เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 259 หนอนบ่อนไส้|260 เบื้องหลัง

บทที่ 259 หนอนบ่อนไส้|260 เบื้องหลัง

บทที่ 259 หนอนบ่อนไส้|260 เบื้องหลัง


บทที่ 259 หนอนบ่อนไส้

หานปินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสั่งว่า “ตรวจสอบต่อไป ดูว่ามีกล้องตัวอื่นจับภาพหลี่เสียได้อีกไหม”

โดยให้ไล่ดูจากช่วงเวลาที่หลี่เสียปรากฏตัว ในกล้องวงจรปิดตัวอื่น ๆ

“พี่ปิน กล้องตัวนี้ของผมก็จับภาพหลี่เสียได้ครับ ดูจากเวลาและทิศทาง น่าจะเป็นตอนที่เธอกำลังจะกลับ” จ้าวหมิงรายงาน

“กล้องสองตัวนี้อยู่ห่างกันแค่ไหน?”

“ห่างกันไม่ถึงห้าสิบเมตรครับ เวลาต่างกันสิบห้านาที”

“ดูทรงแล้ว หลี่เสียต้องไปที่ร้านทำกุญแจแน่ ๆ ตาเฒ่าจางนั่นน่าจะโกหก” หานปินวิเคราะห์

“แม่งเอ๊ย ตอนเจอหน้า ฉันก็เรียกลุงจางซะดิบดี ใครจะไปคิดว่าตาแก่นี่จะเล่นไม่ซื่อ” หลี่ฮุยสบถ

“เอางี้ เราแยกกันเป็นสองทาง จ้าวหมิงกับเสี่ยวเผิงไปธนาคาร ตรวจสอบเส้นทางการเงินระหว่างหลี่เสียกับตาเฒ่าจาง ส่วนฉันกับหลี่ฮุยจะคุมตัวตาเฒ่าจางมาสอบปากคำที่โรงพัก” หานปินแจกแจงงาน

“แล้วหลี่เสียล่ะครับ? เธอน่าจะเป็นคนร้ายที่แอบถ่ายนะ”

“ฉันจะโทรบอกหัวหน้าเจิ้งให้จับตาดูหลี่เสียไว้ รอให้ตาเฒ่าจางรับสารภาพก่อน เราค่อยเข้าจับกุมเธอ” หานปินไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์จับผิดตัวซ้ำสอง

หนึ่งชั่วโมงต่อมา หานปินและหลี่ฮุยก็กลับมาที่แถวโรงแรมฮิลตันอีกครั้ง

เวลานี้ ลุงจางกำลังนั่งซ่อมนาฬิกาอยู่ในร้าน ปากก็ฮัมเพลงอย่างสบายใจ

“แม่นางน้อยหน้าตาสะสวย หน้าขาว ๆ เอวบาง ๆ สองมือช่าง...”

ขณะที่ลุงจางกำลังร้องเพลงอย่างเพลิดเพลิน หานปินกับหลี่ฮุยก็เดินเข้ามาในร้าน

พอลุงจางเห็นทั้งสองคน มือก็สั่นเล็กน้อย “พวกคุณมาทำไมอีก จะซ่อมนาฬิกาหรือปั๊มกุญแจ”

“ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง เราอยากเชิญลุงไปช่วยให้ปากคำที่โรงพักหน่อย” หานปินบอก

“ลุงยุ่งอยู่ ไม่มีเวลาหรอก มีอะไรก็ถามตรงนี้แหละ” ลุงจางบ่ายเบี่ยง

“นี่คือหมายเรียกตัวครับ เชิญลุงไปให้ปากคำกับเราที่โรงพักด้วย”

“พวกคุณจะทำอะไร มีสิทธิ์อะไรมาคุมตัวลุง รู้ไหมทำแบบนี้ลุงเสียรายได้นะ” ลุงจางโวยวาย

“เราทำตามกฎหมายครับ รบกวนให้ความร่วมมือด้วย” หานปินพูดเสียงเข้ม

“คนแก่ ๆ อย่างลุงจะไปช่วยอะไรพวกคุณได้ ลุงต้องทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว ไปหาคนอื่นเถอะ” ลุงจางอ้าง

หานปินโชว์กุญแจมือ “ถ้าลุงไม่ให้ความร่วมมือ เราคงต้องว่ากันตามกฎหมายนะครับ”

“จะทำอะไร ลุงแก่ขนาดนี้แล้ว พวกคุณจะใช้กำลังรังแกคนแก่เหรอ ลุงร่างกายไม่ค่อยดี ทนไม้ทนมือไม่ไหวหรอกนะ” ลุงจางลุกขึ้นถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

“จะเดินไปเอง หรือจะให้ใส่กุญแจมือลากไป เลือกเอา?”

“ทำไมทำกับลุงแบบนี้ แถวนี้มีแต่คนกันเอง ถ้าพวกคุณจับลุงไป วันหลังใครจะกล้ามาทำกุญแจ ซ่อมนาฬิกาที่ร้านลุงอีก” ลุงจางทำหน้าโกรธ

“งั้นลุงก็ไปกับเราดี ๆ สิ ถ้าตรวจสอบแล้วไม่เกี่ยวข้อง เดี๋ยวก็ปล่อยกลับมาเองแหละ” หลี่ฮุยบอก

“ลุงบริสุทธิ์ใจ ทำไมต้องไปโรงพักด้วย?” ลุงจางไม่พอใจ

“ในเมื่อบริสุทธิ์ใจ จะกลัวอะไรล่ะครับ ไปกันเถอะ” หานปินขยับกุญแจมือในมือ

ลุงจางลังเล รู้ว่าคงหนีไม่พ้นแล้ว จึงทำเสียงฮึดฮัด “ไปก็ไป ไม่ใช่แค่ไปนะ ลุงจะไปฟ้องหัวหน้าพวกคุณด้วย ว่าตำรวจพวกนี้มีไว้รับใช้ประชาชน หรือมีไว้รังแกประชาชนกันแน่”

หานปินคร้านจะต่อล้อต่อเถียง หน้าที่ของตำรวจสืบสวนคือจับคนร้าย ไม่ได้มาทำงานบริการ

ตาแก่คนนี้อายุขนาดนี้แล้ว สงสัยจะไม่เคยเจอของจริง หรือคิดว่าแก่แล้วจะไม่มีใครทำอะไรได้

หานปินก็ไม่ใช่คนใจจืดใจดำ เห็นว่าแกอายุมากแล้ว ถึงปากจะบ่นแต่ก็ยอมไปแต่โดยดี เลยไม่ได้ใส่กุญแจมือให้

กรมตำรวจสาขาอวี้หัว ห้องสอบสวน

ลุงจางนั่งอยู่บนเก้าอี้สอบสวน มองไปรอบ ๆ ห้องด้วยสีหน้าหวาดระแวง

หลี่ฮุยเปิดกล้องบันทึกภาพ หานปินเริ่มถามตามระเบียบ “ชื่อ อายุ...”

“จางจิงหัว อายุ 61...”

“จางจิงหัว รู้ไหมว่าเราพาตัวคุณมาทำไม?” หานปินถาม

“ไม่รู้”

หานปินหยิบรูปถ่ายหลี่เสียจากกล้องวงจรปิดวางลงบนโต๊ะสอบสวน “รู้จักคนนี้ไหม?”

จางจิงหัวมองแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้ามองมือตัวเอง “ไม่รู้จัก”

“เราตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว เธอเคยไปที่ร้านคุณ”

“คนเข้าร้านลุงตั้งเยอะแยะ ใครจะไปจำได้หมด” จางจิงหัวเถียง

“งั้นคุณรู้ไหมว่า การให้การเท็จต้องติดคุก?”

“ลุงให้การเท็จตรงไหน คุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหา?” จางจิงหัวเริ่มของขึ้น

“หลักฐานน่ะมีแน่ แต่เห็นว่าคุณอายุมากแล้ว ผมเลยอยากให้โอกาสคุณสารภาพเพื่อลดโทษ อย่าหาว่าไม่เตือนนะ” หานปินขู่

“ลุงกินเกลือมามากกว่าข้าวที่คุณกินซะอีก อายุขนาดลุงเป็น... เป็นพ่อคุณได้เลยนะ ต้องให้คุณมาสอนด้วยเรอะ” จางจิงหัวเถียงคอเป็นเอ็น แต่ประโยคหลังไม่กล้าพูดจนจบ

หานปินสีหน้าเย็นชา ดูออกเลยว่าปกติลุงจางคนนี้คงเป็นพวกไม่ยอมคน มาถึงห้องสอบสวนยังกล้าใช้อายุมาข่ม

ในสายตาหานปิน ไม่ใช่คนแก่กลายเป็นคนเลว แต่เป็นคนเลวที่แก่ตัวลงต่างหาก

“สรุปคือ คุณไม่คิดจะให้ความร่วมมือ ไม่ยอมรับสารภาพใช่ไหม?” หานปินย้อนถาม

“ลุงไม่ผิด จะให้รับสารภาพอะไร?” จางจิงหัวยืนกราน

“ผมจะถามอีกครั้ง รู้จักหลี่เสียไหม?”

“ไม่รู้จัก”

“พวกคุณสองคนมีการเงินเกี่ยวข้องกันไหม?”

“ไม่มี”

หานปินแสยะยิ้ม ตอนที่คุมตัวจางจิงหัวกลับมาที่กรม เขาได้รับโทรศัพท์จากจ้าวหมิงแล้ว พวกเขาไปตรวจสอบที่ธนาคาร พบว่ามีรายการโอนเงินจำนวนมากระหว่างบัญชีของหลี่เสียกับจางจิงหัว

“หลี่เสียรับสารภาพแล้ว บอกว่าคุณรับเงินเธอเพื่อใส่ร้ายหลี่ฮั่นเซวียน และเพื่อลดโทษให้ตัวเอง เธอตัดสินใจจะเป็นพยานชี้ตัวคุณแล้ว” หานปินโกหกคำโต

“เป็นไปไม่ได้!” จางจิงหัวตะโกนลั่น

“ถ้าเธอไม่สารภาพเอง แล้วเราจะรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?” หานปินถามกลับ

“ลุงจาง สารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง ขัดขืนโทษหนักนะ ขนาดหลี่เสียยังยอมรับแล้ว ลุงจะดื้อด้านไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะโดนโทษหนักขึ้น เข้าใจไหม?” หลี่ฮุยขู่ซ้ำ

“ทำไมเป็นงั้นไปได้ ยัยนั่นไม่ได้พูดแบบนี้นี่นา เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลย” จางจิงหัวพึมพำ

“จางจิงหัว โบราณว่าใบไม้ร่วงย่อมคืนสู่ราก คุณอายุหกสิบกว่าแล้ว ถ้าโดนตัดสินจำคุกสักสิบปีแปดปี ดีไม่ดีอาจได้ตายในคุก ไม่ใช่แค่อับอายขายขี้หน้าบรรพบุรุษ ลูกหลานก็จะพลอยเสียชื่อไปด้วย มันคุ้มเหรอ?” หานปินหว่านล้อม

“ลุงจะเจอหลี่เสีย ลุงจะเจออีผู้หญิงสารเลวนั่น” จางจิงหัวทุบพนักเก้าอี้ระบายอารมณ์

“จะได้เจอหรือเปล่าผมไม่รับปาก แต่ตอนเธอชี้ตัวคนร้าย เธอต้องได้เจอคุณแน่” หานปินยิ้ม

“ถุย! มันมีสิทธิ์อะไรมาชี้ตัวลุง มันนั่นแหละจ้างลุงให้การเท็จ ยังบอกอีกว่าตำรวจคงตามไม่เจอหรอก ถึงเจอเดี๋ยวก็แถไปได้ ตอนนี้ดันมาขายลุงซะงั้น แม่งเลวระยำจริง ๆ!” จางจิงหัวด่ากราด

“เธอจ้างคุณเท่าไหร่ให้เป็นพยานเท็จ?” หานปินรีบถามต่อ

“ให้มาก่อนสองหมื่น บอกว่าถ้าตำรวจมาหาจริง แค่ลุงช่วยกลบเกลื่อนให้ จะให้อีกสามหมื่น อีบ้านี่พูดไม่เป็นคำพูดเลย”

“เธอมาหาคุณเมื่อไหร่?” หานปินตีเหล็กตอนกำลังร้อน

“ถ้าลุงพูดตอนนี้ จะถือว่ามีความดีความชอบ ลดโทษได้ไหม?” จางจิงหัวต่อรอง

“ถ้าคุณให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ก็พอจะพิจารณาได้ครับ” หานปินรับปากส่ง ๆ

จางจิงหัวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ผู้หญิงคนนั้นมาที่ร้านลุงตอนเช้าวันที่ 5 ตุลา เอาแม่พิมพ์มาให้ปั๊มกุญแจดอกหนึ่งก่อน แล้วก็เอารูปไอ้หนุ่มนั่นออกมา บอกให้ลุงช่วยให้การเท็จใส่ร้ายมัน ตอนแรกลุงก็ไม่อยากทำหรอก แต่เงินทองมันหายาก ไม่อยากจะคุยหรอกนะ ลุงทำงานทั้งปียังเก็บเงินได้ไม่กี่พัน ลุงก็เลยตกลง”

หานปินชี้ไปที่รูปหลี่เสียจากกล้องวงจรปิด “ดูดี ๆ ใช่ผู้หญิงคนนี้ไหม?”

“ใช่ คนนี้แหละ” จางจิงหัวยืนยัน

หานปินกับหลี่ฮุยสบตากัน ดูท่าเรื่องที่มู่ซินหรานโดนแอบถ่าย จะมีเบื้องลึกเบื้องหลังซะแล้ว

────────── •✧• ──────────

บทที่ 260 เบื้องหลัง

บ้านมู่ซินหราน

เจิ้งข่ายเสวียน จ้าวเกิงหมิน และมู่ซินหราน สามคนนั่งอยู่บนโซฟา หลี่เสียถือเหยือกกาแฟเดินเข้ามา แล้วรินกาแฟให้ทั้งสามคน

เจิ้งข่ายเสวียนยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบอึกหนึ่ง แล้วขมวดคิ้ว “ขมจัง”

“เพื่อรักษารูปร่าง ปกติฉันดื่มแต่กาแฟดำค่ะ หลี่เสีย ไปเอานมกับน้ำตาลทรายมาเพิ่มหน่อย” มู่ซินหรานสั่ง

“ไม่เป็นไร ผมดื่มน้ำเปล่าก็พอครับ” เจิ้งข่ายเสวียนโบกมือปฏิเสธ

“หัวหน้าเจิ้ง คดีตอนนี้ไปถึงไหนแล้วครับ?” จ้าวเกิงหมินถาม

“หัวหน้าหานกำลังนำทีมสืบสวนอยู่ เชื่อว่าอีกไม่นานคงได้เรื่องครับ” เจิ้งข่ายเสวียนตอบเลี่ยง ๆ

“เฮอะ คนที่ทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ ถ้าไม่ใช่พวกโรคจิต ก็ต้องเป็นพวกใจบาปหยาบช้าแน่ ๆ” จ้าวเกิงหมินแค่นเสียง

เจิ้งข่ายเสวียนไม่ต่อความยาวสาวความยืด หันไปถามมู่ซินหรานที่อยู่ข้าง ๆ “คุณมู่ครับ ผ่านไปสามวันแล้วนับจากวันที่ 7 ตุลา คนร้ายยังไม่โทรมาเลย คุณมีความเห็นยังไงบ้าง?”

“ฉันจะไปรู้ได้ไงคะ?” มู่ซินหรานส่ายหน้า ย้อนถามกลับ “หัวหน้าเจิ้ง คุณมีประสบการณ์มากกว่าฉัน คุณคิดว่าเพราะอะไรล่ะคะ?”

“ก๊อก ๆ ...” ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตู ดังมาจากข้างนอก

“มาแล้วค่ะ” หลี่เสียขานรับ เดินไปเปิดประตู

ประตูเปิดออก ชายสี่คนเดินเข้ามา คนนำหน้าคือหานปิน รักษาการหัวหน้าทีม 2

“หัวหน้าหาน” หลี่เสียทักทาย

“หัวหน้าหานมาแล้วเหรอ เชิญเข้ามาเลยค่ะ” มู่ซินหรานร้องทัก

หานปินกวาดตามองรอบห้อง สายตาไปหยุดอยู่ที่หลี่เสีย “หลี่เสีย พวกเรามาหาคุณ”

“หัวหน้าหาน มาหาฉันทำไมคะ?” หลี่เสียถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

หานปินหยิบรูปถ่ายของจางจิงหัวออกมาถาม “คุณรู้จักคนนี้ไหม?”

หลี่เสียส่ายหน้า “ไม่รู้จักค่ะ”

“เขารับสารภาพแล้ว ว่าคุณจ้างให้เขาใส่ร้ายหลี่ฮั่นเซวียน” หานปินพูดเสียงเย็น

หลี่เสียหน้าถอดสี ถอยหลังไปสองก้าวจนแผ่นหลังพิงกำแพง

“หัวหน้าหาน เกิดอะไรขึ้นคะ?” มู่ซินหรานงง

“หลี่เสีย คุณจะพูดเอง หรือจะให้ผมพูด?” หานปินถามกลับ

“ฉันไม่รู้จะพูดอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง” หลี่เสียส่ายหน้าปฏิเสธ

“ก็เล่ามาสิ ว่าคุณแอบปั๊มกุญแจบ้านคุณมู่ได้ยังไง แล้วซื้อตัวคนทำกุญแจให้ใส่ร้ายหลี่ฮั่นเซวียนยังไง” หานปินคาดคั้น

“ฉันไม่ได้ทำ ฉันถูกใส่ร้าย” หลี่เสียก้มหน้าพูด

“เรามีทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล และรายการโอนเงิน คุณดิ้นไม่หลุดหรอก” หานปินขู่

“ฉัน... เป็นไปได้ไง ฉัน...” หลี่เสียพึมพำกับตัวเอง

“หลี่เสีย ที่แท้ก็เธอเองเหรอที่หักหลังฉัน อุตส่าห์ไว้ใจให้มาเป็นผู้ช่วย ทำไมทำกับฉันแบบนี้?” มู่ซินหรานโกรธจัด

หลี่เสียค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ กับพื้น เอามือปิดหน้า ร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ยังมีหน้ามาร้องไห้อีก หรานหรานของเราดีกับเธอขนาดนี้ จิตใจทำด้วยอะไร” จ้าวเกิงหมินด่ากราด

“หลี่เสีย ฉันเห็นเธอเป็นน้องสาวมาตลอด เธอทำฉันผิดหวังมาก!” มู่ซินหรานตัดพ้อ

“พอเถอะ ระงับอารมณ์กันหน่อย เราต้องคุมตัวเธอไปสอบสวนที่โรงพัก” หานปินห้ามทัพ

“หัวหน้าหานคะ รอก่อนค่ะ ฉันอยากคุยกับหลี่เสียอีกสักหน่อย” มู่ซินหรานขอร้อง

“เชิญครับ”

มู่ซินหรานสูดหายใจลึก เดินเข้าไปหาหลี่เสีย ดึงตัวเธอให้ลุกขึ้น “หลี่เสีย มองหน้าฉัน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

หลี่เสียสะอื้น “ตอนนี้ยังมีอะไรต้องคุยอีก”

“ฉันเห็นเธอเป็นพี่น้องมาตลอด ไว้ใจเธอมาก เห็นเธอเป็นพี่น้องที่สนิทที่สุด ทำไม ฉันอยากรู้ว่าทำไม?” มู่ซินหรานถาม

หลี่เสียแค่นหัวเราะ “ไม่ต้องมาไม้นี้หรอก ฉันมันก็แค่ผู้ช่วยกระจอก ๆ จะมีวาสนาอะไรไปเป็นพี่น้องเธอ”

“ไม่นะ ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นคนอื่นเลย เห็นเธอเป็นพี่สาวมาตลอด ไม่คิดจริง ๆ ว่าจะเป็นเธอ” มู่ซินหรานเสียงสั่นเครือ แสดงสีหน้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง

“หึ เลิกแสดงเถอะมู่ซินหราน ฉันอายุน้อยกว่าเธอ เป็นพี่สาวเธอไม่ได้หรอก ในสายตาเธอ ฉันก็แค่คนรับใช้ จะมาเป็นพี่น้องอะไรกัน” หลี่เสียย้อน

“ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นคนรับใช้เลยนะ ในใจฉัน เธอคือพี่น้องของฉันเสมอ” มู่ซินหรานยืนยัน

“มู่ซินหราน เธอลองเอามือทาบอกถามตัวเองดูสิ ปีหนึ่งเธอหาเงินได้เท่าไหร่ ฉันหาได้เท่าไหร่ รายได้เธอมากกว่าฉันเป็นร้อยเท่า มีพี่น้องแบบนี้ด้วยเหรอ?” หลี่เสียถามกลับ

“หลี่เสีย ไม่ใช่ทุกเรื่องจะวัดกันด้วยเงินนะ เธอไปเป็นผู้ช่วยคนอื่น ก็ไม่แน่ว่าจะได้เยอะกว่านี้หรอก” มู่ซินหรานแย้ง

“ฉันรู้ความหมายของเธอ เธอจะบอกว่าฉันมันก็แค่คนคอยรับใช้ ถ้าไม่อยู่กับเธอ เดือนนึงหมื่นเดียวก็หาไม่ได้ ฉันยอมรับว่าอาจจะจริง แต่...” หลี่เสียสีหน้าซับซ้อน ตะโกนออกมาว่า

“คนเราต้องดิ้นรนไปสู่ที่สูง น้ำย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำ ทุกวันฉันต้องเห็น ต้องรับรู้ความลับตั้งมากมาย ความลับพวกนี้แค่ฉันพูดออกไป ก็ได้เงินมากกว่าที่ฉันหาทั้งชีวิตซะอีก ความลับของเธอมีค่ามากกว่าเงินที่เธอให้ฉันเยอะ”

“ฉันรู้ เมื่อก่อนฉันคิดน้อยไปหน่อย ต่อไปฉันจะชดเชยให้เธอนะ” มู่ซินหรานรีบพยักหน้า

“สายไปแล้ว ตอนนี้พูดอะไรก็สายไปแล้ว” หลี่เสียถอนหายใจ

“ไม่สาย ยังไม่สายหรอก เธอเอาคลิปที่แอบถ่ายคืนมาให้ฉัน เธอรู้นี่ว่ามันสำคัญกับฉันมาก” มู่ซินหรานเกลี้ยกล่อม

“ถ้าฉันคืนคลิปให้ เธอจะให้เท่าไหร่?” หลี่เสียยิ้ม

“เธออยากได้เท่าไหร่ ฉันให้หมด” มู่ซินหรานตอบ

“สองล้าน”

“ไม่มีปัญหา ฉันให้ ฉันให้เธอเลย” มู่ซินหรานรีบรับปาก เงินแค่นี้สำหรับเธอขนหน้าแข้งไม่ร่วง

“นั่นสิ สำหรับเธอมันไม่มีปัญหาหรอก สองล้านก็แค่ค่าตัวเธอวันเดียว แต่ฉันหาทั้งสิบปียังไม่ได้เท่านี้เลย” หลี่เสียหัวเราะเยาะตัวเอง

“ขอแค่เธอคืนคลิปให้ฉัน ไม่ใช่แค่เงินก้อนโต ฉันจะขอให้ตำรวจช่วยลดโทษให้เธอด้วย ขอร้องล่ะนะ” มู่ซินหรานอ้อนวอน

“ทีเมื่อก่อนไม่เห็นพูดแบบนี้” หลี่เสียส่ายหน้า “คลิปไม่ได้อยู่ที่ฉัน ฉันเอาเงินเธอไม่ได้หรอก แล้วโทษของฉันก็ไม่ได้หนักหนาอย่างที่เธอคิด ไม่ต้องให้เธอช่วยขอความเห็นใจหรอก”

“หมายความว่าไง ที่บอกว่าคลิปไม่ได้อยู่ที่เธอ?” มู่ซินหรานซัก

“หลายวันก่อน มีคนโทรหาฉัน บอกว่าแค่ช่วยทำเรื่องเรื่องนึง จะให้ค่าน้ำร้อนน้ำชาสองล้าน นั่นมันเงินตั้งสองล้านเลยนะ” หลี่เสียเล่าด้วยความเสียดาย “งานง่าย ๆ แค่ให้ฉันหากุญแจบ้านเธอสักดอก ไปวางไว้ตรงมุมบันไดหนีไฟ”

“บันไดชั้นนี้เหรอ?” หานปินถามแทรก

“ใช่ค่ะ ฉันทำแค่นั้นเอง เรื่องแอบถ่าย เรื่องขู่กรรโชก ฉันไม่รู้เรื่อง แล้วก็ไม่เกี่ยวกับฉันสักนิด” หลี่เสียอ้าง

ในความคิดของเธอ กฎหมายในประเทศยังมีช่องโหว่ ข้อหาขโมยกุญแจจะเอาผิดได้หรือเปล่ายังไม่แน่ใจเลย ตัวเองคงไม่โดนหางเลขหนักหนาอะไร

เพื่อเงินสองล้าน คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!

หานปินไม่เชื่อคำพูดพล่อย ๆ ของเธอหรอก “คุณกล้าพูดไหมว่าไม่เคยขายข้อมูลตารางงานของมู่ซินหราน? แค่คุณแพร่งพรายความเคลื่อนไหวของเธอ ก็ถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดแล้ว”

หลี่เสียกลอกตา “ฉันแค่บอกตารางงานของตัวฉันเอง ไม่ได้บอกของมู่ซินหรานสักหน่อย”

“พูดจาปัญญาอ่อน คุณเป็นผู้ช่วยมู่ซินหราน ตารางงานคุณกับของเธอมันต่างกันตรงไหน?” หลี่ฮุยสวนกลับ

“งั้นก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้ว ฉันพูดเรื่องตัวเอง ไม่ถือว่าผิดกฎหมายนี่” หลี่เสียแถ

หานปินแค่นหัวเราะ “คุณเห็นพวกเราเป็นคนโง่ หรือเห็นผู้พิพากษาเป็นคนโง่ ที่นี่เมืองชิงเต่านะ!”

จบบทที่ บทที่ 259 หนอนบ่อนไส้|260 เบื้องหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว