- หน้าแรก
- ยอดนักสืบพลังอนาคต
- บทที่ 199 บ้างก็สุข บ้างก็ทุกข์|200 ดาเมจรุนแรง
บทที่ 199 บ้างก็สุข บ้างก็ทุกข์|200 ดาเมจรุนแรง
บทที่ 199 บ้างก็สุข บ้างก็ทุกข์|200 ดาเมจรุนแรง
บทที่ 199 บ้างก็สุข บ้างก็ทุกข์
“พูดมา”
“คุณ... คุณจะให้ผมพูดอะไรล่ะครับ?” ซ่งจื้อซวินผายมือ
“พูดเรื่องที่นายปิดบังอยู่ไง” หานปินแค่นเสียง
“ผมไม่มีครับ” ซ่งจื้อซวินก้มหน้าตอบ
“ทุกครั้งที่นายโกหก นายจะก้มหน้า ไม่ก็มองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาฉัน ยังจะกล้าบอกว่าไม่มีอีก!” หานปินตวาด
“ถ้านายไม่สารภาพให้หมด เราก็ตัดนายออกจากผู้ต้องสงสัยไม่ได้ และจะสืบสวนนายในฐานะผู้ต้องสงสัยต่อไป”
ซ่งจื้อซวินเงยหน้า เชิดคางขึ้น “ผมบริสุทธิ์ ไม่กลัวพวกคุณตรวจสอบหรอก”
“ความร่วมมือต้องมาจากทั้งสองฝ่าย ในเมื่อนายทำตัวแบบนี้ ฉันก็ต้องทำตามหน้าที่” หานปินลุกขึ้น ปิดกล้องบันทึกเหตุการณ์
“คุมตัวกลับโรงพัก”
“อย่าครับ พรุ่งนี้ผมมีเรียน ผมก็ให้ความร่วมมือแล้วไม่ใช่เหรอครับ” ซ่งจื้อซวินเกาะโต๊ะแน่น
“นายไม่ต้องไปเรียนแล้ว” หานปินพูดเสียงเย็น “ไม่ใช่แค่นาย ทั้งอาจารย์และเพื่อนของนาย พรุ่งนี้ต้องไปให้ปากคำที่โรงพักทั้งหมด”
“คดีนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเขา ผมยังเป็นนักเรียนนะ พวกคุณทำกับผมแบบนี้ไม่ได้” ซ่งจื้อซวินตัวสั่นเทา
“นายบรรลุนิติภาวะแล้ว นักเรียนก็แค่อาชีพ นายให้เกียรติตำรวจ ตำรวจก็จะให้เกียรตินาย ถ้านายไม่ให้เกียรติ เราก็ต้องปฏิบัติต่อนายแบบผู้ต้องหา” หานปินลุกขึ้น หันไปพูดกับหลี่ฮุยและซุนเสี่ยวเผิง
“พวกนายเฝ้าเขาไว้ ฉันจะไปขอหมายค้น เดี๋ยวจะไปค้นหอพัก ค้นบ้านเขา”
“ขอร้องล่ะครับอย่าทำแบบนี้ ถ้าพวกคุณทำแบบนี้ ผมจะไปเรียนต่อได้ยังไง ผมบริสุทธิ์จริง ๆ นะครับ” ซ่งจื้อซวินวิงวอน
หานปินหยิบมือถือ เดินมุ่งหน้าออกจากห้องเรียน
“ตุบ!” ซ่งจื้อซวินคุกเข่าลงกับพื้น
“คุณตำรวจหาน อย่าเพิ่งไปครับ ผมบอกแล้ว ผมจะบอกทุกอย่าง เมื่อกี้ผมโกหก ตอนนี้จะไม่โกหกแล้วครับ”
หานปินหันกลับมา “ลุกขึ้น นี่เป็นโอกาสสุดท้าย เข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับ เข้าใจครับ ครั้งนี้ผมจะพูดให้หมด ไม่ปิดบังแม้แต่นิดเดียว” ซ่งจื้อซวินพูดไปพยักหน้าไปรัว ๆ
หานปินกลับมานั่งที่เก้าอี้ เปิดกล้องบันทึกเหตุการณ์ ถามต่อ “นอกจากเชือกแล้ว เผิงหย่งเหรินให้นายซื้ออะไรอีกไหม?”
“มีครับ”
“อะไร?”
ซ่งจื้อซวินกัดริมฝีปาก เงียบไปอีกครั้ง
“พูดมา”
“ยากันยุงไร้กลิ่นครับ”
“เมื่อกี้ทำไมถึงโกหก” หานปินถามซัก
“ผม... เขา...” ซ่งจื้อซวินพูดจาวกวน “ได้ยินเขาว่ากันว่า เขาถูกยุงกัดตาย ผม...”
“นายทำอะไรกับยากันยุงหรือเปล่า?”
“เปล่าครับ” ซ่งจื้อซวินส่ายหน้า
“แล้วนายกลัวอะไร?”
“วันที่ 5 ตุลา เขาโทรมาให้ผมไปซื้อเชือกกับยากันยุงไร้กลิ่น ผมรู้ว่าแถวโรงเรียนมีร้านฮาร์ดแวร์เลยไปซื้อที่นั่น แล้วก็ไปร้านสะดวกซื้อหายากันยุง แต่ร้านไม่มีแบบไร้กลิ่น หาหลายร้านก็ไม่มี สุดท้ายผมเลยซื้อน้ำมันหอมระเหยกันยุงไปขวดนึง” ซ่งจื้อซวินแสดงสีหน้าโกรธแค้น กำหมัดแน่นแล้วพูดต่อ
“ผมเอาเชือกกับน้ำมันหอมระเหยไปให้เขาที่โรงเรียน เห็นเขาโดนซ้อม หน้ามีรอยช้ำ ผมไม่กล้าถามมาก กะว่าจะให้ของแล้วรีบกลับ แต่เขากลับโกรธ ด่าผมว่าสมองหมู เขาไม่เอาน้ำมันหอมระเหย จะเอาแต่ยากันยุงไร้กลิ่น ให้ผมไปซื้อมาใหม่”
“ทำไมเขาถึงจะเอาแต่ยากันยุงไร้กลิ่น ไม่เอาน้ำมันหอมระเหย?” หานปินถามต่อ
“ไม่รู้ครับ” ซ่งจื้อซวินส่ายหน้า ถอนหายใจแล้วเล่าต่อ
“ผมหาหลายร้านแล้วแต่ไม่เจอ เลยกะจะสั่งออนไลน์ แต่พอวันรุ่งขึ้นเขาก็โทรมา บอกว่าบ่ายนี้ต้องได้ของ ไม่งั้นจะเอาฉายากับเรื่องน่าอายสมัยมัธยมไปประจานให้เพื่อนมหาลัยฟัง แต่วันเดียวของส่งมาไม่ทันหรอกครับ ผมจนปัญญาจริงๆ”
“ตกลงนายได้ให้ยากันยุงไร้กลิ่นเขาไปไหม?” หานปินลองเชิง
ซ่งจื้อซวินกัดริมฝีปาก นานกว่าจะเค้นออกมาสองคำ “ให้ครับ”
“ของปลอมเหรอ?”
“ไม่ปลอมครับ ของจริง”
“ของจริงแล้วนายจะร้อนตัวทำไม?” หานปินถามกลับ
“ผม... น้องสาวผมมียากันยุงไร้กลิ่นอยู่ขวดนึง แต่มันใช้ไปแล้ว ผมจนปัญญาจริง ๆ แล้วก็ไม่กล้าเอาขวดที่เหลือครึ่งเดียวให้เขา เลยเติมน้ำผสมลงไปให้เต็มแล้วเอาไปให้เผิงหย่งเหรินครับ” ซ่งจื้อซวินตะโกนเสียงสั่นเครือ
“ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาจะเอาไปทำอะไร ยิ่งไม่คิดเลยว่าเขาจะโดนยุงกัดตาย ผมนี่ซวยกว่านางเอกละครน้ำเน่าอีกครับ”
…
สี่สิบนาทีต่อมา ซ่งจื้อซวินถูกคุมตัวกลับมาที่สถานีตำรวจ
เขามีพิรุธมากเกินไป จนกว่าจะสืบสวนให้กระจ่าง คงต้องกักตัวไว้ก่อน
เจิ้งข่ายเสวียนเรียกทั้งสองทีมมาประชุมที่ห้องประชุม แถมยังใจดีสั่งอาหารเดลิเวอรี่มาเลี้ยงทุกคน
แฮมเบอร์เกอร์คนละชิ้น เฟรนช์ฟรายส์หนึ่งที่ และเครื่องดื่มร้อนหนึ่งแก้ว
หลี่ฮุยเปิดฝาแก้วดื่มไปอึกหนึ่ง เป็นนมร้อน ใบหน้าก็เปื้อนยิ้มทันที
ของหลี่ฮุยเป็นเบอร์เกอร์ไก่กรอบรสเผ็ด กัดคำแรกกรอบนอกนุ่มใน อร่อยอย่าบอกใคร ไม่กี่นาทีแฮมเบอร์เกอร์ก็ลงท้องไปเรียบร้อย
ดื่มนมร้อนตาม กินเฟรนช์ฟรายส์อีกสองชิ้น สุขใจสุด ๆ
“เอาล่ะ กฎเดิม กินไปคุยเรื่องคดีไป” เจิ้งข่ายเสวียนจิบเครื่องดื่มร้อน
“ฉันขอเล่าความคืบหน้าของทีม 1 ก่อน ช่วงบ่ายเราสอบปากคำอาจารย์และเพื่อนของเผิงหย่งเหริน อาจารย์และนักศึกษาหญิงส่วนใหญ่มีความประทับใจที่ดีต่อเขา แต่พวกนักศึกษาชายบางคนกลับพูดถึงเขาในแง่ลบ” จ้าวอิงเปิดสมุดบันทึก กวาดตามองแล้วพูดต่อ
“จากการสืบสวน เราเจอแฟนเก่าของผู้ตายชื่อโจวเย่ว์ถง ทั้งสองเพิ่งเลิกกันเพราะมีปัญหากัน สาเหตุที่ผู้ตายรีบกลับมหาลัย ก็เพราะโจวเย่ว์ถงคืนห้องเช่าที่เช่าอยู่ด้วยกัน ผู้ตายเลยต้องกลับมาจัดการเรื่องนี้”
“คำพูดของโจวเย่ว์ถงเชื่อถือได้ไหม?” เจิ้งข่ายเสวียนถาม
“เราตามหาเจ้าของห้องเช่าเฉาเซี่ยเปิ่นแล้ว คำให้การของทั้งคู่ตรงกัน ถึงโจวเย่ว์ถงจะมีปัญหากับผู้ตาย แต่ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเธอเกี่ยวข้องกับการตายของเผิงหย่งเหริน” จ้าวอิงรายงาน
“ทีม 2 ล่ะ สืบไปถึงไหนแล้ว?” เจิ้งข่ายเสวียนถาม
หานปินเปิดสมุดบันทึก ขีดฆ่าชื่อเฉาเซี่ยเปิ่น “เราจับกุมผู้ต้องสงสัยได้คนหนึ่ง ชื่อซ่งจื้อซวิน ตอนนี้คุมตัวไว้ที่โรงพักแล้วครับ”
หานปินเดินไปที่เครื่องโปรเจกเตอร์ ฉายข้อมูลของซ่งจื้อซวินขึ้นจอ “เชือกที่ใช้มัดผู้ตาย ซ่งจื้อซวินเป็นคนซื้อมาจากร้านฮาร์ดแวร์แถวโรงเรียน ส่วนยากันยุงไร้กลิ่นที่เจอในตู้ของผู้ตาย ซ่งจื้อซวินก็เป็นคนให้ไปครับ”
“ซ่งจื้อซวินกับผู้ตายเป็นอะไรกันแน่?” เว่ยจื่อโม่ถามด้วยความสงสัย
“ซ่งจื้อซวินกับผู้ตายเป็นเพื่อนสมัยมัธยม ตอนเรียนผู้ตายชอบแกล้งซ่งจื้อซวิน ทำให้ซ่งจื้อซวินกลัวเขา จากคำให้การของซ่งจื้อซวิน เชือกกับยากันยุงไร้กลิ่น ผู้ตายเป็นคนบังคับให้เขาซื้อครับ” หานปินอธิบาย
“พ่อแม่ให้ค่าขนมเดือนละสองพันกว่าหยวน เขาไม่น่าจะบังคับให้คนอื่นซื้อของให้เพราะเงินแค่นี้มั้ง” ซุนซิ่งสงสัย
“เมื่อก่อนอาจจะไม่ แต่ลืมเรื่องแฟนเขาคืนห้องไปแล้วเหรอ ตอนฉันสอบปากคำเฉาเซี่ยเปิ่น เขาบอกว่าผู้ตายอยากเช่าห้องต่อ วันนั้นเลยจ่ายค่าเช่าไปสองพันกว่าหยวน คำให้การนี้ตรงกับเรื่องที่ผู้ตายร้อนเงินพอดี” จ้าวอิงวิเคราะห์
“ซ่งจื้อซวินยังให้การอีกเรื่อง ผู้ตายให้เขาซื้อยากันยุงไร้กลิ่น และระบุว่าต้องเป็นแบบไร้กลิ่นเท่านั้น ซ่งจื้อซวินหาซื้อไม่ได้ทันที เลยเอายากันยุงที่น้องสาวใช้เหลือครึ่งขวดมาเติมน้ำผสมแล้วให้ผู้ตายไป” หานปินเล่ารายละเอียด
เจิ้งข่ายเสวียนคาบเฟรนช์ฟรายส์ไว้ในปาก สีหน้าครุ่นคิด คำพูดของหานปินมีข้อมูลสำคัญซ่อนอยู่มาก
ทำไมผู้ตายถึงต้องการแต่ยากันยุงไร้กลิ่น?
ขวดยากันยุงที่ซ่งจื้อซวินให้ไป นอกจากลายนิ้วมือของเขาและผู้ตายแล้ว อาจจะมีลายนิ้วมือน้องสาวซ่งจื้อซวินด้วย
ยากันยุงผสมน้ำประสิทธิภาพลดลง อาจเป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้เผิงหย่งเหรินเสียชีวิต
จ้าวอิงถามต่อ “ซ่งจื้อซวินมีหลักฐานที่อยู่ไหม?”
หานปินก้มดูสมุดบันทึก “เขาบอกว่า วันที่ 6 ตุลา ห้าโมงเย็นถึงเที่ยงคืน เขาอยู่บ้าน พ่อแม่กับน้องสาวเป็นพยานได้”
ผ่านไปครู่ใหญ่ เจิ้งข่ายเสวียนก็เอ่ยขึ้น “ฉันขอเสริมหน่อย ทีมเทคนิคตรวจพบ DNA สองคนบนเชือกที่มัดผู้ตาย อันหนึ่งเป็นของเผิงหย่งเหริน อีกอันน่าจะเป็นของผู้ต้องสงสัย”
“เรื่องที่สอง บนขวดยากันยุงไร้กลิ่น พบลายนิ้วมือไม่สมบูรณ์สามรอย หนึ่งในนั้นเป็นของผู้ตาย อีกสองรอยยังระบุไม่ได้”
เจิ้งข่ายเสวียนจิบเครื่องดื่มร้อน แล้วพูดต่อ “บอกให้พวกนายรู้ไว้ก่อน เรื่องเปรียบเทียบ DNA และลายนิ้วมือของซ่งจื้อซวิน ทางทีมเทคนิคจะจัดการ ถ้ามีข่าวอะไรจะรีบมาบอก”
“ฉันเสนอให้ส่งคนไปตรวจสอบหลักฐานที่อยู่ของซ่งจื้อซวิน ดูว่าเขามีเวลาลงมือจริงไหม” จ้าวอิงเสนอ
“อื้ม”
เจิ้งข่ายเสวียนพยักหน้า “งั้นส่งคนไปสองคน ที่เหลือเลิกงานกลับบ้านพักผ่อน พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าเจอกันที่โรงพัก”
“หัวหน้าเจิ้ง คุณจัดคนเลยเถอะค่ะ” จ้าวอิงยิ้มแห้ง
ตำรวจก็คน ทำงานมาทั้งวันก็อยากรีบกลับบ้านไปพักผ่อน ใครจะอยากทำโอทีต่อ
เจิ้งข่ายเสวียนเขย่าแก้วเครื่องดื่ม “ใครดื่มนมเลิกงานได้ ส่วนใครดื่มกาแฟไปตรวจสอบหลักฐานที่อยู่ซ่งจื้อซวิน”
ทันใดนั้น ก็มีทั้งเสียงเฮและเสียงโอดโอย...
────────── •✧• ──────────
บทที่ 200 ดาเมจรุนแรง
เช้าวันรุ่งขึ้น หานปินตื่นตั้งแต่ตีห้ากว่า
ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ก็ลงไปเจอหลี่ฮุยที่โรงจอดรถ เวลานี้โรงอาหารที่สถานีตำรวจยังไม่เปิด ทั้งสองเลยต้องหาอะไรกินข้างนอก
อากาศที่ชิงเต่าเริ่มเย็นลง ทั้งสองสั่งแป้งจี่มาสองแผ่นกับซุปแกะสองชาม ทั้งอิ่มท้อง ได้สารอาหาร และช่วยให้ร่างกายอบอุ่น
ระหว่างกินข้าว หานปินส่งข้อความวีแชตหาถานจิ้งหย่า อีกฝ่ายไม่ตอบ หานปินเดาว่าคงกำลังนอนหลับเอาแรงเพื่อความสวยอยู่
“พี่น้องครับสุดยอดไปเลย ซาลาเปาหกชาม เนื้อหกชาม...” มือถือของหลี่ฮุยดังขึ้นเป็นจังหวะที่คุ้นเคย หัวก็โยกตามจังหวะ รสนิยมของเขาไม่เคยเปลี่ยน
“พี่ฮุย เช้าขนาดนี้ยังดูไลฟ์สดอีกเหรอ?” หานปินถามด้วยความสงสัย
“ตอนกลางคืนสตรีมเมอร์ดัง ๆ เยอะ น้องเขาแข่งไม่ไหว เลยมักจะเลือกไลฟ์ตอนเช้า ยังพอได้ขึ้นหน้าแรกโปรโมตบ้าง” หลี่ฮุยอธิบาย
หลี่ฮุยดูอย่างใจจดใจจ่อ กดมือถือไปสองสามที
เสียงสตรีมเมอร์สาวสูงปรี๊ดขึ้นมาทันที “ขอบคุณพี่ฮุยแห่งชิงเต่าที่ส่งอมยิ้มให้สิบอันค่า”
“เฮะ ๆ” หลี่ฮุยหัวเราะ มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจ
หานปินกดเปิดคลิปย้อนหลังของต้าเซียน ปกติต้าเซียนจะไลฟ์ตอนกลางคืน ตอนเช้าเลยดูได้แต่ย้อนหลัง ฝีมือเป็นเรื่องรอง สำคัญคือดูเอาฮา
กินข้าวเช้าเสร็จ ทั้งสองรีบไปที่ห้องประชุมสถานีตำรวจ ถึงตอนหกโมงห้าสิบพอดี
ลูกทีมหน่วย 3 คนอื่น ๆ ก็ทยอยมาถึง ซุนซิ่งกับเซวียเฉียงจากทีม 1 ขอบตาดำเป็นหมีแพนด้า สงสัยเมื่อคืนจะดื่มกาแฟเยอะไปหน่อย
นอกจากคนในหน่วย 3 แล้ว หลู่เหวินก็มาร่วมประชุมเช้าด้วย
เถียนลี่กับจ้าวหมิงเดินเข้ามาในห้องประชุม คนหนึ่งถือแก้วกระดาษ อีกคนถือเหยือก
จ้าวหมิงวางแก้วไว้ตรงหน้าทุกคน เถียนลี่รินกาแฟใส่แก้ว
“วันนี้ตื่นเช้ากันทุกคน ดื่มกาแฟหน่อยจะได้ตาสว่าง” เจิ้งข่ายเสวียนพูดจบ ก็เดินไปหาซุนซิ่งกับเซวียเฉียง วางนมร้อนสองกล่องลงตรงหน้า
“เมื่อคืนพวกนายลำบากแย่ ดื่มนมหน่อย ประชุมเสร็จค่อยกลับไปนอน”
“ขอบคุณครับหัวหน้าเจิ้ง”
เจิ้งข่ายเสวียนกลับมานั่งที่หัวโต๊ะ จิบกาแฟอึกหนึ่ง “เริ่มประชุมได้”
“หัวหน้าเจิ้ง คุณลำเอียงนี่นา เมื่อคืนผมก็ทำโอทีเกือบทั้งคืน ทำไมไม่เห็นให้นมผมบ้างเลย” หลู่เหวินแซว
“ดูสมองฉันสิ ลืมไปเลย” เจิ้งข่ายเสวียนตบหน้าผาก ชี้ไปที่เถียนลี่ “ไปห้องทำงานฉัน หยิบนมมาอีกกล่อง”
“ไม่เป็นไรครับ ผมล้อเล่น ดื่มกาแฟก็เหมือนกัน ของพวกนี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก” หลู่เหวินพูดพลางจิบกาแฟ
“โอเค งั้นนายพูดเรื่องงานก่อนเลย เสร็จแล้วจะได้รีบกลับไปพักผ่อน” เจิ้งข่ายเสวียนพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเล็กน้อย
“เมื่อคืนเก็บตัวอย่าง DNA และลายนิ้วมือของซ่งจื้อซวินแล้ว DNA ของซ่งจื้อซวินไม่ตรงกับ DNA บนเชือก แต่ลายนิ้วมือของซ่งจื้อซวินคล้ายกับลายนิ้วมือบนขวดยากันยุงไร้กลิ่นมาก แล้วเราก็เก็บลายนิ้วมือน้องสาวซ่งจื้อซวินมาด้วย ก็คล้ายกับลายนิ้วมืออีกรอยบนขวดยากันยุงมากเหมือนกันครับ” หลู่เหวินขยับแว่น
“ทำไมถึงแค่คล้ายมาก ไม่ใช่ตรงกันเป๊ะเหรอครับ?” ซุนเสี่ยวเผิงสงสัย
“ลายนิ้วมือบนขวดไม่สมบูรณ์ครับ ส่วนใหญ่มีแค่ครึ่งเดียว ในทางทฤษฎีเลยยืนยันไม่ได้ว่าตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ความเป็นไปได้ก็น้อยมาก ในทางปฏิบัติใช้เป็นหลักฐานได้ครับ” หลู่เหวินอธิบาย
“ส่วนผสมของยากันยุงไร้กลิ่นมีปัญหาไหมครับ?” หานปินถาม
“ไม่มีปัญหาครับ แค่ความเข้มข้นต่ำ ประสิทธิภาพการกันยุงเลยอาจจะไม่ดีเท่าไหร่” หลู่เหวินหยิบรายงานส่งให้เจิ้งข่ายเสวียน
เจิ้งข่ายเสวียนเปิดดูผ่าน ๆ “บนผ้าขนหนูเจออะไรไหม?”
“ตอนนี้ยังไม่เจอครับ”
เจิ้งข่ายเสวียนปิดแฟ้ม “โอเค งั้นนายกลับไปพักผ่อนก่อน มีอะไรค่อยติดต่อมา”
“ครับ” หลู่เหวินลุกขึ้น พยักหน้าให้ทุกคน แล้วเดินออกจากห้องประชุมไป
“เรื่องหลักฐานที่อยู่ของซ่งจื้อซวินเป็นไงบ้าง?” เจิ้งข่ายเสวียนถาม
ซุนซิ่งวางกล่องนมลง แล้วตอบว่า “เมื่อคืนเราสอบปากคำพ่อแม่และน้องสาวของซ่งจื้อซวินแล้ว พวกเขายืนยันว่าคืนวันที่ 6 ซ่งจื้อซวินอยู่บ้าน เราเช็กกล้องวงจรปิดของหมู่บ้านด้วย หลังจากเขากลับเข้าบ้านตอนสี่โมงกว่า ก็ไม่ได้ออกมาอีกเลยครับ”
พูดจบ ซุนซิ่งก็ขยี้ตา เมื่อคืนดูกล้องทั้งคืน ทรมานชะมัด
“การจะทิ้ง DNA ไว้บนเชือกได้ ต้องมีการเสียดสีพอสมควร อันหนึ่งมาจากแรงเสียดสีของผู้ตาย อีกอันก็น่าจะเป็น DNA ของผู้ต้องสงสัย” เจิ้งข่ายเสวียนวิเคราะห์ แล้วพูดต่อ
“บนเชือกไม่มี DNA ของซ่งจื้อซวิน แถมเขายังมีหลักฐานที่อยู่ เท่ากับว่าข้อสงสัยในตัวเขาลดลง”
“สมมติว่าคำให้การของซ่งจื้อซวินเป็นความจริง คดีนี้ก็น่าสนใจแล้วล่ะครับ” หานปินจิบกาแฟ ทำหน้าครุ่นคิด
“เผิงหย่งเหรินให้คนซื้อเชือกกับยากันยุงไร้กลิ่นมา เหมือนจงใจเตรียมตัวรับทัณฑ์ยุง แล้วการที่เขาย้ำว่าต้องเป็นยากันยุงไร้กลิ่น เหมือนต้องการตบตาคนที่มัดเขา ผมรู้สึกว่านี่เหมือนการท้าทายหรือบททดสอบอะไรสักอย่าง”
“ถ้าข้อสันนิษฐานของหานปินถูกต้อง งั้นการบาดเจ็บของเผิงหย่งเหรินเมื่อวันที่ 4 ตุลา จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการท้าทายครั้งนี้หรือเปล่า?” จ้าวอิงพูดขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
“หลักฐานตอนนี้ยังไม่พอจะสรุปต้นสายปลายเหตุ ต้องสืบหาเบาะแสอื่นต่อไป” เจิ้งข่ายเสวียนกล่าว
หานปินก้มดูสมุดบันทึก “ช่วงก่อนเสียชีวิต เผิงหย่งเหรินยังมีประวัติการติดต่อกับอีกสองคน คนหนึ่งชื่อจางปั๋วเชา อีกคนชื่อเริ่นเสี่ยวเฟิง”
“สืบประวัติสองคนนี้หรือยัง?”
“จางปั๋วเชาทำงานอยู่บริษัทนายหน้า ส่วนเริ่นเสี่ยวเฟิงเป็นนักศึกษาปี 4 มหาวิทยาลัยชิงเต่าครับ” หานปินรายงาน
เจิ้งข่ายเสวียนนิ่งคิดครู่หนึ่ง แล้วสั่งการ “เอาอย่างนี้ หานปิน นายพาคนไปสอบปากคำจางปั๋วเชา จ้าวอิง เธอพาคนไปสอบปากคำเริ่นเสี่ยวเฟิง มีอะไรคืบหน้าให้รีบรายงานฉันทันที”
“ครับ/ค่ะ”
…
เตรียมอุปกรณ์เรียบร้อย หานปินพาเถียนลี่และจ้าวหมิงมุ่งหน้าไปยังบริษัทนายหน้าศตวรรษที่ 22
หลี่ฮุยและซุนเสี่ยวเผิงดูกล้องวงจรปิดที่โรงเรียน
จ้าวหมิงขับรถ เถียนลี่นั่งข้างคนขับ หานปินนั่งหลับตาพิงเบาะหลังเงียบ ๆ
“ตืด...”
มือถือหานปินสั่น เป็นข้อความจากถานจิ้งหย่า “ส่งข้อความมาแต่เช้า มีอะไรหรือเปล่า?”
หานปินตอบกลับ “ไม่มีอะไร แค่คิดถึง”
ถานจิ้งหย่า “...”
หานปินถามด้วยความเป็นห่วง “กินข้าวหรือยัง?”
“คุยกับสาว ๆ แบบนี้บ่อยล่ะสิ” ถานจิ้งหย่าส่งสติ๊กเกอร์ทำเสียงฮึดฮัดมา
“ยุ่งขนาดนี้ จะเอาเวลาที่ไหนไปคุย ครั้งแรกเลยนะเนี่ย” หานปินตอบ
ถานจิ้งหย่าส่งสติ๊กเกอร์เบะปาก “ผีสิเชื่อ”
หานปินส่งสติ๊กเกอร์น้อยใจกลับไป
ถานจิ้งหย่าไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อ เลยเปลี่ยนเรื่อง “ทำไมตื่นเช้าจัง?”
“ทำคดี”
“คดีที่มหาลัยชิงเต่าเหรอ?” ถานจิ้งหย่าส่งข้อความเสียงมา
“ดูเหมือนใครบางคนจะคอยติดตามผมอยู่ตลอดเลยนะเนี่ย” หานปินส่งสติ๊กเกอร์ซึ้งใจ
ถานจิ้งหย่าส่งสติ๊กเกอร์ปาดเหงื่อ “คิดมากไปแล้วย่ะ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ข่าวไวอยู่แล้ว แค่ได้ยินว่าคดีนี้มันแปลก ๆ”
“ถ้าอยากรู้วีรกรรมอันกล้าหาญของผม ไว้วันหลังไปกินข้าวกัน เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังยาว ๆ” หานปินพิมพ์ไปยิ้มไป
“อือฮึ คิดจะหลอกให้เลี้ยงข้าวอีกล่ะสิ” ถานจิ้งหย่าทำเสียงขึ้นจมูก เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “ฉันส่งเสียงไป เพื่อนร่วมงานคุณไม่ได้ยินใช่ไหม?”
“ไม่ได้ยินหรอก”
“งั้นก็ดี” ถานจิ้งหย่าโล่งอก “ทำคดีไปเถอะ ฉันไปล้างหน้าแปรงฟันก่อน”
หานปินปิดหน้าจอมือถือ หลับตาพักผ่อนต่อ
“พี่ปิน ร้ายไม่เบานะเนี่ย คุยกับดาวโรงเรียนถานซะด้วย” จ้าวหมิงทำหน้าอิจฉา
ผู้ชายต่อให้ปากแข็งแค่ไหน ในใจก็ชอบคนสวยทั้งนั้น
หานปินยักไหล่ “ก็คุยไปเรื่อยเปื่อย”
“พี่ปิน ไปรู้จักกันได้ไงอะ?” จ้าวหมิงอยากรู้
“ตั้งใจขับรถไปเถอะ เดี๋ยวก็พาไปปีนต้นไม้หรอก” เถียนลี่ดุ
จ้าวหมิงยิ้ม หันไปมองคนข้าง ๆ “เจ๊เถียน หึงเหรอครับเนี่ย”
เถียนลี่ถูจมูก ขมวดคิ้ว “เมื่อเช้านายไม่ได้แปรงฟันใช่ไหม?”
“ฮ่า ๆ ๆ”
หานปินระเบิดหัวเราะ
จ้าวหมิงสตั๊น ดาเมจรุนแรง!