล่องหนึ่งค่ะ จ่าหน้าถึงประธานเซียว แต่ไม่ระบุชื่อผู้ส่ง ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ ดิฉันกำลังจะรายงานอยู่พอดีค่ะ” เลขาฯ เหยาตอบ
“เอาพัสดุกล่องนั้นมาซิ”
“ค่ะ” เลขาฯ เหยารับคำ แล้วเดินออกจากห้องไป
พอกลับเข้ามา ในมือเลขาฯ เหยาก็ถือกล่องใบหนึ่งมาวางบนโต๊ะทำงานของเซียวซาน
“เธอออกไปได้” เซียวซานสั่งเสียงเรียบ
รอจนเลขาฯ ออกไป เซียวซานก็รีบหยิบกล่องขึ้นมาดู ภายนอกดูเป็นกล่องเล็ก ๆ ธรรมดา ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ เซียวซานสูดหายใจลึก กรีดเทปกาวออก
ข้างในมีกล่องเล็กขนาดเท่าฝ่ามืออยู่อีกชั้น
เซียวซานเปิดกล่องดู ก็ต้องตกใจสุดขีด ในนั้นมีนิ้วมือมนุษย์วางอยู่หนึ่งนิ้ว
“กรี๊ด!”
────────── •✧• ──────────
บทที่ 340 จุดเปลี่ยน
หานปิน หลี่ฮุย และซุนเสี่ยวเผิง รับผิดชอบตามหารถแลมโบร์กินี
โดยหลี่ฮุยตรงไปที่ถนนไท่หาง พาตำรวจท้องที่ออกค้นหาตามทางเข้าหมู่บ้านโดยรอบ
ส่วนหานปินพาซุนเสี่ยวเผิงไปที่ร้าน 4S ในละแวกนั้น
เมื่อวาน เถียนลี่กับจ้าวหมิงไปหาเซียวซาน เพื่อสอบถามสถานการณ์และขอเอกสารการซื้อรถแลมโบร์กินี แต่ดันถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบ
หานปินเลยต้องถอยมาใช้วิธีรอง ขอให้เจิงเผิงประสานงานกับกรมการขนส่ง ตรวจสอบข้อมูลรถในชื่อของเซียวเทียนเฉิน พบว่าเซียวเทียนเฉินมีรถสามคัน คือเฟอร์รารี่ เบนท์ลีย์ และแลมโบร์กินี
ขณะเดียวกัน หานปินก็ได้สำเนาเอกสารการซื้อรถแลมโบร์กินีมาจากกรมการขนส่ง
พอมีข้อมูลในสำเนา ก็สามารถติดต่อให้ผู้ผลิตช่วยระบุพิกัดรถได้
ศูนย์จำหน่ายแลมโบร์กินีหรูหรามาก หน้าประตูมีพนักงานขายสาวสวยยืนอยู่หลายคน ใส่กระโปรงสั้นแค่เข่า สวมถุงน่องสีเนื้อ ดูเจริญหูเจริญตา
“ยินดีต้อนรับค่ะ” เหล่าพนักงานสาวสวยส่งยิ้มการค้าให้
พนักงานขายหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งถามว่า “สวัสดีค่ะ สนใจรถรุ่นไหนคะ ให้ฉันช่วยแนะนำได้นะคะ”
หานปินเหลือบมองเธอ แล้วหยิบบัตรตำรวจออกมา “ผมเป็นตำรวจ ช่วยเรียกผู้รับผิดชอบออกมาหน่อยครับ”
พนักงานสาวถามกลับ “คุณตำรวจมีธุระอะไรเหรอคะ?”
หานปินย้อนถาม “คุณเป็นคนรับผิดชอบที่นี่เหรอ?”
“รอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวทิ้งท้ายไว้ แล้วเดินไปที่ห้องทำงาน
ซุนเสี่ยวเผิงขยับมาข้างหานปิน กระซิบว่า “หัวหน้า รถพวกนี้สวยชะมัดเลย!”
“เมื่อกี้สาวคนนั้นสวยไหม?” หานปินถามไม่ตรงคำตอบ
“สวยครับ” ซุนเสี่ยวเผิงหัวเราะแหะ ๆ แล้วเกาหัว “แต่ผมมีแฟนแล้ว”
“หลักการเดียวกันแหละ ดูแต่ตา มืออย่าต้อง” หานปินยิ้ม
สักพัก ผู้หญิงวัยสามสิบกว่าก็เดินออกมา ถึงจะดูไม่เด็กเท่าพนักงานขาย แต่ดูมีราศีและมีเสน่ห์กว่า พูดง่าย ๆ คือมีความเป็นผู้หญิงเต็มตัว
“สวัสดีค่ะคุณตำรวจทั้งสองท่าน ดิฉันเป็นผู้จัดการร้าน ซุนซีหราน ไม่ทราบว่ามาที่ร้านมีธุระอะไรคะ?” รอยยิ้มของเธอเป็นกันเองมาก
“เรามาจากทีมสืบสวนครับ อยากจะขอให้ช่วยหน่อย” หานปินบอก
“คุณชื่ออะไรคะ?”
“ผมแซ่หาน”
“อ้อ คุณตำรวจหาน เชิญนั่งค่ะ” ซุนซีหรานผายมือเชิญ แล้วหันไปสั่งพนักงานขายข้าง ๆ “ไปรินชาให้คุณตำรวจสองที่”
ทั้งสามนั่งลงที่มุมห้องโถง ซุนซีหรานถามเข้าประเด็น “ที่บอกว่าจะให้ช่วย ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไรคะ?”
“เรากำลังตามล่าผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง เขาขับแลมโบร์กินีสีเหลืองหนีไป เราอยากให้ทางร้านช่วยติดต่อผู้ผลิตเพื่อระบุพิกัดรถให้หน่อยครับ” หานปินบอก
ซุนซีหรานขมวดคิ้ว “อุ๊ย คุณตำรวจหาน ดิฉันเป็นแค่ผู้จัดการฝ่ายขาย เรื่องแบบนี้ดิฉันตัดสินใจเองไม่ได้หรอกค่ะ”
“งั้นก็ไปตามคนที่ตัดสินใจได้มา” หานปินสั่ง
“เฮ้อ” ซุนซีหรานถอนหายใจ “เอาอย่างนี้ รอก่อนนะคะ เดี๋ยวขอโทรศัพท์รายงานผู้ใหญ่ก่อน”
“ขอบคุณครับ” หานปินพูดตามมารยาท
ซุนซีหรานพยักหน้ารับ แล้วเดินเลี่ยงไปโทรศัพท์
พนักงานขายยกชาสองถ้วยเดินเข้ามา วางตรงหน้าหานปินกับซุนเสี่ยวเผิง แล้วยืนรออยู่ข้าง ๆ
“ไปทำงานเถอะครับ เราไม่ได้มาซื้อรถ นั่งรอกันเองได้” หานปินบอก จะได้ไม่รบกวนเวลาทำงานเขา
พนักงานขายยิ้มรับ พยักหน้าแล้วเดินจากไป
“หัวหน้า บริการที่นี่ดีจริง ๆ แฟนผมถ้ารู้ความได้สักครึ่งของเขา ผมคงจุดธูปขอบคุณสวรรค์แล้ว” ซุนเสี่ยวเผิงทำหน้าอิจฉา
หานปินยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
สักพัก ซุนซีหรานก็เดินกลับมา “คุณตำรวจหานคะ ผู้ใหญ่บอกว่าขอแค่ถูกต้องตามระเบียบ ให้ดิฉันร่วมมือกับคุณเต็มที่เลยค่ะ”
“งั้นต้องขอบคุณล่วงหน้าครับ” หานปินรับคำ แล้วหยิบข้อมูลรถแลมโบร์กินีคันนั้นออกมา
ซุนซีหรานมองแวบหนึ่ง “ดิฉันช่วยติดต่อโรงงานให้ได้ค่ะ แต่รายละเอียดคุณต้องคุยเองนะคะ”
“ได้ครับ”
…
น้ำตาของเซียวซานแทบจะเหือดแห้ง นี่คือนิ้วของลูกชายเธอ เธอจำได้
หญิงแกร่งไม่หลั่งน้ำตาง่าย ๆ แต่ที่ร้องเพราะมันสุดจะกลั้นแล้วจริง ๆ
ลูกชายคือจุดอ่อนของเธอพอดี
เจตนาเริ่มแรกที่ตั้งบริษัท ก็เพื่อให้ลูกชายสุขสบาย นึกไม่ถึงว่าจะกลายเป็นทำร้ายลูกทางอ้อม
“ปัง!” ประตูถูกกระแทกเปิดจากด้านนอก
เซียวซานสะดุ้งโหยง เพ่งมองดูเห็นเป็นผู้ช่วยวิ่งเข้ามา
“ผู้ช่วยเฝิง เอะอะมะเทิ่งอะไร!” เซียวซานตวาดถาม
พอผู้ช่วยเข้ามา เลขาฯ เหยาก็เดินตามเข้ามา “ประธานเซียวคะ ขอโทษค่ะ ดิฉันห้ามไม่ทัน”
“คนของ ก.ล.ต. มาครับ” ผู้ช่วยเฝิงพูดเสียงหอบ
เซียวซานตบหน้าผาก “หุ้นที่เทขายไปทั้งหมดมูลค่าเท่าไหร่?”
“ประมาณสามสิบสองล้านครับ” ผู้ช่วยเฝิงตอบ
“ไม่พอ” เซียวซานถอนหายใจ
“ก.ล.ต.มาแบบนี้ไม่ดีแน่ เป็นไปได้สูงว่าจะอายัดหุ้นของคุณ รวมถึงบัญชีธนาคารด้วย”
เซียวซานทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง สีหน้าดูสิ้นหวัง
“ประธานเซียว รีบตัดสินใจเถอะครับ ก.ล.ต.จะบุกเข้ามาแล้ว” ผู้ช่วยเฝิงเตือน
เซียวซานสูดหายใจลึก “เลขาฯ เหยา ไปแจ้งความที่โรงพัก บอกว่าเทียนเฉินถูกลักพาตัว”
“คะ?!” เลขาฯ เหยาทำหน้าตกใจ
“รีบไป บอกตำรวจว่าโจรโทรมาเรียกค่าไถ่ร้อยล้าน ให้พวกเขารีบหาทางช่วยเทียนเฉินด่วน” เซียวซานลุกขึ้น บีบแขนเลขาฯ เหยาแน่น
เลขาฯ เหยาเจ็บจนต้องรีบรับปาก
“รีบไปเร็ว” เซียวซานเร่ง
ก.ล.ต. มาไวกว่าที่คิด พอ ก.ล.ต. เข้ามาแทรก แผนเทขายหุ้นก็พังหมด ไม่มีทางหาเงินร้อยล้านได้ทันแน่
เซียวซานจนปัญญา ถึงจะมีทรัพย์สินเป็นพันล้าน แต่ส่วนใหญ่เป็นหุ้นบริษัท ถ้าใช้วิธีปกติ เวลาแค่นี้หาเงินร้อยล้านไม่ได้หรอก
เมื่อกี้เธอได้เห็นความโหดเหี้ยมของโจรแล้ว ตอนนี้เธอหมดหนทาง ได้แต่หวังพึ่งตำรวจให้ช่วยลูกชาย
…
เถียนลี่กับจ้าวหมิงไปบริษัทโทรคมนาคมตามคำสั่งของหานปิน
ตอนแรกทั้งคู่ไม่ได้หวังอะไรมาก แต่พอตรวจสอบดู ก็พบว่ามือถือของเซียวเทียนเฉินมีการโทรออก และปลายสายก็คือเซียวซาน
ทั้งสองรีบขอให้ทางบริษัทช่วยระบุพิกัด
แต่ที่น่าเจ็บใจคือ มือถือของเซียวเทียนเฉินอยู่นอกเขตให้บริการอีกแล้ว
พูดง่าย ๆ คือ พอโทรเสร็จ เซียวเทียนเฉินก็ถอดซิมออก ทำให้ระบุพิกัดแบบเรียลไทม์ไม่ได้
แต่ด้วยคำขอของเถียนลี่กับจ้าวหมิง ทางบริษัทเลยช่วยระบุตำแหน่งเสาสัญญาณใกล้เคียงตอนที่เซียวเทียนเฉินโทรออกให้
ข้อมูลนี้ช่วยในการจับกุมเซียวเทียนเฉินได้มากทีเดียว
แต่การยืนยันตำแหน่งเสาสัญญาณต้องใช้เวลา เถียนลี่กับจ้าวหมิงเลยกลับไปรอฟังข่าวที่โรงพัก เดี๋ยวทางบริษัทจะส่งข้อมูลตามไปให้
เถียนลี่กับจ้าวหมิงกลับถึงห้องทำงาน ดื่มน้ำร้อนไปหน่อยเดียวยังไม่ทันหายเหนื่อย เจิงเผิงก็เดินเข้ามา
“อ้าว พวกนายกลับมาพอดีเลย มีคดีใหม่” เจิงเผิงบอก
“คดีอะไรครับ?”
“คดีลักพาตัว”
“หัวหน้าเจิง ล้อเล่นป่ะเนี่ย คดีข่มขืนเรายังไม่ปิดเลย ทำไมเบื้องบนโยนคดีใหม่มาให้อีกแล้ว” จ้าวหมิงงง
“พูดให้ถูกคือ สองคดีนี้ถือเป็นคดีเดียวกัน”
“หัวหน้าพูดแบบนี้ ฉันยิ่งงงเข้าไปใหญ่” เถียนลี่ยักไหล่
“หรือว่าเว่ยน่าน่าโดนผู้ต้องสงสัยจับไปอีก?” จ้าวหมิงเริ่มจินตนาการบรรเจิด
“คนที่โดนจับไม่ใช่เว่ยน่าน่า แต่เป็นเซียวเทียนเฉิน” เจิงเผิงเฉลย
“เฮ้ย จริงเหรอเนี่ย”
“เลขาฯ ของเซียวซานมาแจ้งความ นายว่าจริงไหมล่ะ?” เจิงเผิงย้อน
“เราเพิ่งกลับจากบริษัทโทรคมนาคม เจอว่าเซียวเทียนเฉินโทรหาเซียวซาน สองคนนี้ติดต่อกันจริง ๆ แถมยังเพิ่งคุยกันวันนี้ด้วย” จ้าวหมิงรายงาน
“เรื่องนี้ทำไมฉันไม่รู้” เจิงเผิงขมวดคิ้ว
“เราก็เพิ่งมาถึง ยังไม่ทันได้รายงานหัวหน้าเลยค่ะ” เถียนลี่ยักไหล่
เจิงเผิงครุ่นคิดนิดหนึ่ง “ต่อให้มีการโทรหากัน ก็บอกได้แค่ว่ามีคนใช้มือถือเซียวเทียนเฉินโทรหาเซียวซาน แต่ยืนยันไม่ได้ว่าเป็นเซียวเทียนเฉินหรือเปล่า ดีไม่ดีอาจจะเป็นโทรศัพท์เรียกค่าไถ่ก็ได้”
“หัวหน้าเจิง ความคิดหัวหน้าเข้าท่าแฮะ”
“เลิกพล่าม คนมาแล้ว ไปสอบปากคำก่อนไป” เจิงเผิงทิ้งท้าย แล้วเดินออกจากห้องไป
คดีเกิดจุดพลิกผันกะทันหัน เขาต้องไปแจ้งหานปิน ดูความคืบหน้าฝั่งนั้นหน่อย