- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 249 ซูเปอร์สตาร์|250 โกหก
บทที่ 249 ซูเปอร์สตาร์|250 โกหก
บทที่ 249 ซูเปอร์สตาร์|250 โกหก
บทที่ 249 ซูเปอร์สตาร์
“เรื่องวงการบันเทิงฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก สถานการณ์เป็นยังไงแน่ พวกนายไปทำบันทึกปากคำเอาเองละกัน” เจิ้งข่ายเสวียนกล่าว
“มู่ซินหรานอยู่ที่ไหนครับ?” หานปินถาม
“คนแจ้งความคือผู้ช่วยของเธอชื่อหลี่เสีย ตัวเธอไม่ได้มาที่โรงพัก” เจิ้งข่ายเสวียนบอก
“เถียนลี่ ไปเรียกผู้ช่วยเธอมาซิ” หานปินสั่ง
“ค่ะ” เถียนลี่รับคำแล้วเดินออกจากห้องไป
“ช่วงสองวันนี้ฉันงานยุ่ง คดีนี้นายช่วยดูให้ละเอียดหน่อย อีกอย่างเขาเป็นบุคคลสาธารณะ จัดการคดีให้ยืดหยุ่นหน่อยนะ” เจิ้งข่ายเสวียนกำชับ
“เข้าใจแล้วครับ” หานปินพยักหน้า
“งั้นพวกนายทำงานเถอะ มีอะไรก็โทรหาฉัน” เจิ้งข่ายเสวียนทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วเดินออกจากห้องทำงานทีม 2
เขายังคงวางใจในความสามารถในการทำคดีของหานปิน
เขาเชื่อว่าต่อให้ไม่มีเขาอยู่ หานปินก็จัดการคดีได้เรียบร้อยเหมือนกัน
…
ไม่นานนัก เถียนลี่ก็กลับมาที่ห้อง ข้างหลังมีผู้หญิงวัยประมาณสามสิบปีเดินตามมา ผมสั้น รูปร่างบึกบึน
“หัวหน้าหาน นี่คือผู้ช่วยคุณมู่ซินหราน คุณหลี่เสียค่ะ” เถียนลี่แนะนำ
ยังไม่ทันที่หานปินจะพูดอะไร หลี่ฮุยที่อยู่ข้าง ๆ ก็ชี้เก้าอี้บอก “นั่งก่อนครับ เดี๋ยวผมทำบันทึกปากคำให้”
หานปินยิ้ม หมอนี่ขี้เม้าท์ที่สุด พอรู้ว่าเกี่ยวกับดารา ก็เก็บทรงไม่อยู่เลยทีเดียว
“ค่ะ” หลี่เสียรับคำ ดูท่าทางตื่นเต้นเล็กน้อย
หลี่ฮุยเปิดกล้องบันทึกภาพ แล้วถามตามระเบียบ “ชื่อ อายุ เพศ อาชีพ...”
“หลี่เสีย ปีนี้อายุ 29 เพศหญิง ผู้ช่วยดารา...”
“คุณกับมู่ซินหรานเป็นอะไรกัน?”
“ฉันเป็นผู้ช่วยของมู่ซินหรานค่ะ”
“มู่ซินหรานให้คุณมาแจ้งความเหรอ?” หลี่ฮุยถาม
“ใช่ค่ะ”
“มู่ซินหรานอยู่ที่ไหน?”
“อยู่บ้านค่ะ”
“ทำไมเธอไม่มาแจ้งความด้วยตัวเอง?”
“สถานะของซินหรานไม่ค่อยสะดวกค่ะ มักจะมีปาปารัสซี่แอบถ่าย ถ้าเรื่องที่เธอมาโรงพักหลุดออกไป คนร้ายที่ขู่กรรโชกอาจรู้ตัว กลัวจะกระทบการสืบสวนของตำรวจค่ะ” หลี่เสียอธิบาย
หานปินยิ้ม หลี่เสียคนนี้พูดจาใช้ได้เลย
“เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน่อยครับ”
“รายละเอียดฉันก็ไม่ค่อยรู้ชัดเจนค่ะ รู้แค่ว่ามีคนโทรมาขู่กรรโชกซินหราน แล้วส่งคลิปแอบถ่ายมาให้ บอกให้ซินหรานเตรียมเงินค่าไถ่สิบล้าน ไม่งั้นจะปล่อยคลิปซินหรานลงเน็ต” หลี่เสียเล่า
“สิบล้าน! กล้าเรียกนะเนี่ย” หลี่ฮุยเดาะลิ้น
“คนร้ายโทรมาเมื่อไหร่ครับ?” หานปินถาม
“ได้ยินซินหรานบอกว่าเมื่อวานค่ะ”
“โทรมาเมื่อวาน ทำไมเพิ่งมาแจ้งความวันนี้?” หลี่ฮุยถามจี้
“ดาราเป็นคนของประชาชน ซินหรานกลัวเรื่องนี้หลุดไปถึงมือนักข่าวมาก ตอนแรกกะจะใช้เงินฟาดหัวให้จบ ๆ ไป แต่ต้นสังกัดไม่ยอมช่วยออกเงิน แล้วซินหรานก็หาเงินเยอะขนาดนั้นไม่ทัน เลยจำใจต้องให้ฉันมาแจ้งความค่ะ” หลี่เสียบอก
“เบอร์คนร้ายเบอร์อะไรครับ?” หานปินถาม
หลี่เสียเปิดมือถือแล้วอ่านให้ฟัง “134524621XX”
“เมื่อวานคนร้ายโทรมาตอนกี่โมง?” หานปินถาม
“เอ่อ... เวลาเป๊ะ ๆ ฉันไม่แน่ใจค่ะ”
“สำเนียงคนร้ายล่ะ? ผู้ชายหรือผู้หญิง?”
“ไม่ทราบค่ะ” หลี่เสียส่ายหน้า
“อุปกรณ์แอบถ่ายติดไว้ตรงไหน?” หานปินถาม
“น่าจะในห้องนอนค่ะ”
“มีเครื่องดักฟังไหม?”
“ไม่รู้ค่ะ”
หานปินขมวดคิ้ว รายละเอียดสำคัญหลายอย่างหลี่เสียไม่รู้เรื่องเลย ทั้งที่ข้อมูลพวกนี้สำคัญมาก เขาเลยถามว่า “มู่ซินหรานอยู่ที่ไหน เราต้องสอบปากคำเธอ”
“ซินหรานอยู่บ้านค่ะ”
“เราต้องสอบปากคำเธอ และขอค้นบ้านด้วย” หานปินบอก
“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันติดต่อเธอให้”
“เอางี้นะ บอกให้เธอทำตัวตามปกติ เราจะส่งทีมเทคนิคไปก่อน ไปตรวจดูว่าห้องรับแขกมีเครื่องดักฟังหรือกล้องแอบถ่ายไหม ถ้าไม่มี เราจะสอบปากคำที่ห้องรับแขก ส่วนกล้องในห้องนอน รอผมไปถึงแล้วค่อยจัดการ” หานปินวางแผน
“ได้ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ” หลี่เสียเดินเลี่ยงไปโทรหามู่ซินหราน
“ฉันจะแบ่งงานนะ” หานปินกวาดตามองลูกทีมกลุ่ม 2 “เถียนลี่กับเสี่ยวเผิง พวกเธอไปเช็กเบอร์คนร้ายที่เครือข่ายมือถือ”
“รับทราบ”
“จ้าวหมิง แจ้งหลู่เหวินทีมเทคนิค ให้ตามพวกเราไปที่เกิดเหตุด้วย”
“ได้ครับ”
…
โครงการเผิงซิน
ที่นี่เป็นหมู่บ้านหรู บ้านหลังใหญ่ อยู่ใกล้ทะเล คนที่ซื้อบ้านที่นี่ได้ต้องรวย ไม่ก็มีอิทธิพล
ในรถเอสยูวีคันหนึ่ง
หลี่ฮุยถูมือไปมา หันไปถามหานปินข้าง ๆ “ปินจื่อ เดี๋ยวเจอมู่ซินหราน ฉันขอลายเซ็นได้ไหม?”
“นายเริ่มบ้าดาราตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” หานปินแปลกใจ
“แหะ ๆ ดารานี่นา ใคร ๆ ก็ชอบ ขอลายเซ็นไว้เผื่อมีประโยชน์” หลี่ฮุยยิ้ม
“พี่ฮุย จะเอาไปเอาใจสาวที่เพิ่งจีบล่ะสิ” จ้าวหมิงเดา
“ไปไกล ๆ เลย ไม่เกี่ยวกับนายสักหน่อย” หลี่ฮุยทำเสียงฮึดฮัด
หลี่เสียบอกยาม รถสองคันก็ขับลงโรงจอดรถใต้ดินทันที
หลี่เสียพาหลู่เหวินขึ้นตึกไปก่อน ส่วนพวกหานปินรออยู่ในรถ
“ทำไมอยู่ ๆ ผมรู้สึกตื่นเต้นจัง” จ้าวหมิงสูดหายใจลึก
“ตื่นเต้นอะไร?”
“เกิดมาเพิ่งเคยเจอดาราตัวเป็น ๆ ครั้งแรก ปกติเห็นแต่ในทีวี วันนี้จะได้เจอตัวจริง รู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้ครับ” จ้าวหมิงบอก
“ดูทำตัวเข้า ดาราก็คนเหมือนกัน จะมีหัวเพิ่มมาอีกหัวหรือไง” หลี่ฮุยเบ้ปาก เหมือนจะลืมไปแล้วว่าเมื่อกี้ตัวเองก็จะขอลายเซ็นเขาเหมือนกัน
หานปินยิ้ม เขาไม่ได้บ้าดารา แต่ก็เพิ่งเคยเจอดาราครั้งแรกเหมือนกัน เลยอดคาดหวังไม่ได้นิดหน่อย
สักพัก หลู่เหวินก็โทรมาบอกให้หานปินขึ้นไปได้
พวกหานปินขึ้นลิฟต์ตรงไปที่ชั้นเจ็ด
หลี่เสียยืนรออยู่ที่หน้าลิฟต์ พาพวกหานปินเข้าไปในห้อง 701
พอเข้าประตูไป ก็เจอกับห้องรับแขกโอ่อ่า กว้างขวางมาก ดูจากห้องรับแขกแล้ว บ้านนี้น่าจะมีอย่างน้อยสี่ห้องนอน
บนโซฟาในห้องรับแขก มีหญิงสาววัยประมาณสามสิบปีนั่งอยู่ ผมยาวสลวย หน้าตาสวยสะดุดตา หานปินรู้สึกคุ้นหน้า เธอคือมู่ซินหราน ดาราในวงการบันเทิงนั่นเอง
“ซินหราน นี่คุณตำรวจหานจากฝ่ายสืบสวน” หลี่เสียแนะนำ
“สวัสดีค่ะคุณตำรวจหาน” มู่ซินหรานลุกขึ้นทักทายอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ” หานปินพยักหน้ารับ
“เชิญนั่งค่ะคุณตำรวจทุกท่าน” หลี่เสียเชื้อเชิญ
หานปินนั่งลงบนโซฟา หันไปถามหลู่เหวินข้าง ๆ “ในห้องรับแขกมีกล้องหรือเครื่องดักฟังไหม?”
“ไม่พบครับ” หลู่เหวินตอบ
หานปินพยักหน้า “ทีมเทคนิคพักก่อน เดี๋ยวเราสอบปากคำเสร็จ ค่อยไปเช็กกล้องในห้อง”
“โอเค” หลู่เหวินขยับแว่นตามความเคยชิน
สั่งงานเสร็จ หานปินก็หันไปมองมู่ซินหราน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใกล้ชิดดาราสาวขนาดนี้ เลยอดสำรวจอีกฝ่ายไม่ได้
มู่ซินหรานหน้าตาสวยใช้ได้ แต่ตัวผอมแห้ง หุ่นกระดาน ไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งเลยสักนิด
หุ่นแบบนี้อาจจะขึ้นกล้อง แต่หานปินชอบแบบอกเป็นอกเอวเป็นเอวมากกว่า
พูดตรง ๆ หานปินผิดหวังนิดหน่อย มู่ซินหรานถือเป็นคนสวยในวงการ หน้าตาก็สวยจริง แต่ถ้าพูดถึงหุ่นแล้ว ยังสู้แฟนเก่าหานปินไม่ได้เลย
────────── •✧• ──────────
บทที่ 250 โกหก
“คุณมู่ ไม่ต้องตื่นเต้นนะครับ ผมขอสอบปากคำเบื้องต้นก่อน” หลี่ฮุยพูดพลางเปิดกล้องบันทึกภาพ
มู่ซินหรานฝืนยิ้ม พยักหน้าเบา ๆ
หลี่ฮุยเริ่มถามตามระเบียบ “ชื่อ อายุ เพศ...”
“มู่ซินหราน 30 ปี เพศหญิง...”
“เดี๋ยวก่อน” หานปินโบกมือขัดจังหวะ “มู่ซินหรานเป็นชื่อตามบัตรประชาชนหรือเปล่าครับ?”
มู่ซินหรานลังเลนิดหนึ่ง ส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะ”
“ข้อมูลในบันทึกปากคำ ต้องตรงกับบัตรประชาชนนะครับ เข้าใจไหม?” หานปินบอก
“ทราบแล้วค่ะ” มู่ซินหรานรับคำ
หลี่ฮุยเริ่มถามใหม่ “ชื่อ อายุ เพศ...”
“ชื่อจริงมู่ฟาง อายุ 34 ปี เพศหญิง...”
จ้าวหมิงเลิกคิ้ว มองมู่ซินหรานอย่างแปลกใจ ชื่อปลอมยังพอว่า แต่นี่โกงอายุด้วยเหรอ?
“คุณได้รับโทรศัพท์ขู่กรรโชกเมื่อไหร่ครับ?” หลี่ฮุยถามต่อ
“เมื่อวานค่ะ วันที่ 8 พฤศจิกา”
“เวลาที่แน่นอน”
“เมื่อวานตอนสิบโมงเช้าค่ะ ฉันเพิ่งตื่นนอนก็มีสายเข้ามา”
“คนร้ายพูดว่ายังไงบ้างครับ?”
“เขาบอกว่า ในมือเขามีคลิปส่วนตัวของฉัน ถ้าอยากได้คืน ให้เตรียมเงินค่าไถ่สิบล้าน ไม่งั้นจะปล่อยลงเน็ต” มู่ซินหรานเล่า
“ได้บอกไหมครับว่าให้ส่งเงินยังไง?”
“เขาบอกให้เตรียมเงินไว้ แล้วรอเขาโทรมา”
“เขาโทรมากี่ครั้งครับ?” หานปินถาม
“ครั้งเดียวค่ะ”
“คลิปที่ใช้ขู่ล่ะครับ ขอดูหน่อย” หานปินขอ
มู่ซินหรานลังเล มีสีหน้าลำบากใจ “มันเป็นคลิปส่วนตัวน่ะค่ะ ตอนนั้นฉันกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ค่อยสะดวกค่ะ”
“ไม่มีอะไรไม่สะดวกหรอกครับ ผมเป็นตำรวจ มาที่นี่เพื่อทำคดี เบาะแสที่มีค่าทุกอย่าง ผมต้องตรวจสอบด้วยตัวเอง” หานปินทำหน้าจริงจัง
มู่ซินหรานชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปลดล็อกมือถือ เปิดคลิปวิดีโอส่งให้หานปิน
หานปินกดเล่นวิดีโอ ดูอย่างละเอียด
หลี่ฮุยกับจ้าวหมิงก็นึกอยากเห็น แต่ความเป็นมืออาชีพสู้หานปินไม่ได้ เลยไม่กล้าชะโงกหน้าไปดู ได้แต่คันยุบยิบในใจ
หานปินเหลือบมองหลี่ฮุย “เหม่ออะไร สอบปากคำต่อสิ”
“ครับ ๆ” หลี่ฮุยรับคำ แต่ดูเหี่ยว ๆ ไปหน่อย
“สถานที่ในคลิปแอบถ่าย คือในบ้านหลังนี้ใช่ไหมครับ?” หลี่ฮุยถาม
“ใช่ค่ะ ในห้องนอนใหญ่” มู่ซินหรานตอบ
“คุณคาดว่าเป็นคลิปที่ถ่ายเมื่อไหร่ครับ?”
“วันไหนแน่ฉันก็ไม่รู้ค่ะ แต่ชุดนอนชุดนี้ฉันเพิ่งซื้อมา น่าจะถ่ายหลังจากฉันกลับมาที่ชิงเต่ารอบนี้ค่ะ” มู่ซินหรานบอก
“คุณกลับมาถึงชิงเต่าเมื่อไหร่?”
“วันที่ 3 พฤศจิกาค่ะ”
“แสดงว่าเวลาที่ถูกแอบถ่ายคือระหว่างวันที่ 3 ถึงวันที่ 7 พฤศจิกา” หานปินสรุป
“น่าจะใช่ค่ะ” มู่ซินหรานรับ
“จ้าวหมิง หลู่เหวิน ไปเช็กกลอนประตูซิ มีรอยงัดแงะไหม” หานปินสั่ง
พอทั้งสองลุกออกไป หานปินก็ถามต่อ “คุณมาพักที่บ้านหลังนี้บ่อยไหมครับ?”
“ไม่ค่ะ ปกติฉันอยู่ปักกิ่ง ถ้าไม่มีถ่ายละครถึงจะมาพักผ่อนที่ชิงเต่า ปีหนึ่งก็มาสัก 6-7 ครั้ง รวม ๆ แล้วก็ประมาณเดือนนึงค่ะ” มู่ซินหรานตอบ
“กลับมาชิงเต่ารอบนี้ มีใครรู้บ้างครับ?” หานปินถาม
“ก็มีบริษัท ต้นสังกัด พ่อแม่ สามี แล้วก็ผู้ช่วยค่ะ” มู่ซินหรานตอบ
“ตอนที่โดนแอบถ่าย มีใครอยู่บ้างครับ?” หานปินถามต่อ
“มีแค่ฉันคนเดียวค่ะ ฉันซื้อบ้านหลังนี้เพราะอยากได้ความสงบ ไม่ค่อยพาเพื่อนมาหรอกค่ะ”
“แฟนคุณไม่ได้พักที่นี่เหรอครับ?”
“เขาทำธุรกิจค่ะ ช่วงนี้งานยุ่ง ไม่มีเวลามาอยู่เป็นเพื่อน” มู่ซินหรานอธิบาย
ตอนนั้นเอง จ้าวหมิงเดินกลับมา “พี่ปิน เช็กแล้วครับ กลอนประตูยังดีอยู่ ไม่มีรอยงัดแงะครับ”
หานปินพยักหน้า หันไปถามมู่ซินหรานต่อ “กลับมารอบนี้ คุณเห็นร่องรอยการงัดแงะที่หน้าต่างบ้างไหมครับ?”
“ไม่เห็นค่ะ”
“ใครมีกุญแจบ้านนี้บ้างครับ?” หานปินถาม
“มีแค่ฉัน กับสามีค่ะ” มู่ซินหรานตอบ
“แน่ใจนะ?”
“แน่ใจค่ะ”
“ตอนนี้สามีคุณอยู่ที่ไหน?”
“ยังอยู่ต่างจังหวัดค่ะ”
หานปินลูบคาง “คุณไม่ได้บอกเขาเหรอว่าโดนขู่กรรโชก?”
“สามีฉันกำลังคุยโปรเจกต์สำคัญอยู่ ฉันไม่อยากให้เขาเสียสมาธิ เลยยังไม่ได้บอกค่ะ” มู่ซินหรานแก้ตัว
“กลับมาชิงเต่ารอบนี้ มีใครมาที่บ้านบ้างครับ?”
“มีแค่ฉันกับหลี่เสียค่ะ”
“หลี่เสียพักที่นี่ด้วยเหรอครับ?” หานปินถาม
“ฉันชอบความเป็นส่วนตัวค่ะ เลยจองโรงแรมแถวนี้ให้หลี่เสียพัก มีธุระค่อยเรียกมา” มู่ซินหรานบอก
“กล้องในห้องนอน คุณได้ไปยุ่งกับมันไหม?” หานปินถาม
“ฉันไม่กล้าให้คนรู้เยอะ แล้วก็ทำไม่เป็นด้วย เลยไม่ได้แตะต้องมันค่ะ”
“คุณไม่กลัวโดนแอบถ่ายต่อเหรอ?” หลี่ฮุยสงสัย
“ที่มีกล้องคือห้องนอนใหญ่ ฉันย้ายไปนอนห้องเล็กแล้วค่ะ” มู่ซินหรานตอบ
“ห้องนอนใหญ่อยู่ไหน?” หานปินถาม
มู่ซินหรานชี้ไปหลังโซฟา “ห้องนั้นค่ะ”
หานปินมองทิศทางห้อง แล้วบอกหลู่เหวิน “ดูจากมุมกล้อง กล้องน่าจะอยู่เหนือประตู แถว ๆ แอร์ท่อนั่นแหละ”
หลู่เหวินพยักหน้า
“เจอกล้องแล้ว เก็บรอยนิ้วมือเสร็จ ก็ถอดออกมาได้เลย” หานปินสั่ง
“ถอดออกมาเลย จะไม่ทำให้คนร้ายรู้ตัวเหรอว่ามู่ซินหรานแจ้งความ?” หลี่ฮุยทัก
“ต่อให้มู่ซินหรานไม่แจ้งความ เธอก็ต้องถอดกล้องออกอยู่ดี คงไม่ปล่อยทิ้งไว้หรอก ไม่เกี่ยวกับการแจ้งความโดยตรง” หานปินอธิบาย
มู่ซินหรานไม่ได้ตัวคนเดียว เธอมีเงิน มีต้นสังกัดหนุนหลัง จะจัดการกล้องสักตัวไม่ใช่เรื่องยาก
“คุณมู่ครับ ผมอยากให้คุณแจ้งสามี ให้รีบมาให้ปากคำที่โรงพักหน่อย” หานปินบอก
“พวกคุณสงสัยสามีฉันเหรอคะ?” มู่ซินหรานขมวดคิ้ว
“ไม่ถึงกับสงสัยครับ แค่ถามตามระเบียบ” หานปินตอบ
“แต่ช่วงนี้เขาไม่ได้มาที่ชิงเต่าเลย ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ ไม่ต้องถามเขาหรอกมั้ง” มู่ซินหรานแย้ง
“ประตูไม่มีรอยงัดแงะ มีแค่คุณกับสามีที่มีกุญแจ เราเชิญเขามาให้ปากคำ เพื่อจะถามว่ากุญแจเขาหาย หรือให้ใครยืมไปหรือเปล่า จะได้ตัดประเด็นอื่นทิ้งไปครับ” หานปินอธิบาย
“เข้าใจแล้วค่ะ” มู่ซินหรานรับคำเสียงเบา
“ผมขอตรวจดูบ้านคุณหน่อยนะครับ เผื่อเจอเบาะแสอื่น” หานปินบอก
“เชิญตามสบายค่ะ” มู่ซินหรานลุกขึ้นผายมือ
หานปินเดินสำรวจรอบห้องรับแขก ไม่พบอะไรน่าสงสัย ไปดูห้องนอนอื่นก็ปกติดี แต่พอเดินไปที่ระเบียง ก็เจอที่เขี่ยบุหรี่อันหนึ่ง ในนั้นมีก้นบุหรี่ทิ้งไว้
ตอนนี้ จ้าวหมิงกับหลี่ฮุยก็แยกย้ายไปค้นห้องอื่นแล้ว
ในห้องรับแขก เหลือแค่มู่ซินหรานกับหลี่เสียที่นั่งอยู่บนโซฟา
หานปินเดินเข้าไป นั่งลงข้าง ๆ มู่ซินหราน “คุณมู่ครับ ช่วงนี้คุณไปมีเรื่องขัดแย้งกับใครบ้างไหม?”
“ไม่น่ามีนะคะ ฉันไม่เคยหาเรื่องใครก่อน”
“งั้นคุณสงสัยใครเป็นพิเศษไหม?” หานปินถามต่อ
“ไม่ค่ะ” มู่ซินหรานส่ายหน้า
หานปินทำท่าครุ่นคิด ล้วงซองบุหรี่ออกมา ยื่นให้มู่ซินหรานมวนหนึ่ง
“ขอบคุณค่ะ ฉันไม่สูบบุหรี่” มู่ซินหรานปฏิเสธอย่างสุภาพ
หานปินยื่นให้หลี่เสียบ้าง
“ฉันก็ไม่สูบค่ะ” หลี่เสียปฏิเสธ
“ในเมื่อพวกคุณไม่สูบ งั้นผมก็ไม่สูบละกัน เดี๋ยวจะเหม็น” หานปินยิ้ม แล้วเก็บบุหรี่ลงไป
“จริงสิ ช่วงนี้ได้ทำความสะอาดบ้านบ้างไหมครับ?” หานปินถาม
“เช้าวันที่ 3 พฤศจิกา ฉันทำความสะอาดไปรอบนึงค่ะ บ้านทิ้งร้างไว้นาน ฝุ่นเยอะ ซินหรานรักสะอาด ก่อนเข้าพักฉันต้องมาทำความสะอาดทุกครั้งค่ะ” หลี่เสียตอบ
หานปินสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจเริ่มสงสัย
เขาเห็นที่เขี่ยบุหรี่กับก้นบุหรี่ที่ระเบียง ถ้าสองคนนี้ไม่สูบบุหรี่ แสดงว่าต้องมีคนที่สามมาที่นี่ แต่เมื่อกี้ตอนให้ปากคำ มู่ซินหรานบอกว่ามีแค่เธอกับหลี่เสียมาที่บ้าน ชัดเจนว่ากำลังโกหก
“ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกาถึงวันนี้ มีแค่พวกคุณสองคนที่มาบ้านหลังนี้จริง ๆ เหรอครับ?” หานปินถามย้ำ
“ใช่ค่ะ” มู่ซินหรานรับ
หานปินหันไปถามหลี่เสีย “วันที่ 3 พฤศจิกา คุณได้ทำความสะอาดระเบียงไหม?”
“ทำค่ะ ระเบียงสะอาดดี ไม่มีของวางเกะกะ ฉันแค่ถูพื้นนิดหน่อย” หลี่เสียตอบ
“เมื่อกี้ผมไปที่ระเบียง เจอที่เขี่ยบุหรี่อันหนึ่ง ข้างในมีก้นบุหรี่เหลืออยู่” หานปินพูดพลางจ้องหน้ามู่ซินหราน “ในเมื่อพวกคุณไม่สูบบุหรี่ แล้วก้นบุหรี่นั่นเป็นของใคร?”
มู่ซินหรานขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ก้มหน้าตอบ “ขอโทษค่ะ ฉันโกหกเอง”
“เงยหน้าขึ้น ตอบมา ใครเป็นคนสูบ?”
มู่ซินหรานสูดหายใจลึก “ฉันเองค่ะ”
“ทำไมต้องโกหก?”
มู่ซินหรานนวดขมับ สีหน้าจนปัญญา “ฉันเป็นนักแสดง เวลาถ่ายละครต้องสวมบทบาทหลากหลาย เจอคนร้อยพ่อพันแม่ ความกดดันมันเยอะมาก ระบายให้ใครฟังก็ไม่ได้ บางทีก็ต้องสูบบุหรี่คลายเครียดบ้าง”
“ผมไม่สนหรอกว่าทำไมคุณถึงสูบ ผมถามว่าทำไมต้องโกหก?” หานปินคาดคั้น
“ฉันเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นภรรยาที่ดี เป็นนักแสดงที่ดี ภาพลักษณ์ของฉันห้ามสูบบุหรี่ นี่เป็นกฎของบริษัท ถ้าทำผิดกฎแล้วโดนนักข่าวหรือปาปารัสซี่ถ่ายได้ ฉันต้องจ่ายค่าปรับมหาศาลค่ะ” มู่ซินหรานอธิบาย
“ผมเป็นตำรวจ ไม่ใช่ปาปารัสซี่ ผมไม่สนเรื่องคุณสูบบุหรี่หรอก แต่การที่คุณจงใจปิดบังข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับคดี มันอาจกระทบการทำงานของตำรวจ” หานปินเตือน
“ค่ะ ฉันรู้ว่าผิดไปแล้ว จะไม่โกหกคุณอีกแล้วค่ะ” มู่ซินหรานทำหน้าสำนึกผิด
หานปินจ้องหน้าเธอตลอด ไม่เห็นพิรุธว่าโกหก
“คุณสูบบุหรี่ยี่ห้ออะไร?”
“ฮะ!” มู่ซินหรานร้องเสียงหลง
“ผมถามว่าคุณสูบบุหรี่ยี่ห้ออะไร?” หานปินถามซ้ำ
“ฉัน...” มู่ซินหรานนึกอยู่ครู่หนึ่ง “อวิ๋นเยียนค่ะ ฉันสูบอวิ๋นเยียน”
“ปัง!” หานปินตบโต๊ะกลาง ตะคอก “เหลวไหล! ก้นบุหรี่ในที่เขี่ยชัด ๆ ว่าเป็นจงหัว ยังจะกล้าโกหกอีก!”
มู่ซินหรานสูดหายใจเข้า ฝืนยิ้ม “ขอโทษค่ะ ฉันตื่นเต้นไปหน่อย ปกติฉันชอบสูบอวิ๋นเยียน แต่รอบนี้มาชิงเต่าไม่ได้เอามา เลยหยิบจงหัวของสามีในตู้มาสูบ สามีฉันชอบยี่ห้อนี้ค่ะ”
“หึ ๆ” หานปินหัวเราะ
เสียงหัวเราะของหานปินทำให้มู่ซินหรานใจคอไม่ดี “คุณตำรวจ มีปัญหาอะไรเหรอคะ?”
“ก้นบุหรี่ในที่เขี่ยไม่ใช่จงหัว เป็นอวิ๋นเยียนต่างหาก” หานปินเฉลย
มู่ซินหรานอึ้งไปเลย เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก เมื่อวานเข้าหน้าหนาวแล้ว วันนี้ยังไม่เปิดฮีตเตอร์ เหงื่อออกขนาดนี้ไม่ใช่เพราะร้อนแน่
“คุณตำรวจล้อเล่นเก่งจังนะคะ”
“คุณคิดว่าผมเหมือนล้อเล่นเหรอ?” หานปินย้อน
หลี่เสียลุกขึ้น เดินไปทางระเบียง
“หยุดเดี๋ยวนี้” หานปินตวาด เตือนสติ “ให้การเท็จกับตำรวจ ทำให้รูปคดีไขว้เขว มีความผิดทางอาญานะครับ”
หลี่เสียชะงัก หันมาบอกว่า “คุณตำรวจ ฉันจะไปรินน้ำให้ค่ะ”
“ขอบคุณในความหวังดี ผมไม่หิวน้ำ” หานปินบอก
หลี่ฮุยเห็นท่าไม่ดี เดินเข้ามาสมทบข้างหานปิน
“คุณมู่ครับ คุณเป็นคนแจ้งความเอง เรามาช่วยคุณไขคดี ถ้าคุณจงใจให้ข้อมูลเท็จ เท่ากับช่วยคนร้ายทางอ้อมนะครับ” หลี่ฮุยเตือน
มู่ซินหรานหน้าถอดสี กัดริมฝีปาก “ฉันไม่ได้ให้ข้อมูลเท็จ ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นจริง ๆ”
“ก้นบุหรี่ที่ระเบียงเป็นของใคร?” หานปินจี้ถาม
มู่ซินหรานก้มหน้าเงียบ
“ไม่อยากพูดที่นี่ งั้นเราไปคุยกันที่อื่น” หานปินลุกขึ้น สั่งลูกทีม “คุมตัวสองคนนี้กลับไปสอบปากคำที่โรงพัก”
“คุณตำรวจคะ เดี๋ยวก่อน ฉันบอกแล้วค่ะ ฉันจะบอกทุกอย่าง” มู่ซินหรานรีบลุกขึ้นคว้าแขนหานปิน
เธอเป็นบุคคลสาธารณะ ขืนตามหานปินไปโรงพัก พรุ่งนี้ได้ขึ้นหน้าหนึ่งแน่ ไม่ว่าจะในฐานะผู้เสียหายหรือผู้ต้องสงสัย ก็ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเธอทั้งนั้น
หานปินสะบัดแขนออก “ว่ามา”
มู่ซินหรานขมวดคิ้ว เงียบไปอีกพัก ก่อนจะยอมเปิดปาก “นอกจากฉันกับหลี่เสีย มีคนอื่นมาที่นี่จริงค่ะ”
“ใคร?”
“เพื่อนฉันคนหนึ่งค่ะ”
“ขอรายละเอียด”
“เขาชื่อหลี่ฮั่นเซวียน เขามาเยี่ยมฉันที่นี่ บุหรี่ที่ระเบียงเขาเป็นคนสูบค่ะ” มู่ซินหรานบอก
หานปินนั่งลง เปิดสมุดบันทึก “ทำไมต้องจงใจปิดบัง?”
“หลี่ฮั่นเซวียนก็เป็นศิลปินค่ะ แต่คนละสังกัด เขาอยากย้ายมาอยู่ค่ายเดียวกับฉัน เลยมาให้ฉันช่วยแนะนำ เพราะมันเป็นความลับบริษัท ฉันเลยไม่ได้บอกคุณค่ะ” มู่ซินหรานถอนหายใจ กลัวหานปินไม่เชื่อเลยเสริมว่า
“ถ้าค่ายเขารู้ว่าเราแอบคุยกัน เขาอาจโดนแบนได้ แถมสัญญาก็ยังไม่หมด ย้ายมาทันทีไม่ได้ ขืนโดนดองจนกระแสตก ค่ายฉันก็อาจจะไม่เซ็นสัญญาด้วย ฉันเลยไม่กล้าบอกเรื่องที่ติดต่อกับเขาค่ะ”
หานปินจ้องหน้ามู่ซินหราน แล้วชมว่า “เรื่องอื่นไม่รู้หรอก แต่คุณเป็นนักแสดงที่เก่งใช้ได้เลยนะ”