เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 269 ข่าวซุบซิบ|270 จุดประสงค์ที่แท้จริง

บทที่ 269 ข่าวซุบซิบ|270 จุดประสงค์ที่แท้จริง

บทที่ 269 ข่าวซุบซิบ|270 จุดประสงค์ที่แท้จริง


บทที่ 269 ข่าวซุบซิบ

หม่าเผิงคุนขมวดคิ้วเล็กน้อย

มู่ซินหรานสวมหน้ากากอนามัยและแว่นกันแดด

“เข้ามา” หม่าเผิงคุนสั่ง

“แอ๊ด...” เสียงประตูเปิดออก หลิวถงผู้ช่วยของเจินอวี่เวยเดินเข้ามา

“ประธานหม่า เสี่ยวเวย เมื่อกี้ฉันเฝ้าอยู่ข้างนอก ไถมือถือเจอข่าวข่าวหนึ่งค่ะ”

“ข่าวอะไร?” เจินอวี่เวยถาม

หลิวถงไม่ตอบทันที ได้แต่ปรายตามองไปทางมู่ซินหราน

“หลิวถง มีอะไรก็พูดมาเถอะ พี่หรานไม่ใช่คนอื่นคนไกล” เจินอวี่เวยบอก

“พวกคุณดูเองดีกว่าค่ะ” หลิวถงยื่นมือถือให้เจินอวี่เวย

“ทำตัวลึกลับเชียว” เจินอวี่เวยบ่นพึมพำ รับมือถือมาดู แล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น

“มีอะไร?” หม่าเผิงคุนถามซ้ำ

เจินอวี่เวยส่งมือถือต่อให้เขา

หม่าเผิงคุนเหลือบมองแวบเดียว หน้าผากก็ย่นจนเป็นรอยลึก ตะโกนว่า “ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าแจ้งความ เธอไม่ฟัง ดูเอาเองสิ”

มู่ซินหรานสังหรณ์ใจว่าต้องเกี่ยวกับตัวเองแน่ รีบรับมาดู พอเห็นเข้าก็หน้าถอดสี

พาดหัวข่าวเขียนตัวเบ้อเริ่มว่า ‘มู่ซินหรานพักร้อนที่ชิงเต่า แอบนัดพบหนุ่มหน้าใสยุค 2000’

แต่ยังดีที่มีแค่ข่าว ไม่มีรูปและเวลาที่ชัดเจน จะมองว่าเป็นแค่ข่าวซุบซิบก็ได้

แน่นอนว่า ถ้ามีภาพจากกล้องวงจรปิดหลุดออกมาเมื่อไหร่ ข่าวซุบซิบก็จะกลายเป็นความจริงทันที

นี่เป็นลูกไม้ตื้น ๆ ที่พวกปาปารัสซี่ชอบใช้ ค่อย ๆ ปล่อยข่าวออกมาทีละนิด เพื่อโกยผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

“ฉันบอกแล้วไง ต้องเป็นไอ้พวกตำรวจนั่นแหละที่ทำข่าวรั่ว พวกมันพึ่งพาไม่ได้หรอก เธอก็ดันรั้นจะแจ้งความ เป็นไงล่ะทีนี้” หม่าเผิงคุนบ่น

“ตอนนี้มาพูดดีเข้าตัว ทีแรกมัวทำอะไรอยู่” มู่ซินหรานตวาด

“มาตะคอกใส่ฉันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าตอนนั้นเธอยอมอ่อนข้อ เซ็นสัญญาต่อ ก็คงไม่มีเรื่องแบบนี้หรอก” หม่าเผิงคุนแค่นเสียง

“หมายความว่าไง? อย่าบอกนะว่าคุณเป็นคนส่งคนมาแอบถ่ายฉัน?” มู่ซินหรานทำหน้าเย็นชา ถามเสียงแข็ง

“คิดไปถึงไหนแล้ว ฉันหมายความว่าด้วยประสบการณ์และอำนาจของฉัน ฉันเคลียร์เรื่องนี้ให้เธอได้แน่นอน เรื่องในวงการบันเทิง ก็ต้องแก้ด้วยวิถีของวงการบันเทิง ตำรวจก็แค่พวกหัวแข็งไม่รู้ประสีประสา พวกมันจะไปรู้กฎในวงการได้ยังไง? มีแต่จะทำเรื่องยุ่ง” หม่าเผิงคุนทำท่าเหมือนโมโหที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ

มู่ซินหรานเห็นข่าวก็หัวร้อนพออยู่แล้ว พอมาได้ยินคำพูดของหม่าเผิงคุนอีก ก็ยิ่งโกรธจนตัวสั่น

“ปัง!” เสียงประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรง

หม่าเผิงคุนเบิกตากว้าง ตวาดลั่น “ใครใช้ให้พวกแกเปิดประตู รู้จักมารยาทไหม!”

สิ้นเสียง ชายสี่หญิงหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องประชุม คนนำหน้าเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกสง่าผ่าเผย เขาคือหานปิน หัวหน้าทีม 2 หน่วยสืบสวน 3 กรมตำรวจสาขาอวี้หัวนั่นเอง

หานปินยิ้มเหยียด “มารยาทที่ไหนครับ มารยาทวงการบันเทิง หรือกฎหมายเมืองชิงเต่า?”

“แกเป็นใคร?” หม่าเผิงคุนถามอย่างไม่สบอารมณ์

“พวกเราก็แค่พวกหัวแข็งไม่รู้ประสีประสาไงครับ อยากจะมาขอเรียนรู้กฎวงการบันเทิงจากประธานหม่าสักหน่อย จะได้เปิดหูเปิดตา” หลี่ฮุยพูดประชด

“ฉันไม่สนว่าพวกแกเป็นใคร ออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะเรียกรปภ.” หม่าเผิงคุนไล่

“จะเรียกรปภ.ทำไม มีไอ้นี่ก็พอแล้ว” หลี่ฮุยหัวเราะ หึ ๆ แล้วโชว์บัตรตำรวจ

“พวกคุณเป็นตำรวจ!” หม่าเผิงคุนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที

“ประธานหม่า มีคดีที่อยากเชิญคุณไปช่วยให้ปากคำหน่อย ไปกับเราเถอะครับ”

“เข้าใจผิดแล้วครับคุณตำรวจ ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ ๆ” หม่าเผิงคุนรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม

“เข้าใจผิด ไหนลองว่ามาสิ เข้าใจผิดเรื่องอะไร?” หานปินย้อนถาม

“เมื่อกี้ผมแค่พูดประชด ไม่ได้ตั้งใจจะว่าร้ายตำรวจหรอกครับ ผมมันคนปากเสีย ก็แค่นั้นเอง” หม่าเผิงคุนแก้ตัว

“คนปากเสียผมเจอมาเยอะแล้ว ไม่ถือสาหรอก” หานปินโชว์หมายเรียกตัว “ประธานหม่า เรามีคดีจริง ๆ ที่ต้องเชิญคุณไปสอบสวน”

“คุณตำรวจครับ ขอทราบชื่อหน่อยได้ไหม?”

“ผมแซ่หาน”

“คุณตำรวจหาน จะให้ผมไปให้ปากคำคดีอะไรเหรอครับ คดีที่มู่ซินหรานถูกแอบถ่ายหรือเปล่า?” หม่าเผิงคุนถาม

“คุณพักที่ไหน?” หานปินไม่ตอบแต่ถามกลับ

“ก็ที่โรงแรมนี้แหละครับ”

“เลขห้อง”

“ถามไปทำไมครับ?” หม่าเผิงคุนเริ่มนั่งไม่ติด

“ถามอะไรก็ตอบมา เข้าใจไหม?” หลี่ฮุยสั่ง

“ห้อง 808 ครับ”

หานปินหยิบเอกสารอีกใบออกมา “ดูให้ดี นี่หมายค้น”

“คุณตำรวจหาน ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมต้องค้นห้องผมด้วย ผมไม่เคยแอบถ่ายมู่ซินหรานนะ ไม่เกี่ยวกับผมจริง ๆ” หม่าเผิงคุนโวยวาย

หานปินส่งหมายค้นให้หลี่ฮุย “นายพาคนไปค้น”

“ครับ” หลี่ฮุยถึงจะปากเสียเป็นนิจ แต่เวลาทำงานจริงจังเสมอ

“คุณตำรวจหาน เข้าใจผิดแล้ว เข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว อย่าเพิ่งค้นห้องผมเลย มีอะไรค่อย ๆ คุยกันดีกว่านะ” หม่าเผิงคุนเริ่มรนราน

“นั่นสิคะ ตำรวจต้องรับใช้ประชาชนไม่ใช่เหรอคะ ทำไมทำตัวป่าเถื่อนแบบนี้” เจินอวี่เวยที่อยู่ข้าง ๆ เริ่มทนไม่ไหว

หานปินปรายตามองเธอ “คุณเป็นใคร?”

“ฉันเป็นใคร? ปกติคุณไม่ดูทีวีหรือไง?” เจินอวี่เวยถามอย่างไม่พอใจ

“พี่ปิน นี่เจินอวี่เวยไง ที่เล่นละครจารกรรมน่ะ แต่วันนี้เธอไม่ค่อยได้แต่งหน้า” จ้าวหมิงกระซิบเตือน

ได้ยินประโยคแรก เจินอวี่เวยก็ยิ้มมุมปาก แต่พอได้ยินประโยคหลัง หน้าเธอก็มืดลงทันที

“นี่ นายหมายความว่าไงยะ พูดจาภาษาคนเป็นไหม” เจินอวี่เวยวีนแตก

“อวี่เวย เธออย่ามาเพิ่มความวุ่นวายเลย ดูอย่างพี่หรานของเธอสิ นิ่ง สงบ เธอใจร้อนเป็นไฟแบบนี้ ต่อไปจะรับมือนักข่าวได้ยังไง” หม่าเผิงคุนปราม

“ประธานหม่า หนูช่วยพูดให้คุณอยู่นะคะ” เจินอวี่เวยทำปากยื่น ทำหน้าน้อยใจ

“ไม่เป็นไร ผมทองแท้ไม่กลัวไฟ”

“ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ไปกับเราเถอะครับ เราตรวจสอบให้ชัดเจน จะได้คืนความบริสุทธิ์ให้คุณด้วย” หานปินโบกมือ ส่งสัญญาณให้จ้าวหมิงคุมตัว

“เดี๋ยว ผมเดินเองได้ ไม่ต้องมาคุมตัว” หม่าเผิงคุนสะบัดมือ ผลักจ้าวหมิงออกไป

ในฐานะผู้จัดการทั่วไปของบริษัทบันเทิง เขาไม่อยากมีเอี่ยวกับโรงพัก รีบคว้าหมวก หน้ากาก และแว่นกันแดดมาใส่ ปิดบังใบหน้าจนมิดชิด

มู่ซินหรานดึงหานปินไปคุยข้าง ๆ “คุณตำรวจหาน ทำไมต้องจับหม่าเผิงคุนคะ หรือว่าเขาเป็นคนบงการคดีแอบถ่ายจริง ๆ?”

“แล้วคุณคิดว่าไงล่ะครับ?” หานปินถามกลับ

หานปินยังคงรู้สึกว่ามู่ซินหรานจงใจปิดบังรูปคดี

“ฉันไม่ทราบค่ะ” มู่ซินหรานถอนหายใจ

“คุณเองก็ไปโรงพักด้วยครับ ไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง” หานปินบอก

“คดีมีความคืบหน้าเหรอคะ?”

“ครับ” หานปินพยักหน้า

“ขอสายหน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้ฉันไปโรงพักไม่ได้ เมื่อกี้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น ฉันต้องรีบจัดการ” มู่ซินหรานสีหน้ากระวนกระวาย

“เรื่องอะไร?”

“คุณดูเองเถอะค่ะ” มู่ซินหรานยื่นมือถือให้หานปิน

หานปินมองแวบเดียว ก็เห็นข่าวพาดหัวตัวโต “มู่ซินหรานพักร้อนที่ชิงเต่า แอบนัดพบหนุ่มหน้าใสยุค 2000”

“ข่าวเมื่อไหร่ครับ?”

“ฉันก็เพิ่งเห็นค่ะ น่าจะเป็นข่าวเมื่อเช้านี้” มู่ซินหรานกัดริมฝีปาก “ฉันต้องรีบจัดการ ไม่งั้นอนาคตในวงการฉันพังยับแน่”

เจียงเอ๋อร์คังถูกจับ กัวเจียฮุ่ยเสียชีวิต

หานปินเดาว่า นี่น่าจะเป็นฝีมือของคนบงการผู้อยู่เบื้องหลังคดีแอบถ่าย

────────── •✧• ──────────

บทที่ 270 จุดประสงค์ที่แท้จริง

“คุณตำรวจหาน ฉันยังไปโรงพักกับพวกคุณตอนนี้ไม่ได้ค่ะ ฉันต้องจัดการเรื่องนี้ก่อน ไม่งั้นคราวหน้าคงไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่เป็นรูปภาพแน่ ๆ” มู่ซินหรานสีหน้ากระวนกระวาย

“คุณจะจัดการยังไงครับ?”

“ฉันจะขอให้เพื่อนในวงการช่วยค่ะ” มู่ซินหรานตอบส่ง ๆ

หานปินก็ไม่ซักไซ้ต่อ เรื่องเน่าเฟะในวงการบันเทิงมีเยอะแยะไป เขาไม่อยากเข้าไปยุ่ง

พอกลับถึงกรมตำรวจ หานปินรินกาแฟแก้วหนึ่ง แล้วเรียกหลี่ฮุยไปที่ห้องสอบสวนด้วยกัน

หลี่ฮุยสนใจเรื่องในวงการบันเทิงเป็นทุนเดิม ตลอดทางก็เสนอหน้าขออาสาร่วมสอบสวนหม่าเผิงคุนด้วย

หานปินเดินเข้าห้องสอบสวน หม่าเผิงคุนนั่งอยู่บนเก้าอี้สอบสวนแล้ว ดวงตากลอกมองไปรอบ ๆ เป็นระยะ

“คุณตำรวจหาน พวกคุณจับผิดคนแล้ว เรื่องแอบถ่ายมู่ซินหรานไม่เกี่ยวกับผมจริง ๆ นะครับ” หม่าเผิงคุนรีบแก้ตัว

“ร้อนตัวหรือเปล่า เรายังไม่ได้ถามอะไรเลย คุณก็สารภาพออกมาเองซะแล้ว” หลี่ฮุยแค่นเสียง

“เปล่าครับ ผมแค่นึกไม่ออกว่านอกจากเรื่องนี้แล้ว พวกคุณจะเชิญตัวผมมาทำไม?” หม่าเผิงคุนถาม

หานปินถามไปคนละเรื่อง “บริษัทพวกคุณมีดารากี่คนครับ?”

“ยี่สิบกว่าคนได้มั้งครับ ถ้าคุณตำรวจหานชอบดาราคนไหน ผมขอลายเซ็นให้ได้นะครับ” หม่าเผิงคุนเสนอ

“มือถือของดาราในค่ายคุณ ติดตั้งแอปดักฟังไว้ทุกคนเลยหรือเปล่า?” หานปินหยั่งเชิง

หม่าเผิงคุนหน้าเปลี่ยนสี “มะ... ไม่มีครับ เรื่องแบบนี้ล้อเล่นไม่ได้นะครับ”

หานปินจิบกาแฟ “ประธานหม่า คุณคิดว่าที่ผมเชิญตัวคุณมาจากโรงแรม เพื่อมาล้อเล่นกับคุณงั้นเหรอ?”

“ผม...” หม่าเผิงคุนพูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้า

“สารภาพโทษหนักเป็นเบา ขัดขืนโทษเบาเป็นหนัก พูดมาขนาดนี้แล้ว คุณก็ควรจะรู้ตัว ให้ความร่วมมือกับตำรวจหน่อย อย่าหาเรื่องให้ตำรวจลำบาก แล้วก็อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยครับ” หานปินพูดเสียงเย็น

หม่าเผิงคุนลังเลอยู่นาน “คุณตำรวจหาน ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าคุณหมายถึงเรื่องอะไร?”

“ไม่ยอมพูดเหรอ?”

“ไม่ใช่ไม่พูด แต่ไม่รู้จริง ๆ ครับ” หม่าเผิงคุนฝืนยิ้ม

หานปินหันไปสั่งหลี่ฮุยที่อยู่ข้าง ๆ “นายไปขอหมายเรียก เรียกตัวดาราทุกคนในสังกัดนิวอีร่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์มาที่โรงพัก ตรวจดูว่ามือถือพวกเขาติดตั้งแอปดักฟังไว้หรือเปล่า”

“จัดไป โรงพักเราคงครึกครื้นน่าดู ดารายี่สิบกว่าคนมานั่งรวมกันที่นี่ คงเป็นที่แรกในชิงเต่าเลยมั้ง” หลี่ฮุยรับลูก

“อย่านะครับ อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด ผมยอมให้ความร่วมมือแล้ว ผมยอมแล้ว” หม่าเผิงคุนรีบตะโกนห้าม

คำพูดของหานปินกับหลี่ฮุยเมื่อครู่ก็แค่ขู่ให้กลัว หมายเรียกไม่ใช่หมายจับ ดาราพวกนั้นไม่ได้อยู่ชิงเต่า ตำรวจทำได้แค่โทรเรียกปากเปล่า พวกดาราคงไม่มาหรอก แต่ข่าวต้องรั่วไหลแน่

ถ้าเรื่องติดเครื่องดักฟังในมือถือดาราหลุดออกไป ชื่อเสียงบริษัทนิวอีร่าป่นปี้แน่ ดาราในสังกัดคงตีตัวออกห่าง และหม่าเผิงคุนคงโดนวงการแบน

“แอปดักฟังในมือถือมู่ซินหราน คุณเป็นคนติดตั้งใช่ไหม?” หานปินถามเสียงแข็ง

หม่าเผิงคุนลังเลเล็กน้อย พอเห็นหานปินขมวดคิ้วเริ่มหมดความอดทน ก็รีบตอบ “ใช่ครับ ผมทำเอง”

“ทำไปทำไม?”

“ผม... ผมก็ไม่มีทางเลือกครับ” หม่าเผิงคุนถอนหายใจ

“เล่ามาซิ ว่าไม่มีทางเลือกยังไง” หลี่ฮุยหรี่ตา เริ่มสนใจขึ้นมา

“มู่ซินหรานเรียกได้ว่าบริษัทเราปั้นมากับมือ เราทุ่มเททรัพยากรไปกับเธอเยอะมาก สองปีมานี้เธอก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่สัญญาก็ใกล้จะหมดแล้ว ผมให้ฝ่ายบุคคลไปคุยเรื่องต่อสัญญา เธอก็เอาแต่บ่ายเบี่ยง พอผมไปคุยเอง เธอก็บอกแต่ว่าขอคิดดูก่อน นี่เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งปีก็จะหมดสัญญาแล้ว คุณว่าผมจะไม่ร้อนใจได้เหรอครับ” หม่าเผิงคุนระบายความอัดอั้น

“ก็เลยแอบลงแอปดักฟังในมือถือเธองั้นเหรอ?”

“ครับ” หม่าเผิงคุนรับคำ แล้วรีบเสริมว่า

“แต่ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายนะ แค่อยากรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่กันแน่ ถ้าเธอติดต่อกับค่ายอื่น ผมจะได้รู้ตัวก่อน แล้วหาทางรับมือ”

“แล้วดาราคนอื่นในค่ายคุณ โดนติดแอปดักฟังด้วยหรือเปล่า” หลี่ฮุยถาม

“ไม่มีครับ อันนี้รับรองว่าไม่มี มู่ซินหรานตอนนี้เป็นเบอร์หนึ่งของค่าย ทรัพยากรส่วนใหญ่ก็ทุ่มไปที่เธอ ดาราคนอื่นเทียบไม่ได้หรอกครับ ถ้าเธอออกจากบริษัทไป ก็จะดึงทรัพยากรออกไปไม่น้อย นี่แหละที่พวกเรากังวลที่สุด” หม่าเผิงคุนยืนยัน

“แล้วโทรศัพท์ขู่กรรโชกสายนั้้น คุณดักฟังได้ไหม?”

“เอ่อ...” หม่าเผิงคุนขมวดคิ้ว

“พูด!” หลี่ฮุยตวาด

“ดัก... ดักฟังได้ครับ” หม่าเผิงคุนตอบ

“เล่าเนื้อหาที่คุยกันมาซิ”

“คนโทรมาเป็นผู้ชาย เขาบอกว่าติดกล้องที่บ้านมู่ซินหราน แล้วด่าว่ามู่ซินหรานเป็นผู้หญิงเลวที่หน้าไหว้หลังหลอก บอกว่าเธอไม่ควรรับบทแม่ศรีเรือนอีก ห้ามไม่ให้ถ่ายละครบทแนวนี้อีก ทางที่ดีควรไปเรียนต่อเมืองนอก สำนึกผิดกับการกระทำที่ผ่านมา” หม่าเผิงคุนทวนความจำ

“คุณยังมีบันทึกเสียงอยู่ไหม?”

หม่าเผิงคุนลังเลนิดหนึ่ง “มีครับ”

“ดี ทำได้ดีมาก” หานปินยิ้ม

“ผมรู้ว่าทำแบบนี้มันผิด ต่อไปผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ” ต่อให้ข้างนอกหม่าเผิงคุนจะยิ่งใหญ่แค่ไหน อยู่ในห้องสอบสวนก็ทำได้แค่ยอมศิโรราบ

“ชมหรือด่ายังแยกไม่ออกอีกเหรอ พวกเราชมคุณจากใจจริงนะเนี่ย” หลี่ฮุยหัวเราะ

พอมีบันทึกเสียงการขู่กรรโชก ก็พิสูจน์ได้ว่ามีการขู่กรรโชกจริงไหม และรู้ด้วยว่าใครโกหก ระหว่างเจียงเอ๋อร์คังกับมู่ซินหราน

“ในโทรศัพท์ โจรเรียกเงินค่าไถ่หรือเปล่า?” หานปินซัก

“ไม่ครับ” หม่าเผิงคุนตอบ

ชัดเจนแล้วว่า คนที่โกหกคือมู่ซินหราน

“เรื่องที่มู่ซินหรานบอกว่าโดนขู่เรียกเงินสิบล้าน คุณรู้เรื่องไหม?” หานปินหยั่งเชิง

“ตอนแรกผมไม่รู้ครับ เธอแค่บอกว่าโดนแอบถ่าย อยากให้บริษัทช่วยแก้ปัญหา ผมก็บอกเธอว่าขอแค่ยอมต่อสัญญากับบริษัทอีกสิบปี ผมจะช่วยเคลียร์ให้” หม่าเผิงคุนเว้นจังหวะ แล้วเล่าต่อ “หลังจากมู่ซินหรานแจ้งความแล้ว เธอถึงมาบอกผมว่าเธอโกหกว่าโดนเรียกเงินค่าไถ่ ถ้าตำรวจมาถาม ให้ผมอย่าเผลอพูดความจริง”

“เก่งนี่ ดาราพวกนี้นอกจากแสดงในทีวีแล้ว ยังมาแสดงต่อหน้าตำรวจอีก เห็นเราเป็นคนโง่เหรอ?” หานปินเสียงเย็นชา

“อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมไม่เคยคิดจะหลอกตำรวจเลย พอรู้ว่ามู่ซินหรานโกหกตำรวจเรื่องเงินสิบล้าน ผมก็ด่าเธอไปชุดใหญ่ บอกว่าเธอทำเรื่องโง่ ๆ ลงไป แต่เธอก็ไม่เชื่อใจผมแล้ว”

หม่าเผิงคุนถอนหายใจ พูดต่อว่า “เธอน่าจะสงสัยด้วยซ้ำว่าผมเป็นคนจ้างคนไปแอบถ่ายเธอ เมื่อก่อนความสัมพันธ์เราดีมาก ไม่นึกเลยว่าจะมาถึงจุดนี้ได้”

“แล้วตกลงคุณจ้างคนไปแอบถ่ายเธอหรือเปล่า?” หานปินถามจี้

“จะเป็นไปได้ยังไง ผมไม่ทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นหรอก”

“ขนาดดักฟังมือถือ คุณยังทำเลยนี่” หานปินแค่นเสียง

“มันไม่เหมือนกัน ถึงยังไงมู่ซินหรานก็เป็นดาราในค่าย ถือครองทรัพยากรของบริษัทเราตั้งเยอะ เรื่องแอบถ่ายมันหลุดง่าย ถ้าหลุดออกไปไม่เพียงแต่ทำลายมู่ซินหราน แต่จะกระทบกับทรัพยากรของบริษัท สร้างความเสียหายมหาศาล ผมไม่ทุบหม้อข้าวตัวเองหรอกครับ” หม่าเผิงคุนอธิบาย

“คุณเป็นคนในวงการ แถมยังได้ยินเสียงโทรศัพท์ขู่กรรโชก คุณคิดว่าจุดประสงค์ของคนร้ายที่แอบถ่ายมู่ซินหรานคืออะไร?” หานปินถาม

“มีสองความเป็นไปได้ครับ อย่างแรกคือล้างแค้น เพื่อเอาคืนมู่ซินหราน อย่างที่สองคือน่าจะเกี่ยวกับคาแรกเตอร์”

“คุณคิดว่าอันไหนเป็นไปได้มากกว่า?” หานปินถามต่อ

“ถ้าเป็นการล้างแค้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องโทรมาขู่หรอก ปล่อยคลิปออกไปเลย มู่ซินหรานก็ชื่อเสียงป่นปี้แล้ว เพราะงั้นความเป็นไปได้เรื่องการแย่งชิงคาแรกเตอร์น่าจะมีมากกว่าครับ” หม่าเผิงคุนวิเคราะห์

หลี่ฮุยขมวดคิ้ว “แย่งชิงคาแรกเตอร์หมายความว่าไง แย่งกันยังไง?”

จบบทที่ บทที่ 269 ข่าวซุบซิบ|270 จุดประสงค์ที่แท้จริง

คัดลอกลิงก์แล้ว